Saturday, October 8, 2016

 

Genesis ปฐมกาล 25

This is another great chapter of the Bible. It tells of the death of Abraham and the birth of the twins, Esau and Jacob, to Isaac and Rebekah. It also tells of the families of Ishmael and of Isaac.

นี้ เป็นอีกหนึ่งบทใหญ่ของพระคัมภีร์ จะบอกความตายของอับราฮัมและการเกิดของบุตร แฝดเกิดมาเพื่ออิสอัคและ เรเบคาห์หนึ่งชื่อยาโคบและเอซาวหนึ่งชื่อยังบอกครอบ ครัวของอิสมาอีลและอิสหาก

Abraham's Death and His Descendants

ความตายของอับราฮัมและลูกหลานของเขา

1Abraham took another wife, whose name was Keturah.

1อับราฮัมได้ภรรยาอีกคนหนึ่งชื่อเคทูราห์

2She bore him Zimran, Jokshan, Medan, Midian, Ishbak, and Shuah.

2นางก็ให้บุตรหลายคนแก่ท่านชื่อ  ศิมราน   โยกชาน  เมดาน  มีเดียน  อิชบากและชูอาห์

3Jokshan fathered Sheba and Dedan. The sons of Dedan were Asshurim, Letushim, and Leummim.

3โยกชานเป็นบิดาของเชบาและเดดาน  บุตรชายของเดดาน  คือ   อัสชูริม  เลทูชิมและเลอุมมิม

4The sons of Midian were Ephah, Epher, Hanoch, Abida, and Eldaah. All these were the children of Keturah.

4บุตรชายของมีเดียนคือเอฟาห์   เอเฟอร์  ฮาโนค  อาบีดาและเอลดาอาห์   ทั้งหมดนี้เป็นบุตรหลานของนางเคทูราห์

5Abraham gave all he had to Isaac.

5อับราฮัมได้มอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดแก่อิสอัค

6But to the sons of his concubines Abraham gave gifts, and while he was still living he sent them away from his son Isaac, eastward to the east country.

6แต่อับราฮัมให้ของขวัญแก่บุตรหลานของพวกภรรยาน้อยของท่าน   เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่   ท่านให้พวกเขาแยกไปจากอิสอัคบุตรชายของท่าน   ไปทางทิศตะวันออกยังประเทศตะวันออก

7These are the days of the years of Abraham's life, 175 years.

7อายุของอับราฮัม  คือหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าปี

8Abraham breathed his last and died in a good old age, an old man and full of years, and was gathered to his people.

8อับราฮัมสิ้นใจ  เมื่อแก่หง่อมแล้ว  เป็นคนชรามีอายุมาก   เขาก็ฝังศพท่านรวมอยู่กับบรรพบุรุษของท่าน

9Isaac and Ishmael his sons buried him in the cave of Machpelah, in the field of Ephron the son of Zohar the Hittite, east of Mamre,

9อิสอัคและอิชมาเอลบุตรชายของอับราฮัมก็ฝัง ท่านไว้ในถ้ำมัคเป-ลาห์   ในนาของเอโฟรนบุตรชายของโศหาร์คนฮิตไทต์ ซึ่งอยู่หน้ามัมเร

10the field that Abraham purchased from the Hittites. There Abraham was buried, with Sarah his wife.

10เป็นนาที่อับราฮัมซื้อมาจากคนฮิตไทต์   เขาก็ฝังอับราฮัมไว้ที่นั่น  อยู่กับซาราห์ภรรยาของท่าน

11After the death of Abraham, God blessed Isaac his son. And Isaac settled at Beer-lahai-roi.

11หลังจากที่อับราฮัมสิ้นชีวิตแล้ว   พระเจ้าทรงอวยพระพรแก่อิสอัคบุตรของท่าน   อิสอัคอาศัยอยู่ที่เบเออลาไฮรอย

12These are the generations of Ishmael, Abraham's son, whom Hagar the Egyptian, Sarah's servant, bore to Abraham.

12 ต่อไปนี้เป็นเชื้อสายของอิชมาเอล  บุตรชายของอับราฮัม   ซึ่งเกิดจากนางฮาการ์คนอียิปต์สาวใช้ของซาราห์

13These are the names of the sons of Ishmael, named in the order of their birth: Nebaioth, the firstborn of Ishmael; and Kedar, Adbeel, Mibsam,

13ต่อไปนี้เป็นชื่อ   บรรดาบุตรชายของอิชมาเอล   ตามลำดับกำเนิดคือ   เนบาโยธบุตรหัวปีของอิชมาเอล  เคดาร์  อัดบีเอล  มิบสัม

14Mishma, Dumah, Massa,

14มิชมา  ดูมาห์  มัสสา

15Hadad, Tema, Jetur, Naphish, and Kedemah.

15ฮาดัด  เทมา  เยทูร์  นาฟิชและเคเดมาห์

16These are the sons of Ishmael and these are their names, by their villages and by their encampments, twelve princes according to their tribes.

16คนเหล่านี้เป็นบุตรชายของอิชมาเอล   ชื่อเหล่านี้เป็นชื่อของพวกเขาตามชนบท   และตามค่ายของเขา  เจ้านายสิบสองคนตามเผ่าของเขา

17(These are the years of the life of Ishmael: 137 years. He breathed his last and died, and was gathered to his people.)

17(อายุอิชมาเอล  คือหนึ่งร้อยสามสิบเจ็ดปี   ท่านสิ้นใจและเขาฝังท่านร่วมอยู่กับบรรพบุรุษของท่าน)

18They settled from Havilah to Shur, which is opposite Egypt in the direction of Assyria. He settled over against all his kinsmen.

18พวกเขาอาศัยอยู่ตั้งแต่เมืองฮาวิลาห์จนถึงเมืองชูร์   ซึ่งอยู่หน้าอียิปต์ไปทางทิศเมืองอัสซีเรีย   เขาพำนักอยู่ตรงหน้าประชาชนของเขา

Abraham really had the biggest part of his family after the death of Sarah, even though he was very old.  After his family with Keturah he died at the age of 175. 

อับรา ฮัมจริงๆมีส่วนที่ใหญ่ที่สุดของครอบครัวของเขาหลังจากการตายของ Sarah แม้ว่าเขาเก่ามาก หลังจากครอบครัวของเขา ด้วย เคทูราห์ เขาตายเมื่ออายุ 175

One of his sons by Keturah was Midian.  Many of the sons or descendants of Abraham formed whole nations of people, one of these was Midian. 

หนึ่ง ในบุตรของเขาโดย เคทูราห์ ถูกมัดยัน หลายบุตรหรือลูกหลานของอับราฮัมขึ้นทั้ง ประเทศคนหนึ่งของเหล่านี้ถูกมัดยัน

Moses will later marry a woman from the people of Midian. 

มูซาภาย หลังจะแต่งงานกับผู้หญิงจากชาวมัดยัน

Ishmael comes for the funeral because, after all, Abraham is his father too. So Isaac and Ishmael together bury Abraham. Ishmael you will remember was the son of Hagar the Egyptian the servant of Sarah.  

อิสมา อีลมาเพื่องานศพเพราะหลังจากทั้งหมดอับราฮัมเป็นบิดาของเขาเกินไป อิสอัค และอิสมาอีลอับราฮัมจึงเลิกกัน อิสมาอีลคุณจะจำได้บุตรของฮาการ์ข้าราชการของซาราห์อียิปต์

Now we come to the family line of Isaac.  It is interesting that Rebekah, like Sarah, at first could not have children. But Isaac prayed to God and she became pregnant with twins.

ตอนนี้ เรามาสายครอบครัวของ อิสอัค เป็นที่น่าสนใจ ที่ เรเบคาห์ เช่นซาราห์ที่แรกไม่สามารถมีบุตร แต่อิสอัคอธิษฐาน ต่อพระเจ้าและเธอเป็นหญิงตั้งครรภ์กับฝาแฝด

The Birth of Esau and Jacob

เกิดจาก เอซาว และยาโคบ

19These are the generations of Isaac, Abraham's son: Abraham fathered Isaac,

19ต่อไปนี้เป็นเชื้อสายของอิสอัคบุตรชายของอับราฮัม  คือ   อับราฮัมเป็นบิดาของอิสอัค

20and Isaac was forty years old when he took Rebekah to be his wife, the daughter of Bethuel the Aramean of Paddan-aram, the sister of Laban the Aramean.

20อิสอัคมีอายุสี่สิบปี   เมื่อท่านได้ภรรยา   คือ  เรเบคาห์บุตรหญิงของเบธูเอล   คนอารัมชาวเมืองปัดดานอารัม  น้องสาวของลาบันคนอารัม

21And Isaac prayed to the LORD for his wife, because she was barren. And the LORD granted his prayer, and Rebekah his wife conceived.

21อิสอัคอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อภรรยาของท่าน   เพราะนางเป็นหมัน   พระเจ้าประทานตามคำอธิษฐานของท่าน   เรเบคาห์ภรรยาของท่านก็ตั้งครรภ์

22The children struggled together within her, and she said, “If it is thus, why is this happening to me?” So she went to inquire of the LORD.

22เด็กก็เบียดเสียดกันอยู่ในครรภ์ของนาง   นางจึงพูดว่า   “ถ้าเป็นเช่นนี้  ฉันจะมีชีวิตอยู่ทำไม”   นางจึงไปทูลถามพระเจ้า

23And the LORD said to her,“Two nations are in your womb, and two peoples from within you shall be divided;

the one shall be stronger than the other, the older shall serve the younger.”

23พระเจ้าตรัสกับนางว่า   “ชนสองชาติอยู่ในครรภ์ของเจ้า   และประชาชนสองพวกเกิดจากเจ้า
  จะต้องแยกกัน พวกหนึ่งจะแข็งแรงกว่าอีกพวกหนึ่ง   พี่จะรับใช้น้อง”  

24When her days to give birth were completed, behold, there were twins in her womb.

24เมื่อกำหนดคลอดของนางมาถึงแล้ว ก็มีลูกแฝดอยู่ในครรภ์ของนาง

25The first came out red, all his body like a hairy cloak, so they called his name Esau.

25คนแรกคลอดออกมาตัวแดงมีขนอยู่ทั่วตัวหมด   เขาจึงตั้งชื่อว่า  เอซาว

26Afterward his brother came out with his hand holding Esau's heel, so his name was called Jacob. Isaac was sixty years old when she bore them.

26ภายหลังน้องของเขาก็คลอดออกมา   มือของเขาจับส้นเท้าของเอซาวไว้   เขาจึงตั้งชื่อว่ายาโคบ   เมื่อนางคลอดลูกแฝดนั้นอิสอัคมีอายุได้หกสิบปี

27When the boys grew up, Esau was a skillful hunter, a man of the field, while Jacob was a quiet man, dwelling in tents.

27เมื่อเด็กชายทั้งสองนั้นโตขึ้นแล้ว   เอซาวก็เป็นพรานมือแม่น   เป็นชาวทุ่ง  ฝ่ายยาโคบเป็นคนเงียบๆอยู่กับบ้าน

28Isaac loved Esau because he ate of his game, but Rebekah loved Jacob.

28อิสอัครักเอซาว  เพราะท่านรับประทานเนื้อที่เขาล่ามา   แต่นางเรเบคาห์รักยาโคบ  

Isaac and Rebekah were married about 20 years before the children were born.

อิสอัค และ เรเบคาห์ ได้แต่งงานประมาณ 20 ปีก่อนเด็กเกิด

There was a struggle between these twin boys even before they were born. 

มีการ ต่อสู้ระหว่างชายคู่นี้ได้ก่อนที่จะเกิดคือ

It is like how we struggle against sin.  In Romans 7 Paul writes how the things he wants to do in living right for God he doesn’t do and the things he doesn’t want to do, which is sin, he does. 

เหมือน กับว่าเราต่อสู้กับบาป ในโรม 7 พอลเขียนว่าสิ่งที่เขาต้องการทำในชีวิตที่เหมาะสมสำหรับพระเจ้าเขาไม่ได้ทำและ สิ่งที่เขาไม่อยากทำซึ่งเป็นบาปเขาจะ

God had decided ahead of time that the older twin, the one born first, would serve the younger. 

พระเจ้า ตัดสินใจล่วงหน้าว่าคู่เก่าหนึ่งเกิดแรกจะให้บริการน้อย

The first one born was named Esau which means red.  He was red in color and later as a man was very hairy. 

คนแรก เกิดเป็นชื่อ เอซาว ซึ่งหมายถึงสีแดง เขาเป็นสีแดงและต่อมาเป็นคนที่ลำบากมาก

Jacob whose name means supplanter, one who takes the place of another, was fair skinned and not hairy.  

ยาโคบมีชื่อหมายถึง supplanter หนึ่งที่เกิดขึ้นของผู้อื่นได้เป็นธรรมผิวและไม่ลำบาก

Esau liked to hunt and was his father’s favorite.  Jacob liked to help his mom and he was her favorite. 

เอซาว ชอบล่าและพ่อของเขาเป็นที่ชื่นชอบยาโคบชอบช่วยแม่ของเขาและเขาเป็นที่ชื่นชอบเธอ

Jacob was clever in dealing with his brother.  He knew his brother was hungry and Esau didn’t really care about his birthright, he didn’t care that he had a special blessing and benefits as the first born son.  So Esau sold his birthright.

ยาโคบที่ฉลาดในการจัดการกับพี่ชายของเขา เขารู้ว่าพี่ชายของเขาหิวและ เอซาว ไม่จริงๆดูแลเกี่ยวกับสิทธิซึ่งทุกคนเขาไม่สนใจว่าเขามีพระพรพิเศษและสิทธิ ประโยชน์เป็นลูกชายแรกเกิด เพื่อ เอซาว ขายสิทธิของบุตรคนหัวปีของเขา

Esau Sells His Birthright

เอซาวขายสิทธิซึ่งทุกคนของเขา

29Once when Jacob was cooking stew, Esau came in from the field, and he was exhausted.

29วันหนึ่งขณะที่ยาโคบต้มอาหารอยู่   เอซาวกลับมาจากท้องทุ่งหิวจัดอดอยาก

30And Esau said to Jacob, “Let me eat some of that red stew, for I am exhausted!” (Therefore his name was called Edom.)

30เอซาวพูดกับยาโคบว่า   “ขอให้ข้ากินของแดงนั้น  ของแดงนั้นน่ะ   เพราะเราหิวจัด”   (เพราะฉะนั้นเขาจึงเรียกชื่อว่าเอโดม)

31Jacob said, “Sell me your birthright now.”

31ยาโคบว่า   “ขายสิทธิบุตรหัวปีของพี่ให้ฉันก่อนซี”

32Esau said, “I am about to die; of what use is a birthright to me?”

32เอซาวว่า   “ดูซิ   ข้ากำลังจะตายอยู่แล้ว   สิทธิบุตรหัวปีจะเป็นประโยชน์อะไรแก่ข้า”

33Jacob said, “Swear to me now.” So he swore to him and sold his birthright to Jacob.

33ยาโคบว่า   “สาบานให้ฉันก่อน”   เอซาวจึงสาบานให้   และขายสิทธิบุตรหัวปีของตนแก่ยาโคบ

34Then Jacob gave Esau bread and lentil stew, and he ate and drank and rose and went his way. Thus Esau despised his birthright.

34ยาโคบจึงให้ขนมปังและถั่วแดงต้มแก่เอซาว  เขาก็กินและดื่ม   แล้วลุกไป  ดังนี้เอซาวก็ดูหมิ่นสิทธิบุตรหัวปีของตน

Down underneath in Jacob there was a desire for the things that are spiritual.

Jacob did not always act correctly he didn’t need to trick or outsmart his brother, he already had God’s promise. 

ลงใต้ อยู่ในหัวใจของยาโคบได้มีความปรารถนาสิ่งที่เป็นจิตวิญญาณยาโคบไม่เคยกระทำ อย่างถูกต้องก็ไม่ต้องหลอกลวงหรือชิงไหวชิงพริบพี่ชายของเขาแล้วมีสัญญาของ พระเจ้า

Jacob does seem to have a heart for God but is acting a crafty way at this time in his life and Esau is only interested in the physical and in the here and now. 

ยาโคบจะดูเหมือนจะมีหัวใจเพื่อพระเจ้า แต่เป็นวิธีที่มีฝีมือการแสดงครั้งในชีวิตนี้และ เอซาว สนใจเฉพาะในทางกายภาพและในที่นี่และขณะนี้

The one with the birthright would be the head of the house when the father, Isaac died.  He would also be the spiritual leader. 

หนึ่งมี สิทธิซึ่งทุกคนจะเป็นหัวหน้าของบ้านเมื่อพ่อ, อิสอัค ตาย เขายังจะเป็นผู้นำ ทางจิตวิญญาณ

Jacob should have waited for God to give him this position rather than tricking his brother, later he would also trick his father to get his father’s blessing.

ยาโคบควรจะรอให้เขาพระตำแหน่งนี้มากกว่าหลอกลวงพี่ชายของเขามาเขาก็จะหลอกพ่อของ เขาได้รับพรบิดา

www.gotquestions.org/Thai

Genesis 25