Thursday, September 3, 2015

 

I Kings 13 A Man of God Confronts Jeroboam

1 พงศ์กษัตริย์ บทที่13 คนของพระเจ้าเผชิญหน้ากับเยโรโบอัม

1 And behold, a man of God came out of Judah by the word of the LORD to Bethel. Jeroboam was standing by the altar to make offerings.

1 และดูเถิด   คนของพระเจ้าคนหนึ่งได้ออกมาจากยูดาห์โดย พระวจนะของพระเจ้าไปยังที่เบธเอล   เยโรโบอัมทรงยืนอยู่ที่แท่นเพื่อจะเผาเครื่องหอม

2 And the man cried against the altar by the word of the LORD and said, “O altar, altar, thus says the LORD: ‘Behold, a son shall be born to the house of David, Josiah by name, and he shall sacrifice on you the priests of the high places who make offerings on you, and human bones shall be burned on you.’”

2 และชายคนนั้นได้ร้องกล่าวโทษแท่นนั้นโดยพระวจนะ ของพระเจ้าว่า   “โอ  แท่นบูชา   แท่นบูชาพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า   'ดูเถิด  โอรสองค์หนึ่งจะประสูติมาในราชวงศ์ของดาวิด   ชื่อโยสิยาห์และบนเจ้า   แท่นนี้จะฆ่าปุโรหิตแห่งปูชนียสถานสูงผู้ซึ่งเผาเครื่อง หอมบนเจ้า   และเขาจะเผากระดูกคนบนเจ้า' ”

3 And he gave a sign the same day, saying, “This is the sign that the LORD has spoken: ‘Behold, the altar shall be torn down, and the ashes that are on it shall be poured out.’”

3 และท่านก็ให้หมายสำคัญในวันเดียวกันนั้น  กล่าวว่า   “นี่เป็นหมายสำคัญที่พระเจ้าได้ตรัสว่า   'ดูเถิด   เขาจะพังแท่นบูชาลงมาและมูลเถ้าซึ่งอยู่ บนนั้นจะถูกเทออก' ”

4 And when the king heard the saying of the man of God, which he cried against the altar at Bethel, Jeroboam stretched out his hand from the altar, saying, “Seize him.” And his hand, which he stretched out against him, dried up, so that he could not draw it back to himself.

4 และอยู่มาเมื่อพระราชาทรงสดับคำ กล่าวของคนของพระเจ้าซึ่งร้องกล่าวโทษแท่นนั้นที่เบธเอล   เยโรโบอัมก็เหยียดพระหัตถ์ออกจากที่แท่น   กล่าวว่า   “จงจับเขาไว้”   และพระหัตถ์ของพระองค์ซึ่งเหยียดออกต่อเขานั้นก็เหี่ยวแห้งไป   พระองค์จะชักกลับเข้าหาตัวอีกก็ไม่ได้

5 The altar also was torn down, and the ashes poured out from the altar, according to the sign that the man of God had given by the word of the LORD.

5 แท่นบูชาก็พังลงด้วย  และมูลเถ้าก็ร่วงลงมาจากแท่น   ตามหมายสำคัญซึ่งคนของพระเจ้าได้ให้ไว้ โดยพระวจนะของพระเจ้า

6 And the king said to the man of God, “Entreat now the favor of the LORD your God, and pray for me, that my hand may be restored to me.” And the man of God entreated the LORD, and the king's hand was restored to him and became as it was before.

6 และพระราชาตรัสกับคนของพระเจ้าว่า   “จงวิงวอนขอพระกรุณาแห่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน   ขอจงอธิษฐานเพื่อข้าพเจ้า   ข้าพเจ้าจะชักมือกลับเข้าหาตัวได้อีก”   และคนของพระเจ้าก็วิงวอนต่อพระเจ้า   และพระราชาก็ทรงชักพระหัตถ์กลับเข้าหา พระองค์ได้อีกและเป็นเหมือนเดิม

11 Now an old prophet lived in Bethel. And his sons came and told him all that the man of God had done that day in Bethel. They also told to their father the words that he had spoken to the king.

11 มีผู้เผยพระวจนะแก่คนหนึ่งอาศัยอยู่ในเบธเอล   และบุตรชายของท่านก็ได้มาบอกท่านถึงเรื่องราวทั้งสิ้น   ซึ่งคนของพระเจ้าได้กระทำในวันนั้นที่เบธเอล   ถ้อยคำซึ่งท่านได้กล่าวแก่พระราชา   เขาทั้งหลายก็ได้เล่าให้บิดาของเขาฟังด้วย

12 And their father said to them, “Which way did he go?” And his sons showed him the way that the man of God who came from Judah had gone.

12 และบิดาของเขาได้ถามเขาว่า   “ท่านไปทางไหน”   และบุตรชายทั้งหลายของเขาก็ชี้ทาง ซึ่งคนของพระเจ้าผู้มาจากยูดาห์ได้เดินไป

13 And he said to his sons, “Saddle the donkey for me.” So they saddled the donkey for him and he mounted it.

13 เขาจึงพูดกับบุตรชายของเขาว่า   “จงผูกอานลาให้ข้า”   เขาทั้งหลายจึงผูกอานลาให้เขา  แล้วเขาก็ขึ้นขี่

14 And he went after the man of God and found him sitting under an oak. And he said to him, “Are you the man of God who came from Judah?” And he said, “I am.”

14 เขาได้ไปตามคนของพระเจ้า   และได้พบท่านนั่งอยู่ใต้ต้นก่อหลวงต้นหนึ่ง   เขาจึงพูดกับท่านว่า   “ท่านเป็นคนของพระเจ้าซึ่งมาจากยูดาห์หรือ”   ท่านก็ตอบว่า  “ใช่แล้ว”

15 Then he said to him, “Come home with me and eat bread.”

15 เขาจึงตอบท่านว่า   “เชิญมาบ้านกับข้าพเจ้าเถิด  และมารับประทานอาหารบ้าง”

16 And he said, “I may not return with you, or go in with you, neither will I eat bread nor drink water with you in this place,

16 ท่านพูดว่า  “ข้าพเจ้าจะกลับไปกับท่าน   หรือเข้าไปพักกับท่านไม่ได้   ข้าพเจ้าจะไม่รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำกับท่านในที่นี้

17 for it was said to me by the word of the LORD, ‘You shall neither eat bread nor drink water there, nor return by the way that you came.’”

17 เพราะพระวจนะของพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า   'เจ้าอย่ารับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่นั่น   หรือกลับโดยทางที่เจ้าได้มา' ”

18 And he said to him, “I also am a prophet as you are, and an angel spoke to me by the word of the LORD, saying, ‘Bring him back with you into your house that he may eat bread and drink water.’” But he lied to him.

18 และเขาจึงพูดกับท่านว่า   “ข้าพเจ้าก็เป็นผู้เผยพระวจนะอย่างที่ท่านเป็นนั้นด้วย   มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งมาบอกข้าพเจ้าโดยพระวจนะของ พระเจ้าว่า   'จงนำเขากลับมากับเจ้า   ยังเรือนของเจ้าเพื่อเขาจะได้รับประทานอาหารและ ดื่มน้ำ' ”   แต่เขามุสาต่อท่าน

19 So he went back with him and ate bread in his house and drank water.

19 ดังนั้นท่านจึงไปกับเขา   และได้รับประทานอาหารในเรือนของเขา   และได้ดื่มน้ำ  

20 And as they sat at the table, the word of the LORD came to the prophet who had brought him back.

20 และขณะที่ท่านนั่งอยู่ที่โต๊ะ  พระวจนะของพระเจ้ามายัง ผู้เผยพระวจนะผู้ที่ได้นำท่านกลับ

21 And he cried to the man of God who came from Judah, “Thus says the LORD, ‘Because you have disobeyed the word of the LORD and have not kept the command that the LORD your God commanded you,

21 และเขาร้องต่อคนของพระเจ้าผู้มาจากยูดาห์ว่า   “พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า   'เพราะเจ้าไม่เชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้า   และมิได้รักษาพระบัญญัติซึ่งพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของเจ้าบัญชาเจ้า

22 but have come back and have eaten bread and drunk water in the place of which he said to you, “Eat no bread and drink no water,” your body shall not come to the tomb of your fathers.’”

22 แต่เจ้าได้กลับมาและรับประทานอาหาร และดื่มน้ำในที่ซึ่งพระองค์ตรัสกับเจ้าว่า   “อย่ารับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ”   ศพของเจ้าจะมิได้ไปถึงอุโมงค์ของบรรพบุรุษของเจ้า' ”

23 And after he had eaten bread and drunk, he saddled the donkey for the prophet whom he had brought back.

23 และอยู่มาหลังจากที่ท่านได้รับประทานอาหารและ ดื่มน้ำแล้ว   เขาก็ผูกอานลาให้ผู้เผยพระวจนะผู้ซึ่งเขาได้พากลับมา

24 And as he went away a lion met him on the road and killed him. And his body was thrown in the road, and the donkey stood beside it; the lion also stood beside the body.

24 และเมื่อท่านไป  สิงห์ก็ออกมาพบท่านที่ถนนและฆ่าท่านเสีย   และศพของท่านก็ถูกทิ้งไว้ในถนน   และลาตัวนั้นก็ยืนอยู่ข้างๆท่าน   สิงห์ก็ยืนอยู่ข้างๆท่านด้วย 

29 And the prophet took up the body of the man of God and laid it on the donkey and brought it back to the city to mourn and to bury him.

29 และผู้เผยพระวจนะก็ยกศพคนของพระเจ้าและวางไว้บนลา   นำกลับมายังเมืองของผู้เผยพระวจนะแก่   เพื่อไว้ทุกข์ให้และฝังท่านเสีย

30 And he laid the body in his own grave. And they mourned over him, saying, “Alas, my brother!”

30 และเขาวางศพนั้นในที่วางศพของตนเอง   และเขาทั้งหลายก็ไว้ทุกข์ให้กล่าวว่า   “อนิจจาพี่น้องเอ๋ย”

31 And after he had buried him, he said to his sons, “When I die, bury me in the grave in which the man of God is buried; lay my bones beside his bones.

31 เมื่อได้ฝังท่านไว้แล้ว   เขาจึงพูดกับบุตรชายของตนว่า   “เมื่อเราตาย   จงฝังเราไว้ในที่ฝังศพซึ่งฝังคนของพระเจ้าไว้นั้น   จงวางกระดูกของเราไว้ข้างกระดูกของท่าน


An interesting story that has an important lesson for us. And that is we better pay attention to what the Lord has to say to us and not what man has to say to us.

เรื่องราวที่น่าสนใจนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับเรา และเราควรสนใจในสิ่งที่พระเจ้าจะทรงตรัสกับเราและไม่ใช่สิ่งที่คนพูดบอกเรา

32 For the saying that he called out by the word of the LORD against the altar in Bethel and against all the houses of the high places that are in the cities of Samaria shall surely come to pass.”

32 เพราะว่าคำพูดซึ่งท่านได้ร้องโดยพระวจนะของพระเจ้า   กล่าวโทษแท่นบูชาในเบธเอล   และต่อบรรดานิเวศแห่งปูชนียสถานสูงซึ่งอยู่ในหัวเมืองสะมาเรีย   จะสำเร็จเป็นแน่”  

33 After this thing Jeroboam did not turn from his evil way, but made priests for the high places again from among all the people. Any who would, he ordained to be priests of the high places.

33 ภายหลังจากสิ่งเหล่านี้   เยโรโบอัมมิได้หันกลับจากทางชั่วของพระองค์   แต่จากท่ามกลางประชาชนได้ชำระบางคนให้ บริสุทธิ์เป็นปุโรหิตประจำปูชนียสถานสูงนั้นอีก   ผู้ใดที่พอใจเป็น   ท่านก็แต่งตั้งเขาให้เป็นปุโรหิตประจำบรรดาปูชนียสถานสูง

34 And this thing became sin to the house of Jeroboam, so as to cut it off and to destroy it from the face of the earth.

34 และสิ่งนี้ได้เป็นบาปแก่ราชวงศ์เยโรโบอัม   เพื่อจะอเปหิและทำลายราชวงศ์นั้นเสียจากพื้นแผ่นดินโลก

 

1 Kings 13