Wednesday, October 12, 2016

 

Genesis 28 Jacob left to live with his uncle Laban

ปฐมกาล 28 ยาโคบก็ออกไปจากบ้านอยู่กับลุงลาบัน

Since Esau’s two foreign Hittite wives were a problem in the family home, Rebekah used this as an excuse to discuss Jacob’s future with her husband, Isaac.  

ตั้งแต่ สองภรรยาฮิตไตต์ต่างประเทศของเอซาวมีปัญหาในบ้านของครอบครัวให้เรเบคาห์ใช้ เป็นข้ออ้างนี้เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของยาโคบกับอิสอัคสามีของเธอ

Jacob had the blessing; he would be the one to carry on the line of promise from his grandfather Abraham. 

ยาโคบมา อวยพรเขาจะเป็นหนึ่งเพื่อดำเนินการในบรรทัดของสัญญาจากเขาปู่อับราฮัม

It was important that he marry the right woman and not one of the women in Canaan who didn’t believe in God.  Isaac agreed and called Jacob to tell him their decision. 

มัน เป็นสิ่งสำคัญที่เขาแต่งงานกับหญิงที่เหมาะสมและไม่หนึ่งของสตรีในคานาอัน ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า อิสอัคตกลงและเรียกยาโคบที่บอก การตัดสินใจ

1Then Isaac called Jacob and blessed him and directed him, “You must not take a wife from the Canaanite women.

1แล้วอิสอัคก็เรียกยาโคบมาอวยพรให้  และกำชับเขาว่า   “อย่าแต่งงานกับหญิงคานาอัน

2Arise, go to Paddan-aram to the house of Bethuel your mother's father, and take as your wife from there one of the daughters of Laban your mother's brother.

2แต่ไปเมืองปัดดานอารัม  ไปยังบ้านเบธูเอลบิดาของแม่เจ้า   ที่นั่นเจ้าจงแต่งงานกับบุตรหญิงคนหนึ่งของลาบันพี่ชายแม่ ของเจ้า

3God Almighty bless you and make you fruitful and multiply you, that you may become a company of peoples.

3ขอพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงอวยพระพรแก่เจ้า   และโปรดให้เจ้ามีลูกดกทวียิ่งขึ้น   จนได้เป็นมวลชนชาติทั้งหลาย

4May he give the blessing of Abraham to you and to your offspring with you, that you may take possession of the land of your sojournings that God gave to Abraham!”

4ขอพระองค์ทรงประทานพรของอับราฮัมแก่เจ้า   และแก่เชื้อสายของเจ้าด้วย   เพื่อเจ้าจะได้กรรมสิทธิ์ดินแดนซึ่งเจ้าอาศัยอยู่นี้   ซึ่งพระเจ้าทรงประทานแก่อับราฮัม”

5Thus Isaac sent Jacob away. And he went to Paddan-aram, to Laban, the son of Bethuel the Aramean, the brother of Rebekah, Jacob's and Esau's mother.

5อิสอัคก็ส่งยาโคบไปอย่างนี้   ยาโคบก็ไปปัดดานอารัมไปหาลาบัน   บุตรชายของเบธูเอลคนอารัมพี่ชายของเรเบคาห์   มารดาของยาโคบและเอซาว

Esau Married an Ishmaelite

เอซาว แต่งงานกับลูกสาวของอิชมาเอล

Esau went from bad to worse, for he went out and took another wife.

เอซาวไป จากที่เลวร้ายสำหรับเขาออกไปและภรรยาแต่งงานอีก

Because Jacob was looking for a wife among his uncle Laban’s children, Esau chose a wife from the family of his uncle Ishmael.

เพราะยา โคบที่กำลังมองหาภรรยาในเด็กของลุงของเขาลาบันเอซาวเลือกภรรยาจากครอบครัว ของลุงของเขาอิสมาอีล

6Now Esau saw that Isaac had blessed Jacob and sent him away to Paddan-aram to take a wife from there, and that as he blessed him he directed him, “You must not take a wife from the Canaanite women,”

6ฝ่ายเอซาวเห็นว่าอิสอัคอวยพรยาโคบ   และส่งเขาไปยังปัดดานอารัมเพื่อหาภรรยาจากที่นั่น   และเมื่ออิสอัคอวยพรเขานั้นท่านกำชับเขาว่า      “เจ้าอย่าแต่งงานกับหญิงคานาอันเลย”

7and that Jacob had obeyed his father and his mother and gone to Paddan-aram.

7ยาโคบเชื่อฟังบิดามารดา  และไปยังปัดดานอารัม

8So when Esau saw that the Canaanite women did not please Isaac his father,

8เมื่อเอซาวเห็นว่าหญิงคานาอันไม่เป็นที่ พอใจอิสอัคบิดาของตน

9Esau went to Ishmael and took as his wife, besides the wives he had, Mahalath the daughter of Ishmael, Abraham's son, the sister of Nebaioth.

9จึงไปหาอิชมาเอลและรับมาหะลัท บุตรหญิงของอิชมาเอลบุตรชายของอับราฮัม   น้องสาวของเนบาโยทมาเป็นภรรยา   นอกเหนือภรรยาซึ่งเขามีอยู่แล้ว

Jacob had a Dream

ยาโคบมีฝัน

Jacob who had been his mother’s favorite and one who stayed help in the home, is now without a home and is starting on a 650 kilometer journey to Haran.

ยาโค บผู้ที่ถูกแม่ของเขาชอบและผู้ที่อยู่ช่วยในบ้านที่ตอนนี้ไม่มีบ้านและเริ่ม ต้นการเดินทาง 650 กิโลเมตรฮารานไป

He was running from an angry brother and he faced an unknown future.  From now on, he would have to learn to walk by faith in God.   It was a three-day journey to Bethel. 

เขาทำ งานจากพี่ชายโกรธและเขาประสบในอนาคตไม่ทราบ จาก นี้ไปเขาจะต้องเรียนรู้ที่จะเดินตามความเชื่อในพระเจ้า มันเป็นการเดินทางสามวันที่เบ็ธเอล

In a movie about this story they showed Esau chasing after Jacob and Jacob losing his donkeys and all of his belongings when trying to outrun Esau.  The Bible doesn’t say that, but it is possible. 

ใน ภาพยนตร์เกี่ยวกับเรื่องนี้พวกเขาพบเอซาวไล่หลังยาโคบและเขาสูญเสียลาของเขา และทรัพย์สินของเขาขณะที่พยายามวิ่งเร็วกว่าเอซาว พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า แต่ก็เป็นไปได้

I would imagine his first three days away from home were very difficult.   When he decided to spend the night at Bethel, he didn’t know that God would meet him there in a vision.  From that night on, Bethel was a very special place to Jacob.

ผมคิด สามวันแรกของเขาออกจากบ้านได้ยากมาก เมื่อเขาตัดสินใจค้างคืนที่เบ็ ธ เอลก็ไม่ทราบว่าพระเจ้าจะพบในเขามีวิสัยทัศน์ จากคืนวันที่เบ็ ธ เอลเป็นสถานที่ที่พิเศษมากสำหรับยาโคบ

10Jacob left Beersheba and went toward Haran.

10ยาโคบออกจากเมืองเบเออร์เชบาเดินไปยังเมืองฮาราน

11And he came to a certain place and stayed there that night, because the sun had set. Taking one of the stones of the place, he put it under his head and lay down in that place to sleep.

11เขามาถึงที่แห่งหนึ่ง   และพักอยู่ที่นั่นในคืนนั้น   เพราะดวงอาทิตย์ตกแล้ว   เขาเอาหินก้อนหนึ่งมาหนุนศีรษะ  แล้วนอนลงที่นั่น

12And he dreamed, and behold, there was a ladder set up on the earth, and the top of it reached to heaven. And behold, the angels of God were ascending and descending on it!

12เขาฝันว่ามีบันไดอันหนึ่งตั้งขึ้นบนแผ่นดินโลก  ยอดถึง ฟ้าสวรรค์   ทูตทั้งหลายของพระเจ้ากำลังขึ้นลงอยู่บนนั้น

13And behold, the LORD stood above it and said, “I am the LORD, the God of Abraham your father and the God of Isaac. The land on which you lie I will give to you and to your offspring.

13พระเจ้าประทับยืนอยู่เหนือบันไดและตรัสว่า   “เราคือเยโฮวาห์พระเจ้าของอับราฮัมบิดาของเจ้า   และพระเจ้าของอิสอัค   แผ่นดินซึ่งเจ้านอนอยู่ นั้นเราจะให้แก่เจ้าและเชื้อสายของเจ้า

14Your offspring shall be like the dust of the earth, and you shall spread abroad to the west and to the east and to the north and to the south, and in you and your offspring shall all the families of the earth be blessed.

14เชื้อสายของเจ้าจะเป็นเหมือนผงคลีบนแผ่นดิน   เจ้าจะแผ่กว้างออกไปทิศตะวันตกและทิศตะวันออก   ทางทิศเหนือและทิศใต้   บรรดาพงศ์พันธุ์ของมนุษย์โลกจะได้รับพร เพราะเจ้าและเพราะเชื้อสายของเจ้า

15Behold, I am with you and will keep you wherever you go, and will bring you back to this land. For I will not leave you until I have done what I have promised you.”

15เราอยู่กับเจ้า  และจะพิทักษ์รักษาเจ้าทุกแห่งหนที่เจ้าไป   และจะนำเจ้ากลับมายังดินแดนนี้   เพราะเราจะไม่ทอดทิ้งเจ้า   จนกว่าเราจะได้ทำสิ่งซึ่งเราพูดกับเจ้าไว้นั้นแล้ว”

16Then Jacob awoke from his sleep and said, “Surely the LORD is in this place, and I did not know it.”

16ยาโคบตื่นขึ้นและพูดว่า   “พระเจ้าทรงสถิต ณ ที่นี้แน่ทีเดียว   แต่ข้าหารู้ไม่”

17And he was afraid and said, “How awesome is this place! This is none other than the house of God, and this is the gate of heaven.”

17เขากลัวและพูดว่า   “สถานที่นี้ศักดิ์สิทธิ์นัก   สถานที่นี้มิใช่อื่นไกลเป็นที่ประทับของพระเจ้า   และประตูฟ้าสวรรค์”  

18So early in the morning Jacob took the stone that he had put under his head and set it up for a pillar and poured oil on the top of it.

18ยาโคบจึงลุกขึ้นแต่เช้ามืด   เอาก้อนหินซึ่งใช้หนุนศีรษะ   ตั้งขึ้นเป็นเสาศักดิ์สิทธิ์   และเทน้ำมันบนยอดเสานั้น

19He called the name of that place Bethel, but the name of the city was Luz at the first.

19เขาเรียกสถานที่นั้นว่าเบธเอล   แต่ก่อนเมืองนั้นชื่อลูส

20Then Jacob made a vow, saying, “If God will be with me and will keep me in this way that I go, and will give me bread to eat and clothing to wear,

20แล้วยาโคบปฏิญาณว่า   “ถ้าพระเจ้าทรงอยู่กับข้าพระองค์   ทรงพิทักษ์รักษาในทางที่ข้าพระองค์ไป   ประทานอาหารให้ข้าพระองค์รับประทาน   และเสื้อผ้าให้ข้าพระองค์สวม

21so that I come again to my father's house in peace, then the LORD shall be my God,

21จนข้าพระองค์กลับมาบ้านบิดาของข้าพระองค์โดยสวัสดิภาพแล้ว   พระเยโฮวาห์จะทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์

22and this stone, which I have set up for a pillar, shall be God's house. And of all that you give me I will give a full tenth to you.”

22และก้อนหินซึ่งข้าพระองค์ตั้งไว้เป็นเสาศักดิ์สิทธิ์   จะเป็นที่ประทับของพระเจ้า   และทุกสิ่งที่พระองค์ทรงประทานแก่ข้าพระองค์   ข้าพระองค์จะถวายหนึ่งในสิบแก่พระองค์”

Jacob slept using a stone for a pillow.   As he slept, he had a dream in which he saw a ladder with angels going up and down between heaven and earth. 

ยาโคบน อนใช้หินสำหรับหมอน ที่เขานอนเขามีความฝันที่เขาเห็นบันไดกับเทวดาจะขึ้นและลง ระหว่างฟากฟ้าและแผ่นดิน

Jacob discovered that he wasn’t alone but that God was with him.  The God of Abraham and Isaac was watching over him.

ยาโคบพบ ว่าเขาไม่ได้คนเดียว แต่พระเจ้ากับเขา พระเจ้าของอับรา ฮัมและอิสอัคได้ชมมากกว่าเขา

Jacob saw the Lord at the top of ladder and heard Him speak. The Lord who had cared for his father and grandfather promised to care for him and to give him the very land on which he was lying.

ยาโค บเห็นพระเจ้าที่ด้านบนของบันไดและได้ยินเขาพูด พระเจ้าผู้ที่ดูแล คุณพ่อและคุณปู่สัญญาว่าจะดูแลเขาและให้เขามากที่ดินที่เขาโกหก

He would also multiply his descendants and he would carry on the promise to bring blessing through them to all the world.

พระเจ้า ก็จะเพิ่มจำนวนลูกหลานของเขาและเขาจะดำเนินการในสัญญาที่จะนำพระพรผ่านพวก เขาทั้งหมดโลก

The Lord promised to be with Jacob.  I am so glad that Lord has promised us to never leave or forsake us.

พระเจ้า สัญญาอยู่กับยาโคบ ผมดีใจที่พระเจ้าทรง สัญญาเราไม่ออกหรือละทิ้งเรา

Hebrews ฮีบรู13:5-6 5Keep your life free from love of money, and be content with what you have, for he has said, “I will never leave you nor forsake you.”

5ท่านจงอย่าเป็นคนเห็นแก่เงิน   จงพอใจในสิ่งที่ท่านมีอยู่   เพราะว่าพระองค์ได้ตรัสว่า   เราจะไม่ละท่าน  หรือทอดทิ้งท่านเลย

6So we can confidently say,“The Lord is my helper; I will not fear; what can man do to me?”

6เหตุฉะนั้นเราทั้งหลายอาจกล่าวด้วยใจเชื่อมั่นว่า   องค์พระผู้เป็นเจ้า  ทรงเป็นพระผู้ช่วย

ของข้าพเจ้า   ข้าพเจ้าจะไม่กลัว   มนุษย์จะทำอะไรแก่ข้าพเจ้าได้เล่า  

God would appear to Jacob and speak to Jacob more times in the years ahead, but this time was very important to him.  

พระเจ้า จะปรากฏให้ยาโคบและพูดครั้งยาโคบขึ้นในอนาคต แต่เวลานี้สิ่งที่สำคัญมากกับเขา

I don’t think that Jacob really knew or trusted God before this, but now he does.  He learned that God was interested in him and was at work in his life. From that night on, as long as he trusted the Lord and obeyed His will, he had nothing to fear.  He became a friend and servant of God that night.

ผมไม่คิด ว่ายาโคบรู้จริงๆหรือเชื่อถือพระเจ้าก่อนนี้ แต่ตอนนี้เขาไม่ เขาได้รู้ว่าพระเจ้าสนใจในตัวเขาและได้ทำงานในชีวิตของเขา จากคืนที่ว่าตราบใดที่เขาไว้วางใจพระเจ้าและจะเชื่อฟัง พระองค์เขาไม่มีอะไรให้กลัว เขาเป็นเพื่อนและคนรับใช้ของพระเจ้าที่คืน

When Jesus called one of the twelve disciples, named Nathaniel to follow him.  Jesus said this

เมื่อพระเยซูที่เรียกว่าหนึ่งในสิบสองสาวกที่ชื่อนาธาที่จะปฏิบัติตามเขา พระเยซูตรัสว่านี้

John ยอห์น1:47-51 47 Jesus saw Nathanael coming toward him and said of him, “Behold, an Israelite indeed, in whom there is no deceit!”

47พระเยซูทรงเห็นนาธานาเอลมาหา   พระองค์จึงตรัสถึงเรื่องของตัวเขาว่า   “ดูเถิด   ชนอิสราเอลแท้   ในตัวเขาไม่มีอุบาย”

48Nathanael said to him, “How do you know me?” Jesus answered him, “Before Philip called you, when you were under the fig tree, I saw you.”

48นาธานาเอลทูลถามพระองค์ว่า   “พระองค์ทรงรู้จักข้าพระองค์ได้อย่างไร”   พระเยซูตรัสตอบเขาว่า   “ก่อนที่ฟีลิปจะเรียกท่าน   เมื่อท่านอยู่ที่ใต้ต้นมะเดื่อนั้น   เราเห็นท่าน”

49Nathanael answered him, “Rabbi, you are the Son of God! You are the King of Israel!”

49นาธานาเอลทูลตอบพระองค์ว่า   “รับบี   พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า   พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราเอล”

50Jesus answered him, “Because I said to you, ‘I saw you under the fig tree,’ do you believe? You will see greater things than these.”

50พระเยซูตรัสตอบเขาว่า   “เพราะเราบอกท่านว่า   เราเห็นท่านอยู่ใต้ต้นมะเดื่อนั้นท่านจึงเชื่อหรือ   ท่านจะได้เห็นเหตุการณ์ใหญ่กว่านั้นอีก”

51And he said to him, “Truly, truly, I say to you, you will see heaven opened, and the angels of God ascending and descending on the Son of Man.”

51และพระองค์ตรัสกับเขาว่า   “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า   ท่านจะได้เห็นท้องฟ้าเบิกออก   และบรรดาทูตสวรรค์ของพระเจ้าขึ้นและลงอยู่เหนือบุตรมนุษย์”

When Jacob woke from his dream, he knew God was in that place, and that he didn’t know that before.  

เมื่อยา โคบตื่นจากความฝันของเขาพระเจ้ารู้อยู่ในสถานที่และที่เขาไม่ทราบว่าก่อน

He called the place Bethel which means house of God.  The next thing he did was to worship God.

เขา เรียกว่าเบ็ธเอลสถานที่ซึ่งหมายความว่าบ้านของพระเจ้า สิ่งต่อไปเขาเพื่อ นมัสการพระเจ้า

He turned his stone pillow into a pillar as a memorial to remember the great experience that he had.  

เขาก็ หมอนของเขาเป็นเสาหินเป็นที่ระลึกให้จำประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่เขามี

Jacob committed himself to the Lord that morning and believed the promises that God had made to him.

ยาโคบก ระทำตัวเองเพื่อพระเจ้าและเชื่อว่าตอนเช้าสัญญาที่พระเจ้าทรงทำกับเขา

I remember coming home from church one Sunday and sitting at a table thinking, God has done so much for me.  Jesus died for me.  I was filled with gratitude and thought and prayed, if He has done so much for Me, I must live fully for Him.  That’s similar to what Jacob decided that morning.

ผมจำมา จากคริสตจักรบ้านหนึ่งอาทิตย์และนั่งคิดตารางพระเจ้าทำมากสำหรับฉัน พระเยซูตายสำหรับฉัน ผมเต็มไป ด้วยความกตัญญูและความคิดและอธิษฐานหากเขาได้ทำมากสำหรับฉันฉันต้องอยู่ อย่างต่อพระองค์ ที่คล้ายกับสิ่งที่ยาโคบตัดสินใจ เช้าที่

Jacob didn’t have an easy life in the years that followed;  God forgave his sins and was with him in all he did, Jacob still suffered the consequences of his earlier sins. God in His grace forgives us, but we also reap what we sow.

ยาโค บไม่ได้มีชีวิตง่ายในปีที่ตามมาพระเจ้าอภัยความผิดของเขาและอยู่กับเขาทั้ง หมดเขา, ยาโคบยังคงประสบผลของบาปก่อนหน้านี้ของเขา พระเจ้าในพระคุณของพระองค์อภัยเรา แต่เราก็เก็บเกี่ยวสิ่งที่เราหว่าน

www.gotquestions.org/Thai

Genesis 28