Tuesday, November 22, 2016

 

Genesis ปฐมกาล 37

If we are not going to live for the flesh, in our old human sinful nature then we must rely on the Word of God, the Holy Spirit and prayer to live a spiritual Christian life rather than a carnal life like Esau and his descendants.

ถ้าเราไม่ได้จะอยู่ในเนื้อในลักษณะเดิมของเราคนบาปแล้ว เราต้องพึ่งพาพระคำของพระเจ้า   พระวิญญาณบริสุทธิ์และอธิษฐานให้ชีวิตคริสเตียนจิตวิญญาณมากกว่าชีวิตทาง กามารมณ์เช่น เอซาว และลูกหลานของเขา

The rest of the book of Genesis focuses on Joseph.  More is said about him than nearly anyone else in Genesis. 

ส่วนที่ เหลือของหนังสือปฐมกาลจะเน้นโยเซฟ กล่าว เพิ่มเติมเกี่ยวกับเขามากกว่าคนอื่นเกือบในปฐมกาล

There are probably several reasons. One is the character of Joseph; he was a pure man, a humble man, a man of integrity, a wise and good leader, a good example. 

อาจมี หลายเหตุผล หนึ่งเป็นตัวของโยเซฟนั้นเขา เป็นคนบริสุทธิ์เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน, คนของความซื่อสัตย์เป็นผู้นำฉลาดและดีเป็นตัวอย่างที่ดี

A second reason is, there is no one in Scripture who is more like Jesus Christ in his person and experiences than Joseph. Joseph in many ways is a picture of what Jesus would be like. 

เหตุผล ที่สองคือมีไม่มีในคัมภีร์ที่เป็นเหมือนพระเยซูคริสต์ในคนและประสบการณ์กว่า โยเซฟของเขา โยเซฟได้หลายวิธีคือภาพของสิ่ง ที่พระเยซูจะชอบ

We can see many similarities between the life of Joseph and the life of Jesus. 

เราจะ เห็นความคล้ายคลึงกันมากระหว่างชีวิตของโยเซฟและชีวิตของพระเยซู

Joseph is like Jesus in that he was loved by his father and was obedient to his will; he was a shepherd, he was hated and rejected by his own brethren and sold as a slave; he was falsely accused and unjustly punished; and finally lifted from suffering to a powerful throne, saving his people from death.

โยเซฟ เป็นเหมือนพระเยซูในที่เขารักโดยบิดาของเขาและได้เชื่อฟังเขาจะ; เขาถูกต้อนให้เขาเกลียดและปฏิเสธโดยพี่น้องของเขาเองและขายเป็นทาส; เขาถูกกล่าวหาเท็จและลงโทษอย่างไม่ยุติธรรมและสุดท้าย ยกจากความทุกข์ เป็นบัลลังก์ทรงพลังประหยัดคนของเขาจากความตาย

The major difference is that Joseph was only reported to be dead, while Jesus Christ did give His life on the cross and was raised from the dead in order to save us

ความแตก ต่างที่สำคัญคือโยเซฟมีการรายงานเท่านั้นที่จะตายในขณะที่พระเยซูคริสต์ได้ ให้ชีวิตของพระองค์บนกางเขนและเป็นขึ้นจากความตายเพื่อที่จะช่วยเรา

The story of Joseph, one chosen by God verses 1-11

เรื่องของโยเซฟ ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกไว้ บทที่ 1-11

1Jacob lived in the land of his father's sojournings, in the land of Canaan.

1ฝ่ายยาโคบมาอยู่ในดินแดนที่บิดาของท่านอาศัยนั้นคือ   แคว้นคานาอัน

2These are the generations of Jacob. Joseph, being seventeen years old, was pasturing the flock with his brothers. He was a boy with the sons of Bilhah and Zilpah, his father's wives. And Joseph brought a bad report of them to their father.

2ต่อไปนี้เป็นประวัติครอบครัวของยาโคบ   เมื่อโยเซฟอายุได้สิบเจ็ดปีไปเลี้ยงสัตว์อยู่กับพวกพี่ชาย   เขาเป็นเด็กหนุ่มอยู่กับบุตรของนางบิลฮาห์   และศิลปาห์ภรรยาบิดาของตน   โยเซฟเอาความผิดของพี่ชายมาเล่าให้บิดาฟัง

3Now Israel loved Joseph more than any other of his sons, because he was the son of his old age. And he made him a robe of many colors.

3ฝ่ายอิสราเอลรักโยเซฟมากกว่าบุตรทั้งหมดของท่าน   เพราะโยเซฟเกิดมาเมื่อบิดาแก่แล้ว   บิดาทำเสื้อยาวมีแขนให้แก่โยเซฟ

4But when his brothers saw that their father loved him more than all his brothers, they hated him and could not speak peacefully to him.

4เมื่อพวกพี่ชายเห็นว่าบิดารักโยเซฟมากกว่าตน   ก็ชังโยเซฟและพูดดีกับเขาไม่ได้  

5Now Joseph had a dream, and when he told it to his brothers they hated him even more.

5คราวหนึ่งโยเซฟฝัน  แล้วเล่าให้พวกพี่ชายฟัง   พวกพี่ชายยิ่งชังโยเซฟมากขึ้น

6He said to them, “Hear this dream that I have dreamed:

6โยเซฟเล่าว่า  “ฟังความฝันซึ่งฉันฝันเห็นซิ

7Behold, we were binding sheaves in the field, and behold, my sheaf arose and stood upright. And behold, your sheaves gathered around it and bowed down to my sheaf.”

7พวกเรากำลังมัดฟ่อนข้าวอยู่ในนา   ทันใดนั้น  ฟ่อนข้าวของฉันตั้งขึ้นยืนตรง   แต่ฟ่อนข้าวของพวกพี่ๆมาแวดล้อมกราบไหว้ฟ่อนข้าวของฉัน”

8His brothers said to him, “Are you indeed to reign over us? Or are you indeed to rule over us?” So they hated him even more for his dreams and for his words.

8พวกพี่ชายจึงถามโยเซฟว่า  “เจ้าจะปกครองเรากระนั้นหรือ   เจ้าจะมีอำนาจครอบครองเราหรือ”   พวกพี่ชายก็ยิ่งชังโยเซฟมากขึ้นอีกเพราะความฝัน   และเพราะคำของเขา

9Then he dreamed another dream and told it to his brothers and said, “Behold, I have dreamed another dream. Behold, the sun, the moon, and eleven stars were bowing down to me.”

9ต่อมาโยเซฟก็ฝันอีก  จึงเล่าให้พี่ชายฟังว่า   “ฉันฝันอีกครั้งหนึ่ง  เห็นดวงอาทิตย์   ดวงจันทร์  และดาวสิบเอ็ดดวงกำลังกราบไหว้ฉัน”

10But when he told it to his father and to his brothers, his father rebuked him and said to him, “What is this dream that you have dreamed? Shall I and your mother and your brothers indeed come to bow ourselves to the ground before you?”

10เมื่อเล่าให้บิดาและพวกพี่ชายกับน้องฟัง  บิดาก็เตือนโยเซฟว่า   “ความฝันที่เจ้าได้ฝันเห็นนั้นหมายความว่าอะไร   เรากับมารดาและพี่น้องของเจ้าจะมาซบหน้า ลงถึงดินกราบไหว้เจ้ากระนั้นหรือ”

11And his brothers were jealous of him, but his father kept the saying in mind.

11พวกพี่ชายอิจฉาโยเซฟ   บิดาก็นิ่งตรองเรื่องนี้อยู่แต่ในใจ

Joseph was only seventeen.   He was the youngest of the boys out there with the flocks.

โยเซฟอายุได้สิบเจ็ดเท่า นั้น เขาเป็นบุตรชายคนเล็ก ของออกมีกับฝูง

Benjamin was still too young to work in the field.  Joseph brought to his father a bad report about the other boys. Of course, they didn't like that.

เบนจามินก็ยังเด็กเกินไป ที่จะทำงานในสาขา โยเซฟมาถึงบิดารายงาน เกี่ยวกับลูกหลานไม่ดีอื่นๆ แน่นอนพวกเขาไม่เช่นนั้น

I'm sure they called him a tattletale.  Israel loved Joseph more than his other sons and made him a special coat of many colors. 

ผมมั่นใจว่าเขาเรียกว่านก กะปูด อิสราเอลรักโยเซฟมากกว่า บุตรอื่น ๆ ของเขาและทำให้เขาขนพิเศษของสี

It was probably his way of letting the family know that Joseph had been chosen to be his heir.

มันอาจทางครอบครัวของเขา ให้ทราบว่าโยเซฟได้รับเลือกให้เป็นทายาทของเขา

Reuben had forfeited his firstborn status because of his sin with Bilhah, and his next son, Simeon, had been involved with Levi in killing the men of Shechem. 

รูเบ็นมีสิทธิริบสถานะคน แรกของเขาเพราะบาปกับบิลฮาห์และบุตรต่อไปเขาสิเมโอนได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ เลวีในการฆ่าคนของเชเคม

Jacob’s first four sons had Leah as their mother, and Jacob didn’t want to marry Leah, he was tricked into it by his Uncle Laban.  

แรกสี่บุตรของยาโคบมีลีอา เป็นแม่ของพวกเขาและยาโคบไม่ต้องการแต่งงานลีอาเขาเป็นหลอกไปได้โดยลุงลาบัน ของเขา

Jacob might have reasoned, “In God’s sight, Rachel was my first my true love, my true wife, and Joseph was her firstborn. Therefore, Joseph has the right to be treated as the firstborn.”

ยาโคบอาจจะมีเหตุผล"ในสาย ตาของพระเจ้าราเชลเป็นครั้งแรกรักของฉันจริงจริงภรรยาของฉันและโยเซฟเป็นคน แรกของเธอ ดังนั้นโยเซฟมีสิทธิที่จะ ถือว่าเป็นคนแรก.

This made Joseph’s brothers jealous.  Then Joseph had dreams that showed that he would rule over his older brothers.

นี้ทำให้พี่น้องของโยเซฟ อิจฉา แล้วโยเซฟมีความฝันที่แสดง ให้เห็นว่าเขาจะปกครองพี่น้องเก่าของเขา

Joseph brothers were envious and make plans against him verses 12-27 

พวกพี่ชายขี้อิจฉาขายโยเซฟให้เป็นทาส บทที่ 12-27

12Now his brothers went to pasture their father's flock near Shechem.

12ฝ่ายพวกพี่ชายพากันไปเลี้ยงแพะแกะของบิดาที่เมืองเชเคม

13And Israel said to Joseph, “Are not your brothers pasturing the flock at Shechem? Come, I will send you to them.” And he said to him, “Here I am.”

13อิสราเอลจึงพูดกับโยเซฟว่า   “พี่ชายของเจ้าเลี้ยงแพะแกะอยู่ที่เมืองเชเคมมิใช่หรือ   มา   พ่อจะใช้เจ้าไปหาพี่ชาย”   โยเซฟตอบว่า   “ฉันพร้อมแล้ว”

14So he said to him, “Go now, see if it is well with your brothers and with the flock, and bring me word.” So he sent him from the Valley of Hebron, and he came to Shechem.

14บิดาจึงสั่งเขาว่า   “ไปดูพี่ชายของเจ้าและฝูงสัตว์ซิว่าสบายดีหรือไม่   แล้วกลับมาบอกพ่อ”     บิดาใช้เขาไปจากที่ราบเฮโบรน  เขาก็มายังเมืองเชเคม

15And a man found him wandering in the fields. And the man asked him, “What are you seeking?”

15ชายคนหนึ่งพบโยเซฟเดินไปเดินมาในท้องนา  จึงถามว่า   “เจ้าหาอะไร”

16“I am seeking my brothers,” he said. “Tell me, please, where they are pasturing the flock.”

16โยเซฟตอบว่า  “ฉันหาพี่ชายของฉัน  โปรดบอกฉันทีว่า   เขาเลี้ยงสัตว์อยู่ที่ไหน”

17And the man said, “They have gone away, for I heard them say, ‘Let us go to Dothan.’” So Joseph went after his brothers and found them at Dothan.

17คนนั้นตอบว่า  “เขาไปแล้ว  เพราะเราได้ยินเขาพูดกันว่า   'ให้เราไปเมืองโดธานกันเถิด' ”   โยเซฟตามไปพบเขาที่เมืองโดธาน

18They saw him from afar, and before he came near to them they conspired against him to kill him.

18เมื่อพวกพี่ชายเห็นโยเซฟแต่ไกลยังมาไม่ถึง   เขาก็พากันคิดปองร้ายจะฆ่าเสีย

19They said to one another, “Here comes this dreamer.

19เขาพูดกันว่า  “เจ้าช่างฝันมานี่แล้ว

20Come now, let us kill him and throw him into one of the pits. Then we will say that a fierce animal has devoured him, and we will see what will become of his dreams.”

20มาเถิด   ให้พวกเราฆ่ามันเสีย   แล้วทิ้งลงไว้ในบ่อบ่อหนึ่ง   เราจะว่าสัตว์ร้ายกัดกินมันเสียแล้ว   เราจะดูว่าความฝันนั้นจะเป็นจริงได้อย่างไร”

21But when Reuben heard it, he rescued him out of their hands, saying, “Let us not take his life.”

21ฝ่ายรูเบนพอได้ยินดังนั้น   ก็อยากช่วยโยเซฟให้พ้นมือพวกพี่ชายจึงพูดว่า   “เราอย่าฆ่ามันเลย”

22And Reuben said to them, “Shed no blood; cast him into this pit here in the wilderness, but do not lay a hand on him”—that he might rescue him out of their hand to restore him to his father.

22รูเบนเตือนเขาว่า  “อย่าทำให้โลหิตไหล   จงทิ้งมันในบ่อนี้ในถิ่นทุรกันดาร   อย่าแตะต้องน้องเลย”   ทั้งนี้เพื่อจะช่วยน้องให้พ้นมือเขา   แล้วจะได้ส่งกลับไปยังบิดา

23So when Joseph came to his brothers, they stripped him of his robe, the robe of many colors that he wore.

23ครั้นโยเซฟมาถึงพวกพี่ชาย   เขาก็จับโยเซฟถอดเสื้อออกเสีย   คือเสื้อยาวมีแขนที่สวมอยู่

24And they took him and cast him into a pit. The pit was empty; there was no water in it.

24แล้วเอาโยเซฟไปทิ้งลงในบ่อ   บ่อนั้นไม่มีน้ำ  

25Then they sat down to eat. And looking up they saw a caravan of Ishmaelites coming from Gilead, with their camels bearing gum, balm, and myrrh, on their way to carry it down to Egypt.

25ขณะที่นั่งรับประทานอยู่เขาเงยหน้าขึ้น   เห็นคนอิชมาเอลบรรทุกต่างมาจากเมืองกิเลอาด   มีฝูงอูฐบรรทุกยางไม้   พิมเสนและเปลือกไม้ชะมดเอาเดินทางไปยังอียิปต์

26Then Judah said to his brothers, “What profit is it if we kill our brother and conceal his blood?

26ยูดาห์จึงพูดกับน้องว่า   “หากเราฆ่าน้องและซ่อนโลหิตไว้จะมีประโยชน์อันใดเล่า

27Come, let us sell him to the Ishmaelites, and let not our hand be upon him, for he is our brother, our own flesh.” And his brothers listened to him.

27มาเถิด  ให้เราขายน้องแก่พวกอิชมาเอลโดยไม่แตะต้องเขา   เพราะเขาก็เป็นน้องและเป็นเลือดเนื้อของเราเหมือนกัน”   พี่น้องทั้งปวงก็เชื่อ

Joseph’s brothers really hated him and were envious or jealous.  They were far from home and were making plans to kill their own brother. 

พี่น้องโจเซฟเกลียดจริงๆเขาและอิจฉาหรืออิจฉา พวกเขาห่างไกลจาก บ้านและมีการวางแผนจะฆ่าน้องชายของตนเอง

Many weeks ago we talked of how Cain killed his brother Abel because of jealousy.   Jameswarns against it. 

หลาย สัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้พูดคุยถึงวิธีการฆ่าเคนพี่ชายของเขาอาเบลเพราะความ อิจฉา ยากอบเตือนกับมัน

James ยากอบ 3:14-16 14But if you have bitter jealousy and selfish ambition in your hearts, do not boast and be false to the truth.

14แต่ถ้าท่านรู้สึกขมขื่นเพราะมีใจริษยาและมักใหญ่ใฝ่สูง   ก็อย่าโอ้อวดและอย่าทรยศต่อความจริง

15This is not the wisdom that comes down from above, but is earthly, unspiritual, demonic.

15ปัญญาเช่นนี้   ไม่เหมือนปัญญาที่มาจากเบื้องบน   แต่เป็นปัญญาอย่างโลกและเป็นโลกียวิสัย   และเป็นเช่นปีศาจ

16For where jealousy and selfish ambition exist, there will be disorder and every vile practice.

16เพราะว่าที่ใดมีความริษยาและความมักใหญ่ใฝ่สูง   ที่นั่นก็วุ่นวายและมีการกระทำชั่วช้าลามกต่างๆ

Before we go on with the story, I want to call to your attention to the comparison of Joseph to the Lord Jesus, suggested by Dr. J. Vernon McGee.

ก่อนที่เราจะไปกับเรื่อง ราวที่ฉันต้องการเรียกความสนใจของคุณไปเปรียบเทียบของโยเซฟในพระเยซู

1. The birth of Joseph was miraculous in that it was by the intervention of God as an answer to prayer. The Lord Jesus is virgin born. His birth was certainly miraculous!

1 เกิดของโยเซฟเป็นอัศจรรย์ ในว่าเป็นโดยการแทรกแซงของพระเจ้าเป็นคำตอบให้อธิษฐาน พระเยซูคือบริสุทธิ์เกิด เกิดของพระองค์เป็น อัศจรรย์แน่นอน!

2. Joseph was loved by his father. The Lord Jesus was loved by His Father, who declared, "This is My beloved Son."

2 โยเซฟเป็นที่รักของบิดา พระเยซูเป็นที่รักของพระ บิดาของพระองค์ผู้ประกาศ"นี่คือพระบุตรที่รักของพระเจ้า"

3. Joseph had the coat of many colors which set him apart. Christ was set apart in that He was "separate from sinners."

3 โยเซฟมีขนสีหลายชุดที่เขา ออกจากกัน  คริสต์ถูกแยกในชุดที่ เขา"แยกจากคนบาป.

4. Joseph announced that he was to rule over his brethren. The Lord Jesus presented Himself as the Messiah. Just as they ridiculed Joseph's message, so they also ridiculed Jesus. In fact, nailed to His cross were the words: THIS IS JESUS THE KING OF THE JEWS.

4 โยเซฟประกาศว่าเขามาปกครอง พี่น้องของเขา พระเยซูทรงแสดงเป็นอัล เช่นเดียวกับพวกเขาเยาะ เย้ยข้อความของโยเซฟจึงเยาะเย้ยยังพระเยซู ในความเป็นจริงตอกตะปูข้าม เขาคำถูก : นี่คือพระเยซูกษัตริย์ของคนจิ

5. Joseph was sent by his father to his brethren. Jesus was sent to His brethren -- He came first to the lost sheep of the house of Israel.

5 โยเซฟถูกส่งโดยพ่อของเขา พี่น้องของเขา พระเยซูถูกส่งไปยังพี่น้อง ของเขา -- เขามาก่อนที่แกะหายไปจากบ้านของอิสราเอล

6. Joseph was hated by his brethren without a cause, and the Lord Jesus was hated by His brethren without a cause.

6 โยเซฟถูกเกลียดชังพี่น้อง ของเขาโดยไม่มีสาเหตุและพระเยซูถูกเกลียดชังพี่น้องของพระองค์โดยไม่มี สาเหตุ

As we return to the story now, remember that Joseph is approaching his brothers, and they are plotting against him. He is wearing that coat of many colors.  

ที่เรากลับมาเรื่องนี้จำ ไว้ว่าโยเซฟอยู่ใกล้พี่น้องของเขาและพวกเขาจะวางแผนร้ายแก่เขา เขาใส่เสื้อของสีที่

We must remember that Joseph was younger than his brothers yet was in a position above them. Envy is one of the works of the flesh that comes out of the sinful heart of man

เราต้องจำไว้ว่าโยเซฟเป็น เด็กกว่าพี่น้องของเขายังอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าพวกเขา อิจฉาเป็นหนึ่งในผลงานของ เนื้อหนังที่มาจากหัวใจบาปของมนุษย์

It took Joseph about three days to get from Hebron to Shechem, but when he got there, he learned that his brothers had moved twenty kilometers further north to Dothan, which meant another day’s journey. 


เอาโยเซฟประมาณสามวันที่จะ ได้รับจากเฮบรอนที่เชเคม แต่เมื่อเขาได้มีเขารู้ว่าพี่น้องของเขาได้ย้าย 20 กิโลเมตรต่อเหนือโดธานซึ่งหมายถึงการเดินทางวันอื่น

He could have turned back, but he was willing to go the extra distance for his brothers and in obedience to his father. Jesus in His Sermon on the Mount, tells us to go the extra mile, do more than what is required. 

เขาก็จะหันหลัง แต่เขายินดีที่จะไปไกลพิเศษสำหรับพี่น้องและเชื่อฟังพ่อ พระเยซูในพระเทศนาบนภูเขา ที่บอกเราไปไมล์พิเศษทำมากกว่าสิ่งที่จะต้อง

Matthew มัทธิว 5:41 And if anyone forces you to go one mile, go with him two miles.

ถ้าผู้ใดจะเกณฑ์ท่านให้เดินทางไปหนึ่งกิโลเมตร   ก็ให้เลยไปกับเขาถึงสองกิโลเมตร

In Roman times if a citizen was walking down the road and came to a Roman soldier going in the opposite direction, he could require you to carry his load and walk with him for one mile.  Jesus said, did more than that, go with him two.  

ในสมัย โรมันถ้าพลเมืองได้เดินลงถนนและมาเป็นทหารโรมันไปในทิศทางที่ตรงข้ามเขาอาจ ต้องการให้คุณปฏิบัติภาระของเขาและเดินกับเขาหนึ่งไมล์ พระเยซูกล่าวว่าได้มากกว่าที่ให้ไปกับเขาสอง

So Joseph went an extra distance for his brothers.

ดังนั้น โยเซฟไปไกลพิเศษสำหรับพี่น้อง

The brothers saw him coming with his special colored coat, and planned to kill him. 

พี่เห็น เขามากับเสื้อสีของเขาพิเศษและวางแผนที่จะฆ่า

Reuben has already lost his position as the firstborn. But here he does the right thing, he doesn’t want his brothers to kill Joseph, so he suggests “let’s just put him in a pit.” 

รูเบ็น ได้หายไปแล้วตำแหน่งของเขาเป็นคนแรก แต่ที่ นี่เขาทำในสิ่งที่ถูกเขาไม่ต้องการพี่ชายของเขาฆ่าโยเซฟเขาจึงแนะนำ"ขอเพียง แค่ใส่เขาในบ่อ

It was Reuben's plan, to later come back and take Joseph out of the pit and take him home.

เป็นแผนของรูเบ็นไปภายหลังกลับมาและใช้โยเซฟออกจากหลุม และเอาเขาบ้าน

Joseph is taken to Egypt verses 28-36

โยเซฟถูกนำไปยังอียิปต์ บทที่ 28-36

28Then Midianite traders passed by. And they drew Joseph up and lifted him out of the pit, and sold him to the Ishmaelites for twenty shekels of silver. They took Joseph to Egypt.

28ขณะนั้นพวกพ่อค้าชาวมีเดียนกำลังผ่านมา   เขาก็ฉุดโยเซฟขึ้นจากบ่อ   ขายให้แก่คนอิชมาเอลเป็นเงินยี่สิบเชเขล   คนอิชมาเอลก็พาโยเซฟไปยังอียิปต์  

29When Reuben returned to the pit and saw that Joseph was not in the pit, he tore his clothes

29ฝ่ายรูเบนเมื่อกลับมาถึงบ่อนั้นเห็นว่าโยเซฟมิได้อยู่ในบ่อนั้น   ก็ฉีกเสื้อผ้า

30and returned to his brothers and said, “The boy is gone, and I, where shall I go?”

30แล้วกลับไปหาพวกน้องบอกว่า   “เด็กนั้นหายไปเสียแล้ว  แล้วฉันจะไปที่ไหนเล่า”

31Then they took Joseph's robe and slaughtered a goat and dipped the robe in the blood.

31พวกเขาก็เอาเสื้อของโยเซฟมา  และฆ่าแพะผู้ตัวหนึ่ง   จุ่มเสื้อของโยเซฟลงในเลือด

32And they sent the robe of many colors and brought it to their father and said, “This we have found; please identify whether it is your son's robe or not.”

32แล้วก็ส่งเสื้อยาวที่มีแขนนั้นไปยังบิดา  บอกว่า   “พวกเราได้พบเสื้อตัวนี้   ขอพ่อจงพิจารณาดูว่า   ใช่เสื้อลูกของพ่อหรือไม่”

33And he identified it and said, “It is my son's robe. A fierce animal has devoured him. Joseph is without doubt torn to pieces.”

33บิดาตรวจดูแล้วร้องว่า  “นี่เป็นเสื้อลูกเรา   สัตว์ร้ายกัดกินเขาเสียแล้ว   โยเซฟลูกเราย่อยยับเสียแล้วเป็นแน่”

34Then Jacob tore his garments and put sackcloth on his loins and mourned for his son many days.

34ยาโคบก็ฉีกเสื้อผ้าเอาผ้ากระสอบคาดเอว   ไว้ทุกข์ให้บุตรหลายวัน

35All his sons and all his daughters rose up to comfort him, but he refused to be comforted and said, “No, I shall go down to Sheol to my son, mourning.” Thus his father wept for him.

35ฝ่ายบุตรชายหญิงทั้งหมดก็พากันมาปลอบโยนบิดา   แต่ท่านไม่ยอมรับการปลอบโยน  กล่าวว่า   “อย่าเลย   เราจะโศกเศร้าถึงลูกเราจนกว่าเรา จะตามลงไปยังแดนคนตาย”   บิดาของเขาร้องไห้คิดถึงเขาดังนี้

36Meanwhile the Midianites had sold him in Egypt to Potiphar, an officer of Pharaoh, the captain of the guard.

36ในระหว่างนั้นคนมีเดียนก็ขายโยเซฟในอียิปต์ไว้กับโปทิฟาร์   ขุนนางผู้หนึ่งของฟาโรห์ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์

Judah suggested they sell Joseph as a slave, when he saw some traders going by.  Judah also didn't want the blood of Joseph to be on their hands.

ยูดาห์แนะนำให้พวกเขาขาย เซฟโยเป็นทาสเมื่อเขาเห็นผู้ค้าบางไปด้วย ยูดาห์ยังไม่ต้องการเลือด ของโยเซฟที่จะในมือของพวกเขา

The brothers were satisfied with the suggestion because what they wanted was to get rid of him, they didn't care how.

พี่น้องมีความพึงพอใจกับคำ แนะนำเพราะสิ่งที่พวกเขาต้องการคือการกำจัดเขาจะไม่แคร์ว่า

They knew the Ishmaelites would take him down to Egypt and would sell him there as a slave. At least they would be rid of him. They were sure they would never see Joseph again. 

พวกเขารู้ว่าคนอิชมาเอลจะ นำเขาลงไปอียิปต์และจะขายเขาก็เป็นทาส อย่างน้อยพวกเขาจะกำจัด เขา พวกเขามั่นใจว่าจะไม่เห็น โยเซฟอีกครั้ง

Reuben as the oldest was going to be responsible for telling their father Israel what happened to Joseph. 

รูเบ็นเป็นที่เก่าแก่ที่ สุดคือจะต้องรับผิดชอบในการบอกพ่ออิสราเอลของสิ่งที่เกิดขึ้นกับโยเซฟ

They decided they would pretend they had never seen Joseph and just found his coat with blood on it.  They even pretended they weren’t sure that was Joseph’s coat and asked their father whether he recognizes it.

พวกเขาตัดสินใจว่าจะแกล้ง เขาไม่เคยเห็นโยเซฟและเพิ่งพบเสื้อของเขาด้วยเลือดบน พวกเขาก็อ้างพวกเขาไม่แน่ ใจว่าเป็นเสื้อของโยเซฟและถามพ่อว่าเขายอมรับว่า

Israel knew whose coat it was. He comes to a natural conclusion that Joseph must be dead and grieved over his loss for many years. 

อิสราเอลรู้ที่มีขนเป็น เขามาถึงข้อสรุปธรรมชาติ ที่โยเซฟจะต้องตายและเศร้ากว่าการสูญเสียของเขาเป็นเวลาหลายปี

How cruel of these men to not only sell their brother as a slave but also allow their father to believe that he was dead.  

วิธีโหดร้ายของคนเหล่านี้ ไม่เพียง แต่ขายพี่ชายของพวกเขาเป็นทาส แต่ยังให้พ่อของพวกเขาเชื่อว่าเขาตาย

Notice that Jacob fooled his father Isaac with some goat’s hair and now he has been fooled by his sons with some goat’s blood.  

พบว่ายากอบหลงกลพ่อของเขา ไอแซกผมแพะบางและตอนนี้เขาถูกหลอกโดยลูกชายของเขาด้วยเลือดแพะบาง

  Galatians กาลาเทีย 6:7 Do not be deceived: God is not mocked, for whatever one sows, that will he also reap.

อย่าหลงเลย   ท่านจะหลอกลวงพระเจ้าไม่ได้   เพราะว่าผู้ใดหว่านอะไรลง   ก็จะเกี่ยวเก็บสิ่งนั้น

www.gotquestions.org/Thai

Genesis 37