Wednesday, November 30, 2016

 

Genesis 41b Joseph is made overseer of Egypt

ปฐมกาล 41b โยเซฟให้ดูแลทั่วประเทศอียิปต์

Last time we talked about Joseph was very humble and did not suggest himself for the job, but said the Pharaoh should appoint an overseer to save food during the times of plenty so that there would be food during the times of famine. 

เวลาที่ เราพูดคุยเกี่ยวกับโยเซฟได้ ต่ำต้อยมากและไม่ได้แนะนำตัวเองสำหรับงาน แต่กล่าวว่าฟาโรห์ควรจะแต่งตั้งหัวหน้าเพื่อบันทึกอาหารในช่วงเวลาของมากมายดัง นั้นจะมีอาหารในช่วงเวลาของความอดอยาก

Pharaoh said, then you are the man for the job.  Like Potiphar, and the jailer who could see God at work in Joseph’s life, and see God’s blessing, so could the Pharaoh. 

ฟาโรห์ กล่าวแล้วคุณจะให้คนงานที่ ในลักษณะเดียว กับโปทิฟาร์และผู้คุมที่จะได้เห็นพระเจ้าทำงานในชีวิตของโยเซฟและดูพรพระ เจ้าเขาและคนรอบข้างเขาและตอนนี้ให้ฟาโรห์ได้

The same can be true for you, if you are a Christian, people should be able to see God at work in your life. 

เดียวกัน สามารถเป็นจริงสำหรับคุณถ้าคุณเป็นคริสเตียนคนจะสามารถเห็นพระเจ้าทำงานใน ชีวิตของคุณ

Can people see you in you the glory of the Lord?  Can they see that God is at work in your life? 

สามารถคน เห็นคุณในคุณพระสิริของพระเจ้าหรือไม่ สามารถ เห็นว่าพระเจ้าทำงานในชีวิตของคุณ

Joseph has gone from being a slave to being the highest leader in the land second only to the Pharaoh.

โยเซฟ ได้หายไปจากการเป็นทาสให้เป็นผู้นำสูงสุดในแผ่นดินที่สองเท่านั้นฟาโรห์

We also will read today that Joseph married Asenath, the daughter of the Priest of On, and they had two sons Manasseh and Ephraim. 

เราจะ อ่านในวันนี้ว่าโยเซฟแต่งงานอาเสนัทบุตรสาวของพระของในและพวกเขามีบุตรชาย สองคนมนัสเสห์และเอฟราอิม

This time in Egypt is a serious time, a time of crisis.  Often people don’t think they need God when everything is going very well and they may not want to hear from God’s people but during times of crisis they listen. 

เวลาใน อียิปต์นี้เป็นครั้งร้ายแรงของวิกฤตครั้ง คนมักไม่คิดว่าพวก เขาต้องการพระเจ้าเมื่อทุกอย่างเป็นไปอย่างดีและพวกเขาอาจไม่ต้องการได้ยิน จากคนของพระเจ้า แต่ในช่วงเวลาวิกฤติพวกเขาฟัง

37This proposal pleased Pharaoh and all his servants.

37ฝ่ายฟาโรห์และข้าราชการทั้งปวงก็เห็นชอบในข้อเสนอนี้

38And Pharaoh said to his servants, “Can we find a man like this, in whom is the Spirit of God?”

38ฟาโรห์ตรัสกับบรรดาข้าราชการว่า   “เราจะหาคนที่มีพระวิญญาณพระเจ้าอยู่ ในตัวเหมือนคนนี้ได้หรือ”

39Then Pharaoh said to Joseph, “Since God has shown you all this, there is none so discerning and wise as you are.

39ฟาโรห์จึงตรัสกับโยเซฟว่า   “เพราะพระเจ้าได้ทรงสำแดงเรื่องนี้ทั้งสิ้นแก่ท่าน   จะหาผู้ใดที่มีความคิดดีและมีปัญญาเหมือนท่านก็ไม่ได้

40You shall be over my house, and all my people shall order themselves as you command. Only as regards the throne will I be greater than you.”

40เราจะตั้งท่านไว้ให้ดูแลราชสำนัก   และให้ประชาชนทั้งหลายของเราปฏิบัติตามคำของท่าน   เว้นแต่ฝ่ายพระที่นั่งเท่านั้นเราจะเป็นใหญ่กว่าท่าน”

41And Pharaoh said to Joseph, “See, I have set you over all the land of Egypt.”

41ฟาโรห์ตรัสกับโยเซฟอีกว่า   “เราตั้งท่านให้ดูแลทั่วประเทศอียิปต์แล้ว”

42Then Pharaoh took his signet ring from his hand and put it on Joseph's hand, and clothed him in garments of fine linen and put a gold chain about his neck.

42ฟาโรห์ทรงถอดธำมรงค์ตราออกจากพระหัตถ์   สวมให้โยเซฟ  กับให้สวมเสื้อผ้าป่านเนื้อละเอียด   และสวมสร้อยทองคำให้ที่คอ

43And he made him ride in his second chariot. And they called out before him, “Bow the knee!” Thus he set him over all the land of Egypt.

43ให้โยเซฟใช้รถหลวงคันที่สอง มีคนร้องประกาศข้างหน้าว่า   “คุกเข่าลงเถิด” ดังนี้แหละ พระองค์ทรงตั้งเขาให้ดูแลทั่วประเทศอียิปต์

44Moreover, Pharaoh said to Joseph, “I am Pharaoh, and without your consent no one shall lift up hand or foot in all the land of Egypt.”

44ยิ่งกว่านั้นอีกฟาโรห์ตรัสกับโยเซฟว่า   “เราคือฟาโรห์   เราจะมิให้คนทั่วแผ่นดินอียิปต์ยกมือยกเท้าได้   เว้นแต่ท่านจะอนุญาต”

45And Pharaoh called Joseph's name Zaphenath-paneah. And he gave him in marriage Asenath, the daughter of Potiphera priest of On. So Joseph went out over the land of Egypt.

45ฟาโรห์ให้นามโยเซฟว่า ศาเฟนาทปาเนอาห์   และประทานอาเสนัทบุตรีโปทิเฟราปุโรหิต เมืองโอนให้เป็นภรรยา   โยเซฟก็ออกไปสำรวจทั่วประเทศอียิปต์  

46Joseph was thirty years old when he entered the service of Pharaoh king of Egypt. And Joseph went out from the presence of Pharaoh and went through all the land of Egypt.

46เมื่อโยเซฟเข้าเฝ้าฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์นั้น   ท่านอายุได้สามสิบปี   แล้วท่านก็ออกจากที่เข้าเฝ้าฟาโรห์เที่ยวไปทั่วประเทศอียิปต์

Again we can compare Joseph and Jesus. 

อีก ครั้งเราสามารถเปรียบเทียบโยเซฟและพระเยซู

Jesus was 30 when he started his ministry with His 12 disciples. 

พระเยซู 30 เมื่อเขาเริ่มพันธกิจของเขากับ 12 สาวก

Joseph was 30 when he went from being a prisoner to being the overseer.  

โยเซฟ อายุ 30 เมื่อเขาไปจากการถูกนักโทษที่ถูกหัวหน้างาน

Joseph was forgotten and his father Jacob thought he was dead, now he is raised up to a new life. 

โยเซฟ ถูกลืมและพ่อยากอบเขาคิดว่าตายแล้วเขาฟื้นขึ้นให้มีชีวิตใหม่

Seven years of plenty and seven years of famine verses 47-57

เจ็ดปีที่อุดมสมบูรณ์ในประเทศอียิปต์ก็ล่วงไป จึงเกิดกันดารอาหารเจ็ดปี บทที่ 47-57

47During the seven plentiful years the earth produced abundantly,

47ในเจ็ดปีที่อุดมสมบูรณ์นั้น ดินก็ออกผลมากมาย

48and he gathered up all the food of these seven years, which occurred in the land of Egypt, and put the food in the cities. He put in every city the food from the fields around it.

48โยเซฟเก็บอาหารทั้งเจ็ดปีซึ่งมีอยู่ในประเทศอียิปต์ไว้หมด   สะสมไว้ในหัวเมือง   ผลที่เกิดขึ้นในนารอบหัวเมืองใด   ก็เก็บไว้ในหัวเมืองนั้น

49And Joseph stored up grain in great abundance, like the sand of the sea, until he ceased to measure it, for it could not be measured.

49โยเซฟสะสมข้าวไว้ดุจเม็ดทรายในทะเลมากมาย จนต้องหยุดคิดบัญชี   เพราะนับไม่ถ้วน  

50Before the year of famine came, two sons were born to Joseph. Asenath, the daughter of Potiphera priest of On, bore them to him.

50ก่อนถึงปีกันดารอาหาร โยเซฟมีบุตรชายสองคน ซึ่งนางอาเสนัทบุตรีโปทิเฟรา ปุโรหิตเมืองโอนมีให้ท่าน

51Joseph called the name of the firstborn Manasseh. “For,” he said, “God has made me forget all my hardship and all my father's house.”

51โยเซฟเรียกลูกหัวปีว่า   มนัสเสห์   “เพราะว่าพระเจ้าทรงโปรดให้ข้าพเจ้าลืม ความยากลำบากทั้งปวง   และบรรดาพงศ์พันธุ์ของบิดาเสีย”

52The name of the second he called Ephraim, “For God has made me fruitful in the land of my affliction.”

52บุตรที่สองท่านเรียกชื่อว่า   เอฟราอิม   “เพราะว่าพระเจ้าทรงโปรดให้ข้าพเจ้ามีพงศ์พันธุ์ทวี ขึ้นในดินแดนที่ข้าพเจ้าได้รับความทุกข์ใจ”  

53The seven years of plenty that occurred in the land of Egypt came to an end,

53เจ็ดปีที่อุดมสมบูรณ์ในประเทศอียิปต์ก็ล่วงไป

54and the seven years of famine began to come, as Joseph had said. There was famine in all lands, but in all the land of Egypt there was bread.

54จึงเกิดกันดารอาหารเจ็ดปี ดั่งที่โยเซฟทำนายไว้ การกันดารอาหารนั้น   เกิดทั่วแคว้นทั้งหลายแต่ทั่วประเทศอียิปต์ยังมีอาหารอยู่

55When all the land of Egypt was famished, the people cried to Pharaoh for bread. Pharaoh said to all the Egyptians, “Go to Joseph. What he says to you, do.”

55เมื่อชาวอียิปต์อดอยากอาหาร   ประชาชนก็ร้องทูลขออาหารต่อฟาโรห์   ฟาโรห์ก็รับสั่งแก่ชาวอียิปต์ทั้งหลายว่า   “ไปหาโยเซฟ ท่านบอกอะไร ก็จงทำตาม”

56So when the famine had spread over all the land, Joseph opened all the storehouses and sold to the Egyptians, for the famine was severe in the land of Egypt.

56การกันดารอาหารแผ่ไปทั่วแผ่นดิน   โยเซฟก็เปิดฉางออกขายข้าวแก่ชาวอียิปต์   เพราะการกันดารอาหารในแผ่นดินรุนแรงมาก

57Moreover, all the earth came to Egypt to Joseph to buy grain, because the famine was severe over all the earth.

57ยิ่งกว่านั้นทั้งโลกก็มายังประเทศอียิปต์หาโยเซฟเพื่อซื้อข้าว   เพราะการกันดารอาหารร้ายแรงทั่วโลก

Joseph was a wise overseer or steward.   Christians are God’s stewards 

โยเซฟเป็นหัวหน้าฉลาดหรือสจ๊วต คริสเตียนเป็นพนักงานล้างพระเจ้า

I Corinthians 1 โครินธ์ 4:1-2 1This is how one should regard us, as servants of Christ and stewards of the mysteries of God.

1ให้ทุกคนถือว่าเราเป็นคนรับใช้ของพระคริสต์   และเป็นผู้อารักขาสิ่งล้ำลึกของพระเจ้า

2Moreover, it is required of stewards that they be found trustworthy.

2ฝ่ายผู้อารักขาเหล่านั้นต้องเป็นคนที่ไว้วางใจได้ทุกคน

I Peter 1 เปโตร 4:7-11 7The end of all things is at hand; therefore be self-controlled and sober-minded for the sake of your prayers.

7 อวสานของสิ่งทั้งปวงก็ใกล้จะมาถึงแล้ว   เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงมีสติสัมปชัญญะ   และจงรู้จักสงบใจเพื่อแก่การอธิษฐาน

8Above all, keep loving one another earnestly, since love covers a multitude of sins.

8 ที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรหมดก็คือจงรักซึ่งกันและกันให้มาก   เพราะว่าความรักลบล้างความผิดมากมายได้

9Show hospitality to one another without grumbling.

9 ท่านทั้งหลายจงต้อนรับเลี้ยงดูซึ่งกันและกันโดยไม่บ่น

10As each has received a gift, use it to serve one another, as good stewards of God's varied grace:

10 ตามซึ่งทุกคนได้รับของประทานที่ทรงประทานให้แล้ว   ก็ให้ใช้ของประทานนั้นเพื่อประโยชน์แก่กันและกัน   เป็นผู้รับมอบฉันทะที่ดี   ที่แจกและสำแดงพระคุณนานาประการของพระเจ้า

11whoever speaks, as one who speaks oracles of God; whoever serves, as one who serves by the strength that God supplies—in order that in everything God may be glorified through Jesus Christ. To him belong glory and dominion forever and ever. Amen.

11 ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดจะพูด   ก็ให้กล่าวเหมือนหนึ่งกล่าวพระภาษิตของพระเจ้า   ถ้าคนใดกระทำบริการ   ก็จงให้บริการตามกำลังซึ่งพระเจ้าทรงโปรดประทาน   เพื่อว่าพระเจ้าจะทรงได้เกียรติในการทั้งปวง   โดยทางพระเยซูคริสต์   พระสิริและไอศวรรยานุภาพจงมีแด่พระองค์ตลอดไปเป็นนิตย์   อาเมน

Luke ลูกา12:42-44 42And the Lord said, “Who then is the faithful and wise manager, whom his master will set over his household, to give them their portion of food at the proper time?

42องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า   “ใครเป็นคนต้นเรือนสัตย์ซื่อและฉลาด   ที่นายได้ตั้งไว้เหนือพวกคนใช้สำหรับแจกอาหารตามเวลา

43Blessed is that servant whom his master will find so doing when he comes.

43เมื่อนายมาพบเขากระทำอยู่อย่างนั้น   บ่าวผู้นั้นก็จะเป็นสุข

44Truly, I say to you, he will set him over all his possessions.

44เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า   นายจะตั้งเขาไว้ให้ดูแลบรรดาข้าวของของท่าน

Joseph had two sons, Manasseh means forget, Joseph forgot his troubles, and Ephraim means fruitful. 

โยเซฟมี บุตรชายสองคน, มนัสเสห์หมายถึงลืมโยเซฟลืมปัญหาของเขาและเอฟราอิมหมายถึงมีผล

These two men went on to be leaders of tribes in Israel.  There were a total of twelve tribes. 

ทั้งสองคนไปใน การเป็นผู้นำของชาวอิสราเอล มีทั้งหมดสิบ สองคน

Instead of the tribe of Joseph, in his family there were two tribes, Manasseh and Ephraim. 

แทนเผ่า โยเซฟในครอบครัวของเขามีสองเผ่า, มนัสเสห์และเอฟราอิมได้

Joseph ends up having all the bread in Egypt to give out to needy Egyptians and the rest of the world at that time. 

โยเซฟจบ ขึ้นมีทั้งหมดขนมปังในอียิปต์เพื่อให้ออกไปอียิปต์ยากจนและส่วนที่เหลือของ โลกในเวลานั้น

Jesus fed five thousand men not counting the women and children with just a few loaves and fishes and Jesus is the bread of life that satisfies our spiritual hunger.

พระ เยซูให้อาหาร 5,000 คนไม่นับผู้หญิงและเด็กที่มีเพียงไม่กี่ก้อนและปลาและพระเยซูคือขนมปังของ ชีวิตที่ความหิวจิตวิญญาณของเรา

John ยอห์น 6:10-13

10Jesus said, “Have the people sit down.” Now there was much grass in the place. So the men sat down, about five thousand in number.

10พระเยซูตรัสว่า   “ให้คนทั้งปวงนั่งลงเถิด”   ที่นั่นมีหญ้ามาก   คนเหล่านั้นจึงนั่งลง   นับแต่ผู้ชายได้ประมาณห้าพันคน

11Jesus then took the loaves, and when he had given thanks, he distributed them to those who were seated. So also the fish, as much as they wanted.

11แล้วพระเยซูก็ทรงหยิบขนมปังนั้น   เมื่อโมทนาพระคุณแล้ว   ก็ทรงแจกแก่บรรดาคนที่นั่งอยู่นั้น   และให้ปลาด้วยตามที่เขาปรารถนา

12And when they had eaten their fill, he told his disciples, “Gather up the leftover fragments, that nothing may be lost.”

12เมื่อเขาทั้งหลายกินอิ่มแล้วพระเยซูตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์ว่า   “จงเก็บเศษอาหารที่เหลือไว้   อย่าให้มีสิ่งใดตกหล่น”

13So they gathered them up and filled twelve baskets with fragments from the five barley loaves, left by those who had eaten.

13เขาจึงเก็บเศษขนมบารลีห้าก้อนซึ่งเหลือจากที่คนทั้งหลายได้กินแล้วนั้นใส่กระบุงได้สิบสองกระบุงเต็ม

John ยอห์น 6:35 35Jesus said to them, “I am the bread of life; whoever comes to me shall not hunger, and whoever believes in me shall never thirst.

35พระเยซูตรัสกับเขาว่า   “เราเป็นอาหารแห่งชีวิต   ผู้ที่มาหาเราจะไม่หิว   และผู้ที่วางใจในเรา   จะไม่กระหายอีกเลย

www.gotquestions.org/Thai

Genesis 41 part 2