Search the site

Calvary Chapel at the Bridge Phuket ThailandCalvary Chapel at the Bridge

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, December 18, 2016

 

Exodus 3 The Call Of Moses

อพยพบทที่ 3 การทรงเรียกโมเสส

Moses' forty years in Midian have come to an end.

เวลาสี่สิบปีที่โมเสสอาศัยอยู่ในแผ่นดินมีเดียนได้สิ้นสุดลง

All of his schooling in Egypt was not enough to prepare him for his great work of delivering Israel from slavery.

การศึกษาเล่าเรียนวิชาทั้งหมดของท่านในอียิปต์   ไม่เพียงพอที่จะเตรียมท่านให้ทำงานใหญ่เพื่อปลดปล่อยคนอิสราเอลจากการเป็นทาส

God trained him further by forty years in the desert area of Midian.

พระเจ้าได้ทรงฝึกฝนท่านต่อไปอีกสี่สิบปีในพื้นที่ทะเลทรายของคนมีเดียน

The Burning Bush verses 1-14

พุ่มไม้มีเปลวไฟ  ข้อ 1-14

1Now Moses was keeping the flock of his father-in-law, Jethro, the priest of Midian, and he led his flock to the west side of the wilderness and came to Horeb, the mountain of God.

1ฝ่ายโมเสสเมื่อเลี้ยงฝูงแพะแกะของเยโธรพ่อตา ผู้เป็นปุโรหิตของคนมีเดียน   ได้พาฝูงแพะแกะไปทางตะวันตกของถิ่นทุรกันดาร   จนมาถึงภูเขาของพระเจ้าคือ   โฮเรบ

2And the angel of the LORD appeared to him in a flame of fire out of the midst of a bush. He looked, and behold, the bush was burning, yet it was not consumed.

2ทูตของพระเจ้าก็ปรากฏแก่โมเสส ท่ามกลางพุ่มไม้เป็นเปลวไฟ   โมเสสมองดู   เห็นพุ่มไม้นั้นมีไฟลุกโชนอยู่ แต่มิได้ไหม้โทรมไป

3And Moses said, “I will turn aside to see this great sight, why the bush is not burned.” โมเสสจึงว่า “ข้าจะแวะเข้าไปดูสิ่งแปลกประหลาดนี้   ว่าเหตุไฉนพุ่มไม้จึงไม่ไหม้”  

4When the LORD saw that he turned aside to see, God called to him out of the bush, “Moses, Moses!” And he said, “Here I am.”

4ครั้นพระเจ้าทอดพระเนตรเห็นเขาเดินเข้ามาดู   จึงตรัสออกมาจากพุ่มไม้นั้นว่า “โมเสส  โมเสสเอ๋ย”   โมเสสทูลตอบว่า  “ข้าพระองค์อยู่ที่นี่”  

5Then he said, “Do not come near; take your sandals off your feet, for the place on which you are standing is holy ground.”

5พระองค์จึงตรัสว่า “อย่าเข้ามาใกล้ที่นี่   ถอดรองเท้าของเจ้าออกเสีย   เพราะว่าที่ซึ่งเจ้ายืนอยู่นี้เป็นที่ศักดิ์สิทธิ์”

6And he said, “I am the God of your father, the God of Abraham, the God of Isaac, and the God of Jacob.” And Moses hid his face, for he was afraid to look at God.

6แล้วพระองค์ตรัสอีกว่า   “เราเป็นพระเจ้าของบิดาเจ้า  เป็นพระเจ้าของอับราฮัม   พระเจ้าของอิสอัค  และพระเจ้าของยาโคบ”   โมเสสปิดหน้าเสีย   เพราะกลัวไม่กล้ามองดูพระเจ้า  

7Then the LORD said, “I have surely seen the affliction of my people who are in Egypt and have heard their cry because of their taskmasters. I know their sufferings,

7พระเจ้าตรัสว่า “เราเห็นความทุกข์ของประชากรของเราที่อยู่ในประเทศ อียิปต์แล้ว   เราได้ยินเสียงร้องของเขา เพราะการกดขี่ของพวกนายงาน   เรารู้ถึงความทุกข์ร้อนต่างๆของเขา

8and I have come down to deliver them out of the hand of the Egyptians and to bring them up out of that land to a good and broad land, a land flowing with milk and honey, to the place of the Canaanites, the Hittites, the Amorites, the Perizzites, the Hivites, and the Jebusites.

8เราลงมาเพื่อจะช่วยเขาให้รอดจากมือชาวอียิปต์   และนำเขาออกจากประเทศนั้น   ไปยังแผ่นดินที่อุดมกว้างขวาง เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนม   และน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ คือไปยังที่อยู่ของชาวคานาอัน   คนฮิตไทต์   คนอาโมไรต์   คนเปริสซี   คนฮีไวต์ และคนเยบุส

9And now, behold, the cry of the people of Israel has come to me, and I have also seen the oppression with which the Egyptians oppress them.

9บัดนี้คำร่ำร้องของชนชาติอิสราเอลมาถึงเราแล้ว   ทั้งเราได้เห็นการบีบคั้นซึ่งชาวอียิปต์กระทำต่อเขาแล้ว

10Come, I will send you to Pharaoh that you may bring my people, the children of Israel, out of Egypt.”

10เราจะใช้เจ้าไปเฝ้าฟาโรห์   เพื่อจะได้พาประชากรของเรา คือชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์”  

11But Moses said to God, “Who am I that I should go to Pharaoh and bring the children of Israel out of Egypt?”

11ฝ่ายโมเสสจึงทูลพระเจ้าว่า “ข้าพระองค์เป็นผู้ใดเล่า   จึงจะไปเฝ้าฟาโรห์และนำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์”

12He said, “But I will be with you, and this shall be the sign for you, that I have sent you: when you have brought the people out of Egypt, you shall serve God on this mountain.”

12พระองค์จึงตรัสว่า “เราจะอยู่กับเจ้าแน่   นี่เป็นหมายสำคัญให้เจ้ารู้ว่าเราใช้ให้เจ้าไป   คือเมื่อเจ้านำประชากรออกจากอียิปต์แล้ว   เจ้าทั้งหลายจะมานมัสการพระเจ้าบนภูเขานี้”  

13Then Moses said to God, “If I come to the people of Israel and say to them, ‘The God of your fathers has sent me to you,’ and they ask me, ‘What is his name?’ what shall I say to them?”

13ฝ่ายโมเสสทูลพระเจ้าว่า “เมื่อข้าพระองค์ไปหาชนชาติอิสราเอล   และบอกพวกเขาว่า   'พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่านทั้งหลาย   ทรงสั่งข้าพเจ้ามาหาท่าน'   และเขาจะถามข้าพระองค์ว่า   'พระองค์ทรงพระนามว่ากระไร'   ข้าพระองค์จะตอบเขาอย่างไร”  

14God said to Moses, “IAM WHO I AM.” And he said, “Say this to the people of Israel, ‘IAM has sent me to you.’”

14พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสว่า “เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น” แล้วพระองค์ตรัสว่า “ไปบอกชนชาติอิสราเอลว่า   'พระองค์ผู้ทรงพระนามว่าเราเป็น    ทรงใช้ข้าพเจ้ามาหาท่านทั้งหลาย' ”

Moses turned to see why the bush was burning but was not consumed. 

โมเสสได้หันไปดูว่าทำไมพุ่มไม้มีเปลวไฟ   แต่ไฟไม่ได้เผาไหม้พุ่มไม้นั้น

A burning bush, especially one that is not being burned up, would certainly get your attention.  

พุ่มไม้มีไฟลุกอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพุ่มไม้หนึ่งที่ไฟไม่ได้เผาไหม้  แน่นอนจะเรียกความสนใจของคุณ

God then spoke to Moses from the bush. 

แล้วพระเจ้าตรัสกับโมเสสจากพุ่มไม้นั้น

God told him to take off his shoes because he was standing on holy ground. 

พระเจ้าทรงรับสั่งให้ท่านถอดรองเท้าของท่านออก  เพราะท่านกำลังยืนอยู่บนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์

We serve a holy God, He is completely perfect.

เรารับใช้พระเจ้าองค์บริสุทธิ์   พระองค์ทรงมีความสมบูรณ์แบบ

God told Moses that He had heard the cry of His people Israel, He knew about their troubles. 

พระเจ้าทรงรับสั่งกับโมเสสว่า   พระองค์ทรงได้ยินเสียงร้องของอิสราเอลประชา

กรของพระองค์   พระองค์ทรงทราบปัญหาความทุกข์ของพวกเขา

God wanted to save His people, deliver them from their slavery and suffering and give them their own new land. 

พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะช่วยประชากรของพระองค์ให้พ้นจากการเป็นทาสและความทุกข์ทรมาน    และจะทรงประทานแผ่นดินให้เป็นของพวกเขา

We have been saved from sin unto holiness and heaven.

เราได้รอดจากบาปเข้าในความบริสุทธิ์และแผ่นดินสวรรค์

Ephesians เอเฟซัส 2:5-6: 5even when we were dead in our trespasses, made us alive together with Christ—by grace you have been saved—

5ถึงแม้ว่าเมื่อเราตายไปแล้วในการบาป   พระองค์ยังทรงกระทำให้เรามีชีวิตอยู่กับพระคริสต์ (ซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณ)

6and raised us up with him and seated us with him in the heavenly places in Christ Jesus,

6และพระองค์ทรงให้เราเป็นขึ้นมากับพระองค์   และทรงโปรดให้เรานั่งในสวรรคสถานกับพระเยซูคริสต์

God has raised us up and given us a position in Christ.

พระเจ้าได้ทรงฟื้นเราขึ้นใหม่   และทรงให้เราได้อยู่ในพระคริสต์

You have been brought out of death and put into life.

คุณได้ถูกนำออกมาจากความตายและเข้าสู่ชีวิต

You have been brought out of darkness and put into light.

คุณได้ถูกนำออกจากความมืดและเข้าสู่ความสว่าง

You have been brought out of a future in hell, and put into a future in heaven. 

คุณได้ถูกนำให้พ้นจากนรกในอนาคตและเข้าสู่สวรรค์ในอนาคต


God said, "I am going to take the children of Israel out of bondage and into a good land."

พระเจ้าตรัสว่า "เรากำลังจะพาลูกหลานอิสราเอลออกจากพันธนาการและเข้าไปในแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์"

God is now calling Moses to serve Him. 

ขณะนี้พระเจ้าทรงเรียกโมเสสเพื่อรับใช้พระองค์

God says He will send Moses to the pharaoh in Egypt to bring out the people of Israel. 

พระเจ้าตรัสว่าพระองค์จะส่งให้โมเสสไปยังฟาโรห์อยู่ในอียิปต์  เพื่อที่จะนำชนชาติอิสราเอลออกมา

Remember forty years earlier Moses thought he was ready then to deliver Israel. 

จำได้ว่าสี่สิบปีก่อนหน้านี้   โมเสสคิดว่าท่านพร้อมแล้วที่จะปลดปล่อยชนชาติอิสราเอล

He was probably proud and relying on himself. 

ท่านอาจจะหยิ่งทะนงและพึ่งพาตัวเอง

Now he is humble and learning to rely on God. 

ตอนนี้ท่านอ่อนน้อมถ่อมตนและเรียนรู้ที่จะพึ่งพาพระเจ้า

Back 40 years ago, he killed an Egyptian and delivered one of his countrymen from the harsh treatment he was receiving.  

เมื่อ 40 ปีที่ผ่านมา  ท่านได้ฆ่าคนอียิปต์และปลดปล่อยชีวิตเพื่อนร่วมชาติของท่าน   พ้นจากการถูกกระทำทารุณที่เขากำลังได้รับ

He thought he could deliver Israel by himself.

ท่านคิดว่าท่านสามารถปลดปล่อยชนชาติอิสราเอลได้โดยตัวท่านเอง

He found that he could not.  

แล้วท่านก็พบว่าท่านไม่สามารถทำได้

Now Moses is saying to God, "Who am I? I cannot do what you are asking me to do."

ตอนนี้โมเสสกราบทูลพระเจ้าว่า " ข้าพเจ้าเป็นผู้ใดเล่า   ข้าพเจ้าไม่สามารถทำสิ่งที่พระองค์ทรงขอให้ข้าพเจ้าทำ"

Now God can use him.

ตอนนี้พระเจ้าทรงสามารถใช้ท่านได้

This is God's way of training all His people.

นี้เป็นวิธีของพระเจ้าในการฝึกฝนประชากรทั้งหมดของพระองค์

We must learn that we are weak but He is strong. 

เราต้องเรียนรู้ว่าเราอ่อนแอ   แต่พระองค์ทรงเข้มแข็ง

2 Corinthians 2โครินธ์ 12:10 For the sake of Christ, then, I am content with weaknesses, insults, hardships, persecutions, and calamities. For when I am weak, then I am strong.

เหตุฉะนั้นเพราะเห็นแก่พระคริสต์   ข้าพเจ้าจึงชื่นใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า   ในการประทุษร้ายต่างๆในความยากลำบาก   ในการถูกข่มเหง   ในความอับจน   เพราะว่าข้าพเจ้าอ่อนแอเมื่อใด   ข้าพเจ้าก็จะแข็งแรงมากเมื่อนั้น

I Thessalonians 1 เธสะโลนิกา 5:24 He who calls you is faithful; he will surely do it.

พระองค์ผู้ทรงเรียกท่านนั้นสัตย์ซื่อ   และพระองค์จะทรงทำให้สำเร็จ  

When Moses learned that he could not deliver Israel, but that God could do it through him, God was ready to use him. 

เมื่อโมเสสได้รู้แล้วว่าท่านไม่สามารถปลดปล่อยอิสราเอลได้   แต่ว่าพระเจ้าทรงทำได้โดยใช้ท่าน   พระเจ้าทรงพร้อมที่จะใช้ท่าน

One of the reasons you may not be used by God today is if you are too strong in yourself.

หนึ่งในเหตุผลที่พระเจ้าไม่อาจทรงใช้คุณทุกวันนี้   คือคุณยึดกรานในตัวเองมากเกินไปหรือไม่

It is out of weakness that we are made strong.

เพราะความอ่อนแอของเราจะถูกทำให้เข้มแข็งได้

1 Corinthians  1โครินธ์ 1:26-31 26For consider your calling, brothers: not many of you were wise according to worldly standards, not many were powerful, not many were of noble birth.

26ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   จงพิจารณาดูว่า   พวกท่านที่พระเจ้าได้ทรงเรียกมานั้นเป็นคนพวกไหน   มีน้อยคนที่โลกนิยมว่ามีปัญญา   มีน้อยคนที่มีอำนาจ   มีน้อยคนที่มีตระกูลสูง

27But God chose what is foolish in the world to shame the wise; God chose what is weak in the world to shame the strong;

27แต่พระเจ้าได้ทรงเลือกคนที่โลกถือว่าโง่เขลา   เพื่อทำให้คนมีปัญญาอับอาย   และได้ทรงเลือกคนที่โลกถือว่าอ่อนแอ   เพื่อทำให้คนที่แข็งแรงอับอาย

28God chose what is low and despised in the world, even things that are not, to bring to nothing things that are,

28พระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าต่ำต้อยและดูหมิ่น   และเห็นว่าไร้สาระ   เพื่อทำลายสิ่งซึ่งโลกเห็นว่าสำคัญ

29so that no human being*might boast in the presence of God.

29เพื่อมิให้มนุษย์สักคนหนึ่งอวดต่อพระเจ้าได้

30He is the source of your life in Christ Jesus, whom God made our wisdom and our righteousness and sanctification and redemption.

30โดยพระองค์   ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์   เพราะพระเจ้าทรงตั้งพระองค์ให้เป็นปัญญาและความชอบธรรมของเรา   และเป็นผู้ทรงชำระเราให้บริสุทธิ์   และทรงเป็นผู้ไถ่เราไว้ให้พ้นบาป

31Therefore, as it is written, “Let the one who boasts, boast in the Lord.”

31เพื่อให้เป็นไปตามพระคัมภีร์ที่เขียนว่า   ให้ผู้โอ้อวด อวดองค์พระผู้เป็นเจ้า

Moses and Paul recognized that God could move through them when they were weak.

โมเสสและเปาโลระลึกได้ว่าพระเจ้าทรงสามารถเสริมกำลังพวกเขาได้เมื่อพวกเขาอ่อนแอ

It is amazing what God can do through a weak vessel.

มันน่าอัศจรรย์มากที่พระเจ้าทรงสามารถทำได้ผ่านภาชนะที่อ่อนแอ

Moses was afraid that the children of Israel would not accept him.

โมเสสก็กลัวว่าลูกหลานอิสราเอลจะไม่ยอมรับในตัวท่าน

He did not know how to explain God to them.

ท่านไม่รู้วิธีที่จะอธิบายพระเจ้าให้พวกเขาเข้าใจได้

He did not know how he was ever going to get the Israelites to this mountain of God.

ท่านไม่รู้ว่าจะใช้วิธีใดนำพาชนชาติอิสราเอลไปยังภูเขาของพระเจ้า

These were the problems Moses faced.

เหล่านี้เป็นปัญหาที่โมเสสต้องเผชิญ

Notice how God answered him.

ขอให้สังเกตที่พระเจ้าตรัสตอบท่าน

And God said unto Moses, I AM THAT I AM:   In the gospel of John, there are seven I am sayings of Jesus. 

และพระเจ้าตรัสกับโมเสสว่าเราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น: ในพระกิตติคุณยอห์นพระเยซูทรงตรัส
ว่าเราเป็นเจ็ดครั้งด้วยกัน

1.  I am the Bread of Life        

1. เราเป็นอาหารแห่งชีวิต

“I am the bread of life; he who comes to Me shall not hunger.”

"เราเป็นอาหารแห่งชีวิต ผู้ใดที่มาหาเราจะไม่หิวอีกเลย"

John ยอห์น 6:35 Jesus said to them, “I am the bread of life; whoever comes to me shall not hunger, and whoever believes in me shall never thirst.

พระเยซูตรัสกับเขาว่า   “เราเป็นอาหารแห่งชีวิต   ผู้ที่มาหาเราจะไม่หิว   และผู้ที่วางใจในเรา   จะไม่กระหายอีกเลย


2.  I Am the Light of the World   

2. เราเป็นความสว่างของโลก

John ยอห์น 8:12 Again Jesus spoke to them, saying, “I am the light of the world. Whoever follows me will not walk in darkness, but will have the light of life.”

อีกครั้งหนึ่งพระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า   “เราเป็นความสว่างของโลก   ผู้ที่ตามเรามาจะไม่เดินในความมืด   แต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต”


3.  I am the Door    

3. เราเป็นประตู

John ยอห์น 10:9 I am the door. If anyone enters by me, he will be saved and will go in and out and find pasture.

เราเป็นประตู   ถ้าผู้ใดเข้าไปทางเราผู้นั้นก็จะรอด   เขาจะเข้าออกแล้วก็จะพบอาหาร


4.  I am the Good Shepherd    

4. เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี  

John ยอห์น 10:11 I am the good shepherd. The good shepherd lays down his life for the sheep.

เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี   ผู้เลี้ยงที่ดีนั้นย่อมสละชีวิตของตนเพื่อฝูงแกะ


5.  I am the Resurrection and Life     

5.  เราเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นและมีชีวิต

John ยอห์น 11:25 Jesus said to her, “I am the resurrection and the life.*n25.3 Whoever believes in me, though he die, yet shall he live,

พระเยซูตรัสกับเธอว่า   “เราเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นและมีชีวิต   ผู้ที่วางใจในเรานั้น   ถึงแม้ว่าเขาตายแล้วก็ยังจะมีชีวิตอีก


6.  I am the Way, the Truth, and the Life

6.   เราเป็นทางนั้น   เป็นความจริงและเป็นชีวิต    

John ยอห์น 14:6 Jesus said to him, “I am the way, and the truth, and the life. No one comes to the Father except through Me.

พระเยซูตรัสกับเขาว่า   “เราเป็นทางนั้น   เป็นความจริงและเป็นชีวิต   ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา

7.  I am the True Vine

7.  เราเป็นเถาองุ่นแท้  

John ยอห์น 15:1 I Am the True Vine  “I am the true vine, and my Father is the vinedresser.

“เราเป็นเถาองุ่นแท้   และพระบิดาของเราทรงเป็นผู้ดูแลรักษา

I am is what God calls himself to Moses.  Jesus in his I am sayings shows that He is God. 

เราเป็นคือคำที่พระเจ้าทรงเรียกพระองค์เองต่อโมเสส   พระเยซูในคำตรัสว่าราเป็นแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า

The divinity of Jesus Christ is further illustrated in

ความเป็นพระเจ้าของพระเยซูคริสต์จะแสดงให้เห็นต่อไปใน

John ยอห์น 8:58 Jesus said to them, “Truly, truly, I say to you, before Abraham was, I am.”

พระเยซูตรัสกับเขาว่า   “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า   เราดำรงอยู่ก่อนอับราฮัมเกิด”

Also when Jesus was arrested in the Garden of Gethsemane, listen what happen when Jesus says, “I am” 

นอกจากนี้เมื่อพระเยซูถูกจับในสวนเกธเสมะนี ฟังสิว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อพระเยซูตรัสว่า "เราเป็น"

John ยอห์น 18:4-6 4Then Jesus, knowing all that would happen to him, came forward and said to them, “Whom do you seek?”

4พระเยซูทรงทราบทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพระองค์   พระองค์จึงเสด็จออกไปถามเขาว่า   “ท่านทั้งหลายมาหาใคร”

5They answered him, “Jesus of Nazareth.” Jesus said to them, “I am he.”*n5.1 Judas, who betrayed him, was standing with them.

5เขาทูลตอบพระองค์ว่า “มาหาเยซูชาวนาซาเร็ธ” พระเยซูตรัสกับเขาว่า   “เราคือผู้นั้นแหละ”   ยูดาสผู้อายัดพระองค์ก็ยืนอยู่กับคนเหล่านั้น

6When Jesus said to them, “I am he,” they drew back and fell to the ground.

6เมื่อพระองค์ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “เราคือผู้นั้นแหละ” เขาทั้งหลายได้ถอยหลังและล้มลงที่ดิน

"I AM" is God's name. I AM WHO I AM. This is the God who is sending Moses to deliver the children of Israel.

"เราเป็น" เป็นพระนามของพระเจ้า   เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น  นี่คือพระเจ้าผู้ทรงส่งโมเสสให้ไปปลดปล่อยลูกหลานอิสราเอล

Psalm เพลงสดุดี 135:13 13Your name, O LORD, endures forever, your renown, O LORD, throughout all ages.

13ข้าแต่พระเจ้า พระนามของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์ ข้าแต่พระเจ้า พระนามเลื่องลือของ   พระองค์นั้นดำรงอยู่ทุกชั่วชาติพันธุ์  

The name "LORD" in this verse can be translated "I AM WHO I AM."

พระนาม "พระเจ้า" ในข้อนี้สามารถแปลได้ว่า "เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น"

It is important to see that this name speaks of the fact that GOD IS.

มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะเห็นว่าพระนามนี้พูดถึงความจริงที่ว่าพระเจ้าทรงเป็น

The Promise to Bring the People out of Egypt verses 15-22

พระสัญญาว่าจะทรงนำประชาชนออกจากอียิปต์ ข้อ 15-22
When Joseph was dying he said God would visit them, in other words, God would take them out of Egypt and back in Canaan. 

เมื่อโยเซฟกำลังจะสิ้นชีวิต   ท่านกล่าวว่าพระเจ้าจะทรงมาเยี่ยมเยียนพวกเขา   อีกนัยหนึ่ง พระเจ้าจะทรงนำพวกเขาออกมาจากอียิปต์และกลับมาอยู่ในแผ่นดินคะนาอัน

Genesis ปฐมกาล 50:25 Then Joseph made the sons of Israel swear, saying, “God will surely visit you, and you shall carry up my bones from here.”

โยเซฟกล่าวว่า   “พระเจ้าจะทรงเยี่ยมเยียนพวกท่านเป็นแน่   แล้วท่านทั้งหลายต้องนำกระดูกของเราไป จากที่นี่”   แล้วท่านให้พงศ์พันธุ์อิสราเอลสาบานตัวรับรอง

Now the time has come. 

ตอนนี้เวลานั้นก็มาถึงแล้ว

15God also said to Moses, “Say this to the people of Israel, ‘The LORD, the God of your fathers, the God of Abraham, the God of Isaac, and the God of Jacob, has sent me to you.’ This is my name forever, and thus I am to be remembered throughout all generations.

15พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสอีกว่า   “เจ้าจงกล่าวแก่ประชากรอิสราเอลว่า ดังนี้'พระเยโฮวาห์(ในที่นี้เข้าใจกันว่า   แปลว่า  “พระองค์ทรงเป็น”   หรือ  “พระองค์ทรงอยู่”)    พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่าน   คือพระเจ้าของอับราฮัม   พระเจ้าของอิสอัค   และพระเจ้าของยาโคบ   ทรงใช้ให้ข้าพเจ้ามาหาท่าน'   นี่แหละเป็นนามของเราตลอดไปเป็นนิตย์   นี่แหละเป็นอนุสรณ์ของเราตลอดทุกชั่วชาติพันธุ์

16Go and gather the elders of Israel together and say to them, ‘The LORD, the God of your fathers, the God of Abraham, of Isaac, and of Jacob, has appeared to me, saying, “I have observed you and what has been done to you in Egypt,

16เจ้าจงไปรวบรวมพวกผู้ใหญ่ของอิสราเอล ให้มาประชุมพร้อมกัน   แล้วกล่าวแก่เขาว่า   'พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่าน   พระเจ้าของอับราฮัม  ของอิสอัค  และของยาโคบ   ปรากฏแก่ข้าพเจ้า  ตรัสว่า  “เราสังเกตเห็นเจ้าทั้งหลายแล้ว   และได้เห็นความทารุณ   ซึ่งเขาได้กระทำแก่เจ้าในอียิปต์

17and I promise that I will bring you up out of the affliction of Egypt to the land of the Canaanites, the Hittites, the Amorites, the Perizzites, the Hivites, and the Jebusites, a land flowing with milk and honey.”’

17เราสัญญาไว้แล้วว่า   เราจะพาเจ้าทั้งหลายไปให้พ้นจากความทุกข์ในประเทศอียิปต์   ไปยังแผ่นดินของชาวคานาอัน   คนฮิตไทต์  คนอาโมไรต์   คนเปริสซี  คนฮีไวต์  และคนเยบุส   ไปยังแผ่นดินซึ่งมีน้ำนมและน้ำผึ้งบริบูรณ์' ”

18And they will listen to your voice, and you and the elders of Israel shall go to the king of Egypt and say to him, ‘The LORD, the God of the Hebrews, has met with us; and now, please let us go a three days' journey into the wilderness, that we may sacrifice to the LORD our God.’

18เขาจะเชื่อฟังคำของเจ้า   แล้วเจ้ากับพวกผู้ใหญ่ของคนอิสราเอล   จงพากันไปเฝ้ากษัตริย์ของอียิปต์ทูลว่า   'พระเยโฮวาห์พระเจ้าของคนฮีบรู   ทรงปรากฏแก่ข้าพระบาททั้งหลาย   บัดนี้   ขอได้โปรดให้ข้าพระบาทเดินทางไปในถิ่นทุรกันดารสัก สามวัน   เพื่อจะถวายสัตวบูชาแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพระบาท'

19But I know that the king of Egypt will not let you go unless compelled by a mighty hand.

19เรารู้แล้วว่ากษัตริย์แห่งอียิปต์จะไม่ยอมให้พวกเจ้าไป   แม้จะถูกประหารด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์

20So I will stretch out my hand and strike Egypt with all the wonders that I will do in it; after that he will let you go.

20เราจะเหยียดมือออกประหารอียิปต์ด้วยอัศจรรย์ต่างๆ   ที่เราจะกระทำในท่ามกลางประเทศนั้น   หลังจากนั้น กษัตริย์ก็จะทรงยอมปล่อยพวกเจ้าไป

21And I will give this people favor in the sight of the Egyptians; and when you go, you shall not go empty,

21เราจะให้ประชากรเหล่านี้เป็นที่ชอบพอของชาวอียิปต์   เมื่อเจ้าทั้งหลายออกไปก็จะไม่ต้องไปมือเปล่า

22but each woman shall ask of her neighbor, and any woman who lives in her house, for silver and gold jewelry, and for clothing. You shall put them on your sons and on your daughters. So you shall plunder the Egyptians.”

22ให้ผู้หญิงทุกคนขอเครื่องเงินเครื่องทองและเสื้อผ้าจากเพื่อนบ้าน   และจากหญิงที่อาศัยอยู่ในเรือนของเขา เอาเครื่องแต่งตัวนั้นไปแต่งให้บุตรีของเจ้า ด้วยวิธีนี้แหละ   เจ้าจะได้ริบเอาสิ่งของของชาวอียิปต์”

God had appeared to Abraham, Isaac, and Jacob.

พระเจ้าเคยทรงปรากฏแก่อับราฮัม   อิสอัคและยาโคบ

This same God was sending Moses to the children of Israel, and so Moses was first to speak to the elders of Israel. 

พระเจ้าองค์เดียวกันนี้ทรงส่งโมเสสไปยังลูกหลานคนอิสราเอล     และดังนั้นโมเสสจึงเป็นคนแรกที่จะพูดกับพวกผู้อาวุโสของอิสราเอล

He is to tell them about God's plan of deliverance.

ท่านต้องบอกเล่าพวกเขาเกี่ยวกับแผนการแห่งการปลดปล่อยของพระเจ้า

Then he and the elders are to go to Pharaoh and ask to be allowed to journey three days into the wilderness to sacrifice to their God as a nation.

จากนั้นท่านและพวกผู้อาวุโสต้องไปเข้าเฝ้าฟาโรห์   และทูลขอให้ทรงอนุญาตให้ชนชาตินี้เดินทางสามวันในถิ่นทุรกันดาร   เพื่อถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าของพวกเขา

The intention was to break gently Israel's plan to Pharaoh rather than bluntly stating, "We are leaving and going back to the land of Canaan for good."

เจตนาที่จะหยุดยั้งแผนของอิสราเอลต่อฟาโรห์อย่างนุ่มนวล   มากกว่าระบุลงไปโผงผางว่า "เรากำลังจะออกจากนี่ไป และจะกลับไปแผ่นดินคานาอันเพื่อการดี"

God tells Moses that Pharaoh will refuse to let Israel go.

พระเจ้าตรัสแก่โมเสสว่าฟาโรห์จะปฏิเสธที่จะปล่อยให้คนอิสราเอลไป

Pharaoh's refusal in this matter will open up God's work against the false gods of Egypt.

การปฏิเสธของฟาโรห์ในเรื่องนี้จะเปิดทางให้พระเจ้าทรงทำการต่อต้านพระเจ้าเทียมเท็จของอียิปต์

Even though God will show great miracles, Pharaoh will still refuse to let Israel go.

แม้ว่าพระเจ้าจะทรงสำแดงปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่    ฟาโรห์จะยังคงปฏิเสธที่จะปล่อยคนอิสราเอลไป

God will then bring plagues that will cause Pharaoh to change his mind and send Israel on its way from Egypt.

พระเจ้าจะทรงให้เกิดภัยพิบัติหลายอย่างที่จะทำให้ฟาโรห์จะเปลี่ยนความคิดของพระองค์ได้    และปล่อยอิสราเอลออกมาจากอียิปต์

God has a plan to deliver Israel, and deliver them He will.

พระเจ้าทรงมีแผนการที่จะปลดปล่อยอิสราเอล   และพระองค์จะทรงปลดปล่อยพวกเขา

The word “borrow” in this passage does not mean to steal but to collect back wages.

คำว่า “ยืม”ในเนื้อหาตอนนี้ไม่ได้หมายความว่าขโมย    แต่เพื่อเก็บรวบรวมค่าจ้างกลับคืนมา

The Israelites had been slaves without pay.

คนอิสราเอลได้รับใช้เป็นทาสโดยไม่มีค่าตอบแทนเลย


God tells them to collect their back wages for several hundred years' work.

พระเจ้าตรัสบอกพวกเขาให้เก็บรวบรวมค่าจ้างที่พวกเขาควรได้จากการทำงานหลายร้อยปี

They would leave Egypt paid for years of work.

พวกเขาจะออกจากอียิปต์พร้อมเอาค่าจ้างที่ควรได้จากการทำงานหลายปี

God was caring for His people.

พระเจ้ากำลังทรงดูแลประชาชนของพระองค์


Perhaps God will call you into His service. 

บางทีพระเจ้าจะทรงเรียกคุณมารับใช้พระองค์

Maybe some of you are like Moses, there are times when events and things happen that you know in your heart that God is trying to get your attention or tell you something. 

บางทีพวกคุณบางคนเป็นเหมือนโมเสส    มีบางครั้งเมื่อเหตุการณ์และสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นที่คุณรู้ในใจของคุณว่า     พระเจ้ากำลังทรงพยายามที่จะเรียกให้คุณเอาใส่ใจหรือจะทรงบอกคุณบางอย่าง

God may well have a special work for you to do. 

พระเจ้าอาจทรงมีงานพิเศษให้คุณทำ

Will you say yes to God? 

คุณจะตอบรับคำพระเจ้าไหม

Moses didn’t say yes at first, instead he gave some excuses why he shouldn’t go. 

โมเสสไม่ได้ตอบรับว่าใช่ในตอนแรก    แต่ท่านได้ให้ข้อแก้ตัวเหตุที่ท่านจะไม่ไป

Exodus อพยพ 3:11 But Moses said to God, “Who am I that I should go to Pharaoh and bring the children of Israel out of Egypt?”

ฝ่ายโมเสสจึงทูลพระเจ้าว่า  “ข้าพระองค์เป็นผู้ใดเล่า   จึงจะไปเฝ้าฟาโรห์และนำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์”


In other words, Moses is saying here, "I’m a nobody."

อีกนัยหนึ่ง โมเสสกำลังพูดที่นี่ว่า " ข้าพเจ้าไม่ใช่คนสำคัญอะไร."

"What makes you think I can do it?

"อะไรทำให้พระองค์ทรงคิดว่าข้าพเจ้าสามารถทำได้หรือ

I’m just a shepherd, with a stick in my hand, and a long white beard. 

ข้าพเจ้าเป็นแค่คนเลี้ยงแกะ  มีไม้เท้าในมือของข้าพเจ้าและมีหนวดเครายาวสีขาว

There’s nothing special about me. I’m a nobody." 

ไม่มีอะไรสำคัญเกี่ยวกับตัวข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าไม่ใช่คนสำคัญอะไรเลย"

When God prompts you to share Christ with your friends, "God I don’t have enough knowledge. God I never went to Bible school."

เมื่อพระเจ้าทรงเตรียมให้คุณพร้อมแบ่งปันเรื่องพระคริสต์กับเพื่อนของคุณ " พระเจ้าข้าข้าพเจ้าไม่ได้มีความรู้มากพอ  พระเจ้าข้า  ข้าพเจ้าไม่เคยศึกษาในโรงเรียนพระคัมภีร์"

When God calls you to live the Christian life, "God I can barely live my own life, let alone a Christian life and I’m always goofing up. I can’t do that too well." 

เมื่อพระเจ้าทรงเรียกให้คุณดำเนินชีวิตคริสเตียน "พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าแทบจะไม่สามารถดำเนินชีวิตด้วยตัวเอง  ขอทรงปล่อยชีวิตคริสเตียนของข้าพเจ้าไว้ลำพัง  และข้าพเจ้ามักจะทำผิดเสมอ  ข้าพเจ้าไม่สามารถทำเช่นนั้นให้ดีได้"

God’s answer to Moses is the same answer he gives to us today when we give Him this excuse.

คำตอบของพระเจ้าต่อโมเสสเป็นคำตอบเดียวกับที่ทรงตอบเราทุกวันนี้   เมื่อเราทูลแก้ตัวต่อพระองค์

It may surprise you, but God simply says, "I know".

มันอาจทำให้คุณประหลาดใจ แต่พระเจ้าเพียงตรัสว่า "เรารู้"

God says, "I know. I know that you’re a nobody. I created your strengths and I created your weaknesses Moses, I know exactly who you are."  

พระเจ้าตรัสว่า "เรารู้  เรารู้ว่าเจ้าไม่สำคัญอะไร  เราสร้างให้เจ้ามีกำลัง  และเราสร้างให้เจ้าอ่อนแอได้   โมเสส   แท้จริงเรารู้ว่าเจ้าเป็นใคร"

But God doesn’t stop there, look what else He says in the next verse, verse 12, God says, I will be with you. 

แต่พระเจ้าไม่ทรงหยุดแค่นั้น ขอให้ดูสิ่งที่พระองค์ตรัสในข้อถัดไป  ข้อ12 พระเจ้าตรัสว่า   เราจะอยู่กับเจ้า

If God is with us, who can be against us?  We are weak, but He is strong.

ถ้าพระเจ้าทรงอยู่กับเรา ใครผู้ใดจะต่อสู้เราได้เล่า   เราอ่อนแอ แต่พระองค์ทรงเข้มแข็ง

www.gotquestions.org/Thai

Exodus 3

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian Links Daily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash Cards Thai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top