Friday, November 4, 2016

 

Genesis 32 Jacob Fears Esau but sees angels on his way

ปฐมกาล 32 ยาโค บเมีความกลัวของเอซาว แต่เห็นเทวดาในทางของเขา

The pile of stones remained at Mizpah as a boundary line between Laban and Jacob. Each promised not to cross over on the other's side.

กองหิน อยู่ที่มิสปาห์เป็นเส้นเขตแดนระหว่างลาบันและยาโคบแต่ละสัญญาไม่ข้ามด้าน อื่นๆ

Life isn’t easy, but if we submit to God’s disciplines and let Him guide us in our decisions, we can endure the difficulties and develop the kind of character that glorifies God.

ชีวิต ไม่ง่าย แต่ถ้าเราส่งไปยังสาขาของพระเจ้าและให้พระองค์นำเราในการตัดสินใจของเราเรา สามารถทนต่อความยากและพัฒนาชนิดของตัวอักษรที่นำเกียรติพระเจ้า

Jacob thought his brother might still want to kill him since he had taken the birthright and the blessing from Esau.

ยาโคบเคิดว่าพี่ชายของเขายังคงต้องการฆ่าเขาตั้งแต่เขาได้รับสิทธิซึ่งทุกคนและ พรจากเอซาว

1Jacob went on his way, and the angels of God met him.

1เมื่อยาโคบเดินทางไปเหล่าทูตของพระเจ้าพบเขา

2And when Jacob saw them he said, “This is God's camp!” So he called the name of that place Mahanaim.

2เมื่อยาโคบเห็นทูตสวรรค์เหล่านั้นจึงว่า   “นี่แหละกองทัพของพระเจ้า”   จึงเรียกสถานที่นั้นว่า   “มาหะนาอิม”  

3And Jacob sent messengers before him to Esau his brother in the land of Seir, the country of Edom,

3ยาโคบส่งผู้สื่อสารหลายคนล่วงหน้าไปหา เอซาวพี่ชายที่ในแคว้นเสอีร์ที่เมืองเอโดมตั้งอยู่

4instructing them, “Thus you shall say to my lord Esau: Thus says your servant Jacob, ‘I have sojourned with Laban and stayed until now.

4สั่งเขาว่า  “จงไปบอกเอซาวเจ้านายของเราว่า   ยาโคบผู้รับใช้ของท่านกล่าวดังนี้   'ข้าพเจ้าไปอาศัยอยู่กับลาบันจนบัดนี้

5I have oxen, donkeys, flocks, male servants, and female servants. I have sent to tell my lord, in order that I may find favor in your sight.’”

5ข้าพเจ้ามีฝูงโค  ฝูงลา  ฝูงแพะแกะ  มีคนใช้ชายหญิง   ข้าพเจ้าใช้คนมาเรียนใต้เท้า   เพื่อข้าพเจ้าจะได้เป็นที่โปรดปรานในสายตาของใต้เท้า' ”  

6And the messengers returned to Jacob, saying, “We came to your brother Esau, and he is coming to meet you, and there are four hundred men with him.”

6ผู้สื่อสารนั้นกลับมาบอกยาโคบว่า   “ข้าพเจ้าไปพบเอซาวพี่ชายของท่านแล้ว   เขากำลังจะมาพบท่าน  มีพวกสี่ร้อยคน”

7Then Jacob was greatly afraid and distressed. He divided the people who were with him, and the flocks and herds and camels, into two camps,

7ยาโคบมีความกลัวและเป็นห่วงยิ่งนัก   จึงให้แบ่งคนทั้งหลายที่มาด้วย   และฝูงแพะแกะ  ฝูงโค  ฝูงอูฐ  ออกเป็นสองพวก

8thinking, “If Esau comes to the one camp and attacks it, then the camp that is left will escape.”

8คิดว่า   “ถ้าเอซาวมาถึงพวกหนึ่งและทำลายเสีย   พวกที่เหลือจะหนีไปได้   

Notice that Jacob sends servants and instructs them, saying, "When you get to Esau my brother, say to him, “My master Esau”  and then he has them refer to himself as "Your servant Jacob."

พบว่า ยาโคบส่งข้าราชการและสั่งพวกเขาว่า"เมื่อคุณไปถึงเอซาวพี่ชายของฉันพูดกับ เขาว่า"ต้นแบบของเอซาว"แล้วเขามีให้ดูที่ตัวเองเป็น"คนรับใช้ของยาโคบ.

That's not the way Jacob had spoken before. He had deceived for the birthright and had stolen the blessing. He had been a rascal, but now his talk is different. 

ที่ไม่ วิธียาโคบได้พูดก่อน เขาหลอกให้สิทธิซึ่งทุกคนและมีขโมยพร เขาได้รับการ อันธพาล แต่ตอนนี้พูดของเขาจะแตกต่าง

Maybe he was just so scared of his brother, but I think God has brought some change in his character.

บางที เขาอาจจะกลัวเพียงนั้นของพี่ชาย แต่ฉันคิดว่าพระเจ้าได้นำการเปลี่ยนแปลงในตัวของเขาบาง

Jacob prays for God’s help

ยาโคบอ ธิษฐานขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า

9And Jacob said, “O God of my father Abraham and God of my father Isaac, O LORD who said to me, ‘Return to your country and to your kindred, that I may do you good,’

9ยาโคบอธิษฐานว่า  “ข้าแต่พระเจ้าของอับราฮัม ปู่ของข้าพระองค์   และพระเจ้าของอิสอัคบิดาของข้าพระองค์   ข้าแต่พระเจ้าผู้ตรัสสั่งข้าพระองค์ไว้ว่า   'กลับไปยังเมือง  และยังญาติพี่น้องของเจ้า   เราจะช่วยให้เจ้าได้ดี'นั้น

10I am not worthy of the least of all the deeds of steadfast love and all the faithfulness that you have shown to your servant, for with only my staff I crossed this Jordan, and now I have become two camps.

10ข้าพระองค์ไม่สมควรจะรับความรักมั่นคง   และความซื่อสัตย์แม้เล็กน้อยที่สุด   ที่พระองค์ทรงโปรดประทานแก่ผู้รับใช้ของพระองค์   ด้วยว่าข้าพระองค์ข้ามแม่น้ำจอร์แดนนี้เมื่อมีแต่ไม้เท้า   และบัดนี้ข้าพระองค์มีผู้คนเป็นสองพวก

11Please deliver me from the hand of my brother, from the hand of Esau, for I fear him, that he may come and attack me, the mothers with the children.

11ขอพระองค์ทรงโปรดช่วยกู้ข้าพระองค์ ให้พ้นจากเงื้อมมือพี่ชายข้าพระองค์   คือจากเงื้อมมือของเอซาว   เพราะข้าพระองค์กลัวเขา   เกรงว่าเขาจะมาฆ่าพวกข้าพระองค์ทั้งสิ้น   คือแม่ๆกับลูกๆ

12But you said, ‘I will surely do you good, and make your offspring as the sand of the sea, which cannot be numbered for multitude.’”

12แต่พระองค์ตรัสไว้แล้วว่า   'เราจะทำดีแก่เจ้าและช่วยให้เชื้อสายของเจ้า ดุจเม็ดทรายที่ทะเล  นับไม่ถ้วนเพราะมีมาก' ”  

Jacob prays, “I am not worthy of the least of your mercies." For the first time, he is acknowledging that he is a sinner in God's sight.

ยาโคบอธิษฐาน"ผมไม่สมควรที่อย่างน้อยความเมตตาของคุณ . "เป็นครั้งแรกที่เขายอมรับว่าเขาเป็นคนบาปในสายตาของพระเจ้า

To become a Christian, you must first agree with God and acknowledge that you are a sinner.  The Bible is very clear that we are, each and everyone us, are sinners who need the Savior. 

ที่จะ เป็นคริสเตียนคุณต้องตกลงกับพระเจ้าและรับทราบว่าท่านเป็นคนบาป พระคัมภีร์เป็นอย่างชัดเจนว่าเราแต่ละคนและเราเป็นคนบาป ที่ต้องการไถ่บาป

We are not worthy on our own, we must have salvation and the forgiveness of our sin in order to be right with God and live forever with Him. 

เราไม่ สมควรของเราเองเราต้องมีความรอดและการอภัยโทษบาปของเราเพื่อให้เหมาะสมกับ พระเจ้าและอยู่กับพระองค์ตลอดไป

Jacob prepared a huge present of many animals for his brother

ยาโค บเตรียมการแสดงของสัตว์ใหญ่มากสำหรับพี่ชายของเขา

13So he stayed there that night, and from what he had with him he took a present for his brother Esau,

13คืนวันนั้นยาโคบพักอยู่ที่นั่นและคัดเอาทรัพย์สมบัติที่มี อยู่นั้นให้เป็นของกำนัลแก่เอซาวพี่ชายของตน

14two hundred female goats and twenty male goats, two hundred ewes and twenty rams,

14คือแพะตัวเมียสองร้อย   แพะผู้ยี่สิบ  แกะตัวเมียสองร้อย  แกะตัวผู้ยี่สิบ

15thirty milking camels and their calves, forty cows and ten bulls, twenty female donkeys and ten male donkeys.

15อูฐแม่ลูกอ่อนสามสิบกับลูกวัวตัวเมียสี่สิบ   วัวตัวผู้สิบ  ลาตัวเมียยี่สิบ   ลาตัวผู้สิบ

16These he handed over to his servants, every drove by itself, and said to his servants, “Pass on ahead of me and put a space between drove and drove.”

16ยาโคบมอบสิ่งเหล่านี้ไว้ในความดูแลของคนใช้   แต่ละฝูงอยู่ต่างหาก   และสั่งพวกคนใช้ว่า  “ล่วงหน้าไปก่อนเรา   และให้หมู่เหล่านี้ไว้ระยะห่างกันหน่อย”

17He instructed the first, “When Esau my brother meets you and asks you, ‘To whom do you belong? Where are you going? And whose are these ahead of you?’

17ยาโคบสั่งหมู่ที่ขึ้นหน้าว่า   “เมื่อเอซาวพี่ชายของเรามาพบเจ้า  และถามเจ้าว่า   'เจ้าเป็นคนของใคร   เจ้าไปไหน  และของที่อยู่ข้างหน้าเจ้านี้เป็นของใคร'

18then you shall say, ‘They belong to your servant Jacob. They are a present sent to my lord Esau. And moreover, he is behind us.’”

18เจ้าจงตอบว่า  'ของเหล่านี้เป็นของยาโคบผู้รับใช้ของท่าน   เป็นของกำนัลส่งมาให้เอซาวเจ้านายของข้าพเจ้า   และยิ่งกว่านั้นอีก  ยาโคบตามมาข้างหลัง' ”

19He likewise instructed the second and the third and all who followed the droves, “You shall say the same thing to Esau when you find him,

19ยาโคบสั่งหมู่ที่สองและหมู่ที่สาม   และบรรดาผู้ที่ติดตามหมู่เหล่านั้นทำนองเดียวกันว่า   “เมื่อเจ้าพบเอซาว  จงกล่าวแก่เขาเช่นเดียวกัน

20and you shall say, ‘Moreover, your servant Jacob is behind us.’” For he thought, “I may appease him with the present that goes ahead of me, and afterward I shall see his face. Perhaps he will accept me.”

20และเสริมว่า   'ยิ่งกว่านั้นอีก   ยาโคบผู้รับใช้ของท่านกำลังตามมาข้างหลังพวกเรา' ”   เพราะยาโคบคิดว่า   “ข้าคงจะระงับโทษะของเอซาวได้ด้วย ของกำนัลที่ส่งล่วงหน้าไป   และภายหลังเมื่อข้าเห็นหน้าเขา  บางทีเขาจะคืนดีกับข้า”

21So the present passed on ahead of him, and he himself stayed that night in the camp.

21ดังนั้นของกำนัลต่างๆจึงล่วงหน้าไปก่อน   ส่วนตัวเขาคืนนั้นยังค้างอยู่ในค่าย

Jacob sends two huge droves of animals and then his family after that, so that by the time Esau gets to the family his heart will be softened by the gifts.

ยาโค บส่งสองฝูงใหญ่ของสัตว์และครอบครัวของเขาหลังจากนั้นเพื่อให้เอซาวโดยเวลา ที่ครอบครัวได้รับหัวใจของเขาจะอ่อนโยนโดยของขวัญนั้น

Jacob has prayed to God and has reminded the Lord, "You told me to return to my country. You said You would protect me." He goes right ahead and makes these arrangements, which reveals that he isn't fully trusting God.

ยาโคบได้อธิษฐานกับพระเจ้าและมีการเตือนพระเจ้า"คุณบอกฉันจะกลับยังประเทศของฉัน . คุณว่าคุณจะปกป้องฉัน. เขาไปขวาไปข้างหน้าและทำให้การเตรียมการเหล่านี้ซึ่ง พบว่าเขาไม่ไว้วางใจพระเจ้าอย่างเต็มที่

Jacob Wrestles with God

ยาปล้ำ โคบกับพระเจ้า

22The same night he arose and took his two wives, his two female servants, and his eleven children, and crossed the ford of the Jabbok.

22กลางคืนนั้นเอง   ยาโคบก็ลุกขึ้นและพาภรรยาทั้งสอง   สาวใช้ทั้งสองและลูกสิบเอ็ดคน   ข้ามที่ท่า   ลุยข้ามแม่น้ำยับบอก

23He took them and sent them across the stream, and everything else that he had.

23ยาโคบส่งครอบครัวข้ามลำธารไป   และส่งทรัพย์สมบัติทั้งหมดข้ามไปด้วย

24And Jacob was left alone. And a man wrestled with him until the breaking of the day.

24ยาโคบอยู่ที่นั่นแต่ผู้เดียว   มีบุรุษผู้หนึ่งมาปล้ำกับเขาจนเวลารุ่งสาง

25When the man saw that he did not prevail against Jacob, he touched his hip socket, and Jacob's hip was put out of joint as he wrestled with him.

25เมื่อบุรุษผู้นั้นเห็นว่าจะเอาชนะยาโคบไม่ได้   ก็ถูกต้องที่ข้อต่อตะโพกของยาโคบขณะที่ปล้ำสู้กัน   ข้อต่อตะโพกของยาโคบก็เคล็ด

26Then he said, “Let me go, for the day has broken.” But Jacob said, “I will not let you go unless you bless me.”

26บุรุษนั้นจึงว่า  “ปล่อยให้เราไปเถิดเพราะใกล้สว่างแล้ว”   แต่ยาโคบตอบว่า   “ข้าพเจ้าไม่ยอมให้ท่านไป  นอกจากท่านจะอวยพรแก่ข้าพเจ้า”

27And he said to him, “What is your name?” And he said, “Jacob.”

27บุรุษผู้นั้นจึงถามยาโคบว่า  “เจ้าชื่ออะไร”   ยาโคบตอบว่า  “ข้าพเจ้าชื่อยาโคบ”

28Then he said, “Your name shall no longer be called Jacob, but Israel, for you have striven with God and with men, and have prevailed.”

28บุรุษนั้นจึงว่า   “เขาจะไม่เรียกเจ้าว่ายาโคบต่อไป   แต่จะเรียกว่า   อิสราเอลเพราะเจ้าสู้กับพระเจ้าและมนุษย์   และได้ชัยชนะ”

29Then Jacob asked him, “Please tell me your name.” But he said, “Why is it that you ask my name?” And there he blessed him.

29ยาโคบจึงถามบุรุษผู้นั้นว่า   “ขอท่านบอกข้าพเจ้าว่าท่านชื่ออะไร”   แต่บุรุษนั้นกล่าวว่า   “เหตุไฉนเจ้าจึงถามชื่อเรา”   แล้วก็อวยพรยาโคบที่นั่น

30So Jacob called the name of the place Peniel, saying, “For I have seen God face to face, and yet my life has been delivered.”

30ยาโคบจึงเรียกสถานที่นั้นว่า   เปนีเอล   กล่าวว่า   “เพราะข้าพเจ้าได้เห็นพระพักตร์พระเจ้า   แล้วยังมีชีวิตอยู่”

31The sun rose upon him as he passed Penuel, limping because of his hip.

31เมื่อยาโคบผ่านเปนูเอลดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว   เขาเดินโขยกเขยกเพราะเจ็บตะโพก

32Therefore to this day the people of Israel do not eat the sinew of the thigh that is on the hip socket, because he touched the socket of Jacob's hip on the sinew of the thigh.

32เหตุฉะนี้คนอิสราเอลจึงไม่กินเส้นเอ็นที่ตะโพก   ซึ่งอยู่ที่ข้อต่อตะโพกนั้นจนทุกวันนี้   เพราะพระองค์ทรงถูกต้องข้อต่อตะโพก ของยาโคบตรงเส้นเอ็นที่ตะโพก

Who was this man who wrestled with Jacob?  Most commentators agree that it was God in human form or Jesus, even though this was thousands of years before the birth of Christ. 

ใคร เป็นคนที่ปล้ำกับยาโคบนี้ วิจารณ์ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นพระเจ้าในรูปแบบมนุษย์หรือ พระเยซูแม้นี้เป็นพัน ๆ ปีก่อนการเกิดของพระคริสต์

Jacob wanted the blessing of the Lord on his life. But before we can begin to have God’s blessings and be more like the Lord, we have to face ourselves and admit what we are in ourselves.

ยาโค บต้องการพระพรของพระเจ้าในชีวิตของเขา แต่ก่อนที่เราจะ เริ่มมีพรของพระเจ้าและเป็นเหมือนพระเจ้าของเราได้ที่หน้าตัวเองและยอมรับ สิ่งที่เราอยู่ในตัวเอง

That’s why the Lord asked him, “What is your name?”  The name Jacob means deceiver or one who takes another’s place and that was what he had done.  Now the Lord gives him a new name, the name Israel, meaning God overcomes.

นั่น เป็นเหตุผลที่พระเจ้าถามเขา"คือชื่อของคุณ?"ชื่อยาโคบว่าหลอกลวงหรือผู้ใช้ ของผู้อื่นและสถานที่ที่สิ่งที่เขาได้ทำ ตอน นี้พระเจ้าจะให้เขาชื่อใหม่ชื่ออิสราเอลความหมายพระเจ้าผ่านมา

In the wrestling, while Jacob held on to the Lord, the Lord put Jacob’s hip out of joint. Jacob found out he couldn't overcome, but he would not surrender. 

ในมวย ปล้ำในขณะที่ยาโคบเมื่อวันที่พระเจ้าของพระเจ้าใส่สะโพกของยาโคบออกจากร ยาโคบพบเขาไม่ สามารถเอาชนะ แต่เขาจะไม่ยอมแพ้

He found out that you do not get anywhere with God by struggling and resisting, the only way that you can get anywhere with God is by yielding and holding on to Him. 

เขาพบ ว่าคุณไม่ได้รับทุกกับพระเจ้าโดยการดิ้นรนและทน, วิธีเดียวที่คุณจะได้รับทุกกับพระเจ้าโดยผลผลิตและถือหุ้นในพระองค์

Once again Jacob gave a special name to a significant place, he called the town Peneul, which means “the face of God.”

อีก ครั้งยาโคบให้ชื่อที่เหลือเป็นสถานที่สำคัญเขาเรียกว่าเมืองเปนูเอลซึ่งหมาย ถึงใบหน้าของพระเจ้า.

 

Genesis 32