Search the site

Calvary Chapel at the Bridge Phuket ThailandCalvary Chapel at the Bridge

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Thursday, December 1, 2016

 

Genesis ปฐมกาล 42 Joseph's Brothers Go to Egypt to buy grain

ปฐมกาล 42 พี่ชายโยเซฟไปอียิปต์เพื่อซื้อข้าว

Joseph is in a great position of leadership; he has been used of God to store up food to help not only the Egyptians but to help other hungry people from all over the world at that time.

โยเซฟ อยู่ในตำแหน่งที่ดีของการเป็นผู้นำเขาได้รับใช้ของพระเจ้าเพื่อเก็บขึ้น เพื่อช่วยให้อาหารไม่เพียง แต่ชาวอียิปต์ แต่จะช่วยคนหิวอื่น ๆ จากทั่วโลกในขณะนั้น

The famine forced Jacob to send his ten sons to Egypt to buy food. He didn’t send his youngest son Benjamin because he didn’t want to lose him.

อดอยาก บังคับยากอบส่งบุตรสิบเขาอียิปต์เพื่อซื้ออาหาร เขาไม่ได้ส่งลูกชายคนเล็กเบนจามินเพราะเขาไม่ต้องการสูญเสียเขา

verses 1-8

บทที่ 1-8

1When Jacob learned that there was grain for sale in Egypt, he said to his sons, “Why do you look at one another?”

1เมื่อยาโคบรู้ว่ามีข้าวในอียิปต์ จึงพูดกับพวกลูกของตนว่า “มานั่งมองดูกันอยู่ทำไมเล่า”

2And he said, “Behold, I have heard that there is grain for sale in Egypt. Go down and buy grain for us there, that we may live and not die.”

2ยาโคบพูดต่อไปว่า  “เราได้ยินว่ามีข้าวในอียิปต์ไปซื้อข้าวจากที่นั่นมาให้เรา   เพื่อเราจะได้มีกินไม่อดตาย”

3So ten of Joseph's brothers went down to buy grain in Egypt.

3พี่ชายของโยเซฟสิบคนก็ไปซื้อข้าวที่อียิปต์

4But Jacob did not send Benjamin, Joseph's brother, with his brothers, for he feared that harm might happen to him.

4แต่เบนยามินน้องชายของโยเซฟนั้นยาโคบไม่ให้ไปกับพี่ชาย   ด้วยกลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่เขา

5Thus the sons of Israel came to buy among the others who came, for the famine was in the land of Canaan.

5ดังนี้บรรดาบุตรชายของอิสราเอลก็ไปซื้อข้าว พร้อมกับคนทั้งหลายที่ไป   เพราะการกันดารอาหารก็เกิดในแคว้นคานาอัน  

6Now Joseph was governor over the land. He was the one who sold to all the people of the land. And Joseph's brothers came and bowed themselves before him with their faces to the ground.

6ฝ่ายโยเซฟเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน   ท่านเป็นผู้ที่ขายข้าวให้แก่บรรดาราษฎร   พวกพี่ชายของโยเซฟก็มากราบไหว้ท่าน  ก้มหน้าลงถึงดิน

7Joseph saw his brothers and recognized them, but he treated them like strangers and spoke roughly to them. “Where do you come from?” he said. They said, “From the land of Canaan, to buy food.”

7เมื่อโยเซฟเห็นพวกพี่ของตนก็รู้จัก   แต่ทำเป็นไม่รู้จัก   และพูดจาดุดันกับเขา   ท่านถามเขาว่า “พวกเจ้ามาจากไหน”  เขาตอบว่า   “มาจากแคว้นคานาอันเพื่อซื้ออาหาร”

8And Joseph recognized his brothers, but they did not recognize him.

8โยเซฟรู้จักพวกพี่ แต่พวกพี่หารู้จักท่านไม่


Joseph recognized his brothers, but they did not recognize Joseph. Why not? Well, there are several reasons.

โยเซฟ รับพี่น้องของเขา แต่พวกเขาไม่รู้จักโยเซฟ เพราะเหตุ ใด ดีมีเหตุผลหลาย

First of all, they thought he was dead; so they were not looking for him at all. They never expected to see him again, but he did expect to see them.

ประการ แรกพวกเขาคิดว่าตายแล้วจึงไม่ได้มองหาเขาเลย พวกเขาไม่เคยคาด ว่าจะเห็นเขาอีกครั้ง แต่เขาคาดหวังที่จะเห็น

Then, we must remember that many years had gone by. He was seventeen when they sold him, and now he is thirty-seven years old. 

แล้วเรา ต้องจำไว้ว่าได้ไปหลายปีโดย 17 เขาเมื่อพวกเขาขายเขาและตอนนี้เขาอายุ 37 ปี

He is dressed like an Egyptian, speaks and acts like an Egyptian.

เขาชอบ แต่งตัวอียิปต์, พูดและการกระทำเช่นอียิปต์

They all bow down before him. They got right down on their faces before Joseph.

พวกเขา ทั้งหมดนอบน้อมก่อนเขา พวกเขามีสิทธิ์ลงบนใบหน้าของ พวกเขาก่อนที่โยเซฟ

Here is the literal fulfillment of the dreams of Joseph. Do you remember how he had dreamed as a boy that all the sheaves of grain bowed down to his sheaf?

Here it is taking place, all his older brothers are down on their faces before him. 

ที่นี่ เติมเต็มแท้จริงในฝันของโยเซฟเป็น คุณจำว่า เขาเป็นเด็กฝันว่า ฟ่อนข้าว ของเม็ดก้มลงไปเก็บของเขาหรือไม่  นี่คือการที่ทุกพี่น้องเก่าของเขาลงบนใบหน้าของพวกเขา ก่อน

Genesis ปฐมกาล 37:7 Behold, we were binding sheaves in the field, and behold, my sheaf arose and stood upright. And behold, your sheaves gathered around it and bowed down to my sheaf.”

พวกเรากำลังมัดฟ่อนข้าวอยู่ในนา   ทันใดนั้น  ฟ่อนข้าวของฉันตั้งขึ้นยืนตรง   แต่ฟ่อนข้าวของพวกพี่ๆมาแวดล้อมกราบไหว้ฟ่อนข้าวของฉัน”


Joseph tests his brothers to see if they have changed verses 9-28

โยเซฟหาโอกาสให้พวกพี่ชายกลับใจเสียใหม่ บทที่ 9-28

9And Joseph remembered the dreams that he had dreamed of them. And he said to them, “You are spies; you have come to see the nakedness of the land.”

9โยเซฟระลึกถึงความฝันที่เห็นแต่ก่อนถึงเรื่อง เขา   ท่านกล่าวแก่พวกพี่ว่า   “พวกเจ้าเป็นคนสอดแนม  แอบมาดูความอ่อนแอของบ้านเมือง”

10They said to him, “No, my lord, your servants have come to buy food.

10พวกเขาจึงตอบว่า “นาย มิใช่เช่นนั้น   ข้าพเจ้าผู้รับใช้ของท่านมาซื้ออาหาร

11We are all sons of one man. We are honest men. Your servants have never been spies.”

11ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นบุตรร่วมบิดาเดียวกัน   เป็นคนซื่อสัตย์ ผู้รับใช้ของท่านมิใช่คนสอดแนม”

12He said to them, “No, it is the nakedness of the land that you have come to see.”

12โยเซฟบอกเขาอีกว่า “ไม่จริง   พวกเจ้ามาดูความอ่อนแอของบ้านเมือง”

13And they said, “We, your servants, are twelve brothers, the sons of one man in the land of Canaan, and behold, the youngest is this day with our father, and one is no more.”

13พวกพี่จึงตอบว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายผู้รับใช้ของท่านเป็นพี่น้องสิบสองคน   เป็นบุตรร่วมบิดาเดียวกัน   อยู่ในแคว้นคานาอัน   น้องสุดท้องยังอยู่กับบิดา   แต่น้องอีกคนหนึ่งเสียๆแล้ว”

14But Joseph said to them, “It is as I said to you. You are spies.

14โยเซฟตอบเขาว่า “ที่เราว่าพวกเจ้าเป็นคนสอดแนมนั้นจริงแน่ๆ

15By this you shall be tested: by the life of Pharaoh, you shall not go from this place unless your youngest brother comes here.

15เราจะทดลองพวกเจ้าดังนี้   โดยพระชนม์ฟาโรห์ พวกเจ้าจะไปจากที่นี่ไม่ได้   เว้นแต่น้องสุดท้องมาที่นี่

16Send one of you, and let him bring your brother, while you remain confined, that your words may be tested, whether there is truth in you. Or else, by the life of Pharaoh, surely you are spies.”

16พวกเจ้าต้องอยู่ในคุกก่อน   ให้คนหนึ่งในพวกเจ้าไปพาน้องมา เพื่อพิสูจน์ถ้อยคำของเจ้า   ว่าเจ้าพูดจริงหรือไม่   มิฉะนั้นโดยพระชนม์ฟาโรห์ พวกเจ้าเป็นคนสอดแนมแน่”

17And he put them all together in custody for three days.

17แล้วโยเซฟก็ขังพวกพี่ชายไว้ด้วยกันในคุกสามวัน  

18On the third day Joseph said to them, “Do this and you will live, for I fear God:

18ในวันที่สามโยเซฟบอกเขาว่า “ทำดังนี้แล้วจะรอดชีวิต เพราะเรายำเกรงพระเจ้า

19if you are honest men, let one of your brothers remain confined where you are in custody, and let the rest go and carry grain for the famine of your households,

19ถ้าพวกเจ้าเป็นคนซื่อสัตย์   จงให้คนหนึ่งในพวกเจ้าถูกจำอยู่ในคุก   คนอื่นนำข้าวไปเพื่อบรรเทาการกันดารอาหารที่บ้านของเจ้า

20and bring your youngest brother to me. So your words will be verified, and you shall not die.” And they did so.

20แล้วพาน้องสุดท้องมาหาเรา   ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่าพวกเจ้าพูดจริง   แล้วพวกเจ้าจะไม่ตาย”   พวกพี่ชายก็ยอม

21Then they said to one another, “In truth we are guilty concerning our brother, in that we saw the distress of his soul, when he begged us and we did not listen. That is why this distress has come upon us.”

21พวกพี่ชายจึงพูดกันว่า “ที่จริงเรามีความผิดเรื่องน้องเรา   เพราะเราได้เห็นความทุกข์ใจของน้องเมื่อเขาอ้อนวอนเรา   แต่แล้วมิได้ฟัง   เพราะฉะนั้นความทุกข์ใจทั้งนี้จึงบังเกิดแก่เรา”

22And Reuben answered them, “Did I not tell you not to sin against the boy? But you did not listen. So now there comes a reckoning for his blood.”

22ฝ่ายรูเบนพูดกับน้องทั้งหลายว่า   “ข้าห้ามเจ้าแล้วมิใช่หรือ   ว่าอย่าทำบาปผิดต่อเด็กนั้น  แต่พวกเจ้าไม่ฟัง   เหตุฉะนั้นการพิพากษาเรื่องโลหิตของน้องจึงมาถึง”

23They did not know that Joseph understood them, for there was an interpreter between them.

23พี่ชายไม่รู้ว่าโยเซฟฟังออก เพราะว่าเมื่อพูดกันมีคนเป็นล่าม

24Then he turned away from them and wept. And he returned to them and spoke to them. And he took Simeon from them and bound him before their eyes.

24โยเซฟก็ออกไปร้องไห้ แล้วกลับมาพูดกับเขาอีก   ท่านเอาสิเมโอนออกมามัดไว้ต่อหน้าพวกเขา

25And Joseph gave orders to fill their bags with grain, and to replace every man's money in his sack, and to give them provisions for the journey. This was done for them.

25โยเซฟบัญชาให้ใส่ข้าวในถุงของพี่ชายให้เต็ม   และใส่เงินของแต่ละคนไว้ในกระสอบของทุกคนด้วย   และให้เสบียงไปกินกลางทาง   คนใช้ก็ทำตาม

26Then they loaded their donkeys with their grain and departed.

26เมื่อพวกเขาบรรทุกข้าวใส่หลังลาเสร็จแล้ว ก็ออกเดินทางไป

27And as one of them opened his sack to give his donkey fodder at the lodging place, he saw his money in the mouth of his sack.

27ครั้นคนหนึ่งเปิดกระสอบออกจะเอาข้าวให้ลากิน ณ ที่หยุดพัก   ก็เห็นเงินอยู่ที่ปากกระสอบนั้น

28He said to his brothers, “My money has been put back; here it is in the mouth of my sack!” At this their hearts failed them, and they turned trembling to one another, saying, “What is this that God has done to us?”

28ผู้นั้นจึงบอกแก่พี่น้องว่า   “แน่ะ  เงินของฉันกลับคืนมาอยู่ที่ปากกระสอบของฉัน”   พี่น้องตกใจ  ตัวสั่น  หันหน้าเข้าหากันพูดกันว่า   “ที่พระเจ้าทรงกระทำดังนี้แก่เราจะเป็นอย่างไรหนอ” 


He is trying to get as much information as he can about his family without letting them know who he is. He accuses them of being spies.

เขา พยายามที่จะได้รับข้อมูลเท่าที่เขาสามารถเกี่ยวกับครอบครัวของเขาโดยไม่ให้ ทราบว่าที่เขาเป็น เขากล่าวหาพวกเขาเป็น สายลับ

There are only ten men there before him. They say that they really are twelve brothers and that one is home with their father.

มีเพียง 10 คนก่อนที่เขามี พวกเขากล่าวว่าจริงๆมีสิบสองพี่และว่าที่บ้านกับพ่อ

The other brother "is not" because they think Joseph is dead, not realizing that he is talking to them. 

พี่ชาย อื่น"ไม่ยู่"เนื่องจากพวกเขาคิดว่าโยเซฟเป็นตายไม่ทราบว่าเขาจะพูดคุยกับพวก เขา

Joseph really wants to see his younger brother Benjamin. 

โยเซฟมี ความปรารถนาดีเห็นพี่ชายของเขาน้องเบนจามิน

They are speaking in Hebrew, and Joseph can understand them. Joseph had been speaking to them through an interpreter. He didn't need to, but he did because he is acting as an Egyptian.

พวกเขา จะพูดในฮีบรูและโยเซฟสามารถเข้าใจ . โยเซฟได้รับการพูดถึงพวกเขาผ่านล่าม เขาไม่ต้อง แต่เขาเพราะเขาทำหน้าที่เป็นอียิปต์

The 10 brothers feel very guilty over what they did to the brother Joseph about 20 years earlier. 

พี่น้อง 10 คนรู้สึกผิดมากขึ้นสิ่งที่พวกเขาให้พี่ชายโยเซฟประมาณ 20 ปีก่อนหน้า

We can’t hide our sins from God.  If you feel guilty over a past sin in your life, confess it to God and do what you can with God’s help to make it right.

เราไม่ สามารถซ่อนบาปของเราจากพระเจ้า ถ้าคุณรู้สึกผิดบาปกว่าที่ผ่านมาในชีวิตของ คุณสารภาพเพื่อพระเจ้าและทำสิ่งที่คุณสามารถด้วยความช่วยเหลือของพระเจ้า เพื่อให้ถูกต้อง

Simeon stayed behind as a promise that they would return with their younger brother Benjamin. 

สิเม โอนอยู่เบื้องหลังเป็นสัญญาว่าจะกลับกับพี่ชายของน้องเบนยามิน

They didn’t know it at the time, Joseph didn’t take their money. He not only gave them back their payment for the grain, but he gave them food for the trip home.

พวกเขา ไม่ทราบว่าในขณะที่โจเซฟไม่ใช้เงินของพวกเขา เขาไม่เพียง แต่ให้พวกเขากลับการชำระเงินได้สำหรับเมล็ดข้าว แต่เขาได้ให้อาหารสำหรับการเดินทางกลับบ้าน


The brothers told their father Jacob they must return to Egypt verses 29-38

พวกพี่น้องแจ้งแก่ยาโคบว่า เขาต้องพาเบนยามินไปอียิปต์ บทที่ 29-38

29When they came to Jacob their father in the land of Canaan, they told him all that had happened to them, saying,

29เมื่อเขากลับไปพบยาโคบบิดาของเขาในแคว้นคานาอัน   เขาเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นแก่ตนให้บิดาฟัง

30“The man, the lord of the land, spoke roughly to us and took us to be spies of the land.

30“ท่านผู้นั้นเป็นเจ้านายของประเทศพูดจาดุดันกับพวกฉัน   เหมาเอาว่าพวกฉันเป็นผู้สอดแนมดูบ้านเมือง

31But we said to him, ‘We are honest men; we have never been spies.

31พวกฉันเรียนว่า   'ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นคนซื่อสัตย์  หาได้เป็นคนสอดแนมไม่

32We are twelve brothers, sons of our father. One is no more, and the youngest is this day with our father in the land of Canaan.’

32ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นบุตรร่วมบิดาเดียวกัน   มีพี่น้องสิบสองคนแต่น้องคนหนึ่งเสียๆแล้ว   น้องสุดท้องยังอยู่กับบิดาในแคว้นคานาอัน'

33Then the man, the lord of the land, said to us, ‘By this I shall know that you are honest men: leave one of your brothers with me, and take grain for the famine of your households, and go your way.

33แล้วท่านผู้เป็นเจ้านายของประเทศนั้นตอบว่า   'เพื่อจะรู้ว่าพวกเจ้าเป็นคนซื่อสัตย์   ให้ทำดังนี้ คือให้คนหนึ่งในพวกพี่น้องอยู่กับเรา   พวกเจ้าเอาข้าวไปเพื่อบรรเทาการกันดารอาหาร ที่บ้านของเจ้า   แล้วออกเดินทางไปเถิด

34Bring your youngest brother to me. Then I shall know that you are not spies but honest men, and I will deliver your brother to you, and you shall trade in the land.’”

34จงพาน้องสุดท้องมาหาเรา   เราจึงจะรู้แน่ว่าพวกเจ้ามิได้เป็นคนสอดแนม   แต่เป็นคนซื่อสัตย์   แล้วเราจะปล่อยพี่ชายไป   พวกเจ้ายังจะได้ค้าขายในประเทศนี้' ”  

35As they emptied their sacks, behold, every man's bundle of money was in his sack. And when they and their father saw their bundles of money, they were afraid.

35ครั้นพวกเขาแก้กระสอบข้าวออก   ก็เห็นห่อเงินของแต่ละคนอยู่ในกระสอบของตน   เมื่อเวลาพวกเขากับบิดาเห็นห่อเงินดังนั้น   ก็ตกใจ

36And Jacob their father said to them, “You have bereaved me of my children: Joseph is no more, and Simeon is no more, and now you would take Benjamin. All this has come against me.”

36ฝ่ายยาโคบบิดาจึงพูดว่า   “พวกเจ้าทำให้เราพลัดพรากจากลูกของเรา   โยเซฟก็เสียไปแล้ว   สิเมโอนก็เสียไปแล้ว  แล้วยังจะเอาเบนยามินไปอีกคน   เราต้องทนความทุกข์เหล่านี้ทั้งหมด”

37Then Reuben said to his father, “Kill my two sons if I do not bring him back to you. Put him in my hands, and I will bring him back to you.”

37รูเบนจึงบอกบิดาว่า “ถ้าลูกไม่พาเบนยามินกลับมาให้พ่อ   พ่อจงเอาบุตรชายทั้งสองคนของลูกฆ่าเสีย   จงมอบเบนยามินไว้ในความดูแลของลูกเถิด   ลูกจะนำกลับมาหาพ่ออีก”

38But he said, “My son shall not go down with you, for his brother is dead, and he is the only one left. If harm should happen to him on the journey that you are to make, you would bring down my gray hairs with sorrow to Sheol.”

38ยาโคบบอกว่า “เราไม่ยอมให้ลูกของเราไปกับเจ้า   เพราะพี่ชายก็ตายเสียแล้ว   เหลือแต่เบนยามินคนเดียว   ถ้าเกิดอันตรายแก่ลูกเราในเวลาเดินทางไปกับเจ้า   เจ้าจะพาผมหงอกของเราลงสู่แดนคนตายด้วยความทุกข์”


Jacob thinks that now he may lose his other favorite son Benjamin,  the other son of Rachel, and he says that if that happens he will die.

ยากอบ คิดว่าตอนนี้เขาอาจสูญเสียอื่น ๆ ลูกชายชอบเบนยามิน, ลูก ๆ ของ Rachel และเขากล่าวว่าหากที่เกิดขึ้นเขาจะตาย

So at first he says Benjamin can’t go and it looks like Simeon will have to stay in jail.  We will find out what happens next week.

ดัง นั้นในตอนแรกเขาเบนยามินกล่าวว่าไม่สามารถไปและดูเหมือนว่าสิเมโอนจะ ต้องอยู่ในคุก เราจะหาสิ่งที่เกิดขึ้นสัปดาห์หน้า

To Jacob (also known as Israel) things look very sad.  There is a new ruler down in Egypt who seems unkind, accusing his sons of being spies and kept one of them in jail, and now wants the youngest son to go down to Egypt too. 

ไปยัง ยากอบ (หรือเรียกว่าอิสราเอล) สิ่งที่หน้าเศร้ามาก มีเจ้าใหม่ลงในอียิปต์ที่ดูเหมือนเหี้ยมโหด, กล่าวโทษลูกชายของเขาถูกสายลับและเก็บไว้เป็นหนึ่งของพวกเขาในคุกและตอนนี้ ต้องการให้บุตรชายคนเล็กไปลงอียิปต์เกินไป

He needed some Bible verses that hadn’t been written yet.  

เขาต้อง การข้อพระคัมภีร์บางอย่างที่ไม่ได้ถูกเขียนยัง

  Romans โรม 8:28 And we know that for those who love God all things work together for good, for those who are called according to his purpose.

เรารู้ว่า   พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง   คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์

Philippians ฟีลิปปี1:6 And I am sure of this, that he who began a good work in you will bring it to completion at the day of Jesus Christ.

ข้าพเจ้าแน่ใจว่าพระองค์ผู้ทรงตั้งต้นการดีไว้ในพวกท่านแล้ว   จะทรงกระทำให้สำเร็จจนถึงวันแห่งพระเยซูคริสต์     

www.gotquestions.org/Thai

Genesis 42

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian Links Daily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash Cards Thai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top