Thursday, November 17, 2016

 

Genesis 34 Dinah was raped

ปฐมกาล 34 ดีนาห์ ถูกข่มขืน

Jacob was reconciled with his brother Esau.  Is there some family member or former friend that you need to be reconciled with? 

ยาโคบได้คืนดีกับพี่ชายของเขาเอซาว มีสมาชิกบาง ครอบครัวหรือเพื่อนเก่าที่คุณต้องคืนดีกับไม่?

All people need to be reconciled with God, and once we have been reconciled with God, He give us the ministry of reconciliation, we can be used of God to bring other people back together and to bring people close to God in a relationship with Him. 

ทุกคน ต้องคืนดีกับพระเจ้าและเมื่อเราได้รับการคืนดีกับพระเจ้าทรงให้เรากระทรวง การตรวจสอบเราสามารถใช้ของพระเจ้าเพื่อให้คนอื่น ๆ กลับมารวมกันและนำคนใกล้พระเจ้าในความสัมพันธ์กับพระองค์

Jacob made a mistake by stopping in Shalem.  Dinah, the daughter of Jacob by Leah, was raped by a man named Shechem, in that city.

ยากอบทำ ผิดโดยหยุดใน เมืองเชเลมดีนาห์ ลูกสาวของยากอบโดยลีอาถูกข่มขืนโดยชายคนหนึ่งชื่อ เชเคมในเมืองที่

Then Simeon and Levi, Dinah's full brothers, the sons of Leah, avenge this act by slaying all the inhabitants of the city. Rape is an awful sin, but murdering all the men of the city cannot be justified. 

แล้ว สิเมโอนและเลวี พี่น้องของดีนาห์ เต็มบุตรของลีอา, ล้างแค้นกระทำโดยการฆ่านี้ทั้งหมดชาวเมือง ข่มขืนเป็นบาปมหันต์ แต่สังหารทุกคนของเมืองไม่เป็นธรรม

The people of Israel were often told by God to not intermarry with other peoples.   God is very much concerned that a believer marry a believer and that a believer not marry an unbeliever. 

ชาว อิสราเอลมักจะบอกว่าโดยพระเจ้าไม่ทางแต่งงานกับคนอื่นๆ พระเจ้ามากกังวลว่าแต่งงานกับผู้เชื่อศรัทธาและเชื่อว่า ไม่แต่งงานกับผู้เชื่อ

God is concerned too about our environment, He knows we can be easily influenced toward evil by the people around us.  Jacob has a big family. Not only were there twelve sons, but there was also one daughter.  

พระเจ้าก็เข้ากับสภาพแวดล้อมของเราเขารู้เราใจง่ายต่อชั่วคนรอบตัวเรา ยากอบมีครอบครัวใหญ่ ไม่เพียง แต่ได้มี 12 ลูก แต่มีอีกหนึ่งลูกสาว

They were away now from the bad environment of Laban but had now entered another environment which was worse. 

ตอนนี้ พวกเขาไปจากสภาพแวดล้อมไม่ดีของ ลาบัน แต่ตอนนี้มีป้อนสิ่งแวดล้อมซึ่งแย่ลงอีก

Jacob (or Israel, as we should call him) has built an altar, to worship God. There is a change in his life, but it is a slow continuing process.

ยากอบ (หรืออิสราเอลที่เราควรเรียกเขา) ได้สร้างแท่นบูชาเพื่อนมัสการพระเจ้า ไม่มีความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเขามี แต่ช้าต่อกระบวนการ

God was still working on him, to change his heart and life like He is doing with us.  Throughout our Christian life we continue to grower closer and closer in our walk and relationship with God.

พระเจ้ายังทำงานกับเขาเปลี่ยนหัวใจและชีวิตของเขาเหมือนพระองทำกับเรา ตลอดชีวิต คริสเตียนเรายังคงปลูกให้ใกล้ชิดและใกล้ชิดในการเดินและความสัมพันธ์กับพระ เจ้าของเรา

1Now Dinah the daughter of Leah, whom she had borne to Jacob, went out to see the women of the land.

1ฝ่ายดีนาห์บุตรีของยาโคบกับนางเลอาห์นั้น   ออกไปเยี่ยมผู้หญิงในถิ่นนั้น Dinah seems to be careless and too interested in the big city.  She went in alone without any other family member. 

ดีนาห์ ดูเหมือนว่าจะประมาทและด้วยความสนใจในเมืองใหญ่ เธอไปในคนเดียวไม่มีครอบครัวอื่นๆ

The name of the Lord isn’t mentioned once in this chapter, and Jacob and his family are not using wisdom.  When we disobey the Lord, we put ourselves and our loved ones in danger.

ชื่อ ของพระเจ้าไม่เคยกล่าวถึงในบทนี้และยากอบและครอบครัวของเขาไม่ได้ใช้สติปัญญา เมื่อเราฝ่าฝืนพระเจ้าของเราใส่ตัวเองและคน ที่รักของเราอยู่ในอันตราย

2And when Shechem the son of Hamor the Hivite, the prince of the land, saw her, he seized her and lay with her and humiliated her.

2เมื่อเชเคมบุตรชายฮาโมร์ คนฮีไวต์ผู้เป็นเจ้าเมืองเห็นนางสาวดีนาห์   ก็เอาไปหลับนอนทำอนาจาร

3And his soul was drawn to Dinah the daughter of Jacob. He loved the young woman and spoke tenderly to her.

3จิตใจของเชเคมก็ผูกพันอยู่กับดีนาห์บุตรียาโคบ   รักเธอพูดจาเล้าโลมเอาใจเธอ

4So Shechem spoke to his father Hamor, saying, “Get me this girl for my wife.”

4เชเคมจึงพูดกับฮาโมร์บิดาว่า   “ขอหญิงสาวนี้ให้เป็นภรรยาข้าพเจ้าเถิด”

5Now Jacob heard that he had defiled his daughter Dinah. But his sons were with his livestock in the field, so Jacob held his peace until they came.

5ยาโคบได้ข่าวว่าผู้นั้นทำลายความบริสุทธิ์ ของดีนาห์ลูกสาวของตน   แต่พวกบุตรของท่านอยู่กับฝูงสัตว์ที่ในนา   ยาโคบจึงนิ่งคอยให้พวกลูกกลับมาบ้าน

Three times the word “defiled” is used to describe Shechem’s wicked deed of raping Dinah in this chapter.  To defile means to make dirty, to spoil. 

สามครั้ง มอมคำใช้เพื่ออธิบายชั่วของ เชเคม ข่มขืน ดีนาห์ ในบทนี้ เพื่อมอมหมายถึง การทำให้สกปรกไปเสีย

Shechem was the prince of the city and  claimed that he did it because he loved her and wanted her for his wife, but committing violent rape and keeping the girl confined in a house was a no way to show love. 

เชเคมเป็นเจ้าเมืองและอ้างว่าเขาเพราะเขารักเธอและต้องการเธอภรรยา แต่จะกระทำการข่มขืนรุนแรงและทำให้สาวกักตัวในบ้านเป็นวิธีที่จะแสดงความรัก ไม่

Jacob was wise to be silent at first about this, since his sons were in the field and he would need their help to bring justice.

ยากอบ ได้ฉลาดที่จะเงียบที่แรกเกี่ยวกับเรื่องนี้ตั้งแต่บุตรชายของเขาอยู่ในสนาม และเขาจะต้องการความช่วยเหลือของพวกเขาจะนำความยุติธรรม

6And Hamor the father of Shechem went out to Jacob to speak with him.

6ฮาโมร์บิดาของเชเคมก็ไปหายาโคบพูดจาปรึกษากัน

7The sons of Jacob had come in from the field as soon as they heard of it, and the men were indignant and very angry, because he had done an outrageous thing in Israel by lying with Jacob's daughter, for such a thing must not be done.

7เมื่อพวกลูกของยาโคบได้ยินข่าวนั้นก็กลับมาจากนา   ต่างก็เป็นเดือดเป็นแค้นที่เชเคมสบประมาทพวกอิสราเอล   โดยข่มขืนบุตรีของยาโคบ   ซึ่งเป็นความผิดอย่างหนัก  

8But Hamor spoke with them, saying, “The soul of my son Shechem longs for your daughter. Please give her to him to be his wif

8ฮาโมร์ก็พูดจาปรึกษากับพวกเขาว่า   “จิตใจเชเคมบุตรชายของเรานี้ผูกพันรักใคร่ลูกสาวของท่านมาก   ขอหญิงนั้นเป็นภรรยาบุตรชายของเราเถิด

9Make marriages with us. Give your daughters to us, and take our daughters for yourselves.

9และเชิญพวกท่านจงทำการสมรสกับพวกเรา   ยกบุตรีของท่านให้พวกเรา   และรับบุตรีของเราให้พวกท่าน

10You shall dwell with us, and the land shall be open to you. Dwell and trade in it, and get property in it.”

10พวกท่านจะได้อยู่กับพวกเรา  เราจะเปิดประตูเมืองนี้ให้ท่าน   เชิญอาศัยเป็นที่ค้าขาย   และเชิญหาสมบัติในเมืองนี้”

11Shechem also said to her father and to her brothers, “Let me find favor in your eyes, and whatever you say to me I will give.

11เชเคมบอกบิดาและพวกพี่ชายของหญิงนั้นว่า   “เห็นแก่ข้าพเจ้าเถิด   ท่านจะเรียกเท่าไรข้าพเจ้าก็จะให้

12Ask me for as great a bride price and gift as you will, and I will give whatever you say to me. Only give me the young woman to be my wife.”

12ท่านจะเอาเงินสินสอดและของขวัญสักเท่าไรก็ตามใจ   ท่านจะเรียกเท่าไร  ข้าพเจ้าจะให้   แต่ขอยกหญิงนั้นเป็นภรรยาข้าพเจ้า”  

13The sons of Jacob answered Shechem and his father Hamor deceitfully, because he had defiled their sister Dinah.

13เพราะเหตุที่เชเคมทำลายความบริสุทธิ์ของดีนาห์น้องสาว   บุตรชายของยาโคบจึงหลอกเชเคม   และฮาโมร์บิดาของเชเคม

14They said to them, “We cannot do this thing, to give our sister to one who is uncircumcised, for that would be a disgrace to us.

14โดยตอบว่า   “เราจะยกน้องสาวของเราให้ แก่คนที่ยังไม่ได้เข้าสุหนัตนั้นไม่ได้   จะเป็นที่อับอายขายหน้าแก่เรา

15Only on this condition will we agree with you—that you will become as we are by every male among you being circumcised.

15เราจะยอมก็ต่อเมื่อท่านถือตามเรา   คือยอมเหมือนพวกเรา  โดยให้ผู้ชายทุกคนเข้าสุหนัต

16Then we will give our daughters to you, and we will take your daughters to ourselves, and we will dwell with you and become one people.

16เราจึงจะยอมยกบุตรีของเราให้แก่พวกท่าน   แล้วจะรับบุตรีของพวกท่านเป็นภรรยาของพวกเรา   แล้วเราจะอยู่กับท่านเป็นชนชาติเดียวกัน

17But if you will not listen to us and be circumcised, then we will take our daughter, and we will be gone.”

17แต่หากว่าท่านทั้งหลายไม่ฟังคำเรา   ไม่เข้าสุหนัต  เราจะเอาบุตรีของเราไปเสีย”  

18Their words pleased Hamor and Hamor's son Shechem.

18ถ้อยคำของเขาเป็นที่พอใจฮาโมร์ และเชเคมบุตรชายของฮาโมร์

19And the young man did not delay to do the thing, because he delighted in Jacob's daughter. Now he was the most honored of all his father's house.

19หนุ่มคนนั้นไม่รีรอที่จะทำตามเพราะเขาชอบบุตรีของยาโคบ   เขาเป็นคนมีเกียรติ   มากกว่าใครๆในครอบครัวของบิดา

20So Hamor and his son Shechem came to the gate of their city and spoke to the men of their city, saying,

20ฮาโมร์กับเชเคมบุตรชายจึงออกไปที่ ประตูเมืองบอกชาวเมืองว่า

21“These men are at peace with us; let them dwell in the land and trade in it, for behold, the land is large enough for them. Let us take their daughters as wives, and let us give them our daughters.

21“คนเหล่านี้เป็นมิตรกับพวกเรา  ให้เขา อาศัยค้าขายในดินแดนนี้   เพราะดินแดนนี้กว้างขวางพอให้เขาอยู่ได้   เราจงรับบุตรีของเขาเป็นภรรยาพวกเรา   และยกบุตรีของเราให้เขา

22Only on this condition will the men agree to dwell with us to become one people—when every male among us is circumcised as they are circumcised.

22พวกเขาจะยอมอยู่เป็นชนชาติเดียวกับเราได้ตาม เงื่อนไขนี้เท่านั้น   คือพวกเราที่เป็นชายทุกคนจะยอมเข้าสุหนัตเหมือนเขา

23Will not their livestock, their property and all their beasts be ours? Only let us agree with them, and they will dwell with us.”

23ฝูงสัตว์เลี้ยงและทรัพย์สมบัติของเขา   กับฝูงสัตว์ใช้ทั้งสิ้นของเขาก็จะเป็นของเราด้วยมิใช่หรือ   ขอแต่ให้เรายอมกระทำดังนั้น  เขาจะยอมอยู่กับเรา”

24And all who went out of the gate of his city listened to Hamor and his son Shechem, and every male was circumcised, all who went out of the gate of his city.

24ชาวเมืองก็เห็นชอบกับฮาโมร์และเชเคม   ชาวเมืองที่เป็นชายก็เข้าสุหนัต  

When Jacob’s sons were told what had happened, they were grieved that their sister had been raped and angry at the man who did it. Both responses were normal and right.

เมื่อบุตรของยากอบบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นพวกเขาเสียใจที่พี่สาวของพวกเขาถูกข่มขืน และโกรธคนที่มัน ตอบทั้งสองได้ปกติและขวา

Instead of immediately declaring war, they pretended to seek peace with their neighbors and offered to do business together and even to intermarry. All that the men of Shechem had to do was agree to be circumcised.

แทนที่ จะประกาศสงครามทันทีพวกเขาอ้างเพื่อแสวงหาความสงบกับเพื่อนบ้านและเสนอการทำ ธุรกิจร่วมกันและได้ให้ทางแต่งงาน สิ่งที่คนของ เชเคม ต้องทำคือยอมรับขลิบ

The Canaanites saw this as an opportunity to not only get the wife their prince wanted but also take in all the family, servants, and belongings of Israel. But Jacob’s sons used it as a means to weaken the men and get them ready for slaughter.

คนคานาอัน ที่เห็นนี้เป็นโอกาสที่จะได้รับไม่เพียง แต่ภรรยาของเจ้าชายต้องการ แต่ยังใช้ในทุกครอบครัว, ข้าราชการและทรัพย์สินของอิสราเอล แต่บุตรของยากอบที่ใช้มันเป็นวิธีลดลงคนและได้รับพวกเขาพร้อม สำหรับการฆ่า

Never suspecting the danger, the men of the city submitted to the surgery of circumcision.

ไม่เคย สงสัยอันตรายชายของเมืองส่งไปผ่าตัดของขลิบ

25On the third day, when they were sore, two of the sons of Jacob, Simeon and Levi, Dinah's brothers, took their swords and came against the city while it felt secure and killed all the males.

25ครั้นอยู่มาถึงวันที่สาม  คนเหล่านั้นกำลังเจ็บอยู่   บุตรชายสองคนของยาโคบชื่อ   สิเมโอนและเลวี  เป็นพี่ชายของดีนาห์   ก็ถือดาบแอบเข้าไปในเมือง  ฆ่าผู้ชายในเมืองนั้นเสียสิ้น

26They killed Hamor and his son Shechem with the sword and took Dinah out of Shechem's house and went away.

26เขาฆ่าฮาโมร์และเชเคมบุตรชายเสียด้วยดาบ   และพาดีนาห์ออกจากบ้านเชเคมไปเสีย

27The sons of Jacob came upon the slain and plundered the city, because they had defiled their sister.

27พวกลูกชายของยาโคบเข้าไปตามบ้านคนตาย  และปล้นเมืองนั้น   เพราะคนเมืองนั้นทำลายความบริสุทธิ์ของน้องสาว

28They took their flocks and their herds, their donkeys, and whatever was in the city and in the field.

28เขาริบเอาฝูงแพะ  แกะ  ฝูงโค  ฝูงลา   และข้าวของทั้งปวงในเมืองและในนาไป

29All their wealth, all their little ones and their wives, all that was in the houses, they captured and plundered.

29เอาทรัพย์สมบัติไป  และจับบุตรภรรยาของคนเหล่านั้นไปเป็นเชลย   และริบของในบ้านไปเสียทั้งสิ้น

30Then Jacob said to Simeon and Levi, “You have brought trouble on me by making me stink to the inhabitants of the land, the Canaanites and the Perizzites. My numbers are few, and if they gather themselves against me and attack me, I shall be destroyed, both I and my household.”

30ฝ่ายยาโคบจึงพูดกับสิเมโอนและเลวีว่า   “เจ้าทำให้เราเดือดร้อน   โดยทำให้เราเป็นที่เกลียดชังแก่คนถิ่นนี้   คือคนคานาอันกับคนเปริสซี   เรามีผู้คนน้อยนัก  ถ้าพวกนั้นรุมโจมตีพวกเรา   ก็จะทำให้เราและครอบครัวพินาศสิ้น”

31But they said, “Should he treat our sister like a prostitute?”

31แต่เขาตอบว่า   “มันจะทำกับน้องสาวเราเหมือนหญิงแพศยาได้หรือ”

Jacob doesn’t like what his two sons have done and rebuked them, but he doesn’t recognize how evil their actions were, he just speaks of being in danger, because other people living in the land might now make war against them.  

ยากอบไม่ชอบสิ่งที่บุตรชายสองคนของเขาได้ทำและให้พวกเขาด่า แต่เขาไม่ยอมรับการกระทำของพวกเขาชั่วเขาก็พูดถึงอยู่ในอันตรายเพราะคนอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้อาจทำสงครามกับ พวกเขา

Shechem committed rape and should have been punished, but not killing and stealing from the whole city.

เชเคมข่มขืนและมุ่งมั่นที่จะได้รับการลงโทษ แต่ไม่ฆ่าและขโมยจากเมืองทั้ง

Romans โรม 12:14-21 14Bless those who persecute you; bless and do not curse them.

14จงอวยพรแก่คนที่เคี่ยวเข็ญท่าน   จงให้พร   อย่าแช่งด่าเลย

15Rejoice with those who rejoice, weep with those who weep.

15จงชื่นชมยินดีกับผู้ที่มีความชื่นชมยินดี   จงร้องไห้กับผู้ที่ร้องไห้

16Live in harmony with one another. Do not be haughty, but associate with the lowly. Never be conceited.

16จงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน   อย่าใฝ่สูง   แต่จงถ่อมใจลงยอมทำการต่ำ   อย่าถือว่าตัวฉลาด

17Repay no one evil for evil, but give thought to do what is honorable in the sight of all.

17อย่าทำชั่วตอบแทนชั่วแก่ผู้หนึ่งผู้ใดเลย   แต่จงมุ่งกระทำสิ่งที่ใครๆ   ก็เห็นว่าดี

18If possible, so far as it depends on you, live peaceably with all.

18ถ้าเป็นได้   คือเท่าที่เรื่องขึ้นอยู่กับท่าน   จงอยู่อย่างสงบสุขกับทุกคน

19Beloved, never avenge yourselves, but leave it to the wrath of God, for it is written, “Vengeance is mine, I will repay, says the Lord.”

19ดูก่อน   ท่านผู้เป็นที่รักของข้าพเจ้า   อย่าทำการแก้แค้น   แต่จงมอบการนั้นไว้   แล้วแต่พระเจ้าจะทรงลงพระอาชญา   เพราะมีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า   องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า   “การแก้แค้นเป็นของเรา   เราเองจะตอบสนอง”

20To the contrary, “if your enemy is hungry, feed him; if he is thirsty, give him something to drink; for by so doing you will heap burning coals on his head.”

20อย่าแก้แค้นเลย   ถ้าศัตรูของท่านหิว   จงให้อาหารเขารับประทาน   ถ้าเขากระหายน้ำก็จงให้น้ำเขาดื่ม   เพราะว่าการทำอย่างนั้น   เป็นการสุมถ่านที่ลุกโพลงไว้บนศีรษะของเขา

21Do not be overcome by evil, but overcome evil with good.

21อย่าให้ความชั่วชนะเราได้   แต่จงชนะความชั่วด้วยความดี

Simeon and Levi certainly went too far by killing the Canaanites and looting (stealing from) their city in order to avenge their sister, and Jacob never forgot it, which we will see when we get to chapter 49. 

สิเมโอนและเลวีแน่นอนไปไกลด้วยฆ่า คนคานาอัน และการขโมยทรัพย์สิน (ขโมย) จากเมืองของพวกเขาเพื่อล้างแค้นน้องสาวของพวกเขาและยากอบไม่เคยลืมมันซึ่งเราจะเห็นเมื่อเราได้รับถึง 49 บทที่

By their deception and destruction, they ruined Jacob’s testimony before the people of the land. What good was it for Jacob to build an altar and worship the true God before his unbelieving neighbors if his children were going to act like unbelievers?

โดยการ หลอกลวงและการทำลายพวกเขาเจ๊งชื่อเสียงของยากอบก่อนที่คนของแผ่นดิน สำหรับยากอบสร้างแท่นบูชาและนมัสการพระเจ้าจริงก่อนเชื่อเพื่อน บ้านของเขาถ้าเขาเป็นเด็กไปกระทำเช่นบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาดีอะไร

But it’s sad to see that Jacob’s greatest concern wasn’t the vindication of purity or even his witness in the land, but rather his own safety.

แต่ เสียใจที่เห็นว่ากังวลมากที่สุดของยากอบไม่ได้แก้ตัวของความบริสุทธิ์หรือ พยานของเขาในที่ดิน แต่ความปลอดภัยของเขาเอง

If Jacob and his family had been in Bethel where they belonged, this tragedy might not have occurred.

ถ้า ยากอบและครอบครัวของเขาอยู่ในเบ็ ธ เอลที่พวกเขาเป็นของ, โศกนาฏกรรมนี้อาจไม่เกิดขึ้น

www.gotquestions.org/Thai

Genesis 34