Friday, October 9, 2015

 

2 Kings 5 Naaman Healed of Leprosy

2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 5 นาอามานหายจากโรคเรื้อน

1 Naaman, commander of the army of the king of Syria, was a great man with his master and in high favor, because by him the LORD had given victory to Syria. He was a mighty man of valor, but he was a leper.

1 นาอามานผู้บัญชาการกองทัพของพระราชาประเทศซีเรีย   เป็นคนสำคัญมากของพระราชา   เป็นคนมีเกียรติ   เพราะว่าพระเจ้าทรงนำชัยชนะมายังซีเรียโดยท่านนี้   ท่านเป็นวีรบุรุษด้วย แต่ท่านเป็นโรคเรื้อน

Leprosy is a bad disease that is very contagious and you can die from it.

โรคเรื้อนเป็นโรคร้ายที่เป็นโรคติดต่ออย่างแรงและคุณสามารถตายจากโรคได้

Leprosy makes the skin turn white and become numb, you can’t feel pain anymore.  โรคเรื้อนทำให้ผิวเปลี่ยนเป็นสีขาวและกลายเป็นเหน็บชา คุณจะไม่สามารถรู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกต่อไป

You can’t feel cold or hot on your skin or something sharp

คุณไม่สามารถรู้สึกเย็นหรือร้อนบนผิวหรือเมื่อมีบางสิ่งที่ทิ่มแทงคุณ

You might say,”that sounds like a good thing.” 

คุณอาจพูดว่า "ฟังดูเหมือนเป็นสิ่งที่ดี"

But pain is an important warning system God made us with, so when we touch something hot or sharp we move away from it and don’t damage our body.

แต่ความเจ็บปวดเป็นระบบเตือนภัยที่สำคัญที่พระเจ้าทรงสร้างเพื่อเรา      นั้นเมื่อเราสัมผัสสิ่งที่ร้อนหรือแหลมคมเราถอยไปจากมันและมันจะไม่สร้างความเสียหายต่อร่างกายของเรา


Sin reminds me of leprosy.

บาปทำให้ผมนึกถึงโรคเรื้อน

When a person had leprosy in Israel they had to call out “unclean, unclean” if they got near to other people. 

เมื่อบุคคลใดเป็นโรคเรื้อนในอิสราเอล    พวกเขาต้องร้องเสียงดังว่า "ไม่สะอาด ไม่สะอาด" ถ้าพวกเขาเข้ามาใกล้กับคนอื่น ๆ

Sin makes us unclean and affects other people.  Other people might copy the sins we do. 

บาปทำให้เราไม่สะอาดและมีผลกระทบต่อคนอื่น ๆ    คนอื่นอาจจะติดโรคบาปที่เราทำ

Leprosy makes the body numb.  

โรคเรื้อนทำให้ร่างกายด้านชา

Sin can cause numbness too.  The first time you steal something or tell a lie, you feel bad. 

บาปสามารถก่อให้เกิดอาการด้านชาด้วย  ครั้งแรกที่คุณขโมยบางสิ่งบางอย่างหรือr^fโกหกคุณรู้สึกไม่ดี

But if you continue to do it, you will become numb to the conviction or your conscience.

แต่ถ้าคุณยังคงทำเช่นนั้นอีกต่อไป  คุณจะกลายเป็นด้านชาต่อการกระทำหรือต่อจิตสำนึกของคุณ

Leprosy can lead to death. 

โรคเรื้อนสามารถนำไปสู่ความตาย

Romansโรม 6:23 23For the wages of sin is death, but the free gift of God is eternal life in Christ Jesus our Lord.

23 เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย   แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

2 Now the Syrians on one of their raids had carried off a little girl from the land of Israel, and she worked in the service of Naaman's wife.

2 ฝ่ายคนซีเรียยกพวกไปปล้นครั้งหนึ่งนั้น   ได้จับเด็กหญิงคนหนึ่งมาจากแผ่นดินอิสราเอล   และเธอมาปรนนิบัติภรรยาของนาอามาน

She was kidnapped, captured by the Syrian army and made to be a servant in Naaman’s house for his wife. 

เธอถูกลักพาตัวเป็นเชลยโดยกองทัพซีเรียและทำให้เป็นคนรับใช้ในบ้านของภรรยาของนาอามาน

If I was kidnapped by an enemy army and taken to another country, I think I would try to escape. 

ถ้าผมถูกลักพาตัวโดยกองทัพข้าศึกและถูกนำตัวไปยังประเทศอื่น    ผมคิดว่าผมจะพยายามที่จะหลบหนี

I might not be a good servant and might wish harm to come to my captors.

ผมไม่อาจจะเป็นคนรับใช้ที่ดีและอาจต้องการที่จะทำอันตรายอาจคนที่มาจับผม

But not this little girl, she was concerned that Naaman had leprosy and wanted him to go see the prophet Elisha in her country so that he could be healed by God.

แต่ไม่ใช่สาวน้อยคนนี้  เธอก็คอยเป็นกังวลที่นาอามานมีโรคเรื้อนและอยากให้เขาไปพบผู้เผยพระวจนะเอลียาห์ในประเทศของเธอเพื่อที่เขาจะได้รับการเยียวยาจากพระเจ้า

She wanted Naaman to know about God. 

เธออยากให้นาอามานรู้เรื่องเกี่ยวกับพระเจ้า



If you are a Christian you should want your friends and family and even your enemies to know about God and His love.

หากคุณเป็นผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์    คุณควรต้องการให้เพื่อนและครอบครัวของคุณและแม้กระทั่งศัตรูของคุณรู้เรื่องเกี่ยวกับพระเจ้าและความรักของพระองค์

3 She said to her mistress, “Would that my lord were with the prophet who is in Samaria! He would cure him of his leprosy.”

3 เธอได้เรียนนายผู้หญิงของเธอว่า   “อยากให้เจ้านายของดิฉันไปอยู่กับผู้เผยพระวจนะ ผู้ซึ่งอยู่ในสะมาเรีย   ท่านจะได้รักษาโรคเรื้อนของเจ้านายเสียให้หาย”

Naaman believed the girl that he could be healed from his leprosy.

นาอามานเชื่อถือเด็กสาวที่บอกว่าเขาจะได้รับการเยียวยาจากโรคเรื้อน

4 So Naaman went in and told his lord, “Thus and so spoke the girl from the land of Israel.”

4 นาอามานจึงไปทูลพระราชาเจ้านายของท่านว่า   สาวใช้จากแผ่นดินอิสราเอลพูดว่าอย่างนั้นๆ

5 And the king of Syria said, “Go now, and I will send a letter to the king of Israel.”

So he went, taking with him ten talents of silver, six thousand shekels of gold, and ten changes of clothes.

5 พระราชาแห่งซีเรียตรัสว่า   “จงไปเถิด เราจะส่งสารไปยังพระราชาแห่งอิสราเอล”  

แล้วท่านก็ไป  นำเงินหนักสิบตะลันต์   ทองคำหนักหกพันเชเขล   และเสื้อเที่ยวงานสิบชุดไปด้วย

6 And he brought the letter to the king of Israel, which read, “When this letter reaches you, know that I have sent to you Naaman my servant, that you may cure him of his leprosy.”

6 และท่านก็นำสารไปยังพระราชาแห่ง อิสราเอลใจความว่า   “เมื่อสารนี้มาถึงท่าน ขอท่านทราบด้วยว่า   ข้าพเจ้าได้ส่งนาอามานข้าราชการของข้าพเจ้ามา   เพื่อขอให้ท่านรักษาเขาให้หายจากโรคเรื้อน”

7 And when the king of Israel read the letter, he tore his clothes and said, “Am I God, to kill and to make alive, that this man sends word to me to cure a man of his leprosy? Only consider, and see how he is seeking a quarrel with me.”

7 และอยู่มาเมื่อพระราชาอิสราเอลทรงอ่านสารนั้นแล้ว   พระองค์ก็ทรงฉีกฉลองพระองค์ตรัสว่า   “เราเป็นพระเจ้าซึ่งจะให้ตายและให้มีชีวิตหรือ   ชายคนนี้จึงส่งสารมาให้เรารักษาคนหนึ่งที่เป็นโรคเรื้อน   ขอใคร่ครวญดูเถิด ว่าเขาแสวงหาเหตุพิพาทกับเราอย่างไร”  

8 But when Elisha the man of God heard that the king of Israel had torn his clothes, he sent to the king, saying, “Why have you torn your clothes? Let him come now to me, that he may know that there is a prophet in Israel.”

8 แต่เมื่อเอลีชาคนแห่งพระเจ้าได้ยินว่า   พระราชาแห่งอิสราเอลได้ทรงฉีกฉลองพระองค์   จึงใช้คนไปทูลพระราชาว่า   “ไฉนฝ่าบาทจึงทรงฉีกฉลองพระองค์ของฝ่าพระบาทเสีย   ขอให้เขามาหาข้าพระบาทเถิด   เพื่อเขาจะได้ทราบว่า   มีผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งในอิสราเอล”

9 So Naaman came with his horses and chariots and stood at the door of Elisha's house.

9 นาอามานจึงมาพร้อมกับบรรดาม้าและรถรบของท่าน   มาหยุดอยู่ที่ประตูเรือนของเอลีชา

10 And Elisha sent a messenger to him, saying, “Go and wash in the Jordan seven times, and your flesh shall be restored, and you shall be clean.”

10 เอลีชาก็ส่งผู้สื่อสารมาเรียนท่านว่า   “ขอจงไปชำระตัวในแม่น้ำจอร์แดนเจ็ดครั้ง   และเนื้อของท่านจะกลับคืนเป็นอย่างเดิม และท่านจะสะอาด”

Naaman is offered a solution to his problem, if he will dip down and wash in the Jordan river seven times, he will be healed of his leprosy. 

นาอามานได้รับคำตอบในการแก้ปัญหาของเขา    ถ้าเขาจะจุ่มลงและชำระตัวในแม่น้ำจอร์แดนเจ็ดครั้งเขาจะได้รับการเยียวยาจากโรคเรื้อน

God has offered all people a solution to their sin problem, they can have forgiveness and eternal life if they will do what God says. 

พระเจ้าได้ทรงประทานให้ทุกคนพบคำตอบที่แก้ปัญหาบาปของเขา  พวกเขาสามารถได้รับการอภัยโทษและชีวิตนิรันดร์ว่าพวกเขาจะทำในสิ่งที่พระเจ้าตรัส

Romans โรม10:9 9 because, if you confess with your mouth that Jesus is Lord and believe in your heart that God raised him from the dead, you will be saved.

9 คือว่าถ้าท่านจะรับด้วยปากของท่านว่า   พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า   และเชื่อในจิตใจว่า   พระเจ้าได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมาจากความตาย   ท่านจะรอด

But many people will not do what God says to do, they refuse to believe in Him.

แต่หลายคนจะไม่ทำในสิ่งที่พระเจ้าตรัสว่าควรทำอย่างไร     พวกเขาปฏิเสธที่จะเชื่อในพระองค์

Naaman did not believe the solution to his leprosy problem was to take a bath in a muddy Jordan river, like God’s prophet Elisha told him to do.

นาอามานไม่เชื่อว่าวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นโรคเรื้อน โดยการอาบน้ำชำระตัวในแม่น้ำจอร์แดนที่เต็มไปด้วยโคลน   ตามที่ผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าเอลียาห์บอกเขาให้ทำ

In his country he was an important man, he thought Elisha would treat him with more respect. 

ในประเทศของเขา   เขาเป็นคนสำคัญ    เขาคิดว่าเอลียาห์น่าจะปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพกว่านี้

11 But Naaman was angry and went away, saying, “Behold, I thought that he would surely come out to me and stand and call upon the name of the LORD his God, and wave his hand over the place and cure the leper.

11 แต่นาอามานก็โกรธและไปเสีย บ่นว่า   “ดูเถิด   ข้าคิดว่าเขาจะออกมาหาข้าเป็นแน่และมายืนอยู่   และออกพระนามของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเขา   แล้วโบกมือเหนือที่นั้นให้โรคเรื้อนหาย

12 Are not Abana and Pharpar, the rivers of Damascus, better than all the waters of Israel? Could I not wash in them and be clean?” So he turned and went away in a rage.

12 อาบานาและฟารปาร์แม่น้ำเมืองดามัสกัส   ไม่ดีกว่าบรรดาลำน้ำแห่งอิสราเอลดอกหรือ   ข้าจะชำระตัวในแม่น้ำเหล่านั้นและจะสะอาดไม่ได้หรือ”   ท่านจึงหันตัวแล้วไปเสียด้วยความเดือดดาล

13 But his servants came near and said to him, “My father, it is a great word the prophet has spoken to you; will you not do it? Has he actually said to you, ‘Wash, and be clean’?”

13 แต่พวกข้าราชการของท่านเข้ามาใกล้และเรียนท่านว่า   “คุณพ่อของข้าพเจ้า   ถ้าท่านผู้เผยพระวจนะจะสั่งให้ท่านกระทำสิ่ง ใหญ่โตประการหนึ่งท่านจะไม่กระทำหรือ   ถ้าเช่นนั้นเมื่อท่านผู้เผยพระวจนะกล่าวแก่ท่านว่า   'จงไปล้างและสะอาดเถิด'   ควรท่านจะทำยิ่งขึ้นเท่าใด”

14 So he went down and dipped himself seven times in the Jordan, according to the word of the man of God, and his flesh was restored like the flesh of a little child, and he was clean.

14 ท่านจึงลงไปจุ่มตัวเจ็ดครั้งในแม่น้ำจอร์แดน   ตามถ้อยคำของคนแห่งพระเจ้า   และเนื้อของท่านก็กลับคืนเป็นอย่างเนื้อของเด็กเล็กๆ   และท่านก็สะอาด 

Naaman was healed completely of his leprosy when he believed and did what God’s prophet told him to do. 

นาอามานได้รับการเยียวยาหายโรคเรื้อนอย่างสิ้นเชิง   เมื่อเขาเชื่อและทำในสิ่งที่ผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าบอกให้เขาทำ

Just like you can be made clean from sin, have you sins forgiven if you believe in Jesus. 

เช่นเดียวกับที่คุณสามารถสะอาดปราศจากบาป     บาปของคุณได้รับการอภัยถ้าคุณเชื่อในพระเยซู

I can imagine that Naaman must have been thankful to the little girl who told him how he could be healed of his leprosy. 

ฉันสามารถจินตนาการว่านาอามานต้องรู้สึกขอบคุณสาวน้อยที่บอกว่าเขาจะได้รับการเยียวยาจากโรคเรื้อน

If you are a Christian will you tell people about Jesus? 

หากคุณเป็นผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์คุณจะบอกผู้คนเกี่ยวกับพระเยซูไหม

Mark มาระโก 16:15 15 And He said to them, “Go into all the world and proclaim the gospel to the whole creation.

15 ฝ่ายพระองค์จึงตรัสสั่งพวกสาวกว่า   “เจ้าทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก   ประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน

Gehazi's Greed and Punishment

ความโลภของเกหะซีและการลงโทษ

15 Then he returned to the man of God, he and all his company, and he came and stood before him. And he said, “Behold, I know that there is no God in all the earth but in Israel; so accept now a present from your servant.”

15 แล้วท่านจึงกลับไปยังคนแห่งพระเจ้า   ทั้งตัวท่านและพรรคพวกของท่าน   และท่านมายืนอยู่ข้างหน้าเอลีชาและท่านกล่าวว่า   “ดูเถิด ข้าพเจ้าทราบแล้วว่าไม่มีพระเจ้าทั่วไปในโลก   นอกจากที่ในอิสราเอล   เพราะฉะนั้นขอท่านรับของกำนัลสักอย่างหนึ่งจากผู้ รับใช้ของท่านเถิด”

16 But he said, “As the LORD lives, before whom I stand, I will receive none.” And he urged him to take it, but he refused.

16 แต่ท่านตอบว่า   “พระเจ้าซึ่งข้าพเจ้าปรนนิบัติทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด   ข้าพเจ้าจะไม่รับสิ่งใดเลยฉันนั้น”   และท่านก็ได้ชักชวนให้รับไว้แต่เอลีชาได้ปฏิเสธ

17 Then Naaman said, “If not, please let there be given to your servant two mules' load of earth, for from now on your servant will not offer burnt offering or sacrifice to any god but the LORD.

17 แล้วนาอามานจึงกล่าวว่า   “มิฉะนั้นขอท่านได้โปรดให้เอาล่อสองตัว บรรทุกดินแก่ผู้รับใช้ของท่านเถิด   เพราะตั้งแต่นี้ไป ผู้รับใช้ของท่านจะไม่ถวายเครื่องเผาบูชาหรือเครื่อง สัตวบูชาแด่พระอื่น   แต่จะถวายแด่พระเยโฮวาห์เท่านั้น

19 He said to him, “Go in peace.”  But when Naaman had gone from him a short distance,

19 เอลีชาจึงตอบท่านว่า   “จงไปโดยสวัสดิภาพเถิด”  

แต่เมื่อนาอามานออกไปได้ไม่ไกลนัก

20 Gehazi, the servant of Elisha the man of God, said, “See, my master has spared this Naaman the Syrian, in not accepting from his hand what he brought. As the LORD lives, I will run after him and get something from him.”

20 เกหะซีคนใช้ของเอลีชาคนแห่งพระเจ้าคิดว่า   “ดูซิ   นายของข้าพเจ้าไม่ยอมรับจากมือของนาอามานคนซีเรีย   ซึ่งของที่ท่านนำมา   พระเจ้าทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด   ข้าพเจ้าจะวิ่งตามไปเอามาจากเขาบ้าง”

21 So Gehazi followed Naaman. And when Naaman saw someone running after him, he got down from the chariot to meet him and said, “Is all well?”

21 เกหะซีจึงตามนาอามานไป   และเมื่อนาอามานแลเห็นว่ามีคนวิ่งตามท่านมา   ท่านก็ลงจากรถรบต้อนรับเขาพูดว่า   “ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือ”

22 And he said, “All is well. My master has sent me to say, ‘There have just now come to me from the hill country of Ephraim two young men of the sons of the prophets. Please give them a talent of silver and two festal garments.’”

22 เขาตอบว่า   “เรียบร้อยดี นายของข้าพเจ้าใช้ข้าพเจ้ามา   กล่าวว่า   'มีชายหนุ่มสองคนเป็นพวกผู้เผยพระวจนะ   มาจากแดนเทือกเขาเอฟราอิม   ขอท่านโปรดให้เงินแก่เขาทั้งหลายสักหนึ่งตะลันต์   และเสื้อเที่ยวงานสักสองชุด' ”

23 And Naaman said, “Be pleased to accept two talents.” And he urged him and tied up two talents of silver in two bags, with two festal garments, and laid them on two of his servants. And they carried them before Gehazi.

23 และนาอามานกล่าวว่า   “ขอโปรดรับไปสองตะลันต์เถิด”   ท่านก็เชิญชวนเขา   และเอาเงินสองตะลันต์ใส่กระสอบผูกไว้   พร้อมกับเสื้อเที่ยวงานสองตัว   ให้คนใช้สองคนแบกไป   เขาก็แบกเดินขึ้นหน้าเกหะซีมา

24 And when he came to the hill, he took them from their hand and put them in the house, and he sent the men away, and they departed.

24 เมื่อเขาทั้งหลายมาถึงภูเขา   เกหะซีก็รับมาจากมือของเขา   เอาไปเก็บไว้ในเรือน และให้คนเหล่านั้นกลับ   เขาทั้งสองก็จากไป

25 He went in and stood before his master, and Elisha said to him, “Where have you been, Gehazi?” And he said, “Your servant went nowhere.”

25 เกหะซีก็เข้าไปยืนอยู่ต่อหน้านายของตน   และเอลีชาถามเขาว่า   “เกหะซี  เจ้าไปไหนมา”   เขาตอบว่า   “ผู้รับใช้ของท่านไม่ได้ไปไหน”

26 But he said to him, “Did not my heart go when the man turned from his chariot to meet you? Was it a time to accept money and garments, olive orchards and vineyards, sheep and oxen, male servants and female servants?

26 แต่ท่านกล่าวแก่เขาว่า   “เมื่อชายคนนั้นหันมาจากรถรบต้อนรับเจ้านั้น   จิตใจของเรามิได้ไปกับเจ้าดอกหรือ   นั่นเป็นเวลาควรที่จะรับเงินเสื้อผ้า   สวนต้นมะกอกเทศ   และสวนองุ่น   แกะ และโค และคนใช้ชายหญิงหรือ

27 Therefore the leprosy of Naaman shall cling to you and to your descendants forever.” So he went out from his presence a leper, like snow.

27 ฉะนั้นโรคเรื้อนของนาอามานจะติดอยู่ที่เจ้า และที่เชื้อสายของเจ้าเป็นนิตย์”   เขาก็ออกไปจากหน้าท่านเป็นโรคเรื้อนขาวอย่างหิมะ

Gehazi became sick with the leprosy because he was greedy. 

เกหะซีกลายเป็นป่วยด้วยโรคเรื้อนtheเพราะเขาเป็นคนโลภ

Luke ลูกา 12:15 15 And he said to them, “Take care, and be on your guard against all covetousness, for one's life does not consist in the abundance of his possessions.”

15 แล้วพระองค์จึงตรัสแก่เขาทั้งหลายว่า   “จงระวังและเว้นเสียจากการโลภทุกประการ   เพราะว่าชีวิตของคนมิได้อยู่ในการที่มีของฟุ่มเฟือย”

 

2 Kings Chapter 5