Sunday, August 30, 2015

 

1 Kings 9 The Lord appeared to Solomon

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 9 พระเจ้าทรงปรากฏแก่ซาโลมอน

At the beginning of Solomon's reign, the Lord appeared unto him while he was in Gibeon, there offering sacrifices unto God. And the Lord said to Solomon, "Ask me whatever you want."

สมัยเริ่มต้นการครองราชย์ของซาโลมอน พระเจ้าทรงปรากฏแก่พระองค์ในขณะที่เขาอยู่ใน เมืองกิเบโอน   มีการเครื่องถวายบูชาแด่พระเจ้า และพระเจ้าตรัส แก่ซาโลมอน "เจ้าจงขอในสิ่งที่เจ้าปรารถนา"

So Solomon asked that the Lord would give him wisdom and understanding that he might govern the people of God.

และซาโลมอน จึงทูลขอพระเจ้าเพื่อทรงโปรดให้พระองค์มีสติปัญญาและความเข้าใจ เพื่อว่าพระองค์จะทรงปกครองประชากรของพระเจ้า

And God was pleased with the request that Solomon made. Because he didn't ask for riches, or the life of his enemies, or for fame, the Lord said, "Because you have asked that you might just have wisdom and understanding, I'm going to give you what you have asked. But I'm going to give you even more than that. I'm going to give you honor and fame and riches and all in abundance."

และพระเจ้า ก็ทรงพอพระทัยสิ่งที่ให้ซาโลมอนทรงทูลขอ เพราะท่านไม่ได้ ขอ ความร่ำรวย หรือ ชีวิตของ ศัตรู หรือ ชื่อเสียง พระเจ้าทรงตรัสว่า “เพราะเหตุที่เจ้าขอ เจ้าก็จะมีปัญญาและความเข้าใจ เราก็จะให้สิ่งที่เจ้าได้ขอ แต่เราจะให้เจ้ามากขึ้นกว่านั้น  เราจะให้ เกียรติและชื่อเสียงและ ความมั่งคั่งและความอุดมสมบูรณ์ทั้งสิ้น”

So as we get to the ninth chapter, we find the Lord appearing to Solomon the second time. Solomon has now completed the temple, which took him seven years to build and he has also completed his own palace, which took him thirteen years to build.

ดังนั้นในขณะที่เราจะเรียนบทที่เก้า   เราพบว่าพระเจ้าทรงปรากฏแก่ซาโลมอนเป็นครั้งที่สอง โซโลมอน ได้เสร็จสิ้นการสร้างพระวิหาร  ซึ่ง ท่านใช้เวลา เจ็ด ปีในการสร้าง และท่านยัง

ได้สร้างพระราชวังของท่านเองเสร็จสิ้น ซึ่งท่านใช้เวลาสิบสามปีในการสร้าง

So the twenty-year building project is over and the Lord now is appearing unto Solomon.1

ดังนั้นโครงการก่อสร้างยี่สิบปีเสร็จสิ้นลง   และ พระเจ้า ตอนนี้กำลังทรงปรากฏแก่ซาโลมอน

1 As soon as Solomon had finished building the house of the LORD and the king's house and all that Solomon desired to build,

1 อยู่มาเมื่อซาโลมอนได้สร้างพระนิเวศของ พระเจ้าและพระราชวังของกษัตริย์   และบรรดาสิ่งที่ซาโลมอนมีพระประสงค์จะสร้าง นั้นสำเร็จแล้ว

2 the LORD appeared to Solomon a second time, as he had appeared to him at Gibeon.

2 พระเจ้าทรงปรากฏแก่ซาโลมอนเป็นครั้งที่สอง   ดังที่พระองค์ทรงปรากฏแก่ท่านที่ กิเบโอน

3 And the LORD said to him, “I have heard your prayer and your plea, which you have made before Me. I have consecrated this house that you have built, by putting My name there forever. My eyes and My heart will be there for all time.

3 และพระเจ้าตรัสกับท่านว่า   “เราได้ยินคำอธิษฐานของเจ้าและคำวิงวอนของเจ้า   ซึ่งเจ้าได้กระทำต่อเรานั้นแล้ว   เราได้รับพระนิเวศซึ่งเจ้าได้สร้างนี้ไว้เป็นสถานบริสุทธิ์   และได้ประดิษฐานชื่อของเราไว้ที่นั่นเป็นนิตย์   ตาของเราและใจของเราจะอยู่ที่นั่นตลอดไป

4 And as for you, if you will walk before me, as David your father walked, with integrity of heart and uprightness, doing according to all that I have commanded you, and keeping My statutes and My rules,

4 และส่วนเจ้า  ถ้าเจ้าดำเนินต่อหน้าเราดังดาวิด   บิดาของเจ้าได้ดำเนินด้วยใจสัตย์ซื่อ   และด้วยความเที่ยงธรรม   กระทำทุกอย่างตามที่เราได้บัญชาเจ้าไว้   และรักษากฎเกณฑ์ของเรา  และกฎหมายของเรา

5 then I will establish your royal throne over Israel forever, as I promised David your father, saying, ‘You shall not lack a man on the throne of Israel.’

5 แล้วเราจะสถาปนาราชบัลลังก์ของเจ้า เหนืออิสราเอลเป็นนิตย์   ดังที่เราได้สัญญากับดาวิดบิดาของเจ้าว่า   'เจ้าจะไม่ขาดชายผู้หนึ่งบนบัลลังก์แห่งอิสราเอล'

6 But if you turn aside from following Me, you or your children, and do not keep my commandments and my statutes that I have set before you, but go and serve other gods and worship them,

6 แต่ถ้าเจ้าหันไปจากการติดตามเรา   ตัวเจ้าเองหรือลูกหลานของเจ้าก็ดี   และมิได้รักษาบัญญัติของเราและกฎเกณฑ์ของเรา   ซึ่งเราได้ตั้งไว้ต่อหน้าเจ้าแต่ไปปรนนิบัติพระอื่น และนมัสการพระนั้น

7 then I will cut off Israel from the land that I have given them, and the house that I have consecrated for My name I will cast out of my sight, and Israel will become a proverb and a byword among all peoples.

7 แล้วเราจะตัดอิสราเอลออกเสียจากแผ่นดินซึ่งเราได้ ให้แก่เจ้าทั้งหลาย   และพระนิเวศซึ่งเราได้รับไว้เป็นสถานบริสุทธิ์เพื่อชื่อของเรา   เราจะเหวี่ยงออกเสียจากสายตาของเรา   และอิสราเอลจะเป็นคำเปรียบเปรย   และเป็นขี้ปากในหมู่ชนชาติทั้งหลาย

8 And this house will become a heap of ruins. Everyone passing by it will be astonished and will hiss, and they will say, ‘Why has the LORD done thus to this land and to this house?’

8 และพระนิเวศนี้จะกลายเป็นกองสิ่งปรักหักพัง      ทุกคนที่ผ่านไปจะฉงนสนเท่ห์   และเขาจะเยาะเย้ยและกล่าวว่า   'เหตุไฉนพระเจ้าจึงได้กระทำ ดั่งนี้แก่แผ่นดินนี้  และแก่พระนิเวศนี้'

9 Then they will say, ‘Because they abandoned the LORD their God who brought their fathers out of the land of Egypt and laid hold on other gods and worshiped them and served them. Therefore the LORD has brought all this disaster on them.’”

9 แล้วเขาจะตอบว่า   'เพราะว่าเขาทั้งหลายได้ทอดทิ้งพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของเขา   ผู้ได้ทรงนำบรรพบุรุษของเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์   และได้ยึดถือพระอื่น  และนมัสการและปรนนิบัติพระนั้น   เพราะฉะนั้นพระเจ้าทรงนำเหตุร้ายอันนี้มาเหนือเขาทั้งหลาย' ”

10 At the end of twenty years, in which Solomon had built the two houses, the house of the LORD and the king's house,

10 อยู่มาเมื่อสิ้นยี่สิบปี  ซึ่งซาโลมอนได้ทรง สร้างอาคารสองหลัง   คือพระนิเวศของพระเจ้า  และพระราชวังของกษัตริย์

11 and Hiram king of Tyre had supplied Solomon with cedar and cypress timber and gold, as much as he desired, King Solomon gave to Hiram twenty cities in the land of Galilee.

11 และเมื่อฮีรามกษัตริย์เมืองไทระได้ส่งไม้สนสีดาร์   และไม้สนสามใบและทองคำให้แก่ซาโลมอนตาม ที่พระองค์มีพระประสงค์   แล้วพระราชาซาโลมอนก็ทรงประทานหัวเมือง ในแผ่นดินกาลิลีให้แก่ฮีรามยี่สิบหัวเมือง

12 But when Hiram came from Tyre to see the cities that Solomon had given him, they did not please him.

12 แต่เมื่อฮีรามเสด็จจากเมืองไทระเพื่อชม หัวเมืองซึ่งซาโลมอนประทานแก่ท่าน   หัวเมืองเหล่านั้นไม่เป็นที่พอพระทัยท่าน

13 Therefore he said, “What kind of cities are these that you have given me, my brother?” So they are called the land of Cabul to this day.

13 เพราะฉะนั้นท่านจึงว่า   “พระอนุชาเอ๋ย   เมืองซึ่งท่านประทานแก่ข้าพเจ้านั้นเป็นเมืองอะไรอย่างนี้”   เขาจึงเรียกเมืองเหล่านั้นว่า   แผ่นดินคาบูลจนทุกวันนี้

14 Hiram had sent to the king 120 talents of gold.

14 ฮีรามได้ส่งทองคำหนึ่งร้อยยี่สิบตะลันต์ให้แก่พระราชา  

15 And this is the account of the forced labor that King Solomon drafted to build the house of the LORD and his own house and the Millo and the wall of Jerusalem and Hazor and Megiddo and Gezer

15 นี่เป็นเรื่องแรงงานเกณฑ์   ซึ่งพระราชาซาโลมอนได้เกณฑ์เพื่อสร้างพระนิเวศของพระเจ้า   และพระราชวังของพระองค์  และป้อม มิลโล  และกำแพงกรุงเยรูซาเล็ม   และฮาโซร์  และเมกิดโด  และเกเซอร์

16 (Pharaoh king of Egypt had gone up and captured Gezer and burned it with fire, and had killed the Canaanites who lived in the city, and had given it as dowry to his daughter, Solomon's wife;

16ฟาโรห์กษัตริย์อียิปต์ได้ยกทัพขึ้นมา ยึดเมืองเกเซอร์และเอาไฟเผาเสีย   และได้ฆ่าคนคานาอันซึ่งอยู่ในเมืองนั้น   และได้ยกเมืองนั้นให้แก่ธิดาของท่านเป็นสินสมรสคือ   มเหสีของซาโลมอน

17so Solomon rebuilt Gezer) and Lower Beth-horon

17ซาโลมอนจึงสร้างเกเซอร์ขึ้นใหม่   และสร้างเมืองเบธโฮโรนล่าง

18and Baalath and Tamar in the wilderness, in the land of Judah,

18ทั้งเมืองบาอาลัทและเมืองทามาร์ในถิ่นทุรกันดาร ในแผ่นดินยูดาห์

19and all the store cities that Solomon had, and the cities for his chariots, and the cities for his horsemen, and whatever Solomon desired to build in Jerusalem, in Lebanon, and in all the land of his dominion.

19ทั้งบรรดาหัวเมืองคลังหลวงที่ซาโลมอนมีอยู่ และหัวเมืองสำหรับรถรบของพระองค์   และหัวเมืองสำหรับพลม้าของพระองค์ และสิ่งใดๆ   ซึ่งซาโลมอนมีพระประสงค์จะสร้างในกรุงเยรูซาเล็ม   ในเลบานอน   และทั่วแผ่นดินอยู่ในอาณาจักรของพระองค์

20All the people who were left of the Amorites, the Hittites, the Perizzites, the Hivites, and the Jebusites, who were not of the people of Israel—

20ประชาชนทั้งปวงซึ่งเหลืออยู่จากคนอาโมไรต์   คนฮิตไทต์ คนเปริสซี   คนฮีไวต์ และคนเยบุส ผู้ซึ่งไม่ใช่คนอิสราเอล

21their descendants who were left after them in the land, whom the people of Israel were unable to devote to destruction these Solomon drafted to be slaves, and so they are to this day.

21เชื้อสายของเขาที่เหลืออยู่ในแผ่นดิน   ซึ่งประชาชนอิสราเอลไม่สามารถจะทำลายให้สิ้นได้   บุคคลเหล่านี้   ซาโลมอนทรงเกณฑ์ให้เป็นทาสอยู่จนทุกวันนี้

22 But of the people of Israel Solomon made no slaves. They were the soldiers, they were his officials, his commanders, his captains, his chariot commanders and his horsemen.

22 แต่ประชาชนอิสราเอลนั้น   ซาโลมอนหาได้ทรงกระทำให้เป็นทาสไม่   เขาทั้งหลายเป็นทหาร   เป็นข้าราชการ   เป็นผู้บังคับบัญชาของพระองค์   เป็นนายทหารของพระองค์   เป็นผู้บังคับการรถรบของพระองค์   และเป็นพลม้าของพระองค์  

23 These were the chief officers who were over Solomon's work: 550 who had charge of the people who carried on the work.

23 เหล่านี้เป็นเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่เหนือพระราชกิจของซาโลมอน   จำนวนห้าร้อยห้าสิบคน  เป็นผู้ดูแลประชาชนที่ทำงาน  

24 But Pharaoh's daughter went up from the city of David to her own house that Solomon had built for her. Then he built the Millo.

24 แต่ธิดาของฟาโรห์ได้ขึ้นไปจากนครดาวิด   ถึงพระตำหนักของเธอเองซึ่งซาโลมอนได้สร้างให้เธอ   แล้วพระองค์จึงสร้างป้อมมิลโล  

25 Three times a year Solomon used to offer up burnt offerings and peace offerings on the altar that he built to the LORD, making offerings with it before the LORD. So he finished the house.

25 ปีละสามครั้ง   ซาโลมอนได้ทรงถวายเครื่องเผาบูชา   และเครื่องศานติบูชาบนแท่นบูชา   ซึ่งพระองค์ทรงสร้างถวายพระเจ้า   ทรงเผาเครื่องหอมต่อพระพักตร์พระเจ้า   ดังนั้นพระองค์จึงสร้างพระนิเวศจนสำเร็จ  

26 King Solomon built a fleet of ships at Ezion-geber, which is near Eloth on the shore of the Red Sea, in the land of Edom.

26 พระราชาซาโลมอนทรงสร้างกองเรือกำปั่นที่ เอซีโอนเกเบอร์   ซึ่งอยู่ใกล้เอโลทบนฝั่งทะเลแดงในแผ่นดินเอโดม

27 And Hiram sent with the fleet his servants, seamen who were familiar with the sea, together with the servants of Solomon.

27 และฮีรามได้ส่งข้าราชการและพลเรือผู้ซึ่ง คุ้นเคยกับทะเล   ไปกับกองกำปั่นพร้อมกับข้าราชการของซาโลมอน

28 And they went to Ophir and brought from there gold, 420 talents, and they brought it to King Solomon.

28 เขาทั้งหลายไปถึงเมืองโอฟีร์  และนำทองคำมาจากที่นั่น   จำนวนสี่ร้อยยี่สิบตะลันต์   และนำมาถวายพระราชาซาโลมอน

1 Kings 10 The Queen of Sheba

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 10 พระราชินีแห่งเชบา

1 Now when the queen of Sheba heard of the fame of Solomon concerning the name of the LORD, she came to test him with hard questions.

1 เมื่อพระราชินีแห่งเชบา   ทรงได้ยินกิตติศัพท์แห่งซาโลมอนเกี่ยวกับพระนามของพระเจ้า   พระนางก็เสด็จมาทดลองพระองค์ด้วยปัญหายุ่งยากต่างๆ

2 She came to Jerusalem with a very great retinue, with camels bearing spices and very much gold and precious stones. And when she came to Solomon, she told him all that was on her mind.

2 พระนางเสด็จมายังกรุงเยรูซาเล็มพร้อมด้วยข้าราช บริพารมากมาย   มีฝูงอูฐบรรทุกเครื่องเทศและทองคำเป็นอันมาก   และเพชรพลอยต่างๆ   และเมื่อพระนางเสด็จมาถึงซาโลมอนแล้ว   พระนางก็ทูลเรื่องในใจต่อพระองค์ทุกประการ

3 And Solomon answered all her questions; there was nothing hidden from the king that he could not explain to her.

3 และซาโลมอนตรัสตอบปัญหาของพระนางทั้งสิ้น   ไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนอยู่พ้นพระราชาซึ่งพระองค์จะ ทรงอธิบายแก่พระนางไม่ได้

4 And when the queen of Sheba had seen all the wisdom of Solomon, the house that he had built,

4 และเมื่อพระราชินีแห่งเชบา ทรงเห็นพระสติปัญญาทั้งสิ้นของซาโลมอน   และพระราชวังที่พระองค์ทรงสร้าง

5 the food of his table, the seating of his officials, and the attendance of his servants, their clothing, his cupbearers, and his burnt offerings that he offered at the house of the LORD, there was no more breath in her.

5 ทั้งอาหารที่โต๊ะเสวย   กับบรรดาข้าราชการที่ประจำอยู่   และมหาดเล็กที่คอยรับใช้อยู่ตลอดจนเครื่องแต่งกาย   และพนักงานเชิญถ้วยของพระองค์   และเครื่องเผาบูชาของพระองค์   ซึ่งพระองค์ถวายบูชา ณ พระนิเวศของพระเจ้า   พระทัยของพระนางก็สลดลงทีเดียว  

6 And she said to the king, “The report was true that I heard in my own land of your words and of your wisdom,

6 พระนางทูลพระราชาว่า   “ข่าวคราวซึ่งหม่อมฉันได้ยินในประเทศของหม่อมฉัน ถึงพระราชกิจและพระสติปัญญาของพระองค์เป็นความจริง

7 but I did not believe the reports until I came and my own eyes had seen it. And behold, the half was not told me. Your wisdom and prosperity surpass the report that I heard.

7 แต่หม่อมฉันมิได้เชื่อถ้อยคำนั้น   จนหม่อมฉันมาเฝ้า   และตาของหม่อมฉันได้เห็นเอง  และดูเถิด   ที่เขาบอกแก่หม่อมฉันก็ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง   พระสติปัญญา   และความมั่งคั่งของพระองค์ก็มาก ยิ่งกว่าข่าวคราวที่หม่อมฉันได้ยิน

8 Happy are your men! Happy are your servants, who continually stand before you and hear your wisdom!

8 บรรดาคนของพระองค์ก็เป็นสุข   บรรดาข้าราชการเหล่านี้ของพระองค์ผู้ อยู่งานประจำต่อพระพักตร์พระองค์   และฟังพระสติปัญญาของพระองค์ก็เป็นสุข

9 Blessed be the LORD your God, who has delighted in you and set you on the throne of Israel! Because the LORD loved Israel forever, he has made you king, that you may execute justice and righteousness.”

9 สาธุการแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของพระองค์   ผู้ทรงพอพระทัยในพระองค์และทรงแต่งตั้ง พระองค์ไว้บนบัลลังก์แห่งอิสราเอล   เพราะพระเจ้าทรงรักอิสราเอลเป็นนิตย์   พระองค์จึงทรงแต่งตั้งให้พระองค์เป็นพระราชา   เพื่อว่าพระองค์จะทรงอำนวยความยุติธรรม  และความชอบธรรม

10 Then she gave the king 120 talents of gold, and a very great quantity of spices and precious stones. Never again came such an abundance of spices as these that the queen of Sheba gave to King Solomon.

10 แล้วพระนางก็ถวายทองคำหนึ่งร้อยยี่สิบตะลันต์แด่ พระราชา   ทั้งเครื่องเทศเป็นจำนวนมากและเพชรพลอยต่างๆ   ไม่มีเครื่องเทศมามากมายดังนี้อีก   ดังที่พระราชินีถวายแด่พระราชาซาโลมอน  

11 Moreover, the fleet of Hiram, which brought gold from Ophir, brought from Ophir a very great amount of almug wood and precious stones.

11 ยิ่งกว่านั้นอีก  กองกำปั่นของฮีรามซึ่งได้นำ ทองคำมาจากโอฟีร์   ได้นำไม้จันทน์แดง   และเพชรพลอยต่างๆ   จำนวนมากหลายมาจากโอฟีร์

12 And the king made of the almug wood supports for the house of the LORD and for the king's house, also lyres and harps for the singers. No such almug wood has come or been seen to this day.

12 และพระราชาทรงใช้ไม้จันทน์ แดงทำเสาพระนิเวศแห่งพระเจ้า   และสำหรับพระราชวังของกษัตริย์   และทำพิณเขาคู่และพิณใหญ่สำหรับนักร้อง   จนทุกวันนี้ก็ไม่เคยมีไม้จันทน์แดงมา   หรือเห็นมากมายอย่างนี้อีก  

13 And King Solomon gave to the queen of Sheba all that she desired, whatever she asked besides what was given her by the bounty of King Solomon. So she turned and went back to her own land with her servants.

13 พระราชาซาโลมอนทรง พระราชทานทุกอย่างแก่พระราชินีแห่งเชบา   ตามที่พระนางมีพระประสงค์   นอกจากสิ่งที่พระราชทานมาจากความอุดมสมบูรณ์ของ พระราชาซาโลมอนแล้ว   สิ่งใดๆที่พระนางทูลขอ   พระราชาก็พระราชทาน   ดังนั้นพระนางก็เสด็จกลับไปยังแผ่นดินของพระนาง   พร้อมกับข้าราชการของพระนาง

14 Now the weight of gold that came to Solomon in one year was 666 talents of gold,

14 น้ำหนักของทองคำที่นำมาส่ง ซาโลมอนในปีหนึ่งนั้นเป็นทองคำหกร้อยหกสิบหกตะลันต์

15 besides that which came from the explorers and from the business of the merchants, and from all the kings of the west and from the governors of the land.

15 นอกเหนือจากทองซึ่งมาจากพ่อค้า   และจากการค้าของพวกพ่อค้า   และจากกษัตริย์ทั้งปวงของประเทศอาระเบียและ จากบรรดาเจ้าเมืองแห่งแผ่นดิน

16 King Solomon made 200 large shields of beaten gold; 600 shekels of gold went into each shield.

16 พระราชาซาโลมอนทรงสร้าง โล่ใหญ่สองร้อยอันด้วยทองคำทุบ   โล่อันหนึ่งใช้ทองคำหกร้อยเชเขล

17 And he made 300 shields of beaten gold; three minas of gold went into each shield. And the king put them in the House of the Forest of Lebanon.

17 และพระองค์ทรงสร้างโล่สามร้อยอันด้วยทองคำทุบ   โล่อันหนึ่งใช้ทองคำสามมาเน   และพระราชาทรงเก็บโล่ไว้ในพระตำหนักพนาเลบานอน

18 The king also made a great ivory throne and overlaid it with the finest gold.

18 พระราชาทรงกระทำพระที่นั่งงาช้างขนาดใหญ่ด้วย   และทรงบุด้วยทองคำอย่างงามที่สุด

19 The throne had six steps, and at the back of the throne was a calf's head, and on each side of the seat were armrests and two lions standing beside the armrests,

19 พระที่นั่งนั้นมีบันไดหกขั้น   พนักหลังของพระที่นั่งนั้นกลมข้างบน   และสองข้างพระที่นั่งมีที่วางพระหัตถ์   มีสิงห์สองตัวยืนอยู่ข้างๆ   ที่วางพระหัตถ์

20 while twelve lions stood there, one on each end of a step on the six steps. The like of it was never made in any kingdom.

20 มีสิงห์อีกสิบสองตัวยืนอยู่ที่นั่นบนหกขั้น บันไดทั้งสองข้าง   เขาไม่เคยทำในราชอาณาจักรใดๆเหมือนอย่างนี้

21 All King Solomon's drinking vessels were of gold, and all the vessels of the House of the Forest of Lebanon were of pure gold. None were of silver; silver was not considered as anything in the days of Solomon.

21 ภาชนะทั้งสิ้นสำหรับเครื่องดื่มของพระราชา ซาโลมอนทำด้วยทองคำ   และภาชนะทั้งสิ้นของพระตำหนักพนาเลบานอน ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์   ไม่มีที่ทำด้วยเงินเลย   เงินนั้นถือว่าเป็นของไม่มีค่าอะไรในสมัยของซาโลมอน

22 For the king had a fleet of ships of Tarshish at sea with the fleet of Hiram. Once every three years the fleet of ships of Tarshish used to come bringing gold, silver, ivory, apes, and peacocks.

22 เพราะว่าพระราชามีกองกำปั่นเมืองทารชิช   เดินทะเลพร้อมกับกองกำปั่นของฮีราม   กองกำปั่นเมืองทารชิชนำทองคำ  เงิน  งาช้าง  ลิง  และนกยูงมาสามปี  ต่อครั้ง  

23 Thus King Solomon excelled all the kings of the earth in riches and in wisdom.

23 ดังนี้แหละ   พระราชาซาโลมอนจึงได้เปรียบกว่ากษัตริย์อื่นๆแห่งแผ่นดินโลกในเรื่องสมบัติและสติปัญญา

24 And the whole earth sought the presence of Solomon to hear his wisdom, which God had put into his mind.

24 และทั่วทั้งโลกก็แสวงหาที่จะเข้าเฝ้าซาโลมอน   เพื่อจะฟังพระสติปัญญาซึ่งพระเจ้าพระราชทานไว้ในใจของท่าน

25 Every one of them brought his present, articles of silver and gold, garments, myrrh, spices, horses, and mules, so much year by year.

25 ทุกคนก็นำเครื่องบรรณาการของเขามา   เป็นเครื่องทำด้วยเงินและทองคำ   เครื่องแต่งกาย   เครื่องอาวุธ   เครื่องเทศ   ม้าและล่อ  ตามจำนวนกำหนดทุกๆปี

26 And Solomon gathered together chariots and horsemen. He had 1,400 chariots and 12,000 horsemen, whom he stationed in the chariot cities and with the king in Jerusalem.

26 ซาโลมอนทรงสะสมรถรบและพลม้า   พระองค์ทรงมีรถรบหนึ่งพันสี่ร้อยคันและ พลม้าหนึ่งหมื่นสองพันคน   ซึ่งพระองค์ทรงให้ประจำอยู่ที่หัวเมืองรถรบ   และอยู่กับพระราชาในกรุงเยรูซาเล็ม

27 And the king made silver as common in Jerusalem as stone, and he made cedar as plentiful as the sycamore of the Shephelah.

27 และพระราชาทรงกระทำให้เงินนั้น เป็นของสามัญในกรุงเยรูซาเล็มเหมือนก้อนหิน   และทรงกระทำให้มีไม้สนสีดาร์มากมายเหมือน ไม้มะเดื่อแห่งเนินเชเฟลาห์

28 And Solomon's import of horses was from Egypt and Kue, and the king's traders received them from Kue at a price.

28 ม้าอันเป็นสินค้าเข้าของซาโลมอนมาจาก อียิปต์   และเมืองคูเอ   และบรรดาพ่อค้าของพระราชาก็ได้มาจากคูเอตามราคา

29 A chariot could be imported from Egypt for 600 shekels of silver and a horse for 150, and so through the king's traders they were exported to all the kings of the Hittites and the kings of Syria.

29 จะนำรถรบคันหนึ่งเข้ามาจากอียิปต์ได้ในราคาหกร้อย เชเขลเงิน   ม้าตัวหนึ่งหนึ่งร้อยห้าสิบ   ดังนั้นโดยทางพวกพ่อค้าเขาก็ส่งออกไปยังบรรดา กษัตริย์ทั้งปวงของคนฮิตไทต์และบรรดากษัตริย์ของซีเรีย

 

1 Kings 9-10