Wednesday, September 30, 2015

 

1 Kings 19 Elijah Flees Jezebel

1 พงศ์กษัตริย์ 19 เอลียาห์หนีพระนางเยเซเบล

1 Ahab told Jezebel all that Elijah had done, and how he had killed all the prophets with the sword.

1 อาหับจึงบอกเยเซเบลตามการทั้งสิ้น   ซึ่งเอลียาห์ได้กระทำและเรื่องที่ท่านได้ฆ่าผู้เผย พระวจนะเสียด้วยดาบ

2 Then Jezebel sent a messenger to Elijah, saying, “So may the gods do to me and more also, if I do not make your life as the life of one of them by this time tomorrow.”

2 แล้วเยเซเบลก็รับสั่งให้ผู้สื่อสารไปหาเอลียาห์ว่า   “ถ้าพรุ่งนี้เวลานี้   เรามิได้กระทำชีวิตของเจ้าให้เหมือนอย่างชีวิตของคน เหล่านั้นแล้ว   ก็ให้พระทั้งหลายลงโทษเรา   และยิ่งหนักกว่า”

Elijah had been very brave and full of faith.

เอลียาห์กล้าหาญมากและเต็มไปด้วยความศรัทธา

He prophesied that it would not rain until he said, and didn’t rain for 3 ½ years.

ท่านทำนายว่าฝนจะไม่ตกจนกว่าท่านได้กล่าวและฝนจะไม่ตกเป็นเวลา 3 ปีครึ่ง

He gathered the prophets of Baal and Asherah on Mount Carmel and had a contest with them to prove God is real and Baal is false. 

ท่านได้รวบรวมผู้พยากรณ์ของพระบาอัลและพระอะเชราห์บนภูเขาคาร์เมล   และจัดให้มีการแข่งขันกับพวกเขา     เพื่อจะพิสูจน์ว่าพระเจ้าของเราเที่ยงแท้และพระบาอัลเป็นพระเทียมเท็จ

He prayed and fire came from heaven and consumed the sacrifice, the wood, the stones and the water.

ท่านได้อธิษฐานและไฟตกมาจากสวรรค์และเผาไหม้เครื่องบูชา ไม้, แผ่นหินและน้ำ

But now he is afraid of Jezebel.

แต่ตอนนี้ท่านกลัวพระนางเยเซเบลมาก

3 Then he was afraid, and he arose and ran for his life and came to Beersheba, which belongs to Judah, and left his servant there.

3 แล้วท่านก็กลัวและลุกขึ้นหนีไปเอาชีวิตรอด และมาถึงเบเออร์เชบาเขตประเทศยูดาห์   และละคนใช้ของท่านไว้ที่นั่น

4 But he himself went a day's journey into the wilderness and came and sat down under a broom tree. And he asked that he might die, saying, “It is enough; now, O LORD, take away my life, for I am no better than my fathers.”

4 แต่ตัวท่านเองก็เดินเข้าถิ่นทุรกันดารไปเป็นระยะทางวันหนึ่ง   มานั่งอยู่ที่ใต้ต้นซากและท่านทูลขอให้ตัวท่านตายเสียทีว่า   “พอแล้วพระองค์เจ้าข้า   ข้าแต่พระเจ้า บัดนี้ขอเอาชีวิตของข้าพระองค์ไปเสีย   เพราะข้าพระองค์ก็ไม่ดีไปกว่าบรรพบุรุษของข้าพระองค์”

Elijah is tired.  If he wanted to die, he didn't have to run. He could have stayed right back there in Jezreel and Jezebel would have gladly killed him.

เอลียาห์เหน็ดเหนื่อย ถ้าท่านอยากจะตายท่านไม่ต้องวิ่งหนี  ท่านควรจะกลับไปอยู่ที่ยิสเรเอและพระนางเยเซเบลจะต้องยินดีที่จะฆ่าท่านตาย

So the very fact that he was running showed that he wanted to survive. That was the whole purpose of the flight was to get away from the threat of Jezebel to kill him.1

ดังนั้นความเป็นจริงที่ว่าท่านวิ่งหนี   แสดงให้เห็นว่าท่านต้องการที่จะอยู่รอด นั่นคือจุดประสงค์ทั้งหมดของความพยายามที่จะได้หนีออกไปจากการคุกคามของพระนางเยเซเบลที่จะฆ่าท่าน

5 And he lay down and slept under a broom tree. And behold, an angel touched him and said to him, “Arise and eat.”

5 และท่านก็นอนลงหลับอยู่ใต้ต้นซาก ดูเถิด   มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งมาถูกต้องท่าน   และพูดกับท่านว่า   “ลุกขึ้นรับประทานซี”

6 And he looked, and behold, there was at his head a cake baked on hot stones and a jar of water. And he ate and drank and lay down again.

6 และท่านก็มองดู   ดูเถิด   ตรงที่ศีรษะของท่านมีขนมปังที่ปิ้งบนก้อนหินร้อนและ มีไหน้ำลูกหนึ่ง   ท่านก็รับประทานและดื่ม   และนอนลงอีก

7 And the angel of the LORD came again a second time and touched him and said, “Arise and eat, for the journey is too great for you.”

7 และทูตของพระเจ้าก็มาอีกเป็นครั้งที่สอง ถูกต้องท่านแล้วว่า   “ลุกขึ้นรับประทานซี   มิฉะนั้นทางเดินนั้นจะเกินกำลังของท่าน”

8 And he arose and ate and drank, and went in the strength of that food forty days and forty nights to Horeb, the mount of God.

8 และท่านก็ลุกขึ้นรับประทานและดื่ม   และเดินไปด้วยกำลังของอาหารนั้น   สี่สิบวันสี่สิบคืนถึงโฮเรบภูเขาของพระเจ้า  

Also known as Mount Sinai, where God met Moses in a burning bush and later gave them the Ten Commandments.

เป็นที่ทราบกันว่าภูเขาไซนาย  ที่ซึ่งพระเจ้าทรงพบกับโมเสสที่พุ่มไม้เผาไหม้    และต่อมาท รงประทานบัญญัติสิบประการแก่พวกเขา

The Lord Speaks to Elijah

พระเจ้าตรัสกับเอลียาห์

9 There he came to a cave and lodged in it. And behold, the word of the LORD came to him, and he said to him, “What are you doing here, Elijah?”

9 ที่นั่นท่านมาถึงถ้ำแห่งหนึ่งก็เข้าพักอยู่   และดูเถิด พระวจนะของพระเจ้ามาถึงท่าน   และพระองค์ตรัสกับท่านว่า   “เอลียาห์เอ๋ย เจ้าทำอะไรอยู่ที่นี่”

10 He said, “I have been very jealous for the LORD, the God of hosts. For the people of Israel have forsaken your covenant, thrown down your altars, and killed your prophets with the sword, and I, even I only, am left, and they seek my life, to take it away.”

10 ท่านทูลว่า   “ข้าพระองค์ร้อนรนเพื่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าจอมโยธา ยิ่งนัก   เพราะประชาชนอิสราเอลได้ทอดทิ้งพันธสัญญาของพระองค์   พังแท่นบูชาของพระองค์ลงเสีย   และประหารผู้เผยพระวจนะของพระองค์เสียด้วยดาบ   และข้าพระองค์   ข้าพระองค์แต่ผู้เดียวเหลืออยู่และเขาทั้งหลายแสวงชีวิตของ ข้าพระองค์เพื่อจะเอาไปเสีย”

How bad can things get? The nation Israel has all gone away from the Lord. They have forsaken the Lord, broken down His altars, killed His prophets.

สิ่งที่ไม่ดีเกิดได้อย่างไร ประเทศอิสราเอลได้หันไปจากพระเจ้า พวกเขาได้ละทิ้งพระเจ้าทำลายแท่นบูชาพระองค์    ได้ฆ่าผู้เผยพระวจนะของพระองค์

Only one prophet left and they're looking for him.

มีผู้เผยพระวจนะเพียงคนเดียวที่เหลือและพวกเขากำลังค้นหาท่านอยู่

That is Elijah's overstatement of the case because he is so upset and discouraged.2 

นั่นเป็นคำพูดเกินความจริงของเอลียาห์ในกรณีนี้   เพราะท่านรู้สึกผิดหวังเสียใจและท้อแท้ใจ

Actually there are still other prophets and other people who are still following God and not Baal and there Elijah just had a great victory on Mount Carmel.

ที่จริงยังมีผู้เผยพระวจนะอื่น ๆ และคนอื่น ๆ ที่ยังคงติดตามพระเจ้าต่อไปและไม่ใช่พระบาอัล    และเอลียาห์ก็มีชัยชนะอันยิ่งใหญ่บนภูเขาคาร์เมล

But he is feeling sorry for himself and like he is the only one.

แต่ท่านก็รู้สึกเสียใจสำหรับตัวเองและราวกับว่าท่านเป็นเพียงคนเดียว

Sometimes you might feel that way in this land where there are so few Christians.

บางครั้งคุณอาจรู้สึกอย่างนั้นในแผ่นดินนี้ที่มีคริสเตียนไม่กี่คน

But remember God still is in control, God has other people, and God answers prayer.

แต่จำไว้ว่าพระเจ้ายังทรงควบคุมอยู่   พระเจ้าทรงมีคนอื่น ๆ และพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐาน

11 And he said, “Go out and stand on the mount before the LORD.” And behold, the LORD passed by, and a great and strong wind tore the mountains and broke in pieces the rocks before the LORD, but the LORD was not in the wind. And after the wind an earthquake, but the LORD was not in the earthquake.

11 และพระองค์ตรัสว่า   “จงออกไปเถิด   ไปยืนอยู่บนภูเขาต่อพระพักตร์พระเจ้า”   และดูเถิด   พระเจ้าทรงผ่านไป   และลมใหญ่อันแรงกล้าได้พัดพังภูเขา   และทำให้หินแตกเป็นก้อนๆ ต่อพระพักตร์พระเจ้า   แต่พระเจ้ามิได้สถิตในลมนั้น   ภายหลังลมก็แผ่นดินไหว   แต่พระเจ้าหาทรงสถิตในแผ่นดินไหวนั้นไม่

12 And after the earthquake a fire, but the LORD was not in the fire. And after the fire the sound of a low whisper.

12 ภายหลังแผ่นดินไหวก็เกิดไฟ   แต่พระเจ้าหาทรงสถิตในไฟนั้นไม่   ภายหลังไฟก็มีเสียงเบาๆ

13 And when Elijah heard it, he wrapped his face in his cloak and went out and stood at the entrance of the cave. And behold, there came a voice to him and said, “What are you doing here, Elijah?”

13 และเมื่อเอลียาห์ได้ยินท่านก็เอาผ้าคลุมหน้าไว้   ออกไปยืนอยู่ที่ปากถ้ำ   และดูเถิด   มีเสียงมาถึงท่านว่า   “เอลียาห์เอ๋ย เจ้าทำอะไรอยู่ที่นี่”

14 He said, “I have been very jealous for the LORD, the God of hosts. For the people of Israel have forsaken your covenant, thrown down your altars, and killed your prophets with the sword, and I, even I only, am left, and they seek my life, to take it away.”

14 ท่านทูลว่า   “ข้าพระองค์ร้อนรนเพื่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าจอมโยธายิ่งนัก   เพราะว่าประชาชนอิสราเอลได้ทอดทิ้งพันธสัญญาของพระองค์   พังแท่นบูชาของพระองค์ลงเสีย   และประหารผู้เผยพระวจนะของพระองค์เสียด้วยดาบ   และข้าพระองค์ ข้าพระองค์แต่ผู้เดียวเหลืออยู่   และเขาทั้งหลายแสวงชีวิตของข้าพระองค์เพื่อจะเอาไปเสีย”

15 And the LORD said to him, “Go, return on your way to the wilderness of Damascus. And when you arrive, you shall anoint Hazael to be king over Syria.

15 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับท่านว่า   “ไปเถอะ   จงกลับไปตามทางของเจ้าถึงถิ่นทุรกันดารดามัสกัส   และเมื่อเจ้าไปถึงแล้ว   เจ้าจงเจิมฮาซาเอลไว้ให้เป็นกษัตริย์เหนือประเทศซีเรีย

16 And Jehu the son of Nimshi you shall anoint to be king over Israel, and Elisha the son of Shaphat of Abel-meholah you shall anoint to be prophet in your place.

16 และเยฮูบุตรนิมซีนั้น   เจ้าจงเจิมให้เป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล   และเอลีชาบุตรชาฟัทชาวอาเบลเมโฮลาห์   เจ้าจงเจิมตั้งไว้ให้เป็นผู้เผยพระวจนะแทนเจ้า

God put him back to work. God got him away from this place of hiding in a cave, of doing nothing and commissioned him back into service for the Lord.3

พระเจ้าทรงใช้ท่านกลับไปทำงาน พระเจ้าทรงให้ท่านออกไปจากถ้ำที่ท่านได้ซ่อนตัวอยู่ โดยไม่ทำอะไรเลย และทรงมอบหมายงานให้ท่านกลับมารับใช้พระองค์อีก

17 And the one who escapes from the sword of Hazael shall Jehu put to death, and the one who escapes from the sword of Jehu shall Elisha put to death.

17 และผู้ที่รอดจากดาบของฮาซาเอล   เยฮูจะฆ่าเสียและผู้ที่รอดจากดาบของเยฮู   เอลีชาจะฆ่าเสีย

18 Yet I will leave seven thousand in Israel, all the knees that have not bowed to Baal, and every mouth that has not kissed him.”

18 แต่เราจะเหลือเจ็ดพันคนไว้ในอิสราเอล   คือทุกเข่าซึ่งมิได้น้อมลงต่อพระบาอัล   และทุกปากซึ่งมิได้จุบรูปนั้น”

The Call of Elisha

การทรงเรียกเอลีชา

19 So he departed from there and found Elisha the son of Shaphat, who was plowing with twelve yoke of oxen in front of him, and he was with the twelfth. Elijah passed by him and cast his cloak upon him.

19 ท่านก็ออกไปจากที่นั่นพบเอลีชาบุตรชาฟัท   ผู้กำลังไถนาอยู่ด้วยโคสิบสองคู่เดินอยู่ข้างหน้า   และท่านอยู่กับโคคู่ที่สิบสอง   เอลียาห์ก็ผ่านไปทิ้งเสื้อคลุมลงบนท่าน

20 And he left the oxen and ran after Elijah and said, “Let me kiss my father and my mother, and then I will follow you.” And he said to him, “Go back again, for what have I done to you?”

20 ท่านก็ละโคเหล่านั้นวิ่งตามเอลียาห์ไปและกล่าวว่า   “ขอให้ข้าพเจ้าไปจุบลาบิดามารดาของข้าพเจ้าก่อน   และข้าพเจ้าจะติดตามท่านไป”   เอลียาห์จึงกล่าวกับเอลีชาว่า   “ไปเถิดแล้วกลับมาอีก   เพราะฉันได้ทำอะไรแก่ท่าน”

21 And he returned from following him and took the yoke of oxen and sacrificed them and boiled their flesh with the yokes of the oxen and gave it to the people, and they ate. Then he arose and went after Elijah and assisted him.

21 และเอลีชาก็กลับจากติดตามเอลียาห์จับโคคู่นั้นฆ่าเสีย   เอาเครื่องแอกต้มเนื้อโค   และให้แก่ประชาชนและเขาก็รับประทาน   แล้วเอลีชาก็ลุกขึ้นตามเอลียาห์ไปและปรนนิบัติท่าน

 

1 Kings Chapter 19 and 20