Wednesday, August 26, 2015

 

1 Kings 4 The wisdom and the wealth of Solomon

1 พงศ์กษัตริย์บทที่ 4 พระปัญญาและความมั่งคั่งของซาโลมอน

The chapter begins with a list of leaders that were important during the reign of Solomon, and then the twelve officers who were over all of Israel who provided the food for the king's household, each man in a month of the year.

บทนี้เริ่มต้นด้วยรายชื่อผู้นำที่สำคัญในรัชสมัยของซาโลมอน  แล้วก็มีข้าหลวงสิบสองคนที่ปกครองคนอิสราเอล   ผู้ที่คอยถวายเสบียงอาหารสำหรับข้าราชสำนักในวังของกษัตริย์   ข้าหลวงแต่ละคนทำหน้าที่คนละเดือนตลอดปี

So he had twelve men and each of them were responsible to provide the food for one month during the year.  

ดังนั้นพระองค์จึงทรงให้ข้าหลวงสิบสองคน  โดยแต่ละคนมีความรับผิดชอบที่จะเตรียมเสบียงอาหารเป็นเวลาหนึ่งเดือนตลอดปี

They were probably trying to gather everything that they needed during the eleven months because when you read what it took to run his household, each man came from a different tribe and region of Israel.

พวกเขาอาจจะพยายามรวบรวมทุกอย่างที่ต้องการในช่วงสิบเอ็ดเดือน  เพราะเมื่อคุณอ่านแล้วว่า พวกเขาต้องทำหน้าที่ดูแลข้าราชสำนักในวังของพระองค์    แต่ละคนมาจากชนเผ่าที่แตกต่างกันจากภูมิภาคของอิสราเอล

With wives and concubines, there was a thousand of them, plus all of the servants that he had and everybody else, that takes a lot of food

โดยมีพระมเหสีและพระสนมนับพันคน    รวมทั้งข้าราชบริพารรับใช้ที่พระองค์ทรงมี และคนอื่น ๆ ที่จะใช้เสบียงอาหารมากมาย

21 Solomon ruled over all the kingdoms from the Euphrates to the land of the Philistines and to the border of Egypt. They brought tribute and served Solomon all the days of his life.

21 และซาโลมอนทรงปกครองเหนือราชอาณาจักรทั้งสิ้น   ตั้งแต่แม่น้ำยูเฟรติสไปจนถึงแผ่นดินฟีลิสเตีย   และถึงพรมแดนอียิปต์   เขาทั้งหลายถวายส่วยอากร   และปรนนิบัติซาโลมอนตลอด วันเวลาแห่งพระชนม์ชีพของพระองค์  

22 Solomon's provision for one day was thirty cors of fine flour and sixty cors of meal,

22 เสบียงอาหารสำหรับซาโลมอนในวันหนึ่งนั้น   คือยอดแป้งสามสิบโคเรและแป้งหกสิบโคเร

23 ten fat oxen, and twenty pasture-fed cattle, a hundred sheep, besides deer, gazelles, roebucks, and fattened fowl.

23 วัวอ้วนสิบตัว   วัวจากทุ่งหญ้ายี่สิบตัว   แกะหนึ่งร้อยตัว   นอกจากนี้มีกวางตัวผู้   เนื้อสมัน  อีเก้ง  และไก่อ้วน

24 For he had dominion over all the region west of the Euphrates from Tiphsah to Gaza, over all the kings west of the Euphrates. And he had peace on all sides around him.

24 เพราะพระองค์ทรงครอบครองเหนือท้องถิ่น ทั้งสิ้นฟากตะวันตกของแม่น้ำยูเฟรติส   ตั้งแต่ทิฟสาห์ถึงกาซาและทรงครอบครองเหนือ บรรดากษัตริย์ที่อยู่ฟากตะวันตกของแม่น้ำนั้น   และพระองค์ทรงมีสันติภาพอยู่ทุกด้านรอบพระองค์

25 And Judah and Israel lived in safety, from Dan even to Beersheba, every man under his vine and under his fig tree, all the days of Solomon.

25 ยูดาห์และอิสราเอลก็อยู่อย่างปลอดภัย   ทุกคนก็นั่งอยู่ใต้ซุ้มองุ่น   และใต้ต้นมะเดื่อของตน   ตั้งแต่เมืองดานกระทั่งถึงเมืองเบเออร์เชบา   ตลอดวันเวลาของซาโลมอน

26 Solomon also had 40,000 stalls of horses for his chariots, and 12,000 horsemen.

26 ซาโลมอนยังมีคอกขังม้า เดี่ยวอีกสี่หมื่นสำหรับรถรบของพระองค์   และพลม้าหนึ่งหมื่นสองพันคน

27 And those officers supplied provisions for King Solomon, and for all who came to King Solomon's table, each one in his month. They let nothing be lacking.

27 และบรรดาข้าหลวงเหล่านั้นก็จัดเสบียงอาหารส่ง พระราชาซาโลมอน   และเพื่อทุกคนที่มายังโต๊ะเสวยของพระราชาซาโลมอน   ต่างก็ส่งของตามเดือนของตน   เขาทั้งหลายไม่ให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดขาดไปเลย

28 Barley also and straw for the horses and swift steeds they brought to the place where it was required, each according to his duty.

28 ทั้งข้าวบารลีและฟางข้าวสำหรับม้าและม้าอาชาไนย   เขานำมายังสถานที่ของมัน   ตามที่ได้มีรับสั่งแก่ทุกคน  

29 And God gave Solomon wisdom and understanding beyond measure, and breadth of mind like the sand on the seashore,

29 และพระเจ้าทรงประทานสติปัญญา   และความเข้าใจแก่ซาโลมอนอย่างเหลือประมาณ   ทั้งพระทัยอันกว้างขวางดุจทะเลทรายที่ชายทะเล

30 so that Solomon's wisdom surpassed the wisdom of all the people of the east and all the wisdom of Egypt.

30 และสติปัญญาของซาโลมอนล้ำกว่าสติปัญญาทั้งสิ้นของ ชาวตะวันออกและกว่าบรรดาสติปัญญาของอียิปต์

31 For he was wiser than all other men, wiser than Ethan the Ezrahite, and Heman, Calcol, and Darda, the sons of Mahol, and his fame was in all the surrounding nations.

31 เพราะพระองค์ทรงมีสติปัญญาฉลาดกว่าคนอื่นทุกคน   ทรงฉลาดกว่าเอธานตระกูลเอสราห์      และเฮมาน  คาลโคล์  และดารดา   บรรดาบุตรของมาโฮลและพระนามของพระองค์ก็เลื่องลือ ไปในทุกประชาชาติที่อยู่ล้อมรอบ

32 He also spoke 3,000 proverbs, and his songs were 1,005.

32 พระองค์ตรัสสุภาษิตสามพันข้อด้วย   และบทเพลงของพระองค์มีหนึ่งพันห้าบท

33 He spoke of trees, from the cedar that is in Lebanon to the hyssop that grows out of the wall. He spoke also of beasts, and of birds, and of reptiles, and of fish.

33 พระองค์ตรัสถึงต้นไม้ตั้งแต่ต้นสนสีดาร์ซึ่งอยู่ ในเลบานอน   จนถึงต้นหุสบ   ซึ่งงอกออกมาจากกำแพง   พระองค์ตรัสถึงสัตว์ป่าด้วย   ทั้งบรรดานกและสัตว์เลื้อยคลานและปลา

34 And people of all nations came to hear the wisdom of Solomon, and from all the kings of the earth, who had heard of his wisdom.

34 และคนมาจากชนชาติทั้งหลาย   เพื่อฟังสติปัญญาของซาโลมอน   และมาจากบรรดาพระราชาแห่งแผ่นดินโลก   ผู้ได้ยินถึงสติปัญญาของพระองค์


Solomon wrote most of the book of Proverbs, plus Ecclesiastes and the Song of Solomon. 

:กษัตริย์ซาโลมอนได้เขียนพระธรรมภาษิตเป็นส่วนใหญ่   รวมทั้งปัญญาจารย์และบทเพลงแห่งซาโลมอน

Some of the proverbs he wrote deal with children, proverbs are wise sayings full of wisdom. 

สุภาษิตหลายบทที่ทรงเขียนสั่งสอนเด็กๆ สุภาษิตเป็นข้อพระคำที่ฉลาดมีสติปัญญา

Some lessons he probably learned from growing up in King David’s home and some now with his own many children.

บทเรียนบางตอนทรงอาจเรียนรู้จากตอนทรงเจริญวัยในพระราชวังของดาวิดพระราชบิดา และตอนนี้บางตอนกับพระโอรสธิดาของพระองค์มากมาย

Proverbs สุภาษิต 3:1-2 1 My son, do not forget my teaching, but let your heart keep my commandments,

1 บุตรชายของข้าพระองค์เอ๋ย  อย่าลืมคำสอนของข้าพระองค์  แต่ให้ใจของเจ้ารักษาบัญญัติของ

ข้าพระองค์  

2 for length of days and years of life and peace they will add to you.

2 เพราะสิ่งเหล่านี้จะให้วันเดือนปีชีวิตยืนยาว   และอำนวยความสุขสมบูรณ์แก่เจ้า  

Proverbs สุภาษิต 4:1      1Hear, O sons, a father's instruction, and be attentive, that you may gain insight,

1 บุตรชายของเราเอ๋ย  จงฟังคำสั่งสอนของพ่อเจ้า   อย่างตั้งใจเพื่อเจ้าจะได้รับความรอบรู้  

2 for I give you good precepts; do not forsake my teaching.

2 เพราะข้าพระองค์ให้ภาษิตดีแก่เจ้า    อย่าทอดทิ้งคำสอนของข้าพระองค์

3 When I was a son with my father, tender, the only one in the sight of my mother,

3 เมื่อข้าพเจ้าเป็นลูกอยู่กับพ่อของข้าพเจ้า   เป็นแก้วตาของแม่ข้าพเจ้า  ดูน่ารักอ่อนโยน  

4 he taught me and said to me,“Let your heart hold fast my words; keep my commandments, and live.

4 บิดาสอนข้าพเจ้า  และพูดกับข้าพเจ้าว่า   “ให้ใจของเจ้ายึดคำสอนของข้าพเจ้า
ไว้ให้มั่น   จงรักษาบัญญัติของเรา  และมีชีวิตอยู่  

5 Get wisdom; get insight; do not forget, and do not turn away from the words of my mouth

5 อย่าลืมและอย่าหันกลับจากถ้อยคำแห่งปากของข้าพเจ้า   จงเอาปัญญา  และเอาความรอบรู้  

6 Do not forsake her, and she will keep you; love her, and she will guard you.

6 อย่าทอดทิ้งเธอ  และเธอจะรักษาเจ้าไว้    จงรักปัญญา  และปัญญา จะระแวดระวังเจ้า  

7 The beginning of wisdom is this: Get wisdom, and whatever you get, get insight.

7 ที่เริ่มต้นของปัญญาเป็นอย่างนี้คือจงเอาปัญญา   แม้เจ้าจะได้อะไรก็ตาม  จงเอาความรอบรู้ไว้  

8 Prize her highly, and she will exalt you; she will honor you if you embrace her.

8 จงตีราคาปัญญาให้สูง  และปัญญาจะยกย่องเจ้า   ถ้าเจ้ากอดปัญญาไว้  ปัญญาจะให้เกียรติเจ้า  

9 She will place on your head a graceful garland; she will bestow on you a beautiful crown.”

9 เธอจะเอามงคลงามสวมศีรษะเจ้า   จะให้มงกุฎงามแก่เจ้า”  

10 Hear, my son, and accept my words,that the years of your life may be many.

10 บุตรชายของข้าพเจ้าเอ๋ย  จงฟังและรับถ้อยคำของข้าพเจ้า   เพื่อปีเดือนแห่งชีวิตของเจ้า
จะมากหลาย  

11 I have taught you the way of wisdom; I have led you in the paths of uprightness.

11 ข้าพเจ้าได้สอนเจ้าในเรื่องทางปัญญาแล้ว   ข้าพเจ้าได้นำเจ้าในวิถีของความเที่ยงธรรม 

12 When you walk, your step will not be hampered, and if you run, you will not stumble.

12 เมื่อเจ้าเดิน  ย่างเท้าของเจ้าจะไม่ถูกขัดขวาง   และถ้าเจ้าวิ่ง  เจ้าจะไม่สะดุด  

13 Keep hold of instruction; do not let go; guard her, for she is your life.

13 จงยึดวินัยไว้  และอย่าปล่อยไป   จงระแวดระวังเธอไว้  เพราะเธอเป็นชีวิตของเจ้า  

14 Do not enter the path of the wicked, and do not walk in the way of the evil.

14 อย่าเข้าไปในวิถีของคนชั่วร้าย   และอย่าเดินในทางของคนอธรรม  

15 Avoid it; do not go on it; turn away from it and pass on.

15 จงหลีกเสีย  อย่าเดินบนนั้น   เลี้ยวออกไปเสีย  และจงผ่านไป  

16 For they cannot sleep unless they have done wrong; they are robbed of sleep unless they have made someone stumble.

16 เพราะถ้าคนชั่วร้ายไม่ได้ทำความผิด  เขานอนไม่หลับ   ถ้าเขาไม่ได้ทำให้คนใดสะดุดเขาจะหลับไม่ลง     

17 For they eat the bread of wickedness and drink the wine of violence.

17 เพราะเขารับประทานอาหารของความโหดร้าย   และดื่มเหล้าองุ่นแห่งความทารุณ  

18 But the path of the righteous is like the light of dawn, which shines brighter and brighter until full day.

18 แต่วิถีของคนชอบธรรมเหมือนแสงอรุณ   ซึ่งฉายสุกใสยิ่งขึ้นๆจนเต็มวัน  

19 The way of the wicked is like deep darkness; they do not know over what they stumble.

19 ทางของคนชั่วร้ายก็เหมือนความมืดทึบ   เขาไม่ทราบว่า  เขาสะดุดอะไร  

20 My son, be attentive to my words; incline your ear to my sayings.

20 บุตรชายของข้าพเจ้าเอ๋ย  จงตั้งใจต่อถ้อยคำของข้าพเจ้า   จงเอียงหูของเจ้าเข้าหาคำพูดของเรา  

21 Let them not escape from your sight; keep them within your heart.

21 อย่าให้มันหนีไปจากสายตาของเจ้า   จงรักษามันไว้ภายในใจของเจ้า  

22 For they are life to those who find them, and healing to all their flesh.

22 เพราะมันเป็นชีวิตแก่ผู้ที่ค้นพบ   และมันรักษาเนื้อของผู้นั้นทั้งสิ้น  

23 Keep your heart with all vigilance, for from it flow the springs of life.

23 จงรักษาใจของเจ้าด้วยความระวังระไวรอบด้าน   เพราะชีวิตเริ่มต้นออกมาจากใจ  

24 Put away from you crooked speech, and put devious talk far from you.

24 จงทิ้งวาจาคดๆเสีย   และให้คำพูดลดเลี้ยวห่างจากเจ้า  

25 Let your eyes look directly forward,  and your gaze be straight before you.

25 ให้ตาของเจ้ามองตรงไปข้างหน้า   และให้การจ้องของเจ้าตรงไป
ข้างหน้าเจ้า  

26 Ponder the path of your feet; then all your ways will be sure.

26 จงสนใจในวิถีแห่งเท้าของเจ้า   แล้วทางทั้งสิ้นของเจ้าจะแน่นอน  

27 Do not swerve to the right or to the left; turn your foot away from evil.

27 อย่าเหไปข้างขวาหรือหันมาข้างซ้าย   จงกลับเท้าของเจ้าเสียจากความชั่วร้าย

Proverbs สุภาษิต 22:15 15 Folly is bound up in the heart of a child, but the rod of discipline drives it far from him.

15 ความโง่มักอยู่ในใจของเด็ก   แต่ไม้เรียวที่ตีสอนก็ขับมันให้ห่างไป
จากเขา  

Proverbs สุภาษิต 29:15 15 The rod and reproof give wisdom, but a child left to himself brings shame to his mother.

15 ไม้เรียวและคำตักเตือนให้เกิดปัญญา   แต่ถ้าปล่อยเด็กไว้แต่ลำพังจะนำความอับอาย มาสู่มารดาของตน  

Many proverbs are good for people of all ages.

สุภาษิตหลายข้อดีมากสำหรับคนทุกเพศทุกวัย

Proverbs สุภาษิต 16:1818 Pride goes before destruction, and a haughty spirit before a fall.

18 ความเย่อหยิ่งเดินหน้าการถูกทำลาย   และจิตใจที่ยโสนำหน้าการล้ม  

Proverbs สุภาษิต 1:77 The fear of the LORD is the beginning of knowledge; fools despise wisdom and instruction.

7 ความยำเกรงพระเจ้า  เป็นบ่อเกิดของ ความรู้   คนโง่ย่อมดูหมิ่นปัญญาและคำสั่งสอน  

Proverbs สุภาษิต 29:2525 The fear of man lays a snare, but whoever trusts in the LORD is safe.

25 การกลัวคนวางบ่วงไว้    แต่บุคคลที่วางใจในพระเจ้าก็ปลอดภัย  

Proverbs สุภาษิต 12:1515 The way of a fool is right in his own eyes, but a wise man listens to advice.

15 ทางของคนโง่นั้นถูกต้องในสายตาของเขาเอง    แต่ปราชญ์ย่อมฟังคำแนะนำ  

Proverbs สุภาษิต 15:3232 Whoever ignores instruction despises himself, but he who listens to reproof gains intelligence.

32 บุคคลผู้เพิกเฉยต่อคำเตือนสติก็ดูหมิ่นตนเอง     แต่บุคคลผู้สนใจการทักท้วงก็ได้ความเข้าใจ  

Proverbs สุภาษิต 18:1010 The name of the LORD is a strong tower; the righteous man runs into it and is safe.

10 พระนามของพระเจ้าเป็นป้อมเข้มแข็ง   คนชอบธรรมวิ่งเข้าไปในนั้น และปลอดภัย  

Proverbs สุภาษิต 21:3 3 To do righteousness and justice is more acceptable to the LORD than sacrifice.

3 ที่จะกระทำความชอบธรรมและความยุติธรรม   ก็เป็นที่โปรดปรานแด่พระเจ้ามากกว่าเครื่องสักการบูชา  

Proverbs สุภาษิต 4:2323 Keep your heart with all vigilance, for from it flow the springs of life.

23 จงรักษาใจของเจ้าด้วยความระวังระไวรอบด้าน   เพราะชีวิตเริ่มต้นออกมาจากใจ  
Review questions:

คำถามทบทวน

  How did Solomon take care of the food for his very large family and all his servants?

1 ซาโลมอนทรงดูแลจัดการเสบียงอาหารสำหรับพระราชวงศ์ขนาดใหญ่มากของพระองค์และบรรดาข้าราชบริพารอย่างไร

He had 12 men, from 12 tribes, each man was responsible for one month.

ทรงมีข้าหลวง 12 คนจาก 12 ชนเผ่า  แต่ละคนแบ่งกันรับผิดชอบคนละหนึ่งเดือน

Was their peace and safety throughout Israel while Solomon was king, or was their fighting?

2 มีความสงบสุขและความปลอดภัยตลอดอิสราเอลเมื่อซาโลมอนทรงเป็นกษัตริย์หรือมีการสงครามต่อสู้

Peace and safety

มีความสงบสุขและปลอดภัย

Who wrote most of the book of Proverbs?

3 ใครเป็นผู้เขียนหนังสือสุภาษิตเป็นส่วนใหญ่

Solomon

กษัตริย์ซาโลมอน

What is the book of Proverbs mainly about?

4 หนังสือสุภาษิตส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องอะไร

Wisdom

สติปัญญา

According to Proverbs what tool should parents use to help discipline, correct, and teach their children? 

5 ตามหนังสือสุภาษิต พ่อแม่ควรใช้เครื่องมืออะไรเพื่อช่วยฝึกระเบียบวินัย   แก้ไขและสั่งสอนลูกหลานพวกเขา

A rod

ไม้เรียว

1 Kings 4