Thursday, November 24, 2016

 

Genesis 38 Judah and Tamar in the family line of Jesus

ปฐมกาล 38  ความบาปของยูดาห์ นางทามาร์จึงเข้าราชวงศ์ของพระเยซู

Judah suggested they sell Joseph as a slave, when he saw some traders going by.  Judah also didn't want the blood of Joseph to be on their hands.

ยูดาห์แนะนำให้พวกเขาขาย เซฟโยเป็นทาสเมื่อเขาเห็นผู้ค้าบางไปด้วย ยูดาห์ยังไม่ต้องการเลือด ของโยเซฟที่จะในมือของพวกเขา

The brothers were satisfied with the suggestion because what they wanted was to get rid of him, they didn't care how.

พี่น้องมีความพึงพอใจกับคำ แนะนำเพราะสิ่งที่พวกเขาต้องการคือการกำจัดเขาจะไม่แคร์ว่า

They knew the Ishmaelites would take him down to Egypt and would sell him there as a slave. At least they would be rid of him. They were sure they would never see Joseph again. 

พวกเขารู้ว่าคนอิชมาเอลจะ นำเขาลงไปอียิปต์และจะขายเขาก็เป็นทาส อย่างน้อยพวกเขาจะกำจัด เขา พวกเขามั่นใจว่าจะไม่เห็น โยเซฟอีกครั้ง

Reuben as the oldest was going to be responsible for telling their father Israel what happened to Joseph. 

รูเบ็นเป็นที่เก่าแก่ที่ สุดคือจะต้องรับผิดชอบในการบอกพ่ออิสราเอลของสิ่งที่เกิดขึ้นกับโยเซฟ

They decided they would pretend they had never seen Joseph and just found his coat with blood on it.  They even pretended they weren’t sure that was Joseph’s coat and asked their father whether he recognizes it.

พวกเขาตัดสินใจว่าจะแกล้ง เขาไม่เคยเห็นโยเซฟและเพิ่งพบเสื้อของเขาด้วยเลือดบน พวกเขาก็อ้างพวกเขาไม่แน่ ใจว่าเป็นเสื้อของโยเซฟและถามพ่อว่าเขายอมรับว่า

Israel knew whose coat it was. He comes to a natural conclusion that Joseph must be dead and grieved over his loss for many years. 

อิสราเอลรู้ที่มีขนเป็น เขามาถึงข้อสรุปธรรมชาติ ที่โยเซฟจะต้องตายและเศร้ากว่าการสูญเสียของเขาเป็นเวลาหลายปี

How cruel of these men to not only sell their brother as a slave but also allow their father to believe that he was dead.  

วิธีโหดร้ายของคนเหล่านี้ ไม่เพียง แต่ขายพี่ชายของพวกเขาเป็นทาส แต่ยังให้พ่อของพวกเขาเชื่อว่าเขาตาย

Next week we will resume the story of Joseph but this chapter is about Judah.  The tribe of Judah is the one that Jesus comes from and all the kings of the northern tribes of Israel. 

สัปดาห์ ถัดไปเราจะเริ่มเรื่องราวของโยเซฟ แต่บทนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับยูดาห์ เผ่ายูดาห์เป็น หนึ่งที่มาจากพระเยซูและพระมหากษัตริย์ของชาวเหนือของอิสราเอล

But the man Judah was immoral.   He had sexual relations with a Canaanite woman name Shua and they had three sons Er, Onan, and Shela.  

แต่ยู ดาห์เป็นคนเลวทราม เขามีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวชื่อคานาอันชูวาและพวกเขาสาม บุตรเอร์, โอนัน และเชห์ลา

The Bible doesn’t say if Judah and Shua were married.  But it does say that two of their sons did evil. 

พระ คัมภีร์ไม่ได้บอกว่ายูดาห์และชูวาได้แต่งงาน แต่จะบอกว่าสองของลูกหลานของพวกเขาไม่ชั่ว

The family of Judah and Shua verses 1-5

ครอบครัวยูดาห์และชูวา บทที่ 1-5

1It happened at that time that Judah went down from his brothers and turned aside to a certain Adullamite, whose name was Hirah.

1ครั้งนั้นยูดาห์ลงไปจากพวกพี่น้อง   ไปอาศัยอยู่กับคนอดุลลาม  คนหนึ่งชื่อฮีราห์

2There Judah saw the daughter of a certain Canaanite whose name was Shua. He took her and went in to her,

2ยูดาห์เห็นบุตรีคนคานาอันคนหนึ่งที่นั่น   บิดาหญิงนั้นชื่อชูวา   จึงแต่งงานกับหญิงนั้นและเข้าไปหานาง

3and she conceived and bore a son, and he called his name Er.

3หญิงนั้นก็ตั้งครรภ์มีบุตรชาย  บิดาจึงตั้งชื่อว่าเอร์

4She conceived again and bore a son, and she called his name Onan.

4หญิงนั้นก็ตั้งครรภ์อีกมีบุตรชาย  ชื่อโอนัน

5Yet again she bore a son, and she called his name Shelah. Judah was in Chezib when she bore him.

5นางมีบุตรชายอีกคนหนึ่ง   ชื่อเช-ลาห์  นางอยู่ที่เคซิบเมื่อนางมีเขา

Er married a woman named Tamar.  Tamar is mentioned in the family line of Jesus in Matthew

เอร์แต่งงานผู้หญิงชื่อทามาร์ ทามาร์กล่าวถึงในสายครอบครัวของพระเยซูในมัทธิว

Matthew มัทธิว 1:1-3

1The book of the genealogy of Jesus Christ, the son of David, the son of Abraham. 

1หนังสือลำดับพงศ์ของพระเยซูคริสต์ ผู้เป็นเชื้อสายของดาวิด ผู้สืบตระกูลเนื่องมาจากอับราฮัม

2Abraham was the father of Isaac, and Isaac the father of Jacob, and Jacob the father of Judah and his brothers,

2อับราฮัมมีบุตรชื่ออิสอัค อิสอัคมีบุตรชื่อยาโคบ ยาโคบมีบุตรชื่อยูดาห์และพี่น้องของเขา

3and gJudah the father of Perez and Zerah by Tamar, and Perez the father of Hezron, and Hezron the father of Ram,

3ยูดาห์มีบุตรชื่อเปเรศกับเศราห์เกิดจากนางทามาร์ เปเรศมีบุตรชื่อเฮสโรน เฮสโรนมีบุตรชื่อราม

Er and Onan verses 6-10 

เอร์และโอนัน บทที่ 6-10

6And Judah took a wife for Er his firstborn, and her name was Tamar.

6ยูดาห์ก็ได้หาหญิงคนหนึ่งชื่อทามาร์ให้เป็นภรรยา เอร์บุตรหัวปีของตน

7But Er, Judah's firstborn, was wicked in the sight of the LORD, and the LORD put him to death.

7เอร์บุตรหัวปีของยูดาห์เป็นคนชั่วใน สายพระเนตรของพระเจ้า   พระเจ้าจึงทรงประหารเขาเสีย

8Then Judah said to Onan, “Go in to your brother's wife and perform the duty of a brother-in-law to her, and raise up offspring for your brother.”

8ยูดาห์จึงบอกโอนันว่า  “เข้าไปหาภรรยาพี่ชายของเจ้าเถิด   และทำหน้าที่ของน้องผัว   เพื่อจะได้สืบพันธุ์พี่ชายไว้”

9But Onan knew that the offspring would not be his. So whenever he went in to his brother's wife he would waste the semen on the ground, so as not to give offspring to his brother.

9โอนันรู้ว่าพันธุ์จะไม่ได้นับเป็นของตน   เมื่อเขาเข้าไปหาภรรยาของพี่ชาย   จึงทำให้น้ำกามตกดินเสีย   ด้วยเกรงว่าจะสืบพันธุ์ให้แก่พี่ชาย

10And what he did was wicked in the sight of the LORD, and he put him to death also.

10ในพระเนตรพระเจ้า  สิ่งที่โอนันได้กระทำนั้นผิด   พระองค์จึงทรงประหารชีวิตเขาเสีย

It was the custom of that day that when a man died, his brother was to marry his widow if they had no children, so that the new couple could have children and continue the family. 

มันเอง ของวันนั้นว่าเมื่อคนตายพี่ชายของเขาคือการแต่งงานหม้ายของเขาถ้าเขาไม่มี ลูกเพื่อให้คู่ใหม่อาจมีต่อเด็กและครอบครัว

Onan refused to do it, and God took his life. 

โอนัน ปฏิเสธที่จะทำและพระเจ้าเอาชีวิต

Now Judah has another son who is growing up, and he tells his daughter-in-law to follow the custom of returning to her father's house until the younger son is ready for marriage.

ขณะนี้ยู ดาห์มีบุตรชายอื่นที่เป็นเติบโตและเขาบอกว่าลูกสาวของเขาในกฎหมายตามที่ กำหนดเองกลับไปบ้านพ่อของเธอจนบุตรน้อยที่พร้อมสำหรับการแต่งงาน

Tamar verses 11-30

ทามาร์ บทที่ 11-30

11Then Judah said to Tamar his daughter-in-law, “Remain a widow in your father's house, till Shelah my son grows up”—for he feared that he would die, like his brothers. So Tamar went and remained in her father's house.

11ยูดาห์จึงบอกทามาร์บุตรสะใภ้ว่า   “กลับไปบ้านบิดาจนกว่าเช-ลาห์บุตรของเราจะโต”   ยูดาห์กลัวว่าเขาจะตายเสียเหมือนพี่ชาย   นางทามาร์จึงไปอาศัยอยู่กับบิดาของนาง  

12In course of time the wife of Judah, Shua's daughter, died. When Judah was comforted, he went up to Timnah to his sheepshearers, he and his friend Hirah the Adullamite.

12อยู่มาภรรยาของยูดาห์  ผู้เป็นบุตรีชูวาก็ตาย   เมื่อยูดาห์ค่อยบรรเทาความโศก   จึงขึ้นไปหาคนตัดขนแกะของตนที่บ้านทิมนาท   กับเพื่อนชื่อฮีราห์  เป็นคนอดุลลาม

13And when Tamar was told, “Your father-in-law is going up to Timnah to shear his sheep,”

13มีคนมาบอกนางทามาร์ว่า   “ดูเถิด  พ่อผัวของเจ้าไปบ้านทิมนาทจะตัดขนแกะ”

14she took off her widow's garments and covered herself with a veil, wrapping herself up, and sat at the entrance to Enaim, which is on the road to Timnah. For she saw that Shelah was grown up, and she had not been given to him in marriage.

14นางจึงผลัดเสื้อสำหรับหญิงม่ายออกเสีย   เอาผ้าคลุมหน้าห่มตัวไว้ไปนั่งอยู่ที่ทางเข้าบ้านเอนาอิม   ริมทางที่จะไปบ้านทิมนาท  ด้วยนางเห็นว่าเช-ลาห์โตขึ้นแล้ว   แต่นางยังมิได้เป็นภรรยาของเขา

15When Judah saw her, he thought she was a prostitute, for she had covered her face.

15เมื่อยูดาห์เห็นนางก็คิดว่าเป็นหญิงโสเภณี   เพราะนางได้เอาผ้าคลุมหน้าไว้

16He turned to her at the roadside and said, “Come, let me come in to you,” for he did not know that she was his daughter-in-law. She said, “What will you give me, that you may come in to me?”

16ยูดาห์จึงเข้าไปพูดกับหญิงริมทางนั้นว่า   “มาเถิด  ให้เราเข้านอนด้วย”   เพราะไม่ทราบว่านางเป็นบุตรสะใภ้ของตน   นางจึงว่า  “ท่านจะให้อะไรสำหรับการที่เข้าหาฉัน”

17He answered, “I will send you a young goat from the flock.” And she said, “If you give me a pledge, until you send it—”

17ยูดาห์ตอบว่า  “เราจะส่งลูกแพะจากฝูงมาให้เจ้าตัวหนึ่ง”   นางก็ถามว่า   “ท่านจะให้ของมัดจำไว้ก่อนจนกว่าจะส่ง ลูกแพะนั้นมาได้ไหม”

18He said, “What pledge shall I give you?” She replied, “Your signet and your cord and your staff that is in your hand.” So he gave them to her and went in to her, and she conceived by him.

18ยูดาห์ถามว่า  “เจ้าจะเอาอะไรเป็นของมัดจำ”   นางจึงตอบว่า  “จะขอแหวนตรากับเชือก   ทั้งไม้พลองที่มือท่านด้วย”  ยูดาห์ก็ให้  และเข้าไปหานาง   นางก็ตั้งครรภ์กับเขา

19Then she arose and went away, and taking off her veil she put on the garments of her widowhood.

19นางจึงลุกขึ้นไปเสียและเอาผ้าคลุมหน้านั้นออก   นุ่งห่มเสื้อผ้าสำหรับหญิงม่ายอีก

20When Judah sent the young goat by his friend the Adullamite to take back the pledge from the woman's hand, he did not find her.

20ฝ่ายยูดาห์ฝากลูกแพะมากับเพื่อนคนอดุลลาม ให้ไถ่ของมัดจำจากมือหญิงนั้น   แต่เขาหานางไม่พบ

21And he asked the men of the place, “Where is the cult prostitute who was at Enaim at the roadside?” And they said, “No cult prostitute has been here.”

21เขาจึงถามคนที่อยู่ตำบลนั้นว่า   “หญิงโสเภณีที่อยู่เอนาอิมริมทางนี้ไปไหน”   เขาตอบว่า   “ที่นี่ไม่มีหญิงโสเภณี”

22So he returned to Judah and said, “I have not found her. Also, the men of the place said, ‘No cult prostitute has been here.’”

22เพื่อนก็กลับไปบอกยูดาห์ว่า   “ฉันหาไม่พบ   ทั้งชาวตำบลนั้นก็ว่า   'ที่นี่ไม่มีหญิงโสเภณี' ”

23And Judah replied, “Let her keep the things as her own, or we shall be laughed at. You see, I sent this young goat, and you did not find her.” 

23ยูดาห์จึงว่า  “ให้หญิงนั้นเก็บของนั้นไว้เถิด   มิฉะนั้นคนจะหัวเราะเยาะเรา   เราฝากลูกแพะตัวนี้ไปให้  แต่ท่านก็หาหญิงนั้นไม่พบ”  

24About three months later Judah was told, “Tamar your daughter-in-law has been immoral. Moreover, she is pregnant by immorality.” And Judah said, “Bring her out, and let her be burned.”

24อยู่มาอีกประมาณสามเดือน   มีคนมาบอกยูดาห์ว่า   “ทามาร์บุตรสะใภ้ของท่านคบผู้ชาย   ยิ่งกว่านั้นอีก   ดูเถิด   นางมีครรภ์เพราะการแพศยาแล้ว”   ยูดาห์จึงสั่งว่า   “พานางออกมานี่  จับคลอกไฟเสีย”

25As she was being brought out, she sent word to her father-in-law, “By the man to whom these belong, I am pregnant.” And she said, “Please identify whose these are, the signet and the cord and the staff.”

25เมื่อเขากำลังพานางออกมา   นางก็ส่งคนไปหาพ่อผัวบอกว่า   “ข้าพเจ้ามีครรภ์กับคนที่เป็นเจ้าของสิ่งนี้”  และนางว่า   “ขอท่านพิจารณาดูแหวนตรา   เชือก  และไม้พลอง   เหล่านี้ว่าเป็นของผู้ใด”

26Then Judah identified them and said, “She is more righteous than I, since I did not give her to my son Shelah.” And he did not know her again.

26ยูดาห์รับไปพิจารณาดู   รู้แล้วก็ว่า   “หญิงคนนี้ชอบธรรมยิ่งกว่าเรา   เหตุว่าเรามิได้ยกเขาให้แก่เช-ลาห์บุตรของเรา”   ฝ่ายยูดาห์ก็มิได้สมสู่กับนางต่อไปอีก  

27When the time of her labor came, there were twins in her womb.

27อยู่มาเมื่อถึงเวลากำหนดคลอดบุตร  ก็มีลูกแฝดอยู่ในครรภ์

28And when she was in labor, one put out a hand, and the midwife took and tied a scarlet thread on his hand, saying, “This one came out first.”

28เมื่อจะคลอดนั้น   บุตรคนหนึ่งยื่นมือออกมาก่อน   หญิงผดุงครรภ์จึงเอาด้ายแดงผูกไว้ที่ข้อมือและกล่าวว่า   “คนนี้คลอดก่อน”

29But as he drew back his hand, behold, his brother came out. And she said, “What a breach you have made for yourself!” Therefore his name was called Perez.

29เมื่อบุตรนั้นหดมือเข้าไป  บุตรอีกคนหนึ่งก็คลอดออกมาก่อน   หญิงผดุงครรภ์จึงร้องว่า  “อาไร้  แหวกออกมาได้”   เหตุฉะนี้จึงเรียกบุตรนั้นว่า   เปเรศ

30Afterward his brother came out with the scarlet thread on his hand, and his name was called Zerah.

30ภายหลังบุตรที่มีด้ายแดงผูกข้อมือนั้นก็คลอด   จึงให้ชื่อว่า  เศ-ราห์

Shelah was the third son of Judah. Tamar saw that Judah doesn't intend to give her to him as his wife; so she takes action.

เชลาห์ เป็นบุตรของยูดาห์ที่สาม ทามาร์เห็นว่ายู ดาห์ไม่ได้ตั้งใจจะให้เธอกับเขาเป็นภรรยาของเขาเพื่อที่เธอจะใช้เวลาดำเนิน การ

She took off her widow's clothes and sat by the wayside with her face covered as was the custom of prostitutes.  

เธอถอด เสื้อผ้าเธอแม่หม้ายและนั่งข้างทางกับใบหน้าของเธอปกคลุมเป็นที่กำหนดเองของ ผู้หญิง

Judah had sex with her not knowing who she was because her face was covered. 

ยูดาห์มี เพศสัมพันธ์กับเธอไม่ทราบว่าผู้ที่เธอเพราะใบหน้าของเธอถูกปกคลุม

He had him given her his ring and staff. 

เขามีเขา ให้แหวนของเจ้าหน้าที่และเธอ

When it was discovered that Tamar was pregnant, then Judah ordered her to be killed. 

He was quick to see the sin in somebody else, but he couldn’t see it in himself.  

เมื่อพบ ว่าทามาร์ได้ตั้งครรภ์แล้วยูดาห์สั่งเธอจะฆ่า

เขาได้อย่างรวด เร็วเพื่อดูบาปของคนอื่น แต่เขาไม่เห็นในตัวเอง

Tamar was not killed, Judah said “she is more righteous than me.” 

ทามาร์ ไม่ได้ฆ่ายูดาห์กล่าวว่า"เธอเป็นคนดีขึ้นกว่าฉัน.

Twins were born named Perez and Zerah.  Remember we read in the family line of Jesus in Matthew of Judah and Tamar.

ฝาแฝดเกิดชื่อเปเรศ   และห์เศรา จำเราอ่านในบรรทัดครอบครัวของพระเยซูในมัทธิวยูดาห์และ ทามาร์

It is an amazing thing that the Lord Jesus Christ, came me through the line of Judah and Tamar!  It shows God’s love for us sinners. 

มันเป็น สิ่งมหัศจรรย์ที่พระเยซูคริสต์, มาฉันผ่านสายยูดาห์และทามาร์! จะแสดงความรักของ พระเจ้าสำหรับเราคนบาป

When He came into the human family, He came in a sinful line.

เมื่อเขา มาในครอบครัวคนที่เขามาในสายบาป

2 Corinthiansโครินธ์ 5:21 For our sake he made him to be sin who knew no sin, so that in him we might become the righteousness of God.

เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป   เพราะเห็นแก่เรา   เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์


www.gotquestions.org/Thai

Genesis 38