Sunday, October 11, 2015

 

2 Kings 7 Elisha Promises Food and the Four Lepers

2 พงศ์กษัตริย์บทที่ 7 เอลิชาสัญญาจะให้อาหารและเรื่องคนโรคเรื้อน 4 คน

1 But Elisha said, “Hear the word of the LORD: thus says the LORD, Tomorrow about this time a seah of fine flour shall be sold for a shekel, and two seahs of barley for a shekel, at the gate of Samaria.”

1 แต่เอลีชาทูลว่า   “ขอฟังพระวจนะของพระเจ้า   พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า   พรุ่งนี้ประมาณเวลานี้   ยอดแป้งถังหนึ่งเขาจะขายกันหนึ่งเชเขล   และข้าวบารลีสองถังเชเขลที่ประตูเมืองสะมาเรีย”

2 Then the captain on whose hand the king leaned said to the man of God, “If the LORD himself should make windows in heaven, could this thing be?” But he said, “You shall see it with your own eyes, but you shall not eat of it.”

2 แล้วนายทหารคนสนิทของพระราชาตอบคนแห่งพระเจ้าว่า   “ถ้าแม้พระเจ้าทรงสร้างหน้าต่างในฟ้าสวรรค์   สิ่งนี้จะเป็นขึ้นได้หรือ” แต่ท่านบอกว่า   “ท่านจะเห็นกับตาของท่านเอง แต่จะไม่ได้กิน”  


Elisha knew this from God, that there would be plenty of food in Samaria but the captain lacked faith, he did not believe.

เอลิชารู้เรื่องนี้จากพระเจ้าว่าจะอาหารอุดมสมบูรณ์ในสะมาเรีย แต่แม่ทัพขาดความศรัทธาเขาไม่เชื่อ


Hebrews ฮีบรู11:6 6 And without faith it is impossible to please him, for whoever would draw near to God must believe that he exists and that he rewards those who seek him.

6 แต่ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว   จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าก็ไม่ได้เลย   เพราะว่าผู้ที่จะมาเฝ้าพระเจ้าได้นั้น   ต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่   และพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จให้แก่ทุกคนที่แสวงหาพระองค์

The Syrians Flee

ชาวซีเรียหนี

3 Now there were four men who were lepers at the entrance to the gate. And they said to one another, “Why are we sitting here until we die?

3 มีคนโรคเรื้อนสี่คนอยู่ที่ทางเข้าประตูเมือง เขาพูดกันว่า   “เราจะนั่งที่นี่จนตายทำไมเล่า

4 If we say, ‘Let us enter the city,’ the famine is in the city, and we shall die there. And if we sit here, we die also. So now come, let us go over to the camp of the Syrians. If they spare our lives we shall live, and if they kill us we shall but die.”

4 ถ้าเราว่า 'ให้เราเข้าไปในเมือง   การกันดารอาหารก็อยู่ในเมือง   และเราก็จะตายที่นั่น   และถ้าเรานั่งที่นี่เราก็ตายเหมือนกัน   ฉะนั้นจงมาเถิด   ให้เราเข้าไปในค่ายของคนซีเรีย   ถ้าเขาไว้ชีวิตของเรา   เราก็จะรอดตาย ถ้าเขาฆ่าเรา   ก็ได้แต่ตายเท่านั้นเอง”

5 So they arose at twilight to go to the camp of the Syrians. But when they came to the edge of the camp of the Syrians, behold, there was no one there.

5 ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นในเวลาโพล้เพล้   เพื่อจะไปยังค่ายของคนซีเรีย   แต่เมื่อเขามาถึงริมค่ายของคนซีเรียแล้ว   ดูเถิด   ไม่มีใครที่นั่นสักคน

6 For the Lord had made the army of the Syrians hear the sound of chariots and of horses, the sound of a great army, so that they said to one another, “Behold, the king of Israel has hired against us the kings of the Hittites and the kings of Egypt to come against us.”

6 เพราะพระเจ้าได้ทรงกระทำให้กองทัพของคนซีเรียได้ ยินเสียงรถรบ   เสียงม้า   และเสียงกองทัพใหญ่   เขาจึงพูดกันและกันว่า   “ดูเถิด พระราชาแห่งอิสราเอลได้จ้างบรรดา พระราชาแห่งคนฮิตไทต์   และบรรดาพระราชาแห่งอียิปต์มารบเราแล้ว”

7 So they fled away in the twilight and abandoned their tents, their horses, and their donkeys, leaving the camp as it was, and fled for their lives.

7 เขาจึงลุกขึ้นหนีไปในเวลาโพล้เพล้   และทิ้งเต็นท์ ม้า   และลาของเขา ทิ้งเต็นท์ไว้อย่างนั้นเอง   และหนีไปเอาชีวิตรอด

8 And when these lepers came to the edge of the camp, they went into a tent and ate and drank, and they carried off silver and gold and clothing and went and hid them. Then they came back and entered another tent and carried off things from it and went and hid them.

8 และเมื่อคนโรคเรื้อนเหล่านี้มาถึงที่ริมค่าย   เขาก็เข้าไปในเต็นท์หนึ่งกินและดื่ม   และขนเงิน   ทองคำ   และเสื้อผ้าเอาไปซ่อนไว้   แล้วเขาก็กลับมาเข้าไปในอีกเต็นท์หนึ่ง   ขนเอาข้าวของออกไปจากที่นั่นด้วยเอาไปซ่อนไว้  

9 Then they said to one another, “We are not doing right. This day is a day of good news. If we are silent and wait until the morning light, punishment will overtake us. Now therefore come; let us go and tell the king's household.”

9 แล้วเขาพูดกันและกันว่า “เราทำไม่ถูกเสียแล้ว   วันนี้เป็นวันข่าวดี ถ้าเรานิ่งอยู่   และคอยจนแสงอรุณขึ้นโทษจะตกอยู่กับเรา เพราะฉะนั้นมาเถิด   ให้เราไปบอกยังสำนักพระราชวัง”

10 So they came and called to the gatekeepers of the city and told them, “We came to the camp of the Syrians, and behold, there was no one to be seen or heard there, nothing but the horses tied and the donkeys tied and the tents as they were.”

10 เขาจึงเรียกนายประตูเมือง และบอกเรื่องราวแก่เขาว่า   “เรามายังค่ายของคนซีเรีย และดูเถิด   เราไม่เห็นใครและไม่ได้ยินเสียงผู้ใดที่นั่น   มีแต่ม้าผูกอยู่และลาผูกอยู่ และเต็นท์ตั้งอยู่อย่างนั้นเอง”

11 Then the gatekeepers called out, and it was told within the king's household.

11 แล้วนายประตูก็ตะโกนบอกไป   และเขาก็บอกกันไปถึงสำนักพระราชวัง

12 And the king rose in the night and said to his servants, “I will tell you what the Syrians have done to us. They know that we are hungry. Therefore they have gone out of the camp to hide themselves in the open country, thinking, ‘When they come out of the city, we shall take them alive and get into the city.’”

12 พระราชาก็ทรงตื่นบรรทมในกลางคืน   และตรัสกับข้าราชการว่า   “เราจะบอกให้ว่าคนซีเรียเตรียมสู้รบเราอย่างไร   เขาทั้งหลายรู้อยู่ว่าเราหิว   เขาจึงออกไปซ่อนตัวอยู่นอกค่ายที่กลางทุ่งคิดว่า   'เมื่อเขาออกมาจากในเมืองเราจะจับเขาทั้งเป็น   แล้วจะเข้าไปในเมือง' ”

13 And one of his servants said, “Let some men take five of the remaining horses, seeing that those who are left here will fare like the whole multitude of Israel who have already perished. Let us send and see.”

13 และข้าราชการคนหนึ่งทูลว่า   “ขอรับสั่งให้คนเอาม้าที่เหลืออยู่ในเมืองสักห้าตัว   (ดูเถิด บางทีม้าเหล่านั้นจะยังเป็นอยู่อย่างคนอิสราเอล ที่เหลืออยู่ในเมือง   หรือจะเป็นอย่างคนอิสราเอลที่ได้พินาศแล้วก็ช่างเถิด)   ขอให้เราส่งคนไปดู”

14 So they took two horsemen, and the king sent them after the army of the Syrians, saying, “Go and see.”

14 เขาจึงเอารถรบสองคันพร้อมกับม้า   และพระราชาทรงส่งให้ไปติดตามกองทัพของคนซีเรีย ตรัสว่า   “จงไปดู”

15 So they went after them as far as the Jordan, and behold, all the way was littered with garments and equipment that the Syrians had thrown away in their haste. And the messengers returned and told the king.

15 เขาทั้งหลายจึงติดตามไปจนถึงแม่น้ำจอร์แดน และนี่แน่ะ   ตลอดทางมีเสื้อผ้าและเครื่องใช้ ซึ่งคนซีเรียทิ้งเมื่อเขารีบหนีไป   ผู้สื่อสารก็กลับมาทูลกษัตริย์  

16 Then the people went out and plundered the camp of the Syrians. So a seah of fine flour was sold for a shekel, and two seahs of barley for a shekel, according to the word of the LORD.

16 แล้วประชาชนก็ยกออกไปปล้นค่ายของคนซีเรีย   ยอดแป้งจึงขายกันถังละเชเขล   และข้าวบารลีสองถังเชเขล   ตามพระวจนะของพระเจ้า

17 Now the king had appointed the captain on whose hand he leaned to have charge of the gate. And the people trampled him in the gate, so that he died, as the man of God had said when the king came down to him.

17 ฝ่ายพระราชาทรงแต่งตั้งนายทหารคน สนิทให้เป็นนายประตู   และประชาชนก็เหยียบไปบนเขาตรงประตู   เขาจึงสิ้นชีวิตตามซึ่งคนแห่งพระเจ้าได้กล่าวไว้ในวัน เมื่อพระราชาเสด็จลงมาหาท่าน

18 For when the man of God had said to the king, “Two seahs of barley shall be sold for a shekel, and a seah of fine flour for a shekel, about this time tomorrow in the gate of Samaria,”

18 และเป็นไปตามที่คนแห่งพระเจ้าได้ทูลพระราชาว่า   “ข้าวบารลีสองถังขายหนึ่งเชเขล   และยอดแป้งหนึ่งถังหนึ่งเชเขล   ประมาณเวลานี้ในวันพรุ่งนี้ที่ประตูเมืองสะมาเรีย”

19 the captain had answered the man of God, “If the LORD himself should make windows in heaven, could such a thing be?” And he had said, “You shall see it with your own eyes, but you shall not eat of it.”

19 และนายทหารคนสนิทก็ได้ตอบคนแห่งพระเจ้าว่า   “ถ้าแม้พระเจ้าทรงสร้างหน้าต่างในฟ้าสวรรค์   สิ่งนี้จะเป็นขึ้นได้หรือ”   และท่านได้ตอบว่า “ท่านจะเห็นกับตาของท่านเอง     แต่จะไม่ได้กิน”

20 And so it happened to him, for the people trampled him in the gate and he died.

20 และอยู่มาก็บังเกิดเป็นดังนั้นแก่เขา   เพราะประชาชนเหยียบไปบนเขาที่ประตู เมืองและเขาก็ได้สิ้นชีวิต

 

2 Kings Chapter 7