Thursday, October 15, 2015

 

2 Kings 10 Jehu Slaughters Ahab's Descendants

2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 10 เยฮูได้ฆ่าลูกหลานเชื้อวงศ์ของอาหับ

1 Now Ahab had seventy sons in Samaria. So Jehu wrote letters and sent them to Samaria, to the rulers of the city, to the elders, and to the guardians of the sons of Ahab, saying,

1 ฝ่ายอาหับมีโอรสเจ็ดสิบองค์ในสะมาเรีย   เยฮูจึงทรงพระอักษรส่งไปยังสะมาเรีย   ถึงบรรดาผู้ปกครองเมืองยิสเรเอลนั้นถึงพวกผู้ใหญ่   และถึงบรรดาพี่เลี้ยงแห่งโอรสของอาหับว่า

2 “Now then, as soon as this letter comes to you, seeing your master's sons are with you, and there are with you chariots and horses, fortified cities also, and weapons,

2 “เพราะบรรดาโอรสของนายของท่านอยู่กับท่าน   และท่านมีรถรบและม้า   และเมืองที่มีป้อมด้วย   และอาวุธ   พอจดหมายนี้มาถึงท่าน

3 select the best and fittest of your master's sons and set him on his father's throne and fight for your master's house.”

3 จงคัดเลือกโอรสนายของท่านองค์ที่ดีที่สุด   และเหมาะสมที่สุด   จงตั้งท่านไว้บนพระที่นั่งของพระชนกของท่าน   และจงสู้รบเพื่อราชวงศ์นายของท่าน”

4 But they were exceedingly afraid and said, “Behold, the two kings could not stand before him. How then can we stand?”

4 แต่เขาทั้งหลายกลัวอย่างที่สุด   และพูดว่า   “ดูเถิด   พระราชาสองพระองค์ยังต้านทานพระองค์ไม่ได้แล้ว   เราจะต่อสู้พระองค์ได้อย่างไร”

5 So he who was over the palace, and he who was over the city, together with the elders and the guardians, sent to Jehu, saying, “We are your servants, and we will do all that you tell us. We will not make anyone king. Do whatever is good in your eyes.”

5 ฉะนั้นผู้ที่บังคับบัญชาพระราชวัง   และผู้ที่บังคับบัญชาบ้านเมืองพร้อมพวกผู้ใหญ่และ พวกพี่เลี้ยงใช้ให้ไปทูลเยฮูว่า   “ข้าพระบาททั้งหลายเป็นผู้รับใช้ของฝ่าพระบาท   และข้าพระบาทจะกระทำทุกอย่างที่พระองค์ ตรัสสั่งแก่ข้าพระบาท   ข้าพระบาทจะไม่ตั้งผู้หนึ่งผู้ใดไว้เป็นกษัตริย์   ขอทรงกระทำตามที่พอแก่พระเนตรพระกรรณของพระองค์ เถิด”

6 Then he wrote to them a second letter, saying, “If you are on my side, and if you are ready to obey me, take the heads of your master's sons and come to me at Jezreel tomorrow at this time.” Now the king's sons, seventy persons, were with the great men of the city, who were bringing them up.

6 แล้วพระองค์ทรงมีลายพระหัตถ์ไปถึงเขาฉบับที่สองว่า   “ถ้าท่านทั้งหลายอยู่ฝ่ายเรา   และถ้าท่านพร้อมที่จะเชื่อฟังเรา   จงนำศีรษะของบรรดาโอรสนายของท่านมาหา เราที่ยิสเรเอลพรุ่งนี้เวลานี้”   ฝ่ายโอรสของพระราชาเจ็ดสิบพระองค์ด้วยกัน   อยู่กับคนใหญ่คนโตในเมือง   ผู้ซึ่งได้ชุบเลี้ยงท่านทั้งหลายมา

7 And as soon as the letter came to them, they took the king's sons and slaughtered them, seventy persons, and put their heads in baskets and sent them to him at Jezreel.

7 และอยู่มาเมื่อลายพระหัตถ์มาถึงเขาทั้งหลาย   เขาก็จับโอรสของพระราชาฆ่าเสียเจ็ดสิบองค์ด้วยกัน   เอาศีรษะใส่ตะกร้าส่งไปยังพระองค์ที่ยิสเรเอล

10 Know then that there shall fall to the earth nothing of the word of the LORD, which the LORD spoke concerning the house of Ahab, for the LORD has done what he said by his servant Elijah.”

10 จงทราบเถิดว่า พระวจนะของพระเจ้า   ซึ่งพระเจ้าตรัสเกี่ยวกับราชวงศ์ของอาหับ   จะไม่ตกดินแต่อย่างไรเลย   เพราะพระเจ้าทรงกระทำตามที่พระองค์ตรัสโดยเอลียาห์ ผู้รับใช้ของพระองค์”

11 So Jehu struck down all who remained of the house of Ahab in Jezreel, all his great men and his close friends and his priests, until he left him none remaining.

11 เยฮูทรงประหารราชวงศ์ของอาหับที่เหลืออยู่ ในยิสเรเอลคนใหญ่คนโตทุกคนของพระองค์   และสหายสนิทของพระองค์และปุโรหิตของพระองค์ดังนี้ แหละไม่เหลือไว้สักคนเดียวเลย  

12 Then he set out and went to Samaria. On the way, when he was at Beth-eked of the Shepherds,

12 แล้วพระองค์ก็ทรงลุกขึ้นเสด็จออกไปยังสะมาเรีย   เมื่อพระองค์ประทับที่เบธเอเขดหมู่บ้านของผู้เลี้ยงแกะ ตามทางที่เสด็จ

13 Jehu met the relatives of Ahaziah king of Judah, and he said, “Who are you?” And they answered, “We are the relatives of Ahaziah, and we came down to visit the royal princes and the sons of the queen mother.”

13 เยฮูทรงพบพระญาติของอาหัสยาห์พระราชาแห่งยูดาห์   และพระองค์ตรัสถามว่า   “ท่านทั้งหลายคือใคร”   และเขาทั้งหลายทูลตอบว่า   “ข้าพเจ้าทั้งหลายคือญาติของอาหัสยาห์   และข้าพเจ้าทั้งหลายลงมาเยี่ยมบรรดา ราชโอรสและโอรสของราชมารดา”

14 He said, “Take them alive.” And they took them alive and slaughtered them at the pit of Beth-eked, forty-two persons, and he spared none of them.

14 พระองค์รับสั่งว่า   “จับเขาทั้งเป็น”   เขาทั้งหลายก็จับเขาทั้งเป็น   และประหารเขาเสียที่บ่อเบธเอเขดสี่สิบสองคนด้วยกัน   ไม่เหลือไว้สักคนเดียว  

17 And when he came to Samaria, he struck down all who remained to Ahab in Samaria, till he had wiped them out, according to the word of the LORD that he spoke to Elijah.

17 และเมื่อพระองค์มาถึงสะมาเรีย   พระองค์ทรงประหารคนทั้งปวงที่ เป็นราชวงศ์ของอาหับที่เหลืออยู่ในสะมาเรียเสีย   จนพระองค์ทรงทำลายอาหับเสียสิ้น   ตามพระวจนะของพระเจ้าซึ่งพระองค์ตรัสกับเอลียาห์

Jehu Strikes Down the Prophets of Baal

เยฮูกวาดล้างผู้พยากรณ์ของพระบาอัล

19 Now therefore call to me all the prophets of Baal, all his worshipers and all his priests. Let none be missing, for I have a great sacrifice to offer to Baal. Whoever is missing shall not live.” But Jehu did it with cunning in order to destroy the worshipers of Baal.

19 ฉะนั้นจงเรียกผู้เผยพระวจนะของพระบาอัลมาให้หมด   ทั้งบรรดาผู้นมัสการและปุโรหิตของท่านอย่าให้ผู้ใด ขาดไปเลย   เพราะเราจะมีสัตวบูชาอย่างใหญ่โตที่จะถวายแก่พระบาอัล   ผู้ใดขาดจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้”   แต่เยฮูทรงกระทำเป็น อุบายเพื่อจะทำลายผู้เคารพนมัสการพระบาอัล

20 And Jehu ordered, “Sanctify a solemn assembly for Baal.” So they proclaimed it.

20 และเยฮูตรัสสั่งว่า   “จงจัดพิธีประชุมนมัสการพระบาอัล”   เขาก็ป่าวร้องเรียกประชุมเช่นนั้น

21 And Jehu sent throughout all Israel, and all the worshipers of Baal came, so that there was not a man left who did not come. And they entered the house of Baal, and the house of Baal was filled from one end to the other.

21 และเยฮูทรงใช้ให้ไปทั่วอิสราเอล   และผู้นมัสการพระบาอัลก็มาทั้งหมด   จึงไม่มีเหลือสักคนหนึ่งที่ไม่ได้มา   และเขาทั้งหลายก็เข้าไปในนิเวศของพระบาอัล   และนิเวศของพระบาอัลก็เต็มแน่น

22 He said to him who was in charge of the wardrobe, “Bring out the vestments for all the worshipers of Baal.” So he brought out the vestments for them.

22 พระองค์ตรัสสั่งผู้ที่ดูแลตู้เสื้อว่า   “จงเอาเสื้อสำหรับนมัสการพระบาอัลออกมา”   เขาก็เอาเสื้อออกมาให้เขาทั้งหลาย

23 Then Jehu went into the house of Baal with Jehonadab the son of Rechab, and he said to the worshipers of Baal, “Search, and see that there is no servant of the LORD here among you, but only the worshipers of Baal.”

23 แล้วเยฮูเสด็จเข้าไปในนิเวศของพระบาอัล   พร้อมกับเยโฮนาดับบุตรเรคาบ   พระองค์ตรัสกับผู้นมัสการพระบาอัลว่า   “จงค้นดู   ดูให้ดีว่าไม่มีผู้รับใช้ของพระเยโฮวาห์อยู่ในหมู่พวกท่าน   ให้มีแต่ผู้นมัสการพระบาอัลเท่านั้น”

24 Then they went in to offer sacrifices and burnt offerings.  Now Jehu had stationed eighty men outside and said, “The man who allows any of those whom I give into your hands to escape shall forfeit his life.”

24 แล้วเขาทั้งหลายเข้าไปถวายเครื่อง สัตวบูชาและเครื่องเผาบูชา   เยฮูทรงวางคนแปดสิบคนไว้ภายนอกและตรัสว่า   “ชายคนใดที่ปล่อยให้คนหนึ่งคนใดซึ่งเรามอบ ไว้ในมือเจ้าหนีรอดไปได้   เขาต้องเสียชีวิตของเขาแทน”

25 So as soon as he had made an end of offering the burnt offering, Jehu said to the guard and to the officers, “Go in and strike them down; let not a man escape.” So when they put them to the sword, the guard and the officers cast them out and went into the inner room of the house of Baal,

25 และอยู่มาเมื่อพระองค์เสร็จการถวายเครื่องเผาบูชา   เยฮูรับสั่งแก่ทหารรักษาพระองค์และพวกนายทหารว่า   “จงเข้าไปฆ่าเขาเสีย อย่าให้รอดสักคนเดียว”   เมื่อเขาฆ่าเขาทั้งหลายเสียด้วยคมดาบแล้ว   ทหารรักษาพระองค์และพวกนายทหารก็โยน ศพเขาทั้งหลายออกไปข้างนอก   แล้วก็เข้าไปที่แท่นบูชาในนิเวศพระบาอัล

26 and they brought out the pillar that was in the house of Baal and burned it.

26 เขานำเอาเสาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งอยู่ในนิเวศของ พระบาอัลออกมาเผาเสีย

27 And they demolished the pillar of Baal, and demolished the house of Baal, and made it a latrine to this day.

27 และเขาทั้งหลายทลายเสาศักดิ์สิทธิ์แห่งพระบาอัล   และทลายนิเวศของพระบาอัล   และกระทำให้เป็นส้วมจนทุกวันนี้  

Jehu Reigns in Israel

เยฮูทรงขึ้นครองเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล

28 Thus Jehu wiped out Baal from Israel.

28 เยฮูทรงกวาดล้างพระบาอัลจากอิสราเอลดังนี้แหละ

29 But Jehu did not turn aside from the sins of Jeroboam the son of Nebat, which he made Israel to sin—that is, the golden calves that were in Bethel and in Dan.

29 แต่เยฮูมิได้ทรงหันจากบาปของเยโรโบอัมบุตรเนบัท   ซึ่งพระองค์ทรงกระทำให้อิสราเอลทำด้วย   คือโคทองคำซึ่งอยู่ในเมืองเบธเอลและในเมืองดาน

30 And the LORD said to Jehu, “Because you have done well in carrying out what is right in my eyes, and have done to the house of Ahab according to all that was in my heart, your sons of the fourth generation shall sit on the throne of Israel.”

30 และพระเจ้าตรัสกับเยฮูว่า   “เพราะเจ้าได้ทำดีในการที่กระทำ สิ่งที่ชอบในสายตาของเรา   และได้กระทำต่อราชวงศ์ อาหับตามทุกอย่างที่อยู่ในใจของเรา   เชื้อสายของเจ้าจนชั่วชีวิตที่สี่จะได้ นั่งบนพระที่นั่งของอิสราเอล”

34 Now the rest of the acts of Jehu and all that he did, and all his might, are they not written in the Book of the Chronicles of the Kings of Israel?

34 ส่วนพระราชกิจนอกนั้นของเยฮู   และบรรดาสิ่งซึ่งพระองค์ทรงกระทำ   และยุทธพลังทั้งสิ้นของพระองค์   มิได้บันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารแห่งพระราชา ประเทศอิสราเอลหรือ

35 So Jehu slept with his fathers, and they buried him in Samaria. And Jehoahaz his son reigned in his place.

35 เยฮูจึงทรงล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของพระองค์   และเขาก็ฝังไว้ในกรุงสะมาเรีย   และเยโฮอาหาสโอรสของพระองค์ได้เสวยราชย์แทนพระองค์

36 The time that Jehu reigned over Israel in Samaria was twenty-eight years.

36 เวลาที่เยฮูทรงครอบครองเหนืออิสราเอลใน สะมาเรียนั้นเป็นยี่สิบแปดปี

Chapter 11 Athaliah Reigns in Judah

บทที่ 11 พระนางอาธาลิยาทรงขึ้นครองยูดาห์

1 Now when Athaliah the mother of Ahaziah saw that her son was dead, she arose and destroyed all the royal family.

1 เมื่ออาธาลิยาห์พระมารดาของอาหัสยาห์ ทรงเห็นว่าโอรสของพระนางสิ้นพระชนม์   พระนางก็ลุกขึ้นทรงทำลายเชื้อพระวงศ์เสียสิ้น

2 But Jehosheba, the daughter of King Joram, sister of Ahaziah, took Joash the son of Ahaziah and stole him away from among the king's sons who were being put to death, and she put him and his nurse in a bedroom. Thus they hid him from Athaliah, so that he was not put to death.

2 แต่เยโฮเชบาธิดาของกษัตริย์โยรัม   พระน้องนางของอาหัสยาห์ได้นำโยอาชโอรสของอาหัสยาห์   และลอบลักเธอไปจากท่ามกลางโอรสของพระราชา   ผู้ซึ่งจะถูกประหารชีวิต   และพระนางเก็บเธอและพี่เลี้ยงของเธอไว้ในห้องเก็บที่นอน   พระนางซ่อนเธอเสียจากอาธาลิยาห์ดังนี้แหละ   เธอจึงมิได้ถูกประหารชีวิต

3 And he remained with her six years, hidden in the house of the LORD, while Athaliah reigned over the land.

3 และเธออยู่กับพระนางหกปีซ่อน อยู่ในพระนิเวศของพระเจ้า   และอาธาลิยาห์ก็ครอบครองแผ่นดิน  

Joash Anointed King in Judah

โยอาชขึ้นครองเป็นมหากษัตริย์ของยูดาห์

4 But in the seventh year Jehoiada sent and brought the captains of the Carites and of the guards, and had them come to him in the house of the LORD. And he made a covenant with them and put them under oath in the house of the LORD, and he showed them the king's son.

4 แต่ในปีที่เจ็ด   เยโฮยาดาได้ใช้ให้บรรดานายทัพนายกองของคนคารี และของพวกทหาร รักษาพระองค์   ให้เขาทั้งหลายมาหาท่านที่ในพระนิเวศของพระเจ้า   และท่านได้ทำพันธสัญญากับเขาทั้งหลาย   และให้เขาสาบานในพระนิเวศของพระเจ้า   และท่านได้นำโอรสของพระราชามาให้เขาเห็น

12 Then he brought out the king's son and put the crown on him and gave him the testimony. And they proclaimed him king and anointed him, and they clapped their hands and said, “Long live the king!”

12 แล้วท่านก็นำโอรสของพระราชาออกมาสวมมงกุฎให้   และมอบพระโอวาทให้และเขาทั้งหลายตั้งท่านไว้เป็นกษัตริย์   และได้เจิมท่านและเขาทั้งหลายก็ตบมือ พูดว่า   “ขอพระราชาทรงพระเจริญ”  

13 When Athaliah heard the noise of the guard and of the people, she went into the house of the LORD to the people.

13 เมื่ออาธาลิยาห์ทรงสดับเสียงทหารรักษาพระองค์และ เสียงประชาชน   พระนางก็เสด็จเข้าไปหาประชาชนที่พระนิเวศของพระเจ้า

14 And when she looked, there was the king standing by the pillar, according to the custom, and the captains and the trumpeters beside the king, and all the people of the land rejoicing and blowing trumpets. And Athaliah tore her clothes and cried, “Treason! Treason!”

14 และเมื่อพระนางทอดพระเนตร   ก็แลเห็นพระราชาประทับยืนอยู่ที่ข้างเสา   ตามธรรมเนียมประเพณีมีนายทัพนายกองและ พลแตรอยู่ข้างพระราชา   และราษฎรทั้งสิ้นก็ร่าเริงและเป่าเขาสัตว์   พระนางอาธาลิยาห์ก็ฉีกฉลองพระองค์ทรงร้องว่า “กบฏ กบฏ”

15 Then Jehoiada the priest commanded the captains who were set over the army, “Bring her out between the ranks, and put to death with the sword anyone who follows her.” For the priest said, “Let her not be put to death in the house of the LORD.”

15 แล้วเยโฮยาดาปุโรหิตก็บัญชานายทัพนายกองทั้งปวง   ผู้ที่ได้ตั้งให้ควบคุมกองทัพว่า   “จงคุมพระนางออกมาระหว่างแถวทหาร   ผู้ใดติดตามพระนางไปก็จงประหารเสียด้วยดาบ”   เพราะปุโรหิตกล่าวว่า   “อย่าให้พระนางถูกประหารในพระนิเวศของพระเจ้า”

16 So they laid hands on her; and she went through the horses' entrance to the king's house, and there she was put to death.

16 เขาทั้งหลายจึงจับพระนาง   และพระนางก็ไปตามทางที่ม้าเข้าพระราชวัง   และถูกประหารเสียที่นั่น  

17 And Jehoiada made a covenant between the LORD and the king and people, that they should be the LORD's people, and also between the king and the people.

17 และเยโฮยาดาได้กระทำพันธสัญญาระหว่างพระเจ้า และพระราชา   และประชากรว่าให้เขาเป็นประชากรของพระเจ้า   และระหว่างพระราชากับประชากรด้วย

18 Then all the people of the land went to the house of Baal and tore it down; his altars and his images they broke in pieces, and they killed Mattan the priest of Baal before the altars. And the priest posted watchmen over the house of the LORD.

18 แล้วประชากรทั้งสิ้นแห่งแผ่นดิน ก็เข้าไปในนิเวศของพระบาอัล   และพังนิเวศเสีย   เขาทำลายแท่นบูชาและรูปเคารพของพระบาอัลเสียเป็นชิ้นๆ   และได้ประหารชีวิตมัทตานปุโรหิตของพระบาอัลเสียที่ หน้าแท่นบูชา   และปุโรหิตก็วางยามไว้ดูแลพระนิเวศของพระเจ้า

19 And he took the captains, the Carites, the guards, and all the people of the land, and they brought the king down from the house of the LORD, marching through the gate of the guards to the king's house. And he took his seat on the throne of the kings.

19 และท่านได้นำนายทัพนายกองคนคารีทหารรักษาพระองค์   และราษฎรทั้งสิ้น   และเขาทั้งหลายได้นำพระราชาลงมาจากพระนิเวศ ของพระเจ้า   ไปตามทางประตูทหารรักษาพระองค์ไปถึงพระราชวัง   และพระองค์ก็เสด็จประทับบนพระที่นั่งของพระราชา

20 So all the people of the land rejoiced, and the city was quiet after Athaliah had been put to death with the sword at the king's house.

20 ราษฎรทุกคนจึงร่าเริง และบ้านเมืองก็สงบเงียบ   และอาธาลิยาห์ทรงถูกประหารด้วยดาบแล้วที่พระราชวัง

Jehoash Reigns in Judah

เยโฮอาชทรงครองแผ่นดินยูดาห์

21 Jehoash was seven years old when he began to reign.

21 เมื่อโยอาช ได้เริ่มครอบครองนั้นมีพระชนมายุเจ็ดพรรษา


 

2 Kings Chapter 10