Thursday, October 6, 2016

 

Genesis 24 Abraham sent his servant to find a bride for Isaac

ปฐมกาล24อับราฮัมส่งเอลีเยเซอร์ไปหาเจ้าสาวสำหรับอิสอัค

Last time we talked about Abraham was asked to sacrifice his son Isaac.  He was willing, but the Lord provided a substitute, just as he done for us through the Lord Jesus. 

เวลาที่ เราพูดคุยเกี่ยวกับอับรา ฮัมถูกขอให้เสียสละลูกชายอิสอัค เขายินดี แต่พระเจ้าให้แทนเช่นเดียวกับที่เขาทำเพื่อเราผ่านทางพระเยซู

Abraham continued to live by faith, and then so did his son Isaac. 

อับรา ฮัมยังคงอยู่โดยความเชื่อแล้วจึงได้ลูกชายอิสหาก

There are four great events in a man's life - his birth, his second birth, his marriage, and his death. 

มีสี่ กิจกรรมที่สำคัญในชีวิตของผู้ชาย -- เกิดเกิดที่สองของเขาแต่งงานของเขาและความตายของเขา

We can’t choose our birth, we can’t delay the time of our death. 

ราไม่ สามารถเลือกเกิดเราไม่สามารถเลื่อนเวลาการตายของเรา

We can choose to receive Jesus for the second birth and a man can choose his wife, as long as she agrees and chooses the man too, unless as in the case of Isaac she is chosen for him.

เรา สามารถเลือกที่จะรับพระเยซูสำหรับเกิดและคนที่สองสามารถเลือกภรรยาของเขา ตราบเท่าที่เธอยอมรับและเลือกคนเกินไปเว้นแต่ในกรณีของอิสหากเธอเลือกเขา

1Now Abraham was old, well advanced in years. And the LORD had blessed Abraham in all things.

1ฝ่ายอับราฮัมก็ชราแล้ว  มีอายุมากทีเดียว     และพระเจ้าทรงอำนวยพระพรอับราฮัมทุกประการ

2And Abraham said to his servant, the oldest of his household, who had charge of all that he had, “Put your hand under my thigh,

2อับราฮัมพูดกับคนใช้ของท่านที่มีอาวุโสที่สุดในบ้าน   ผู้ดูแลทรัพย์สมบัติของท่านว่า   “เอามือเจ้าวางไว้ใต้ขาอ่อนของเรา

This was the way of swearing or promising in that time in history.

นี้คือ วิธีการในการสาบานหรือสัญญาในเวลาในประวัติศาสตร์ที่

In America in a court of law, a person was asked “to swear to tell the truth, the whole truth, so help me God,” when they said that they had their hand on the Bible. 

ใน อเมริกาในศาลให้คนถูกถาม"เพื่อสาบานที่จะบอกความจริง, ความจริงทั้งหมดจึงช่วยพระเจ้า"เมื่อพวกเขากล่าวว่าพวกเขามือของพวกเขาในพระ คัมภีร์

In Abraham’s time, they swore by putting the hand on the thigh. 

ในเวลา อิบรอฮีของพวกเขาสาบานด้วยมือวางบนขา

The important thing here to notice is that Abraham wanted to make sure that his servant would find a good wife for his son Isaac.  

สิ่ง ที่สำคัญที่นี่เพื่อแจ้งให้ทราบเป็นที่อิบรอฮีต้องการให้แน่ใจว่าผู้รับเขา จะพบภรรยาที่ดีสำหรับลูกชายอิสอัค

She was not to be from the Canaanite people but from their own relatives.

เธอไม่ ได้จากคนคานาอัน แต่จากญาติพี่น้องของตนเอง

  3that I may make you swear by the LORD, the God of heaven and God of the earth, that you will not take a wife for my son from the daughters of the Canaanites, among whom I dwell,

3แล้วเราจะให้เจ้าสาบาน ในพระนามพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์   และพระเจ้าแห่งพิภพโลก   ว่าเจ้าจะไม่หาภรรยาให้บุตรชาย ของเราจากบุตรหญิงของคนคานาอัน   ที่เราอาศัยอยู่ท่ามกลางเขานี้

4but will go to my country and to my kindred, and take a wife for my son Isaac.”

4แต่จะไปยังประเทศและหมู่ญาติของเราเพื่อหาภรรยา คนหนึ่งให้แก่อิสอัคบุตรชายของเรา”

5The servant said to him, “Perhaps the woman may not be willing to follow me to this land. Must I then take your son back to the land from which you came?”

5คนใช้ก็เรียนท่านว่า   “เผื่อหญิงนั้นอาจจะไม่ยอมมากับข้าพเจ้ายังแคว้นนี้   ถ้าเช่นนั้นข้าพเจ้ามิต้องนำบุตรชายของท่านกลับไป ยังดินแดนซึ่งท่านจากมานั้นหรือ”

6Abraham said to him, “See to it that you do not take my son back there.

6อับราฮัมพูดกับเขาว่า   “ระวังอย่าพาบุตรชายของเรากลับไปที่นั่น

Abraham was saying this is the place where God wants us. Do not return him to that land.  This was very important to Abraham. 

อับรา ฮัมได้ว่านี้เป็นสถานที่ที่พระเจ้าต้องการเรา ไม่ กลับเขาไปยังดินแดนที่ นี้คือสิ่งที่สำคัญ มากอับราฮัม

They were now living in the Promised Land, a wife was to be secured for Isaac from the old country but Isaac must remain in the new.

พวกนี้อาศัยอยู่ในที่ดินสัญญาให้ภรรยาเพื่อเป็นหลักประกันสำหรับอิสอัคจากประเทศที่เก่า แต่ต้องอยู่ในอิสอัคใหม่

7The LORD, the God of heaven, who took me from my father's house and from the land of my kindred, and who spoke to me and swore to me, ‘To your offspring I will give this land,’ he will send his angel before you, and you shall take a wife for my son from there.

7พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์   ผู้ทรงนำเรามาจากบ้านบิดาเรา   และจากบ้านเกิดเมืองนอนของเรา   พระองค์ตรัสกับเราและทรงปฏิญาณว่า   'ข้าพเจ้าจะมอบแผ่นดินนี้ให้แก่เชื้อสายของเจ้า'   พระองค์จะทรงใช้ทูตของพระองค์ไปข้างหน้าเจ้า   เจ้าจงหาภรรยาคนหนึ่งให้บุตรชายของข้าพเจ้าจากที่นั่น

You see, Abraham trusts in what God has said.   We can too, what God says He will do,  no doubt about it.  Faith is acting upon the Word of God.

คุณ เห็นอับราฮัมลงทุนในสิ่งที่พระเจ้าได้กล่าวว่า เราสามารถเกินไปสิ่งที่พระเจ้ากล่าวว่าเขาจะทำไม่มีข้อสงสัยเกี่ยว กับ ความ เชื่อคือการปฏิบัติตามพระคำของพระเจ้า

8But if the woman is not willing to follow you, then you will be free from this oath of mine; only you must not take my son back there.”

8ถ้าหญิงนั้นไม่ยอมมากับเจ้า   เจ้าก็จะพ้นจากคำสาบานของข้าพเจ้านี้   แต่เจ้าอย่าพาบุตรชายของข้าพเจ้ากลับไปที่นั่นก็แล้วกัน”

9So the servant put his hand under the thigh of Abraham his master and swore to him concerning this matter.

9คนใช้จึงเอามือของเขาวางใต้ขาอ่อน ของอับราฮัมนายของตน   และสาบานต่อท่านตามเรื่องนี้  

10Then the servant took ten of his master's camels and departed, taking all sorts of choice gifts from his master; and he arose and went to Mesopotamia to the city of Nahor.

10คนใช้นำอูฐสิบตัวของนายมาแล้วออกเดินทางไป   โดยนำเอาของมีค่าต่างๆจากนายติดมือไปด้วย   เขาไปยังเมโสโปเตเมีย  ถึงเมืองของนาโฮร์

The servant who is going to Mesopotamia to get a bride for Isaac takes ten camels along.  I don’t know if other people went or not. 

ข้า ราชการที่เป็นไปแคว้นเมซอพอเทเมียรับเจ้าสาวเพื่ออิสอัคเวลาสิบอูฐตาม ผมไม่ทราบว่าคนอื่นไปหรือไม่

This servant was trusted with much by his master Abraham.  We too should be trustworthy servants of God. 

ข้านี้ เชื่อถือได้มากโดยมีต้นแบบของเขาอับราฮัม เราก็ควรเป็นข้า ราชการเชื่อถือของพระเจ้า

Can God trust you to take care of his business, like Abraham trusted his servant?

พระเจ้า สามารถไว้วางใจให้คุณดูแลธุรกิจของเขาเช่นอับราฮัมที่เชื่อถือได้ของเขาข้า?

11And he made the camels kneel down outside the city by the well of water at the time of evening, the time when women go out to draw water.

11เขาให้อูฐคุกเข่าลงที่ริมบ่อน้ำข้างนอกเมือง   เวลาเย็นซึ่งเป็นเวลาที่ผู้หญิงออกมาตักน้ำ

12And he said, “O LORD, God of my master Abraham, please grant me success today and show steadfast love to my master Abraham.

12เขาอธิษฐานว่า   “ข้าแต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของอับราฮัมนาย ของข้าพระองค์   ขอทรงประทานความสำเร็จแก่ข้าพระองค์ในวันนี้   และขอทรงสำแดงความรักมั่นคงแก่อับราฮัมนาย ของข้าพระองค์

13Behold, I am standing by the spring of water, and the daughters of the men of the city are coming out to draw water.

13ข้าพระองค์กำลังยืนอยู่ที่ริมน้ำพุ   และบรรดาบุตรหญิงของชาวเมืองนี้กำลังออกมาตักน้ำ

14Let the young woman to whom I shall say, ‘Please let down your jar that I may drink,’ and who shall say, ‘Drink, and I will water your camels’—let her be the one whom you have appointed for your servant Isaac. By this I shall know that you have shown steadfast love to my master.”

14ขอให้หญิงสาวคนที่ข้าพระองค์พูดกับนางว่า   'โปรดลดเหยือกของเธอลง  ให้ฉันดื่มน้ำ'   และผู้ซึ่งตอบว่า   'เชิญดื่มเถิดและดิฉันจะให้น้ำอูฐของท่านกินด้วย'   นั้น   เป็นคนที่พระองค์ทรงกำหนดให้ เป็นภรรยาอิสอัคผู้รับใช้ของพระองค์   อย่างนี้ข้าพระองค์จะทราบได้ว่า   พระองค์ทรงสำแดงความรักมั่นคงแก่นายของข้าพระองค์”  

This servant is depending upon God. Abraham had trusted the Lord, and now the servant does also. 

ผู้รับ ใช้นี้ขึ้นอยู่กับพระเจ้า อับราฮัมมีความไว้วางใจพระเจ้าและตอนนี้คนใช้ไม่ได้

He calls upon the Lord to lead him in making the right choice.   On his own, as a man, he is going to pick the best looking woman who comes out, but he wanted to make it was the one God chose, and it just so happened that  she was a good looking woman too.

เขาเรียก เมื่อพระเจ้านำเขาในการทำทางเลือกที่เหมาะสม ที่เขาเองเป็นคน เขาจะไปเลือกที่ดีที่สุดมองหาผู้หญิงที่ออกมา แต่เขาต้องการให้มันเป็นหนึ่งพระเจ้าเลือกและจะเกิดขึ้นเพียงเพื่อให้เธอ เป็นผู้หญิงที่ดูดีเกินไป

15Before he had finished speaking, behold, Rebekah, who was born to Bethuel the son of Milcah, the wife of Nahor, Abraham's brother, came out with her water jar on her shoulder.

15เขาอธิษฐานยังไม่ทันเสร็จ   เรเบคาห์ผู้ที่เกิดแก่ เบธูเอลบุตรชายของมิลคาห์ภรรยาของนาโฮร์   น้องชายของอับราฮัม   ก็แบกไหน้ำของเธอเดินออกมา

16The young woman was very attractive in appearance, a maiden whom no man had known. She went down to the spring and filled her jar and came up.

16หญิงสาวนั้นงามมาก  เป็นพรหมจารียังไม่มีชายใดสมสู่เธอ   ลงไปที่น้ำพุเติมน้ำเต็มเหยือกแล้วก็ขึ้นมา

17Then the servant ran to meet her and said, “Please give me a little water to drink from your jar.”

17คนใช้นั้นก็วิ่งไปต้อนรับเธอ  แล้วพูดว่า   “ขอน้ำจากเหยือกน้ำของเธอให้ฉันดื่มสักหน่อย”

18She said, “Drink, my lord.” And she quickly let down her jar upon her hand and gave him a drink.

18เธอตอบว่า   “นาย  เชิญดื่มเถิด”   แล้วเธอก็รีบลดเหยือกของเธอลงมาถือไว้   และให้เขาดื่ม

19When she had finished giving him a drink, she said, “I will draw water for your camels also, until they have finished drinking.”

19เมื่อให้เขาดื่มเสร็จแล้ว  เธอจึงว่า   “ดิฉันจะตักน้ำให้อูฐของท่านกินจนอิ่มด้วย”

20So she quickly emptied her jar into the trough and ran again to the well to draw water, and she drew for all his camels.

20เธอรีบเทน้ำในเหยือกของเธอใส่ราง   แล้ววิ่งไปตักน้ำที่บ่ออีก  เธอตักน้ำให้อูฐทั้งหมดของเขา

So here is quite a remarkable woman.  She not only is willing to give water to the servant but also to water his camels. 

ดังนั้น ที่นี่ค่อนข้างเป็นผู้หญิงที่น่าทึ่ง เธอไม่เพียง แต่ยินดีให้คนใช้น้ำ แต่ยังน้ำอูฐของเขา

21The man gazed at her in silence to learn whether the LORD had prospered his journey or not.

21ชายนั้นเพ่งดูเธอเงียบๆ   เพื่อตรึกตรองดูว่าพระเจ้าทรงให้การเดินทาง ของตนบังเกิดผลหรือไม่  

22When the camels had finished drinking, the man took a gold ring weighing a half shekel, and two bracelets for her arms weighing ten gold shekels,

22เมื่ออูฐกินน้ำเสร็จแล้ว  ชายนั้นก็ให้แหวนทองคำหนักครึ่งเชเขล   และกำไลสำหรับข้อมือเธอคู่หนึ่ง   ทองหนักสิบเชเขล

23and said, “Please tell me whose daughter you are. Is there room in your father's house for us to spend the night?”

23และพูดว่า  “ขอบอกฉันว่าเธอเป็นบุตรหญิงของใคร   ในบ้านบิดาของเธอนั้นมีที่ให้เราพักอาศัยบ้างไหม”

24She said to him, “I am the daughter of Bethuel the son of Milcah, whom she bore to Nahor.”

24เธอตอบเขาว่า   “ดิฉันเป็นบุตรหญิงของเบธูเอล บุตรชายของมิลคาห์และนาโฮร์”

Abraham is the brother of Nahor, so Rebekah is a distant relative of Abraham and Isaac, just what they were looking for.  Plus she was a hard worker, hospitable, polite, and beautiful.

อับรา ฮัมเป็นพี่ชายของนาโฮร์ ดังนั้นเรเบคาห์เป็นญาติห่างของอับราฮัมและอิสหากสิ่งที่พวกเขาต้องการ เธอยังทำงานหนัก, ใจดี, สุภาพและสวยงามได้

25She added, “We have plenty of both straw and fodder, and room to spend the night.”

25เธอพูดเสริมว่า   “เรามีทั้งฟางและเสบียงพอ  และมีที่ให้พักด้วย”

26The man bowed his head and worshiped the LORD

26ชายนั้นก็กราบลงนมัสการพระเจ้า

27and said, “Blessed be the LORD, the God of my master Abraham, who has not forsaken His steadfast love and his faithfulness toward my master. As for me, the LORD has led me in the way to the house of my master's kinsmen.”

27และอธิษฐานว่า   “สาธุการแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้า ของอับราฮัมนายของข้าพระองค์   ผู้มิได้ทรงทอดทิ้งความรักมั่นคง   และความเที่ยงธรรมของพระองค์ต่อนาย   ส่วนข้าพระองค์นั้นพระเจ้าทรงนำมา ตามทางจนถึงบ้านหมู่ญาติของนายข้าพระองค์”  

The servant is very thankful to the Lord, for His leadership in this.  The Lord wants to lead each of us, we need to be praying and checking with Him, like the servant did.

คนใช้ มากขอบคุณพระเจ้าสำหรับความเป็นผู้นำของเขาใน พระเจ้าต้องการทำ ให้เราแต่ละคนเราจะต้องมีการอธิษฐานและการตรวจสอบกับพระองค์เช่นข้าไม่

28Then the young woman ran and told her mother's household about these things.

28แล้วหญิงสาวนั้นก็วิ่งไปบอกคนในครอบครัวของมารดา ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

29Rebekah had a brother whose name was Laban. Laban ran out toward the man, to the spring.

29เรเบคาห์มีพี่ชายคนหนึ่งชื่อ   ลาบัน  ลาบันวิ่งไปหาชายนั้นที่น้ำพุ

30As soon as he saw the ring and the bracelets on his sister's arms, and heard the words of Rebekah his sister, “Thus the man spoke to me,” he went to the man. And behold, he was standing by the camels at the spring.

30เมื่อท่านเห็นแหวนและกำไลที่ข้อมือน้องสาว   และเมื่อท่านได้ยินคำของเรเบคาห์น้องสาวว่า   “ชายนั้นพูดกับฉันอย่างนี้”   ท่านก็ไปหาชายนั้น  และพบเขากำลังยืนอยู่กับอูฐที่น้ำพุ

31He said, “Come in, O blessed of the LORD. Why do you stand outside? For I have prepared the house and a place for the camels.”

31ท่านพูดว่า   “ข้าแต่ท่านผู้รับพระพรของพระเจ้า   เชิญเข้ามาเถิด  ท่านยืนอยู่ข้างนอกทำไม   เพราะข้าพเจ้าเตรียมบ้านและเตรียมที่สำหรับอูฐแล้ว”

When Rebekah’s brother, Laban, saw those rings, he knew it was a very wealthy guest. We will read about him again with Isaac’s son Jacob.  Laban was a rather sneaky man who liked to get rich. 

เมื่อลาบัน พี่ชายของเรเบคาห์ เห็นแหวนที่เขารู้ว่ามันเป็นบุคคลรวยมาก เราจะอ่านเกี่ยว กับเขาอีกครั้งกับบุตรชายของอิสอัคยาโคบ ลาบัน เป็นคนส่อเสียดค่อนข้างที่ชอบได้มากมาย

32So the man came to the house and unharnessed the camels, and gave straw and fodder to the camels, and there was water to wash his feet and the feet of the men who were with him.

32ชายนั้นจึงเข้าไปในบ้าน  ลาบันก็แก้อูฐ   ให้ฟางและอาหารสำหรับอูฐ   ให้น้ำล้างเท้าเขาและคนที่มากับเขา

33Then food was set before him to eat. But he said, “I will not eat until I have said what I have to say.” He said, “Speak on.”

33แล้วลาบันจัดอาหารมาเลี้ยงเขา   แต่เขาว่า   “ข้าพเจ้าจะไม่รับประทาน   จนกว่าข้าพเจ้าจะพูดถึงธุระ ที่ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายมานั้นให้ท่านฟังเสียก่อน”   ลาบันก็ว่า  “เชิญพูดเถิด”  

We have here a picture in this story of the relationship of Christ and the church. The New Testament says that the church is the bride of Christ. 

ที่นี่เรามีภาพในเรื่องราวของความสัมพันธ์ของพระเยซูคริสต์นี้และคริสตจักร พระคัมภีร์ใหม่กล่าวว่าคริสตจักรที่เป็นเจ้าสาวของพระคริสต์

The Holy Spirit whom the Father and the Son have sent into the world is seeking a bride for the Son.  

พระวิญญาณบริสุทธิ์ที่พระบิดาและพระบุตรได้ส่งเข้ามาในโลกคือการแสวงหาเจ้าสาวสำหรับบุตรที่

The servant is concerned about getting a bride for Isaac and wants to tell his story before eating. 

ข้าราชการมีความกังวลเกี่ยวกับการรับเจ้าสาวสำหรับอิสอัคและต้องการที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเขาก่อนรับประทานอาหาร

The thing that is primary as far as God is concerned is to get the gospel out to the peoples of the world.

สิ่งที่เป็นหลักเท่าที่พระเจ้าเป็นห่วงคือการได้รับพระกิตติคุณออกไปยังประชาชนของโลก

The Spirit of God is here to put this first. The servant of Abraham will not eat before he has spoken, and so they tell him to speak on.

พระวิญญาณของพระเจ้าอยู่ที่นี่เพื่อใส่ครั้งแรกนี้ ผู้รับใช้ของอับราฮัมจะไม่กินก่อนที่เขาจะได้พูดและเพื่อพวกเขาบอกให้เขาพูดใน

34So he said, “I am Abraham's servant.

34เขาจึงพูดว่า  “ข้าพเจ้าเป็นคนใช้ของอับราฮัม

35The LORD has greatly blessed my master, and he has become great. He has given him flocks and herds, silver and gold, male servants and female servants, camels and donkeys.

35พระเจ้าทรงอำนวยพระพรแก่ นายข้าพเจ้าอย่างมากมายท่านก็เจริญ   พระองค์ทรงประทานฝูงแพะแกะ   และฝูงโค  เงินและทอง  คนใช้ชายหญิง  อูฐและลา

The servant tells about the father's house. And that is something that the Spirit of God would have us know about.

คนที่บอกเกี่ยวกับบ้านบิดาของ และนั่นคือสิ่งที่พระวิญญาณของพระเจ้าจะมีเรารู้เกี่ยวกับ

He convicts the world of sin, righteousness, and judgment -- those are the three things that He talks about to the lost world.

พระองค์นักโทษโลกจากความบาปของความชอบธรรมและตัดสิน -- ผู้ที่มีสามสิ่งที่เขาพูดเกี่ยวกับโลกที่สูญหาย

He would have us know that the judgment is upon a sinful earth and upon mankind. Men are lost today because they are sinners.

พระองค์จะให้เราทราบว่าการพิพากษาที่เป็นบาปบนแผ่นดินโลกและเมื่อมนุษย์ ผู้ชายจะหายไปในวันนี้เพราะพวกเขาเป็นคนบาป

The Holy Spirit has come to let us know that there is a Savior who has taken the punishment for our sin and the Lord is preparing a place for us is Heaven with the Father. 

พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้มาแจ้งให้เราทราบว่ามีผู้ช่วยให้รอดที่ได้ดำเนินการลงโทษสำหรับความผิดบาปของเราและพระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมสถานที่สำหรับเราคือสวรรค์กับพระบิดา

The servant of Abraham is not named, and the Holy Spirit does not speak of Himself, but speaks of Jesus the Son.   So the servant continues his story.

ผู้รับใช้ของอับราฮัมจะไม่ได้มีชื่อและพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่พูดของตัวเอง แต่พูดของพระเยซูพระบุตร ดังนั้นข้าราชการที่ยังคงเรื่องราวของเขา

36And Sarah my master's wife bore a son to my master when she was old, and to him he has given all that he has.

36ซาราห์ภรรยานายข้าพเจ้าได้บุตรชาย คนหนึ่งให้แก่นายเมื่อนางแก่แล้ว   และนายก็ยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้บุตร

37My master made me swear, saying, ‘You shall not take a wife for my son from the daughters of the Canaanites, in whose land I dwell,

37นายให้ข้าพเจ้าปฏิญาณว่า   'เจ้าอย่าหาภรรยาให้แก่บุตรชายของ ข้าพเจ้าจากบุตรหญิงของคนคานาอัน   ซึ่งข้าพเจ้าอาศัยอยู่ในดินแดนของเขานี้

38but you shall go to my father's house and to my clan and take a wife for my son.’

38แต่เจ้าจงไปยังบ้านบิดาของข้าพเจ้าและไปยังหมู่ญาติของข้าพเจ้า   และหาภรรยาคนหนึ่งให้แก่บุตรชายของข้าพเจ้า'

39I said to my master, ‘Perhaps the woman will not follow me.’

39ข้าพเจ้าพูดกับนายว่า  'หญิงนั้นอาจจะไม่ยอมมากับข้าพเจ้า'

40But he said to me, ‘The LORD, before whom I have walked, will send his angel with you and prosper your way. You shall take a wife for my son from my clan and from my father's house.

40แต่ท่านพูดกับข้าพเจ้าว่า   'พระเจ้าผู้ซึ่งข้าพเจ้าดำเนินอยู่ต่อพระพักตร์พระองค์จะทรงส่งทูตของพระองค์ไปกับเจ้า   และให้ทางของเจ้าบังเกิดผล   เจ้าจงหาภรรยาคนหนึ่งให้บุตรชายของข้าพเจ้า   จากหมู่ญาติของข้าพเจ้าและจากบ้านบิดาของข้าพเจ้า

41Then you will be free from my oath, when you come to my clan. And if they will not give her to you, you will be free from my oath.’

41แล้วเจ้าจะพ้นจากคำสาบานของข้าพเจ้า   เมื่อเจ้ามาถึงหมู่ญาติของข้าพเจ้าแล้ว   ถ้าเขาไม่ยอมให้หญิงนั้น  เจ้าก็พ้นจากคำสาบานของข้าพเจ้า'  

42“I came today to the spring and said, ‘O LORD, the God of my master Abraham, if now you are prospering the way that I go,

42“วันนี้ข้าพเจ้ามาถึงบ่อน้ำและทูลว่า   'ข้าแต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของอับราฮัมนายของ ข้าพระองค์   ขอพระองค์ทรงโปรดให้ทางที่ข้าพระองค์ไปนั้นเกิดผล

43behold, I am standing by the spring of water. Let the virgin who comes out to draw water, to whom I shall say, “Please give me a little water from your jar to drink,”

43เวลานี้  ข้าพระองค์กำลังยืนอยู่ที่น้ำพุ   ขอให้หญิงสาวที่ออกมาตักน้ำ   ผู้ซึ่งข้าพระองค์จะพูดด้วยว่า   “ขอน้ำให้ฉันดื่มจากเหยือกของเธอสักหน่อย”

44and who will say to me, “Drink, and I will draw for your camels also,” let her be the woman whom the LORD has appointed for my master's son.’

44และผู้ซึ่งจะตอบข้าพระองค์ว่า   “เชิญดื่มเถิด  และดิฉันจะตักน้ำให้อูฐของท่านด้วย”   เป็นหญิงที่พระเจ้าทรงกำหนดตัวไว้ให้เป็นภรรยา บุตรชายของนายข้าพระองค์'  

45“Before I had finished speaking in my heart, behold, Rebekah came out with her water jar on her shoulder, and she went down to the spring and drew water. I said to her, ‘Please let me drink.’

45“ก่อนที่ข้าพเจ้าจะพูดในใจจบ   ก็พอดีเรเบคาห์แบกเหยือกของเธอเดินออกมา   เธอลงไปตักน้ำที่น้ำพุ   ข้าพเจ้าพูดกับเธอว่า  'ขอน้ำฉันดื่มหน่อย'

46She quickly let down her jar from her shoulder and said, ‘Drink, and I will give your camels drink also.’ So I drank, and she gave the camels drink also.

46เธอก็รีบลดเหยือกของเธอจากบ่าของเธอและว่า   'เชิญดื่มเถิด   แล้วดิฉันจะให้น้ำแก่อูฐของท่านด้วย'   ข้าพเจ้าจึงดื่ม  เธอก็ตักน้ำให้อูฐกินด้วย

47Then I asked her, ‘Whose daughter are you?’ She said, ‘The daughter of Bethuel, Nahor's son, whom Milcah bore to him.’ So I put the ring on her nose and the bracelets on her arms.

47แล้วข้าพเจ้าถามเธอว่า  'เธอเป็นบุตรหญิงของใคร'   เธอตอบว่า   'เป็นบุตรหญิงของเบธูเอลบุตรชายของนาโฮร์และนางมิลคาห์'   ข้าพเจ้าจึงใส่แหวนที่จมูกของเธอและสวมกำไลที่ข้อมือเธอ

48Then I bowed my head and worshiped the LORD and blessed the LORD, the God of my master Abraham, who had led me by the right way to take the daughter of my master's kinsman for his son.

48แล้วข้าพเจ้าก็กราบลงนมัสการพระเจ้า   และถวายสาธุการแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้า ของอับราฮัมนายข้าพเจ้า   ผู้ทรงนำข้าพเจ้ามาตามทางที่ถูก   เพื่อหาบุตรหญิงของญาตินายให้บุตรชาย

We will continue the story next week.

เราจะยังคงเรื่องราวของสัปดาห์ถัดไป

Genesis 24