Tuesday, December 13, 2016

 

Exodus อพยพบทที่1

Exodus continues the story from Genesis, and was written by the same man, Moses.  About 350 years have gone by and now we pick up the story again with the birth of Moses. Genesis 15:13 said that the descendants of Abraham would spend 400 years in Egypt. 

พระธรรมอพยพเป็นเรื่องราวต่อจากพระธรรมปฐมกาล   และถูกเขียนโดยคนคนเดียวกันคือโมเสส     ประมาณ 350 ปีผ่านไปและตอนนี้เรายกเอาเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง   เป็นเรื่องกำเนิดของโมเสส    พระธรรมปฐมกาล 15:13 กล่าวว่าลูกหลานของอับราฮัมจะใช้ชีวิตอยู่ในอียิปต์ 400 ปี

Then the LORD said to Abram, “Know for certain that your offspring will be sojourners in a land that is not theirs and will be servants there, and they will be afflicted for four hundred years.

แล้วพระองค์จึงตรัสแก่อับรามว่า   “เจ้าจงรู้แน่เถิดว่าพงศ์พันธุ์ ของเจ้าจะเป็นคนต่างด้าวในดินแดนซึ่งมิใช่ที่ของพวกเขา   และพวกเขาจะต้องรับใช้ชาวเมืองนั้น   และพวกเขาจะได้รับความทุกข์ที่นั่นเป็นเวลา 400ปี

Exodus 12:40 says that it was 430 years.  The time that the people of Israel lived in Egypt was 430 years.

อพยพ 12:40 กล่าวว่า มันเป็นเวลา 430 ปี    เวลาที่คนอิสราเอลอยู่ในอียิปต์ราว 430 ปี

Exodus means exit or the way out.   The message of Exodus is stated in

อพยพ หมายถึงออกหรือทางออก  ข้อพระธรรมในอพยพกล่าวระบุไว้

Hebrews ฮีบรู11:23-29, 23By faith Moses, when he was born, was hidden for three months by his parents, because they saw that the child was beautiful, and they were not afraid of the king's edict.

23เพราะความเชื่อ   ฉะนั้นเมื่อโมเสสเกิดมา   บิดามารดาจึงได้ซ่อนท่านไว้ถึงสามเดือน   เพราะเห็นว่าท่านเป็นเด็กรูปงาม   และบิดามารดาของท่านไม่ได้กลัวคำสั่งของกษัตริย์เลย

24By faith Moses, when he was grown up, refused to be called the son of Pharaoh's daughter,

24เพราะความเชื่อ   เมื่อโมเสสโตแล้วท่านไม่ยอมให้ใครเรียกท่านว่า   เป็นบุตรของธิดากษัตริย์ฟาโรห์

25choosing rather to be mistreated with the people of God than to enjoy the fleeting pleasures of sin.

25ท่านเลือกการร่วมทุกข์กับชนชาติของพระเจ้าแทนการเริงสำราญในความชั่ว

26He considered the reproach of Christ greater wealth than the treasures of Egypt, for he was looking to the reward.

26ท่านถือว่าการอดทนต่อความอัปยศเพื่อพระคริสต์   ประเสริฐกว่าสมบัติของประเทศอียิปต์   เพราะท่านหวังบำเหน็จที่จะได้รับนั้น

27By faith he left Egypt, not being afraid of the anger of the king, for he endured as seeing him who is invisible.

27เพราะความเชื่อ   ท่านได้ออกจากประเทศอียิปต์   โดยมิได้เกรงกลัวความกริ้วของกษัตริย์   เพราะท่านมั่นใจประหนึ่งได้เห็นพระองค์ผู้ไม่ทรงปรากฏแก่ตา

28By faith he kept the Passover and sprinkled the blood, so that the Destroyer of the firstborn might not touch them.

28เพราะความเชื่อ   ท่านได้ถือเทศกาลปัสกาและพิธีประพรมเลือด   เพื่อไม่ให้องค์เพชฌฆาตผู้ประหารบุตรหัวปีมาถูกต้องพวกอิสราเอลได้  

29By faith the people crossed the Red Sea as if on dry land, but the Egyptians, when they attempted to do the same, were drowned.

29เพราะความเชื่อ   พวกอิสราเอลจึงเดินข้ามทะเลแดงเหมือนกับว่าเดินบนดินแห้ง   แต่เมื่อพวกอียิปต์ได้ลองเดินข้ามดูบ้างก็จมน้ำตายหมด


The key verse in this book is

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญอยู่ในพระธรรมเล่มนี้คือ

Exodus อพยพ20:2 “I am the LORD your God, who brought you out of the land of Egypt, out of the house of slavery.

“เราคือพระเจ้าของเจ้า   ผู้ได้นำเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์คือจากแดนทาส  


Jacob’s family in Egypt multiplies verses 1-7

ครอบครัวของยาโคบในประเทศอียิปต์เพิ่มทวีมากขึ้น ข้อที่ 1-7

1These are the names of the sons of Israel who came to Egypt with Jacob, each with his household:

1ต่อไปนี้เป็นชื่อบุตรของอิสราเอลที่เข้าไป อาศัยอยู่ในประเทศอียิปต์   (ต่างตามยาโคบไปพร้อมกับครอบครัวของตน)

2Reuben, Simeon, Levi, and Judah,

2คือ  รูเบน  สิเมโอน  เลวี  และยูดาห์

3Issachar, Zebulun, and Benjamin,

3อิสสาคาร์  เศบูลุน  และเบนยามิน

4Dan and Naphtali, Gad and Asher.

4ดาน และนัฟทาลี กาด และอาเชอร์

5All the descendants of Jacob were seventy persons; Joseph was already in Egypt.

5คนทั้งปวงที่เป็นเชื้อสายของยาโคบรวมเจ็ดสิบคนด้วยกัน   ส่วนโยเซฟนั้นอยู่ที่ประเทศอียิปต์แล้ว

6Then Joseph died, and all his brothers and all that generation.

6ต่อมาโยเซฟกับพี่ชายและน้องชายทั้ง บรรดาคนสมัยนั้นถึงแก่ความตายหมด

7But the people of Israel were fruitful and increased greatly; they multiplied and grew exceedingly strong, so that the land was filled with them.

7ฝ่ายเชื้อสายอิสราเอลมีบุตรหลานมากและเพิ่มจำนวนขึ้นมาก   พวกเขาทวีมากขึ้น   และมีกำลังมากทีเดียว   แพร่หลายไปจนเต็มเมืองนั้น  


In Genesis chapter 46 God said that Israel would increase and multiply and become a great nation in the land of Egypt, and so it was.  

ในปฐมกาลบทที่ 46 พระเจ้าตรัสว่าชนชาติอิสราเอลจะเพิ่มขึ้นและทวีคูณ   และกลายเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินอียิปต์  และมันก็เป็นดังที่ทรงตรัส

During the years Joseph served as second ruler in Egypt, his family was greatly respected; and even after Joseph died, his memory was honored in the way the Egyptians treated the Hebrews. 

ในช่วงหลายปีที่โยเซฟทำหน้าที่เป็นอัครเสนาบดีที่ปกครองอียิปต์   ครอบครัวของเขาเป็นที่เคารพยกย่องอย่างมาก    และแม้กระทั่งหลังจากที่โยเซฟตายไป   มีการให้เกียรติระลึกถึงท่าน   เป็นการยกย่องในทางที่ชาวอียิปต์ปฏิบัติต่อชาวฮีบรู


But over the years the Egyptians forgot about Joseph.

แต่พอหลายปีผ่านพ้นไป   ชาวอียิปต์ลืมเรื่องเกี่ยวกับโยเซฟ


Pharaoh Oppresses Israel verses 8-22

กษัตริย์ฟาโรห์ทรงกดขี่ข่มเหงชนชาติอิสราเอล ข้อที่8-22


8Now there arose a new king over Egypt, who did not know Joseph.

8มีกษัตริย์องค์ใหม่ขึ้นครองราชสมบัติในประเทศอียิปต์   พระองค์มิได้ทรงรู้จักกับโยเซฟ

9And he said to his people, “Behold, the people of Israel are too many and too mighty for us.

9พระองค์ทรงประกาศแก่ชนชาติของพระองค์ว่า   “ดูเถิด   คนอิสราเอลมีมากเกินไป   และมีกำลังยิ่งกว่าเราอีก

10Come, let us deal shrewdly with them, lest they multiply, and, if war breaks out, they join our enemies and fight against us and escape from the land.”

10มาเถิด ให้เราหาอุบายปราบพวกนี้   มิฉะนั้นเขาจะทวีมากขึ้น   แล้วถ้าเกิดสงครามขึ้นเมื่อใด   ชนชาตินี้จะสมทบกับพวกข้าศึกของเราสู้รบกับเรา   แล้วจะยกออกไปจากอาณาจักร”

11Therefore they set taskmasters over them to afflict them with heavy burdens. They built for Pharaoh store cities, Pithom and Raamses.

11เหตุฉะนั้นเขาจึงตั้งนายงาน   เกณฑ์ให้คนอิสราเอลทำการงานตรากตรำ   และเขาทั้งหลายสร้างหัวเมืองเก็บราชสมบัติของฟาโรห์คือ   เมืองปิธม  และเมืองราอัมเสส

12But the more they were oppressed, the more they multiplied and the more they spread abroad. And the Egyptians were in dread of the people of Israel.

12แต่ยิ่งถูกเบียดเบียนมากเท่าไร   ชนชาติอิสราเอลก็ยิ่งทวีมากขึ้น และยิ่งแพร่หลายออกไป ชาวอียิปต์ก็ครั่นคร้ามต่อ ชนชาติอิสราเอล

13So they ruthlessly made the people of Israel work as slaves

13จึงบังคับชนชาติอิสราเอลให้ทำงานหนัก

14and made their lives bitter with hard service, in mortar and brick, and in all kinds of work in the field. In all their work they ruthlessly made them work as slaves.

14ทำให้ชีวิตของเขาขมขื่น เพราะงานหนักที่เขากระทำนั้น เช่นทำปูนสอ ทำอิฐและทำงานต่างๆที่ทุ่งนา   เขาถูกบังคับให้ทำงานหนักทุกชนิด  

15Then the king of Egypt said to the Hebrew midwives, one of whom was named Shiphrah and the other Puah,

15ฝ่ายกษัตริย์อียิปต์ทรงรับสั่งนางผดุงครรภ์ชาวฮีบรูคนหนึ่ง ชื่อชิฟราห์อีกคนหนึ่งชื่อปูอาห์

16“When you serve as midwife to the Hebrew women and see them on the birthstool, if it is a son, you shall kill him, but if it is a daughter, she shall live.”

16ว่า  “เมื่อเจ้าไปทำการคลอดให้แก่หญิงฮีบรูเห็นเด็กคลอด   ถ้าเป็นเด็กชายก็ให้ฆ่าเสีย  ถ้าเป็นเด็กหญิงก็ให้ไว้ชีวิต”  

17But the midwives feared God and did not do as the king of Egypt commanded them, but let the male children live.

17แต่นางผดุงครรภ์ยำเกรงพระเจ้า   จึงมิได้ทำตามพระบัญชาของกษัตริย์อียิปต์   ปล่อยให้บุตรชายรอดชีวิต  

18So the king of Egypt called the midwives and said to them, “Why have you done this, and let the male children live?”

18กษัตริย์จึงรับสั่งให้นางผดุงครรภ์เข้าเฝ้า ตรัสว่า   “เหตุไฉนเจ้าจึงทำอย่างนี้   ปล่อยให้เด็กชายรอดชีวิต”

19The midwives said to Pharaoh, “Because the Hebrew women are not like the Egyptian women, for they are vigorous and give birth before the midwife comes to them.”

19นางผดุงครรภ์จึงกราบทูลฟาโรห์ว่า   “เพราะหญิงฮีบรูไม่เหมือนหญิงอียิปต์   เขาไวจึงคลอดบุตรง่าย นางผดุงครรภ์มาไม่ทัน”  

20So God dealt well with the midwives. And the people multiplied and grew very strong.

20พระเจ้าจึงทรงโปรดปรานนางผดุงครรภ์นั้น   ประชาชนยิ่งทวีมากขึ้น และมีกำลังเข้มแข็งมาก

21And because the midwives feared God, he gave them families.

21เพราะนางผดุงครรภ์นั้นยำเกรงพระเจ้า   พระองค์จึงได้ทรงให้เขาทั้งสองมีครอบครัว

22Then Pharaoh commanded all his people, “Every son that is born to the Hebrews you shall cast into the Nile, but you shall let every daughter live.”

22ฝ่ายฟาโรห์จึงรับสั่งแก่ราษฎรทั้งปวงว่า “บุตรชายฮีบรูทุกคนที่เกิดมา   ให้เอาไปทิ้งเสียในแม่น้ำ ไนล์แต่บุตรหญิงทุกคนให้รอดชีวิตอยู่ได้”


The new king never knew Joseph and felt no obligation to the people of Israel.  Instead he considered them a threat. 

พระราชาองค์ใหม่ไม่เคยรู้จักเรื่องของโยเซฟ   และไม่รู้สึกว่ามีข้อผูกพันกับชนชาติอิสราเอล  แต่พระองค์ทรงคิดว่าพวกเขาเป็นภัยคุกคามน่ากลัวต่างหาก


They might become so many of them, that they would out number the Egyptians.  

พวกเขาอาจจะทวีจำนวนพลเมืองมากมาย   ดังนั้นพวกเขาจะเป็นชนชาติที่มีจำนวนมากกว่าชนชาติอียิปต์ได้


One thing we can learn from the people of Egypt forgetting what Joseph had done, is that there is a continual need for teaching the Word of God to each generation.

สิ่งหนึ่งที่เราสามารถเรียนรู้จากคนอียิปต์  ที่ลืมสิ่งที่โยเซฟได้ทำไว้  คือว่ามีความจำเป็นต้องสั่งสอนพระวจนะของพระเจ้าอย่างต่อเนื่องแก่ประชาชนในแต่ละรุ่น

If we neglect to teach the Bible, the time will come when it will be forgotten.

ถ้าเราละเลยไม่สั่งสอนพระคัมภีร์แล้ว   เวลานั้นจะมาถึงเมื่อมันจะถูกลืมไปหมด


Now the Pharaoh could have just let the people of Israel move away to their own land but instead he decided to make them slaves.  

ตอนนี้ฟาโรห์อาจสั่งปล่อยให้คนอิสราเอลย้ายออกไปยังดินแดนของตัวเองได้  แต่พระองค์กลับพระทัยโดยจะทำให้พวกเขาเป็นทาสแทน

The Egyptians not only made slaves of the Israelites, they mistreated them also.

ชาวอียิปต์ไม่เพียงแต่ทำให้อิสราเอลตกเป็นทาสเท่านั้น  พวกเขากลับทารุณอิสราเอลด้วย


In spite of the persecution, God's blessing rested upon them and their numbers increased greatly.

ทั้งๆที่มีการกดขี่ข่มเหง   พระพรของพระเจ้าอยู่เหนือพวกเขา  และจำนวนประชาชนก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

The king noticed the rapid growth of his slave nation and spoke to the Hebrew midwives in an attempt to solve the problem.  

กษัตริย์สังเกตเห็นทาสของพระองค์ได้เติบโตอย่างรวดเร็วมาก  และพระองค์ทรงรับสั่งกับนางผดุงครรภ์ชาวฮีบรูในความพยายามที่จะแก้ปัญหานี้

He instructed them to kill all he male children at birth. 

พระองค์ทรงรับสั่งให้นางผดุงครรภ์ชาวฮีบรูฆ่าเด็กผู้ชายทั้งหมดตอนแรกเกิด 

This is another attempt of Satan to destroy the line leading to the Lord Jesus Christ.

นี้เป็นความพยายามของซาตานอีกทางหนึ่ง   ที่จะทำลายพงศ์พันธ์ที่นำไปถึงองค์พระเยซูคริสต์

Satanic attempts to cut off the line leading to Christ run all the way through the Bible from the Old Testament to the New Testament.

ความพยายามของซาตานที่จะตัดสายพงศ์พันธุ์ที่นำไปถึงพระคริสต์    ตลอดในนพระคัมภีร์จากพันธสัญญาเดิมไปถึงพันธสัญญาใหม่

Many attempts have been made to destroy the Jews.

มีความพยายามมากมายที่ได้ทำเพื่อจะทำลายพวกยิว


These two midwives had to choose whether to obey Pharaoh or God.

นางผดุงครรภ์ทั้งสองคนต้องเลือกว่าจะเชื่อฟังฟาโรห์ดีหรือเชื่อฟังพระเจ้าดี

They had learned to fear God and their obedience was seen and rewarded by God. 

พวกเขาได้เรียนรู้ที่จะเกรงกลัวพระเจ้า   และการที่พวกเขาเชื่อฟังนั้น   พระเจ้าทอดพระเนตรเห็นและจะทรงประทานรางวัลให้

In several places the Bible tells us to obey those who have authority over you. 

หลายแห่งในพระคัมภีร์ที่บอกเราให้เชื่อฟังผู้ที่มีสิทธิอำนาจปกครองพวกคุณ

But when the authority violates the Word of God, we must obey God instead. 

แต่เมื่อใดผู้มีสิทธิอำนาจละเมิดพระวจนะของพระเจ้า    เราจะต้องเชื่อฟังพระเจ้าแทน

Acts กิจการ 5:29 But Peter and the apostles answered, “We must obey God rather than men.

ฝ่ายเปโตรกับอัครทูตอื่นๆตอบว่า   “ข้าพเจ้าจำต้องเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังมนุษย์

When Pharaoh discovered he’d been deceived by the midwives, that they weren’t killing the babies, he changed his plan and commanded all his people to see to it that the Jewish male babies were drowned in the Nile River. 

เมื่อฟาโรห์พบว่าพระองค์ทรงถูกหลอกโดยนางผดุงครรภ์   ที่พวกเขาไม่ได้ฆ่าทารก   พระองค์ได้ทรงเปลี่ยนแผนของพระองค์  และทรงบัญชาให้พลเมืองของพระองค์ทุกคนดูว่า  ทารกเพศชายชาวยิวได้ถูกนำไปถ่วงลงในแม่น้ำไนล์

Children are very precious to the Lord, it is such a great tragedy the number of abortions done in our world today.

เด็กๆ มีคุณค่ามากสำหรับพระเจ้า     เป็นโศกนาฏกรรมอันยิ่งใหญ่ที่มีการทำแท้งมากมายในโลกของเราทุกวันนี้

www.gotquestions.org/Thai

Exodus 1