Friday, October 2, 2015

 

2 Kings 1 Elijah Prophesied King Ahaziah’s Death

2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 1 เอลียาห์ทำนายว่ากษัตริย์อาหัสยาห์จะสิ้นพระชนม์

1 After the death of Ahab, Moab rebelled against Israel.

1 เมื่ออาหับสิ้นพระชนม์แล้ว เมืองโมอับก็กบฏต่อคนอิสราเอล

There had been a time of peace between the people of Israel and the people of Moab, Moab being subject to Israel, but after the death of King Ahab, Moab rebelled. 

มีช่วงเวลาแห่งสันติสุขระหว่างคนอิสราเอลและคนโมอับ      โมอับถูกครอบครองโดยอิสราเอล แต่หลังจากการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์อาหับ    คนโมอับได้ก่อกบฏ

As we finished First Kings, we were dealing with the northern kingdom under Ahab with his wicked wife Jezebel who had brought the northern kingdom of Israel into its lowest state morally and spiritually, as they led the people into idolatry and more specifically, the worship of Baal, which was introduced by Jezebel.1

ในขณะที่เราเรียนจบพงศ์กษัตริย์ฉบับที่หนึ่ง  เรากำลังจะเรียนเกี่ยวกับราชอาณาจักรภาคเหนือภายใต้การปกครองโดยกษัตริย์อาฮับกับมเหสีที่ชั่วร้ายเยเซเบล    ที่ทรงนำราชอาณาจักรภาคเหนือของอิสราเอลตกต่ำด้านศีลธรรมและจิตวิญญาณที่สุด  เมื่อพวกเขานำพาคนหันไปนับถือรูปปั้นและอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบูชาพระบาอัลซึ่งเป็นที่รู้จักโดยพระนางเยเซเบลที่ชั่วร้าย

Ahaziah their son became king and reigned for two years.

อาหัสยาห์พระราชโอรสได้เสวยราชย์เป็นกษัตริย์ครองราชย์เป็นเวลาสองปี

Samaria was the capital city of Israel at this time.

สะมาเรียเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลในเวลานี้

2 Now Ahaziah fell through the lattice in his upper chamber in Samaria, and lay sick; so he sent messengers, telling them, “Go, inquire of Baal-zebub, the god of Ekron, whether I shall recover from this sickness.”

2 ฝ่ายอาหัสยาห์ทรงตกลงมาจากช่องพระแกลตาข่ายที่ห้องชั้นบนของพระองค์ในกรุงสะมาเรีย   และทรงประชวร   จึงทรงใช้บรรดาผู้สื่อสารไป   รับสั่งว่า   “จงไปถามบาอัลเซบูบ   พระเจ้าแห่งเอโครนว่าเราจะหายจากความเจ็บป่วยนี้หรือไม่”

Baal-zebub means lord of the flies.  So perhaps they were even worshipping flies.

บาอัลเซบูบหมายถึงเทพเจ้าแห่งแมลงวัน ดังนั้นบางทีพวกเขาได้บูชาแมลงวัน

3 But the angel of the LORD said to Elijah the Tishbite, “Arise, go up to meet the messengers of the king of Samaria, and say to them, ‘Is it because there is no God in Israel that you are going to inquire of Baal-zebub, the god of Ekron?

3 แต่ทูตของพระเจ้าพูดกับเอลียาห์ชาวทิชบีว่า   “จงลุกขึ้นไปพบบรรดาผู้สื่อสารของพระราชา แห่งสะมาเรีย   และจงพูดกับเขาทั้งหลายว่า   'เพราะไม่มีพระเจ้าในอิสราเอลแล้วหรือ   ท่านจึงไปถามพระบาอัลเซบูบ   พระเจ้าของเอโครน'

4 Now therefore thus says the LORD, You shall not come down from the bed to which you have gone up, but you shall surely die.’” So Elijah went.

4 เพราะฉะนั้นพระเจ้าตรัสดั่งนี้ว่า   'เจ้าจะไม่ได้ลงมาจากที่นอนซึ่งเจ้าขึ้นไปนั้น   แต่เจ้าจะต้องตายแน่' ”   แล้วเอลียาห์ก็ไป  

5 The messengers returned to the king, and he said to them, “Why have you returned?”

5 ผู้สื่อสารนั้นก็กลับมาเฝ้าพระราชา   พระองค์ตรัสถามเขาทั้งหลายว่า   “ทำไมพวกเจ้าจึงพากันกลับมา”

6 And they said to him, “There came a man to meet us, and said to us, ‘Go back to the king who sent you, and say to him, Thus says the LORD, Is it because there is no God in Israel that you are sending to inquire of Baal-zebub, the god of Ekron? Therefore you shall not come down from the bed to which you have gone up, but you shall surely die.’”

6 และเขาทั้งหลายทูลพระองค์ว่า   “มีชายคนหนึ่งมาพบกับพวกข้าพระบาท   และพูดกับพวกข้าพระบาทว่า   'จงกลับไปหาพระราชาผู้ใช้ท่านมา   และทูลพระองค์ว่า พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า   เพราะไม่มีพระเจ้าในอิสราเอลแล้วหรือ   เจ้าจึงใช้คนไปถามพระบาอัลเซบูบพระเจ้าแห่งเอโครน   เพราะฉะนั้นเจ้าจะไม่ได้ลงมาจากที่นอนซึ่งเจ้าได้ขึ้นไปนั้น   แต่เจ้าจะต้องตายแน่' ”

There is only one God.  Baal-zebub was an idol, a false god that Ekron and some other nations outside of Israel worshipped and prayed to. 

มีพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น  บาอัลเซบูบเป็นรูปเคารพ เทพเจ้าเท็จที่เมืองเอโครนและประเทศอื่น ๆ รอบนอกของอิสราเอลที่นมัสการและบูชากราบไหว้

The people of Israel, were God’s chosen people that He really wanted to have a close relationship to. 

คนอิสราเอลเป็นประชากรที่พระเจ้าได้ทรงเลือกสรร   ที่พระองค์ทรงประสงค์จะมีสัมพันธ์สนิทด้วย

So when the king of Israel prayed to a false god this hurt God and made Him angry.

ดังนั้นเมื่อกษัตริย์แห่งอิสราเอลอธิษฐานต่อเทพเจ้าเท็จ  การทำเช่นนี้ทำให้พระเจ้าทรงเสียพระทัยและทรงพิโรธ

God hates false worship.

พระเจ้าทรงเกลียดชังการนมัสการเท็จ

As king, Ahaziah should have been a good example to his people of loving God.

ในฐานะกษัตริย์    อาหัสยาห์ควรจะได้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชากรของพระเจ้าที่เปี่ยมด้วยความรัก

Instead he loved himself and desperately cried out to a false god when he was badly injured. 

แต่เพราะกษัตริย์ทรงรักตัวเองและทรงร้องคร่ำครวญต่อเทพเจ้าเท็จสิ้นหวังเมื่อพระองค์ทรงได้รับบาดเจ็บสาหัส

When we are injured or sick we can come to God in prayer.

เมื่อเราได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย   เราสามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าโดยการอธิษฐาน

7 He said to them, “What kind of man was he who came to meet you and told you these things?”

7 พระองค์ตรัสถามเขาทั้งหลายว่า   “คนที่ได้มาพบเจ้าและบอกสิ่ง เหล่านี้แก่เจ้านั้นเป็นคนในลักษณะใด”

8 They answered him, “He wore a garment of hair, with a belt of leather about his waist.” And he said, “It is Elijah the Tishbite.”

8 เขาทั้งหลายทูลตอบพระองค์ว่า   “ท่านสวมเสื้อขนและมีหนังคาดเอวของท่านไว้”     และพระองค์ตรัสว่า   “เป็นเอลียาห์ชาวทิชบี”  

9 Then the king sent to him a captain of fifty men with his fifty. He went up to Elijah, who was sitting on the top of a hill, and said to him, “O man of God, the king says, ‘Come down.’”

9 แล้วพระราชาก็ รับสั่งให้นายห้าสิบกับทหารห้าสิบคนไปหาเอลียาห์   เขาได้ขึ้นไปหาท่าน   ดูเถิด ท่านนั่งอยู่บนยอดภูเขาและนายห้าสิบกล่าวแก่ท่านว่า  “ข้าแต่คนแห่งพระเจ้า  พระราชาตรัสดังนี้ว่า 'ลงมา'”

10 But Elijah answered the captain of fifty, “If I am a man of God, let fire come down from heaven and consume you and your fifty.” Then fire came down from heaven and consumed him and his fifty.

10 แต่เอลียาห์ตอบนายห้าสิบว่า “ถ้าข้าเป็นคนแห่งพระเจ้า  ก็ขอให้ไฟลงมาจากฟ้า สวรรค์เผาผลาญเจ้าและคนทั้งห้าสิบของเจ้าเถิด”  แล้วไฟก็ลงมาจากฟ้าสวรรค์ และเผาผลาญเขากับคนทั้งห้าสิบของเขาเสีย  

11 Again the king sent to him another captain of fifty men with his fifty. And he answered and said to him, “O man of God, this is the king's order, ‘Come down quickly!’”

11 พระราชาก็รับสั่ง ให้นายห้าสิบกับทหารห้าสิบคนอีกพวกหนึ่งไป   และเขาก็กล่าวแก่ท่านว่า   “ข้าแต่คนแห่งพระเจ้า   พระราชาตรัสดังนี้ว่า   'ลงมาเร็วๆ' ”

12 But Elijah answered them, “If I am a man of God, let fire come down from heaven and consume you and your fifty.” Then the fire of God came down from heaven and consumed him and his fifty.

12 แต่เอลียาห์ตอบว่า   “ถ้าข้าเป็นคนแห่งพระเจ้า   ก็ขอให้ไฟลงมาจากฟ้าสวรรค์เผาผลาญ เจ้าและคนทั้งห้าสิบของเจ้าเถิด”  และไฟของพระเจ้าลงมาจากฟ้าสวรรค์ และเผาผลาญเขากับคนทั้งห้าสิบของเขาเสีย  

13 Again the king sent the captain of a third fifty with his fifty. And the third captain of fifty went up and came and fell on his knees before Elijah and entreated him, “O man of God, please let my life, and the life of these fifty servants of yours, be precious in your sight.

13 และพระราชารับสั่งให้นายห้าสิบคนที่สาม   ไปพร้อมกับทหารห้าสิบคนของเขา และนายห้าสิบคนที่สามก็ขึ้นไป และคุกเข่า ลงต่อหน้าเอลียาห์   และวิงวอนท่านว่า “ข้าแต่คนแห่งพระเจ้า   ขอชีวิตของข้าพเจ้าและชีวิตของผู้รับใช้ ของท่านอีกห้าสิบคนนี้   ให้เป็นสิ่งประเสริฐในสายตาของท่าน

14 Behold, fire came down from heaven and consumed the two former captains of fifty men with their fifties, but now let my life be precious in your sight.”

14 ดูเถิด ไฟลงมาจากฟ้าสวรรค์ และได้เผาผลาญนายห้าสิบทั้งสองคนก่อนนั้นเสีย   พร้อมทั้งทหารห้าสิบคนของเขาด้วย   แต่บัดนี้ขอให้ชีวิตของข้าพเจ้า

15 Then the angel of the LORD said to Elijah, “Go down with him; do not be afraid of him.” So he arose and went down with him to the king

15 เป็นสิ่งประเสริฐในสายตาของท่าน”   แล้วทูตของพระเจ้ากล่าวแก่เอลียาห์ว่า “จงลงไปกับเขาเถิด อย่ากลัวเขาเลย”   ท่านก็ลุกขึ้นลงไปกับเขาเข้าเฝ้าพระราชา

16 and said to him, “Thus says the LORD, ‘Because you have sent messengers to inquire of Baal-zebub, the god of Ekron—is it because there is no God in Israel to inquire of his word?—therefore you shall not come down from the bed to which you have gone up, but you shall surely die.’”

16 และทูลพระองค์ว่า   “พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า   'เพราะเจ้าได้ส่งผู้สื่อสารไปยังบาอัลเซบูบพระเจ้าแห่ง เอโครน   (เพราะไม่มีพระเจ้าในอิสราเอลที่จะทูลถามพระวจนะของ พระองค์อย่างนั้นหรือ)   เพราะฉะนั้นเจ้าจะไม่ได้ลงมาจากที่นอนซึ่งเจ้าได้ขึ้นไปนั้น   แต่เจ้าจะต้องตายแน่' ”  

17 So he died according to the word of the LORD that Elijah had spoken. Jehoram became king in his place in the second year of Jehoram the son of Jehoshaphat, king of Judah, because Ahaziah had no son.

17 ท่านก็สิ้นชีวิตตามพระวจนะ ของพระเจ้าซึ่งเอลียาห์กล่าวนั้น   และเยโฮรัมก็ขึ้นครองแทน   ในปีที่สองแห่งรัชกาลเยโฮรัม บุตรเยโฮชาฟัทพระราชาแห่งยูดาห์   เพราะอาหัสยาห์หามีโอรสไม่

The new king of Israel was named Jehoram.  He was the brother of Ahaziah.

กษัตริย์องค์ใหม่ของอิสราเอลทรงพระนามว่าเยโฮรัม พระองค์ทรงเป็นพระเชษฐาของอาหัสยาห์

The country of Judah also had a king by the same name at this time.

ประเทศยูดาห์ก็มีกษัตริย์ที่ทรงพระนามเดียวกันในเวลานี้

18 Now the rest of the acts of Ahaziah that he did, are they not written in the Book of the Chronicles of the Kings of Israel?

18 ส่วนพระราชกิจนอกนั้นของอาหัสยาห์ ซึ่งพระองค์ทรงกระทำ   มิได้บันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารแห่ง พระราชาประเทศอิสราเอลหรือ

 

2 Kings 1