Friday, October 16, 2015

 

2 Kings 12 Jehoash Reigns in Judah

2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 12เยโฮอาชแผ่นดินในยูดาห์

21 Jehoash was seven years old when he began to reign.

21 เมื่อโยอาช ได้เริ่มครอบครองนั้นมีพระชนมายุเจ็ดพรรษา

1 In the seventh year of Jehu, Jehoash began to reign, and he reigned forty years in Jerusalem. His mother's name was Zibiah of Beersheba.

1 ในปีที่เจ็ดแห่งรัชกาลเยฮู   โยอาชได้เริ่มครอบครอง   และพระองค์ทรงปกครองในกรุงเยรูซาเล็มสี่สิบปี   พระมารดาของพระองค์ทรงพระนามว่าศิบียาห์ชาว เบเออร์เชบา

2 And Jehoash did what was right in the eyes of the LORD all his days, because Jehoiada the priest instructed him.

2 และโยอาช ทรงกระทำสิ่งที่ชอบในสายพระเนตรพระเจ้า   ตลอดเวลาของพระองค์ที่เยโฮยาดาปุโรหิตได้สั่งสอน แนะนำพระองค์

3 Nevertheless, the high places were not taken away; the people continued to sacrifice and make offerings on the high places.

3 ถึงกระนั้นเขาก็ยังมิได้รื้อปูชนียสถานสูงเอาไป   ประชาชนยังคงถวายสัตวบูชา   และเผาเครื่องหอมในปูชนียสถานสูงเหล่านั้น  

Jehoash Repairs the Temple

เยโฮอาชซ่อมแซมพระวิหาร

4 Jehoash said to the priests, “All the money of the holy things that is brought into the house of the LORD, the money for which each man is assessed—the money from the assessment of persons—and the money that a man's heart prompts him to bring into the house of the LORD,

4 โยอาชตรัสกับพวกปุโรหิตว่า   “เงินอันเป็นของถวายที่บริสุทธิ์ทั้งสิ้น   ซึ่งเขานำมาในพระนิเวศของพระเจ้า   เงินที่เรียกจากรายบุคคล   คือเงินที่กำหนดให้เสียตามรายบุคคล   และเงินซึ่งประชาชนถวายด้วยความสมัครใจ   ที่จะนำมาไว้ในพระนิเวศของพระเจ้า

5 let the priests take, each from his donor, and let them repair the house wherever any need of repairs is discovered.”

5 ให้ปุโรหิตรับเงินนั้นจากหมู่คนที่รู้จักกัน   ให้เขาซ่อมพระนิเวศตรงที่ที่เขาเห็นว่าต้องการซ่อมแซม”  

6 But by the twenty-third year of King Jehoash, the priests had made no repairs on the house.

6 แต่เมื่อถึงปีที่ยี่สิบสามแห่งรัชกาลพระราชาโยอาช   ปรากฏว่า   ปุโรหิตมิได้ทำการซ่อมแซมพระนิเวศ

7 Therefore King Jehoash summoned Jehoiada the priest and the other priests and said to them, “Why are you not repairing the house? Now therefore take no more money from your donors, but hand it over for the repair of the house.”

7 เพราะฉะนั้น พระราชาโยอาชจึงตรัสเรียกเยโฮยาดา   และปุโรหิตอื่นๆ   และตรัสกับเขาว่า   “ไฉนท่านจึงมิได้ซ่อมแซมพระนิเวศ   เพราะฉะนั้นอย่าเก็บเงินจากคนที่ท่านรู้จักอีกต่อไปเลย   แต่ให้ส่งไปเพื่อการซ่อมแซมพระนิเวศ”

8 So the priests agreed that they should take no more money from the people, and that they should not repair the house.

8 ปุโรหิตจึงตกลงว่าจะไม่รับเงินจากประชาชนอีก   และเขาไม่ต้องทำการซ่อมแซมพระนิเวศ  

9 Then Jehoiada the priest took a chest and bored a hole in the lid of it and set it beside the altar on the right side as one entered the house of the LORD. And the priests who guarded the threshold put in it all the money that was brought into the house of the LORD.

9 แล้วเยโฮยาดาปุโรหิต   นำหีบมาใบหนึ่ง   เจาะรูหนึ่งที่ฝาหีบนั้น   และตั้งไว้ที่ข้างๆแท่นบูชาด้านขวา   เมื่อเข้าไปในพระนิเวศของพระเจ้า   และปุโรหิตผู้ที่เฝ้าอยู่ที่ธรณีประตู   ก็นำเงินซึ่งเขานำมาในพระนิเวศของพระเจ้า ใส่ไว้ในหีบนั้น

10 And whenever they saw that there was much money in the chest, the king's secretary and the high priest came up and they bagged and counted the money that was found in the house of the LORD.

10 และเมื่อเขาเห็นว่ามีเงินในหีบมากแล้ว   ราชเลขา   และมหาปุโรหิตจะมานับเงิน   และเอาเงินที่เขาพบในพระนิเวศของพระเจ้านั้นใส่ถุงมัดไว้

11 Then they would give the money that was weighed out into the hands of the workmen who had the oversight of the house of the LORD. And they paid it out to the carpenters and the builders who worked on the house of the LORD,

11 แล้วเขาจะมอบเงินที่ชั่งออกแล้วนั้นใส่มือของ คนงานผู้ดูแลพระนิเวศของพระเจ้า   แล้วเขาจะจ่ายต่อให้แก่ช่างไม้และช่างก่อสร้าง   ผู้ทำงานพระนิเวศของพระเจ้า

12 and to the masons and the stonecutters, as well as to buy timber and quarried stone for making repairs on the house of the LORD, and for any outlay for the repairs of the house.

12 และให้แก่ช่างก่อ และช่างสกัดหิน ทั้งจ่ายซื้อตัวไม้   และหินสกัดที่ใช้ในการซ่อมแซมพระนิเวศของพระเจ้า   และเพื่อค่าใช้จ่ายใดๆ   ในงานซ่อมแซมพระนิเวศของพระเจ้า

13 But there were not made for the house of the LORD basins of silver, snuffers, bowls, trumpets, or any vessels of gold, or of silver, from the money that was brought into the house of the LORD,

13 แต่ว่าเงินที่นำมาถวายในพระนิเวศของพระเจ้านั้น   มิได้นำไปใช้ในการทำถ้วยเงิน   ตะไกรตัดใส้ตะเกียง ชาม แตร   หรือภาชนะทองคำใดๆ หรือภาชนะเงิน

14 for that was given to the workmen who were repairing the house of the LORD with it.

14 เพราะเงินนั้นเขาให้แก่คนงานซึ่ง ทำงานซ่อมพระนิเวศของพระเจ้า

15 And they did not ask an accounting from the men into whose hand they delivered the money to pay out to the workmen, for they dealt honestly.

15 และเขามิได้ขอบัญชีจากคนที่ เขามอบเงินใส่ในมือให้เอาไปจ่ายแก่คนงาน   เพราะว่าเขาปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์

16 The money from the guilt offerings and the money from the sin offerings was not brought into the house of the LORD; it belonged to the priests.

16 เงินที่ได้จากการไถ่ความผิด   และเงินที่ได้จากการไถ่บาป   มิได้นำมาไว้ในพระนิเวศของพระเจ้า   เงินนั้นเป็นของปุโรหิต  

17 At that time Hazael king of Syria went up and fought against Gath and took it. But when Hazael set his face to go up against Jerusalem,

17 แล้วคราวนั้นฮาซาเอลพระราชาแห่งซีเรียได้ยกขึ้น ไปสู้รบกับเมืองกัทและยึดเมืองนั้นได้   แต่เมื่อฮาซาเอลมุ่งพระพักตร์จะไปตีกรุงเยรูซาเล็ม

18 Jehoash king of Judah took all the sacred gifts that Jehoshaphat and Jehoram and Ahaziah his fathers, the kings of Judah, had dedicated, and his own sacred gifts, and all the gold that was found in the treasuries of the house of the LORD and of the king's house, and sent these to Hazael king of Syria. Then Hazael went away from Jerusalem.

18 เยโฮอาชพระราชาแห่งยูดาห์ทรงนำเอาของสิ่งบูชาทั้งหมดที่เยโฮชาฟัทและโยรัม   และอาหัสยาห์บรรพบุรุษของพระองค์ถวายไว้นั้น   และของสิ่งบูชาของพระองค์เอง   และทองคำทั้งหมดที่พบในคลังพระนิเวศของพระเจ้า   และของสำนักพระราชวัง   และส่งสิ่งเหล่านี้ไปกำนัลฮาซาเอลพระราชาแห่งซีเรีย   แล้วฮาซาเอลก็ถอยทัพจากกรุงเยรูซาเล็ม  

The Death of Joash

ความตายของโยอาช

19 Now the rest of the acts of Joash and all that he did, are they not written in the Book of the Chronicles of the Kings of Judah?

19 ส่วนพระราชกิจนอกนั้นของโยอาช   และบรรดาสิ่งซึ่งพระองค์ทรงกระทำ   มิได้บันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารแห่งพระราชาประเทศ ยูดาห์หรือ

20 His servants arose and made a conspiracy and struck down Joash in the house of Millo, on the way that goes down to Silla.

20 ข้าราชการของพระองค์ลุกขึ้นกระทำการทรยศและ ประหารโยอาชเสียในวังมิลโล   ตามทางที่ลงไปยังสิลลา

21 It was Jozacar the son of Shimeath and Jehozabad the son of Shomer, his servants, who struck him down, so that he died. And they buried him with his fathers in the city of David, and Amaziah his son reigned in his place.

21 คือโยซาคาร์บุตรชิเมอัท   และเยโฮซาบาดบุตรโชเมอร์   ข้าราชการของพระองค์ได้ประหารพระองค์   พระองค์จึงสิ้นพระชนม์   และเขาฝังไว้กับบรรพบุรุษของพระองค์ในนครดาวิด   และอามาซิยาห์โอรสของพระองค์ได้ขึ้นครองแทน

2 Kings 13 Jehoahaz Reigns in Israel

2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 13 เยโฮอาหารัชกาลในอิสราเอล

1 In the twenty-third year of Joash the son of Ahaziah, king of Judah, Jehoahaz the son of Jehu began to reign over Israel in Samaria, and he reigned seventeen years.

1 ในปีที่ยี่สิบสามแห่งรัชกาล โยอาชโอรสของอาหัสยาห์พระราชาแห่งยูดาห์   เยโฮอาหาสโอรสของเยฮู ได้เริ่มครอบครองเหนืออิสราเอลในสะมาเรีย   และทรงครอบครองอยู่สิบเจ็ดปี

2 He did what was evil in the sight of the LORD and followed the sins of Jeroboam the son of Nebat, which he made Israel to sin; he did not depart from them.

2 พระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ชั่วช้าในสายพระเนตรพระเจ้า   และกระทำตามบาปของเยโรโบอัมบุตรเนบัท   ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำให้อิสราเอลทำด้วย   พระองค์หาได้พรากจากสิ่งเหล่านั้นไม่

3 And the anger of the LORD was kindled against Israel, and he gave them continually into the hand of Hazael king of Syria and into the hand of Ben-hadad the son of Hazael.

3 และพระพิโรธของพระเจ้าก็พลุ่งขึ้นต่ออิสราเอล   และพระองค์ทรงมอบเขาทั้งหลายไว้ในมือของฮาซาเอล   และในมือของเบนฮาดัดโอรสของฮาซาเอลเนืองๆ

4 Then Jehoahaz sought the favor of the LORD, and the LORD listened to him, for he saw the oppression of Israel, how the king of Syria oppressed them.

4 แล้วเยโฮอาหาสได้วิงวอนพระเจ้า   และพระเจ้าทรงฟังท่าน   เพราะพระองค์ทรงเห็นการบีบบังคับอิสราเอล   คือที่พระราชาแห่งซีเรียบีบบังคับเขาอย่างไร

5 (Therefore the LORD gave Israel a savior, so that they escaped from the hand of the Syrians, and the people of Israel lived in their homes as formerly.

5 (เพราะฉะนั้น   พระเจ้าทรงประทานผู้ช่วยผู้หนึ่งแก่อิสราเอล   เขาจึงรอดพ้นจากมือคนซีเรียและประชาชน อิสราเอลก็อาศัยอยู่ในบ้านเขาอย่างเดิม

6 Nevertheless, they did not depart from the sins of the house of Jeroboam, which he made Israel to sin, but walked in them; and the Asherah also remained in Samaria.)

6 ถึงกระนั้นเขาก็มิได้พรากจากบาปของ ราชวงศ์เยโรโบอัม   ซึ่งพระองค์ทรงกระทำให้อิสราเอลทำด้วย   แต่ทรงดำเนินในบาปนั้น   และอาเชราห์ก็ยังคงอยู่ในสะมาเรียด้วย)

7 For there was not left to Jehoahaz an army of more than fifty horsemen and ten chariots and ten thousand footmen, for the king of Syria had destroyed them and made them like the dust at threshing.

7 เพราะมิได้เหลือกองทัพไว้ให้เยโฮอาหาส เกินกว่าทหารม้าห้าสิบคน   และรถรบสิบคันและทหารราบหนึ่งหมื่นคน   เพราะพระราชาแห่งซีเรียได้ทำลายเขาทั้งหลายเสีย   ทำให้เหมือนละอองเวลานวดข้าว

8 Now the rest of the acts of Jehoahaz and all that he did, and his might, are they not written in the Book of the Chronicles of the Kings of Israel?

8 ส่วนพระราชกิจนอกนั้นของเยโฮอาหาส   และบรรดาสิ่งซึ่งพระองค์ทรงกระทำและยุทธพลังของพระองค์   มิได้บันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารแห่งพระราชา ประเทศอิสราเอลหรือ

9 So Jehoahaz slept with his fathers, and they buried him in Samaria, and Joash his son reigned in his place.

9 และเยโฮอาหาสทรงล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษ ของพระองค์   และเขาฝังไว้ในสะมาเรีย   และเยโฮอาชโอรสของพระองค์ขึ้นครองแทนพระองค์

Jehoash Reigns in Israel

เยโฮอาชแผ่นดินในอิสราเอล

10 In the thirty-seventh year of Joash king of Judah, Jehoash the son of Jehoahaz began to reign over Israel in Samaria, and he reigned sixteen years.

10 ในปีที่สามสิบเจ็ดแห่งรัชกาล โยอาชพระราชาแห่งยูดาห์   เยโฮอาชโอรสเยโฮอาหาสได้ เริ่มครอบครองเหนืออิสราเอลในสะมาเรีย   และพระองค์ทรงครอบครองสิบหกปี

11 He also did what was evil in the sight of the LORD. He did not depart from all the sins of Jeroboam the son of Nebat, which he made Israel to sin, but he walked in them.

11 พระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรพระเจ้า   พระองค์มิได้พรากจากบรรดาบาปของเยโรโบอัมบุตรเนบัท   ซึ่งพระองค์ทรงกระทำให้อิสราเอลทำด้วย   แต่พระองค์ทรงดำเนินในบาปนั้น

12 Now the rest of the acts of Joash and all that he did, and the might with which he fought against Amaziah king of Judah, are they not written in the Book of the Chronicles of the Kings of Israel?

12 ส่วนพระราชกิจนอกนั้นของเยโฮอาช   และบรรดาสิ่งซึ่งพระองค์ทรงกระทำและยุทธพลัง   ซึ่งพระองค์ทรงสู้รบกับอามาซิยาห์พระราชาแห่งยูดาห์   มิได้บันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารแห่งพระราชา ประเทศอิสราเอลหรือ

13 So Joash slept with his fathers, and Jeroboam sat on his throne. And Joash was buried in Samaria with the kings of Israel.

13 เยโฮอาชจึงทรงล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของพระองค์   และเยโรโบอัมทรงประทับบนที่นั่งของพระองค์   และเขาฝังพระศพเยโฮอาชไว้ในสะมาเรียกับ พระราชาแห่งอิสราเอล

The Death of Elisha

ความตายของเอลีชา

14 Now when Elisha had fallen sick with the illness of which he was to die, Joash king of Israel went down to him and wept before him, crying, “My father, my father! The chariots of Israel and its horsemen!”

14 เมื่อเอลีชาล้มป่วยด้วยโรคที่ท่านจะต้องสิ้นชีวิต   เยโฮอาชพระราชาแห่งอิสราเอลได้เสด็จลงไปหาท่าน   และกันแสงต่อหน้าท่าน   ตรัสว่า   “บิดาของข้า   บิดาของข้า   ราชรถของอิสราเอล   และพลม้าของประเทศ”

15 And Elisha said to him, “Take a bow and arrows.” So he took a bow and arrows.

15 และเอลีชาทูลพระองค์ว่า   “ขอทรงเอาคันธนูและลูกธนูมา”   พระองค์จึงทรงเอาคันธนูและลูกธนูมา

16 Then he said to the king of Israel, “Draw the bow,” and he drew it. And Elisha laid his hands on the king's hands.

16 แล้วท่านทูลพระราชาแห่งอิสราเอลว่า   “ขอทรงหยิบธนู”   และพระองค์ทรงหยิบมา   และเอลีชาเอามือของตนวางบนพระหัตถ์ของพระราชา

17 And he said, “Open the window eastward,” and he opened it. Then Elisha said, “Shoot,” and he shot. And he said, “The LORD's arrow of victory, the arrow of victory over Syria! For you shall fight the Syrians in Aphek until you have made an end of them.”

17 และท่านทูลว่า   “ขอทรงเปิดหน้าต่างด้านตะวันออก”   และพระองค์ทรงเปิดแล้ว  เอลีชาทูลว่า   “ขอทรงยิง”   และพระองค์ก็ทรงยิงและท่านทูลว่า   “ลูกธนูชัยชนะของพระเจ้า   ลูกธนูชัยชนะเหนือซีเรียเพราะพระองค์จะทรง ต่อสู้กับคนซีเรียที่อาเฟก   จนกว่าพระองค์จะทรงกระทำให้เขาสิ้นไป”

18 And he said, “Take the arrows,” and he took them. And he said to the king of Israel, “Strike the ground with them.” And he struck three times and stopped.

18 และท่านทูลว่า “ขอทรงหยิบลูกธนู”   และพระองค์ทรงหยิบมัน   และท่านทูลพระราชาแห่งอิสราเอลว่า   “เอาลูกธนูตีพื้นดิน”   และพระองค์ทรงตีสามครั้งแล้วทรงหยุดเสีย

19 Then the man of God was angry with him and said, “You should have struck five or six times; then you would have struck down Syria until you had made an end of it, but now you will strike down Syria only three times.”

19 แล้วคนแห่งพระเจ้าก็โกรธพระองค์ และทูลว่า   “พระองค์ควรจะได้ตีสักห้าหรือหกครั้ง   แล้วพระองค์จะได้ตีซีเรียจนกว่าพระองค์จะทรง กระทำให้เขาสิ้นไป   แต่บัดนี้พระองค์จะตีซีเรียได้เพียงสามครั้งเท่านั้น”  

20 So Elisha died, and they buried him. Now bands of Moabites used to invade the land in the spring of the year.

20 และเอลีชาสิ้นชีวิต   เขาก็ฝังไว้ ฝ่ายหมู่คนโมอับเคยปล้นแผ่นดินนั้นในฤดูแล้ง

21 And as a man was being buried, behold, a marauding band was seen and the man was thrown into the grave of Elisha, and as soon as the man touched the bones of Elisha, he revived and stood on his feet.

21 ครั้งหนึ่ง เมื่อเขากำลังส่งศพคนหนึ่งไป   นี่แน่ะ   เขาเห็นโจรหมู่หนึ่ง   เขาจึงโยนศพชายคนนั้นลงไปในอุโมงค์ของเอลีชา   พอศพชายคนนั้นแตะต้องกระดูกของเอลีชา   เขาก็คืนชีวิตลุกขึ้นยืน  

22 Now Hazael king of Syria oppressed Israel all the days of Jehoahaz.

22 ฝ่ายฮาซาเอล   พระราชาแห่งซีเรียได้บีบบังคับคน อิสราเอลอยู่ตลอดรัชกาลของเยโฮอาหาส

23 But the LORD was gracious to them and had compassion on them, and he turned toward them, because of his covenant with Abraham, Isaac, and Jacob, and would not destroy them, nor has he cast them from his presence until now.

23 แต่พระเจ้าทรงพระกรุณาต่อเขา   และทรงเมตตาเขา   และพระองค์ทรงหันมาทางเขาเพราะพันธสัญญา ของพระองค์กับอับราฮัม   อิสอัค  และยาโคบ  และจะไม่ทรงทำลายเขา   หรือทอดทิ้งเขาเสียให้พ้นพระพักตร์จนบัดนี้  

24 When Hazael king of Syria died, Ben-hadad his son became king in his place.

24 เมื่อฮาซาเอลพระราชาแห่งซีเรียสิ้นพระชนม์   เบนฮาดัด   โอรสของพระองค์ได้ขึ้นครองแทนพระองค์

25 Then Jehoash the son of Jehoahaz took again from Ben-hadad the son of Hazael the cities that he had taken from Jehoahaz his father in war. Three times Joash defeated him and recovered the cities of Israel.

25 แล้วเยโฮอาชโอรสของเยโฮอาหาสได้ยึดบรรดา หัวเมืองจากเบนฮาดัดบุตรฮาซาเอลกลับคืนมา   เป็นหัวเมืองที่พระองค์ตีไปได้จากเยโฮอาหาสพระชนกของเยโฮอาชเมื่อทำสงครามกัน   เยโฮอาชได้รบชนะพระองค์สามครั้งและได้ หัวเมืองอิสราเอลกลับคืนมา


 

2 Kings Chapter 12