Sunday, October 9, 2016

 

Genesis 26 Isaac and His Wells

ปฐมกาล 26 บอกของอิสอัคและหลุมของเขา   

Last time we talked about Jacob should have waited for God to give him this position rather than tricking his brother, later he would also trick his father to get his father’s blessing.

เวลาที่ เราพูดคุยเกี่ยวกับยาโคบควรจะรอให้เขาพระตำแหน่งนี้มากกว่าหลอกลวงพี่ชายของเขามาเขาก็จะหลอกพ่อของ เขาได้รับพรบิดา

Genesis 26 tells of Isaac and his wells.  First we see that God renewed His promise 

ปฐมกาล 26 บอกของอิสอัคและหลุมของเขา    แรกที่เรา เห็นว่าพระเจ้าต่ออายุสัญญาของพระองค์

1Now there was a famine in the land, besides the former famine that was in the days of Abraham. And Isaac went to Gerar to Abimelech king of the Philistines.

1อยู่มาเกิดกันดารอาหารในดินแดนนั้น   นอกเหนือการกันดารอาหารครั้งก่อนในสมัยอับราฮัม   อิสอัคไปยังเก-ราร์ยังอาบีเมเลคพระราชาแห่งชาวฟีลิสเตีย

2And the LORD appeared to him and said, “Do not go down to Egypt; dwell in the land of which I shall tell you.

2พระเจ้าทรงปรากฏแก่ท่านและตรัสว่า   “อย่าไปอียิปต์เลย   อาศัยในแผ่นดินซึ่งเราจะบอกให้เจ้าเถิด

3Sojourn in this land, and I will be with you and will bless you, for to you and to your offspring I will give all these lands, and I will establish the oath that I swore to Abraham your father.

3อาศัยอยู่ในดินแดนนี้   แล้วเราจะอยู่กับเจ้าและอวยพรเจ้า   เพราะว่าเราจะให้ดินแดนเหล่านี้ทั้งหมดแก่เจ้า   และแก่เชื้อสายของเจ้า   เราจะทำให้คำสาบาน ซึ่งเราได้ปฏิญาณไว้กับอับราฮัมบิดาของเจ้านั้นสำเร็จ

4I will multiply your offspring as the stars of heaven and will give to your offspring all these lands. And in your offspring all the nations of the earth shall be blessed,

4เราจะทวีเชื้อสายของเจ้าให้มากขึ้นดังดาวบนฟ้า   และจะให้ดินแดนเหล่านี้ทั้งหมดแก่เชื้อสายของเจ้า   ประชาชาติทั้งหลายในโลกจะได้รับพรก็เพราะเชื้อสายของเจ้า

5because Abraham obeyed my voice and kept my charge, my commandments, my statutes, and my laws.”

5เพราะว่าอับราฮัมได้ฟังเสียงเรา   และได้รักษาคำกำชับของเรา   บัญญัติของเรา   กฎเกณฑ์ของเรา  และพระธรรมของเรา”  

Back in Genesis 12:10 Abraham travelled to Egypt.   Isaac started toward Egypt, but God in His grace interrupted the trip and stopped him.

ก่อนใน ปฐมกาล 12:10 อับราฮัมเดินทางไปอียิปต์อิสอัคต่ออียิปต์เริ่ม แต่พระเจ้าในพระคุณของพระองค์ขัดจังหวะการเดินทางและหยุดเขา

Human nature does not improve from generation to generation. Isaac dwelt at Gerar which is on the borderline in the land of the Philistines. 

ธรรมชาติ ของมนุษย์ไม่ได้ปรับปรุงจากรุ่นสู่รุ่น . อิสอัคอาศัยอยู่ในเมืองของเกราร์ซึ่งอยู่ในแนวเขตที่ดินของฟีลิสเตียที่

Today we have some Christians who want to live on the border of being a Christian and not being a Christian.  You really need to decide to follow Jesus Christ only.

วันนี้ เรามีคริสเตียนบางคนต้องการอยู่บนขอบของการเป็นคริสเตียนและไม่เป็น คริสเตียน คุณจริงๆต้องตัดสินใจที่จะ ปฏิบัติตามพระเยซูคริสต์เท่านั้น

Isaac had some riches there, but not the spiritual blessings God gave him later when he left that place.

อิส อัคมีทรัพย์สินบางอย่างมี แต่ไม่พรจิตวิญญาณของพระเจ้าให้แก่เขาในภายหลังเมื่อเขาออกไปจากที่นั่น

Isaac repeated his father’s sin

อิสอัค ซ้ำบาปของบิดา

6So Isaac settled in Gerar.

6อิสอัคจึงอาศัยอยู่ในแคว้นเก-ราร์

7When the men of the place asked him about his wife, he said, “She is my sister,” for he feared to say, “My wife,” thinking, “lest the men of the place should kill me because of Rebekah,” because she was attractive in appearance.

7เมื่อคนเมืองนั้นถามท่านเรื่องภรรยาของท่าน   ท่านจึงว่า   “เธอเป็นน้องสาวของข้าพเจ้า”   เพราะท่านกลัวที่จะพูดว่า   “ภรรยาของข้าพเจ้า”   คิดไปว่า   “มิฉะนั้นแล้ว  คนเมืองนี้จะฆ่าฉันเพื่อแย่งเอาเรเบคาห์”   เพราะว่านางมีรูปงาม

8When he had been there a long time, Abimelech king of the Philistines looked out of a window and saw Isaac laughing with Rebekah his wife.

8เมื่อท่านอยู่ที่นั่นนานแล้ว   อาบีเมเลคกษัตริย์ชาวฟีลิสเตียทรงมองตามช่องพระแกล   เห็นอิสอัคกำลังหยอกเรเบคาห์ภรรยาของตน

9So Abimelech called Isaac and said, “Behold, she is your wife. How then could you say, ‘She is my sister’?” Isaac said to him, “Because I thought, ‘Lest I die because of her.’”

9อาบีเมเลคจึงทรงเรียกอิสอัคมาเฝ้า  และตรัสว่า   “แน่ะ  นางเป็นภรรยาของเจ้า  ทำไมเจ้าจะพูดว่า   'เธอเป็นน้องสาวของข้าพระบาท' ”   อิสอัคทูลพระองค์ว่า   “เพราะข้าพระบาทคิดว่า   'มิฉะนั้นข้าจะตายเพราะนาง' ”

10Abimelech said, “What is this you have done to us? One of the people might easily have lain with your wife, and you would have brought guilt upon us.”

10อาบีเมเลคตรัสว่า  “ท่านทำอะไรแก่พวกเราดังนี้   ประชาชนคนหนึ่งอาจจะเข้าไปนอนกับภรรยาของเจ้าง่ายๆ   แล้วเจ้าจะนำกรรมชั่วมาสู่พวกเรา”

11So Abimelech warned all the people, saying, “Whoever touches this man or his wife shall surely be put to death.”

11อาบีเมเลคจึงทรงตักเตือนประชาชนทั้งปวงว่า   “ผู้ใดแตะต้องชายคนนี้หรือภรรยาของเขา     จะต้องถูกประหารชีวิต”  

Remember Abraham before in chapter 12 lied about his wife Sarah.  This “half-lie,” that they were brother and sister, was copied by Isaac and Rebekah, with the same sad results, loss of blessing, loss of testimony, and a public rebuke by the heathen king.

จำ อิบรอฮีก่อนในบทที่ 12 โกหกเกี่ยวกับภรรยาของซาราห์ นี้ครึ่งนอน, ที่พวกเขาพี่ชายและน้องสาวถูกคัดลอกโดยอิสอัคและเรเบคาห์มีผลดีเหมือนกันการ สูญเสียพร, การสูญเสียพยานและตำหนิประชาชนโดยกษัตริย์ศาสนา

He dug again his father’s wells

เขาขุด หลุมอีกครั้งของบิดา

12And Isaac sowed in that land and reaped in the same year a hundredfold. The LORD blessed him,

12อิสอัคได้หว่านพืชในดินแดนนั้น   ในปีเดียวกันนั้นก็เก็บผลได้หนึ่งร้อยเท่า   พระเจ้าทรงอวยพระพรแก่ท่าน

13and the man became rich, and gained more and more until he became very wealthy.

13อิสอัคก็จำเริญมีกำไรทวียิ่งขึ้นจนท่านเป็นคนมั่งมีมาก

14He had possessions of flocks and herds and many servants, so that the Philistines envied him.

14ท่านมีฝูงแพะ  แกะ  และฝูงโคเป็นกรรมสิทธิ์   และมีบริวารมากมาย   ชาวฟีลิสเตียจึงอิจฉาท่าน

15(Now the Philistines had stopped and filled with earth all the wells that his father's servants had dug in the days of Abraham his father.)

15(ฝ่ายชาวฟีลิสเตียได้อุดและเอาดินถมบ่อทุกบ่อซึ่งคนใช้ของบิดาท่านขุดไว้ในสมัยอับราฮัมบิดาของท่าน)

16And Abimelech said to Isaac, “Go away from us, for you are much mightier than we.”

16อาบีเมเลคตรัสกับอิสอัคว่า   “ไปเสียจากเราเถิด   เพราะท่านมีกำลังมากกว่าพวกเรา”  

17So Isaac departed from there and encamped in the valley of Gerar and settled there.

17อิสอัคจึงออกจากที่นั่น   ไปตั้งค่ายอยู่ที่ลำห้วยเก-ราร์และอาศัยอยู่ที่นั่น

18And Isaac dug again the wells of water that had been dug in the days of Abraham his father, which the Philistines had stopped after the death of Abraham. And he gave them the names that his father had given them.

18อิสอัคขุดบ่อน้ำซึ่งขุดไว้ในสมัยของอับราฮัมบิดาของท่านอีก   เพราะหลังจากที่อับราฮัมได้สิ้นชีพแล้ว   ชาวฟีลิสเตียได้อุดเสีย   แล้วท่านก็ตั้งชื่อตามชื่อที่บิดาของท่านตั้งไว้

19But when Isaac's servants dug in the valley and found there a well of spring water,

19แต่เมื่อคนใช้ของอิสอัคขุดในหุบเขาและพบน้ำพุ

20the herdsmen of Gerar quarreled with Isaac's herdsmen, saying, “The water is ours.” So he called the name of the well Esek, because they contended with him.

20คนเลี้ยงสัตว์ของเมืองเก-ราร์ ก็มาทะเลาะกับคนเลี้ยงสัตว์ของอิสอัค   อ้างว่า   “น้ำนั้นเป็นของเรา”   ท่านจึงเรียกชื่อบ่อน้ำนั้นว่า   เอเสก   เพราะเขาทั้งหลายมาทะเลาะกับท่าน

21Then they dug another well, and they quarreled over that also, so he called its name Sitnah.

21แล้วพวกเขาก็ขุดบ่อน้ำอีกบ่อหนึ่ง   และทะเลาะกันเรื่องบ่อนั้นด้วย   ท่านจึงเรียกชื่อบ่อนั้นว่าสิตนาห์

22And he moved from there and dug another well, and they did not quarrel over it. So he called its name Rehoboth, saying, “For now the LORD has made room for us, and we shall be fruitful in the land.”

22ท่านย้ายจากที่นั่นไปขุดอีกบ่อหนึ่ง   แล้วเขาก็มิได้ทะเลาะกันเรื่องบ่อนั้น   ท่านจึงเรียกชื่อบ่อนั้นว่า   เรโหโบท   กล่าวว่า   “เพราะบัดนี้พระเจ้าประทานที่อยู่แก่เรา   และเราจะกินผลดกในดินแดนนั้น”  

Wells of water remind us of God’s provision both physical and spiritual. 

หลุมน้ำ เตือนของเราจัดเตรียมของพระเจ้าทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณ

Numbers กันดารวิถี 21:17 Then Israel sang this song: “Spring up, O well!—Sing to it!—

แล้วอิสราเอลจึงร้องเพลงนี้ว่า   บ่อน้ำเอย  จงมีน้ำพลุ่งขึ้นมา  -  -   ให้เรามาร้องเพลงกัน 

In the New Testament we have the story of Jesus meeting a woman at the well. 

ในพันธ สัญญาใหม่เรามีเรื่องราวของพระเยซูประชุมผู้หญิงที่ดี

John ยอห์น4:3-15 3he left Judea and departed again for Galilee.

3พระองค์จึงเสด็จออกจากแคว้นยูเดียและกลับไปยังแคว้นกาลิลีอีก

4And he had to pass through Samaria.

4พระองค์จำต้องเสด็จผ่านแคว้นสะมาเรีย

5So he came to a town of Samaria called Sychar, near the field that Jacob had given to his son Joseph.

5พระองค์จึงเสด็จไปถึงเมืองหนึ่ง   ชื่อสิคาร์ในแคว้นสะมาเรีย   ใกล้ที่ดินซึ่งยาโคบให้แก่โยเซฟบุตรของตน

6Jacob's well was there; so Jesus, wearied as He was from his journey, was sitting beside the well. It was about the sixth hour.

6บ่อน้ำของยาโคบอยู่ที่นั่น   พระเยซูทรงดำเนินทางมาเหน็ดเหนื่อย   จึงประทับลงที่ข้างบ่อนั้น   เป็นเวลาประมาณเที่ยง  

7There came a woman of Samaria to draw water. Jesus said to her, “Give me a drink.”

7มีหญิงชาวสะมาเรียคนหนึ่งมาตักน้ำ   พระเยซูตรัสกับนางว่า   “ขอน้ำให้ข้าพเจ้าดื่มบ้าง”

8(For His disciples had gone away into the city to buy food.)

8ขณะนั้นสาวกของพระองค์เข้าไปซื้ออาหารในเมือง

9The Samaritan woman said to him, “How is it that you, a Jew, ask for a drink from me, a woman of Samaria?” (For Jews have no dealings with Samaritans.)

9หญิงชาวสะมาเรียทูลพระองค์ว่า   “ไฉนท่านผู้เป็นยิวจึงขอน้ำดื่มจากดิฉัน   ผู้เป็นหญิงชาวสะมาเรีย”   (เพราะพวกยิวไม่คบหาชาวสะมาเรียเลย)

10Jesus answered her, “If you knew the gift of God, and who it is that is saying to you, ‘Give me a drink,’ you would have asked him, and he would have given you living water.”

10พระเยซูตรัสตอบนางว่า   “ถ้าเจ้าได้รู้จักของที่พระเจ้าประทาน   และรู้จักผู้ที่พูดกับเจ้าว่า   'ขอน้ำให้ข้าพเจ้าดื่มบ้าง'   เจ้าก็คงจะได้ขอจากท่านผู้นั้น   และท่านผู้นั้นก็คงจะให้น้ำธำรงชีวิตแก่เจ้า”

11The woman said to him, “Sir, you have nothing to draw water with, and the well is deep. Where do you get that living water?

11นางทูลพระองค์ว่า   “ท่านเจ้าคะ   ท่านไม่มีถังตัก   และบ่อนี้ก็ลึก   ท่านจะได้น้ำธำรงชีวิตนั้นมาจากไหน

12Are you greater than our father Jacob? He gave us the well and drank from it himself, as did his sons and his livestock.”

12ท่านเป็นใหญ่กว่ายาโคบบรรพบุรุษของเรา   ผู้ได้ให้บ่อน้ำนี้แก่เราหรือ   และยาโคบเองก็ได้ดื่มจากบ่อนี้รวมทั้งบุตรและฝูงสัตว์ของท่านด้วย”

13Jesus said to her, “Everyone who drinks of this water will be thirsty again,

13พระเยซูตรัสตอบว่า   “ทุกคนที่ดื่มน้ำนี้จะกระหายอีก

14but whoever drinks of the water that I will give him will never be thirsty forever. The water that I will give him will become in him a spring of water welling up to eternal life.”

14แต่ผู้ที่ดื่มน้ำซึ่งข้าพเจ้าจะให้แก่เขานั้น   จะไม่กระหายอีกเลย   น้ำซึ่งข้าพเจ้าจะให้เขานั้น   จะบังเกิดเป็นบ่อน้ำพุในตัวเขาพลุ่งขึ้นถึงชีวิตนิรันดร์”

15The woman said to him, “Sir, give me this water, so that I will not be thirsty or have to come here to draw water.”

15นางทูลพระองค์ว่า   “ท่านเจ้าคะ   ขอน้ำนั้นให้ดิฉันเถิด   เพื่อดิฉันจะได้ไม่กระหายอีก   และจะได้ไม่ต้องมาตักที่นี่”  

These wells, that Isaac is digging, Abraham had dug before, but the enemy had either stolen them or stopped them up.

หลุม เหล่านี้ที่อิสอัคมีขุดมีขุดอิบรอฮีก่อน แต่ศัตรูมีทั้งพวกเขาถูกขโมยหรือหยุดพวกเขา

The spiritual wells for Christians are prayer, the Bible, other Christians and Christian teaching and preaching.

หลุม วิญญาณของคริสเตียนจะอธิษฐานพระคัมภีร์คริสต์และอื่น ๆ และเทศน์สอนคริสเตียน

Isaac not only opened the wells again, but he called them by the same names that Abraham had used. Then he went on to dig some new wells to meet the needs of the day. 

อิสอัค ไม่เพียง แต่เปิดหลุมอีกครั้ง แต่เขาเรียกว่าพวกเขาโดยชื่อเดียวกับที่อับราฮัมได้ใช้ แล้วเขาไปในการขุด หลุมใหม่ที่จะตอบสนองความต้องการของวัน

Isaac stayed in the land, enjoying blessings and provisions from God.  His crops did well and he became rich. But the Philistines were envious of his wealth and filled them with dirt.

อิสอัค อยู่ในแผ่นดินและบทบัญญัติเพลิดเพลินกับพรจากพระเจ้า พืช ของพระองค์ได้ดีและเขาเป็นรวย แต่ชาวฟีลิ สเตียอิจฉาทรัพย์สินของเขาและเต็มไปด้วยฝุ่น

The people of Gerar claimed that the water from two of the three wells Isaac dug was theirs. The name of one well means dispute, another means opposition, and third means room or a place. 

ชาวเก ราร์อ้างว่าน้ำจากสองในสามหลุมอิสอัคขุดได้พวกเขา ชื่อของหนึ่งดีหมายถึงข้อพิพาท, ฝ่ายค้านหมายอื่นและห้องหมายถึงสามหรือสถานที่

Isaac refused to fight back. He continued to give up one well after another until the Philistines let him alone.  Isaac trusted God.

อิสอัค ปฏิเสธที่จะต่อสู้กลับ เขายังคงให้ดีขึ้นหนึ่งหลัง จากอื่นจนชาวฟีลิสเตียให้เขาคนเดียว อิสอัคที่เชื่อถือพระเจ้า

23From there he went up to Beersheba.

23อิสอัคก็ออกจากที่นั่นไปยังเบเออร์เชบา

24And the LORD appeared to him the same night and said, “I am the God of Abraham your father. Fear not, for I am with you and will bless you and multiply your offspring for my servant Abraham's sake.”

24พระเจ้าทรงปรากฏแก่ท่านในคืนเดียวกันนั้น   ตรัสว่า  “ข้าพเจ้าเป็นพระเจ้าของอับราฮัมบิดาของเจ้า   อย่ากลัวเลย   เพราะข้าพเจ้าอยู่กับเจ้าและจะอวยพรเจ้า   และทวีเชื้อสายของเจ้าให้มากขึ้น   เพราะเห็นแก่อับราฮัมผู้รับใช้ของข้าพเจ้า”

25So he built an altar there and called upon the name of the LORD and pitched his tent there. And there Isaac's servants dug a well.

25ท่านจึงสร้างแท่นบูชาที่นั่น   และนมัสการออกพระนามพระเจ้า  และตั้งเต็นท์ของท่านที่นั่น   คนใช้ของอิสอัคขุดบ่อน้ำอีกบ่อหนึ่งที่นั่นด้วย

26When Abimelech went to him from Gerar with Ahuzzath his adviser and Phicol the commander of his army,

26ฝ่ายอาบีเมเลคออกจากเก-ราร์พร้อมกับ อาหุสซัทสหายของพระองค์   กับฟีโคล์ผู้บัญชาการทหารของพระองค์ไปหาท่าน

27Isaac said to them, “Why have you come to me, seeing that you hate me and have sent me away from you?”

27อิสอัคทูลถามเขาทั้งหลายว่า   “ไฉนท่านจึงมาหาข้าพเจ้า  เมื่อท่านเกลียดชังข้าพเจ้า   และขับไล่ข้าพเจ้าไปจากท่าน”

2They said, “We see plainly that the LORD has been with you. So we said, let there be a sworn pact between us, between you and us, and let us make a covenant with you,

28พวกเขาตอบว่า   “เราเห็นชัดเจนแล้วว่าพระเจ้าทรงสถิตกับท่าน  เราจึงว่า   ขอให้กระทำสัตย์สาบานระหว่างท่านและเราทั้งหลาย   และขอให้เรากระทำพันธสัญญากับท่าน

29that you will do us no harm, just as we have not touched you and have done to you nothing but good and have sent you away in peace. You are now the blessed of the LORD.”

29เพื่อว่าท่านจะไม่ทำอันตรายแก่เรา  ดังที่เรามิได้แตะต้องท่าน   และไม่ได้กระทำสิ่งใดแก่ท่านเว้นแต่ความดี   และได้ส่งท่านไปอย่างสันติ   บัดนี้ท่านเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงอำนวยพระพร”

30So he made them a feast, and they ate and drank.

30ท่านจึงจัดการเลี้ยงให้แก่พวกเขา  และเขาก็ได้กินและดื่ม

31In the morning they rose early and exchanged oaths. And Isaac sent them on their way, and they departed from him in peace.

31ครั้นรุ่งเช้า   ทั้งสองฝ่ายก็ตื่นแต่มืด  และกระทำสัตย์สาบานต่อกัน   อิสอัคส่งพวกเขาไป  พวกเขาก็จากท่านไปอย่างสันติ

32That same day Isaac's servants came and told him about the well that they had dug and said to him, “We have found water.”

32ในวันนั้นเองคนใช้ของอิสอัคมาบอกท่านถึงเรื่องบ่อน้ำ   ซึ่งเขาได้ขุดและกล่าวแก่ท่านว่า   “เราพบน้ำแล้ว”

33He called it Shibah; therefore the name of the city is Beersheba to this day.

33ท่านเรียกบ่อนั้นว่า   ชิบาห์  เมืองนั้นจึงมีชื่อว่า  เบเออร์เชบา   จนทุกวันนี้  

34When Esau was forty years old, he took Judith the daughter of Beeri the Hittite to be his wife, and Basemath the daughter of Elon the Hittite,

34เมื่อเอซาวมีอายุสี่สิบปี   ท่านรับยูดิธบุตรหญิงของเบเออรีคนฮิตไทต์   และบาเสมัทบุตรหญิงของเอโลนคนฮิตไทต์เป็นภรรยา

35and they made life bitter for Isaac and Rebekah.

35หญิงเหล่านั้นทำให้ชีวิตอิสอัคและเรเบคาห์ขมขื่น

As long as he was away from Canaan, Isaac would have conflict, but when he went back to Beersheba which means “the well of the oath”, God spoke with him and gave him peace with the enemy.

ตราบเท่าที่เขาห่างจากคานาอัน, อิสอัคจะมีความขัดแย้ง แต่เมื่อเขากลับไปเบเออร์เชบาซึ่งหมายถึง"ดีของคำสาบาน"พระเจ้าทรงตรัสกับ เขาและให้เขาสันติภาพกับศัตรู

God appeared to him, confirmed again the Covenant with Abraham. Isaac responded like his father, by building an altar and praising the name of God.

พระ เจ้าปรากฏให้เขาได้รับการยืนยันอีกครั้งกติกากับอับราฮัมอิสอัคตอบเช่นบิดา โดยการสร้างแท่นบูชาและยกย่องชื่อของพระเจ้าของเขา

After the conflict over the wells was settled, Abimelech requested that he and Isaac make a treaty.

หลังจาก ความขัดแย้งมากกว่าหลุมได้ตัดสินอาบีเมเลคขอให้เขาและอิสอัคทำสนธิสัญญา

Just like another man earlier named Abimelech acknowledged that God was with Abraham back in chapter 21, so this Abimelech noticed that God was with Isaac.

เช่นเดียวกับคนอื่นก่อนหน้านี้ชื่ออาบีเมเล คยอมรับว่าพระเจ้ากับอับราฮัมกลับใน 21 บทนี้เพื่ออาบีเมเลคพบว่าพระเจ้ากับอิสอัค

Isaac named the well there Shibah (“oath” or “seven”) for they made a treaty by an oath similar to the earlier treaty Abraham made when he named the city Beersheba.

อิส อัคชื่อดีมีชิบาห์ (สาบาน"หรือ"7") สำหรับพวกเขาที่ทำสนธิสัญญาโดยสาบานคล้ายกับสนธิสัญญาก่อนอับราฮัมทำเมื่อ เขาตั้งชื่อเมืองเบเออร์เชบา

That treaty was renewed with Isaac. God’s blessing was on the family of Abraham. 

นั่นคือ การต่ออายุสนธิสัญญากับอิสอัค พระพรของพระ เจ้ามาในครอบครัวของอับราฮัม

Other nations through the centuries have recognized that God’s hand was on the descendants of Abraham and have sought peace with Israel to share in the blessing.

ประเทศ อื่น ๆ โดยศตวรรษที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นมือของพระเจ้าที่ลูกหลานของอับราฮัมและ ได้แสวงหาสันติภาพกับอิสราเอลร่วมในพระพร

One sad thing we notice here is that Esau married two foreign women much to the disappointment of his parents.  He is going off on his own not really wanting to be with the people of God.

สิ่ง หนึ่งที่เศร้าเราแจ้งให้ทราบนี่คือเอซาวแต่งงานสองคนต่างประเทศมากเพื่อความ ผิดหวังของพ่

อแม่ของเขา เขาจะออกที่เขาเอง ไม่ได้จริงๆอยากให้กับคนของพระเจ้า

www.gotquestions.org/Thai

Genesis 26