Search the site

Calvary Chapel at the Bridge Phuket ThailandCalvary Chapel at the Bridge

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, December 28, 2016

 

Exodus อพยพบทที่ 5

Moses appeared before Pharaoh and difficulties increased

โมเสสเข้าเฝ้าฟาโรห์ และความยากลำบากเพิ่มขึ้น


Chapter 5 begins the conflict with Pharaoh.

บทที่ 5 เริ่มต้นด้วยความขัดแย้งกับฟาโรห์

The Pharaoh doesn’t believe in God at all, and he doesn’t want to let his slaves go free, not even for a short time. 

ฟาโรห์ไม่เชื่อพระเจ้าทั้งสิ้น   และพระองค์ไม่ทรงต้องการปล่อยพวกทาสให้เป็นอิสระ   แม้เพียงเวลาสั้น ๆ ก็ไม่ได้

The plagues are brought by God against the idolatry of Egypt.

พระเจ้าทรงทำให้เกิดภัยพิบัติ     โดยต่อต้านรูปเคารพของอียิปต์

It is a battle of God with the gods of Egypt.

พระเจ้าทรงทำสงครามกับเทพเจ้าแห่งอียิปต์

Moses met with the elders of Israel, and they went to the Pharaoh and presented their request. Pharaoh refused to let Israel go, and this opened the struggle between God and the gods of Egypt.

โมเสสได้พบปะกับพวกผู้ใหญ่แห่งอิสราเอล   และพวกเขาก็ไปเข้าเฝ้าฟาโรห์    และกราบทูลคำขอร้องของพวกเขา  ฟาโรห์ไม่ทรงยอมปล่อยให้คนอิสราเอลไป     และเท่ากับเปิดสงครามระหว่างพระเจ้าและเทพเจ้าของอียิปต์

We will see that each of the ten plagues that God sent was intentionally against a false belief that Egyptians had. 

เราจะเห็นว่าภัยพิบัติแต่ละอย่างในสิบอย่าง   ที่พระเจ้าทรงมุ่งมั่นต่อต้านความเชื่อผิดของชาวอียิปต์

God did not send a plague of frogs and then say, "I wonder what plague I should send next?." It was very purposeful and each a bit worse.

พระเจ้าไม่ทรงส่งภัยพิบัติจากฝูงกบ     แล้วตรัสว่า  "เราสงสัยว่าควรจะให้เกิดภัยพิบัติใดอีกต่อไป" มันมีความหมายและแต่ละอย่างจะเลวร้ายลงไปทีละนิด


Pharaoh asked the question, "Who is the Lord? I do not know Him, and I do not intend to let Israel go."

ฟาโรห์ทรงสอบถามว่า "พระเจ้าคือผู้ใดหรือ    เราไม่รู้จักพระองค์และเราไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยคนอิสราเอลไป"

So, God introduced Himself and did it by bringing plagues on the land of Egypt.

ดังนั้น  พระเจ้าจึงทรงแนะนำพระองค์เอง   และกระทำโดยนำภัยพิบัติมายังแผ่นดินอียิปต์

Exodus อพยพ7:5 The Egyptians shall know that I am the LORD, when I stretch out my hand against Egypt and bring out the people of Israel from among them.”

ชาวอียิปต์จะรู้ว่าเราคือพระเจ้า     ต่อเมื่อเราได้ยกมือขึ้นปราบอียิปต์   และพาชนชาติอิสราเอลออกจากพวกเขา”  

God used the plagues to deliver His people and to let the Egyptians know who He was.

พระเจ้าทรงให้เกิดภัยพิบัติหลายอย่าง  เพื่อจะทรงปลดปล่อยประชากรของพระองค์  และเพื่อให้ชาวอียิปต์ได้รู้จักว่าทรงเป็นผู้ใด

Each plague was directed at a different god of Egypt.

ภัยพิบัติแต่ละอย่างมุ่งตรงมาที่เทพเจ้าต่างกันของอียิปต์

The power in Egyptian religion was satanic and Satan grants power to those who worship him.

ในศาสนาอียิปต์อำนาจเป็นของซาตาน  และซาตานยกอำนาจให้แก่ผู้ที่นับถือมัน

God directed His plagues against the idolatry in Egypt, against Pharaoh, and against Satan. God exposed the gods of Egypt as false, and He showed Israel His ability to deliver them. 

พระเจ้าทรงกำกับการเกิดภัยพิบัติที่ทรงใช้ทำลายรูปเคารพในประเทศอียิปต์   ต่อสู้ฟาโรห์และต่อสู้ซาตาน  พระเจ้าทรงเผยให้เห็นว่าเทพเจ้าแห่งอียิปต์เป็นเท็จ   และพระองค์ทรงสำแดงให้เห็นพระปรีชาสามารถของพระองค์ที่จะทรงช่วยปลดปล่อยอิสราเอล

But at first the confrontation with the Pharaoh brought great trouble for the people of Israel. 

แต่ตอนแรกนั้นการเผชิญหน้ากับฟาโรห์นำความทุกข์ลำบากมาสู่คนอิสราเอล

Before they had to work hard and after Moses spoke to the Pharaoh it was way worse.

ก่อนนี้พวกเขาต้องทำงานอย่างหนัก   และหลังจากโมเสสได้ทูลต่อฟาโรห์  มันกลับหนักกว่านั้นอีก


Making Bricks Without Straw

การทำอิฐโดยไม่มีฟาง

1Afterward Moses and Aaron went and said to Pharaoh, “Thus says the LORD, the God of Israel, ‘Let my people go, that they may hold a feast to me in the wilderness.’”

1ต่อมาภายหลังโมเสสกับอาโรนพากันเข้าเฝ้าฟาโรห์ ทูลว่า   “พระเจ้าของอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า   'จงปล่อยประชากรของเราไป   เพื่อเขาจะได้ทำการเลี้ยงนมัสการเราในถิ่นทุรกันดาร' ”  

2But Pharaoh said, “Who is the LORD, that I should obey his voice and let Israel go? I do not know the LORD, and moreover, I will not let Israel go.”

2ฟาโรห์จึงตรัสว่า “พระเจ้านั้นเป็นผู้ใดเล่า เราจึงจะต้องฟังคำของพระองค์และปล่อยคนอิสราเอลไป   เราไม่รู้จักพระเจ้า   และยิ่งกว่านั้น เราจะไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไปเป็นอันขาด”

3Then they said, “The God of the Hebrews has met with us. Please let us go a three days' journey into the wilderness that we may sacrifice to the LORD our God, lest he fall upon us with pestilence or with the sword.”

3เขาทั้งสองจึงทูลว่า “พระเจ้าของคนฮีบรูทรงปรากฏแก่ข้าพระบาท   ดังนั้นขอโปรดให้ข้าพระบาททั้งหลายเดินทาง ไปในถิ่นทุรกันดารสักสามวัน   เพื่อจะได้ทำพิธีถวายสัตวบูชาแด่พระเจ้าของข้าพระบาท   หาไม่พระองค์จะทรงลงโทษพวกข้าพระบาทด้วยโรคภัย   หรือด้วยดาบ”  

4But the king of Egypt said to them, “Moses and Aaron, why do you take the people away from their work? Get back to your burdens.”

4กษัตริย์แห่งอียิปต์ตรัสกับเขาว่า “เจ้าโมเสสกับอาโรน   เจ้าจะให้ประชาชนละทิ้งการงานของเขาเสียทำไม   เจ้าจงกลับไปรับภาระตามหน้าที่ของเจ้า”

5And Pharaoh said, “Behold, the people of the land are now many, and you make them rest from their burdens!”

5ฟาโรห์ตรัสต่อไปว่า “ดูเถิด   เดี๋ยวนี้พวกไพร่ในประเทศนี้มีมาก   และเจ้าทั้งสองทำให้เขาต้องหยุดงานของเขาเสีย”  

6The same day Pharaoh commanded the taskmasters of the people and their foremen,

6ในวันนั้นเองฟาโรห์มีพระบัญชาสั่งนายงาน และนายกองของประชาชนว่า

7“You shall no longer give the people straw to make bricks, as in the past; let them go and gather straw for themselves.

7“ตั้งแต่วันนี้ไป   อย่าให้ฟางแก่พวกไพร่สำหรับใช้ทำอิฐเหมือนแต่ก่อน   แต่ให้เขาไปเที่ยวหาฟางเอาเอง

8But the number of bricks that they made in the past you shall impose on them, you shall by no means reduce it, for they are idle. Therefore they cry, ‘Let us go and offer sacrifice to our God.’

8ส่วนจำนวนอิฐซึ่งแต่ก่อนเกณฑ์ให้ทำเท่าไร   ก็จงเกณฑ์ให้ทำเท่านั้น  อย่าได้ลดหย่อนลง   เพราะ

ว่าเขาเกียจคร้าน   เหตุฉะนี้เขาจึงพากันร้องว่า   'ขอให้พวกข้าพระบาทไปถวายสัตวบูชาแด่พระเจ้าของพวกข้าพระบาท'

9Let heavier work be laid on the men that they may labor at it and pay no regard to lying words.”

9จงจัดหางานให้เขาทำหนักกว่าแต่ก่อน   เพื่อเขาจะได้ไม่มีเวลาไปฟังคำพูดเหลวไหล”  

10So the taskmasters and the foremen of the people went out and said to the people, “Thus says Pharaoh, ‘I will not give you straw.

10ฝ่ายนายงานและนายกองของประชาชนก็ออกไปบอกว่า   “ฟาโรห์รับสั่งดังนี้ว่า   'เราจะไม่ยอมให้ฟางแก่พวกเจ้าเลย

11Go and get your straw yourselves wherever you can find it, but your work will not be reduced in the least.’”

11เจ้าจงไปหาฟางมาเองตามแต่จะหามาได้เถิด   แต่งานที่เกณฑ์นั้นก็ไม่ลดหย่อนให้เลย' ”

12So the people were scattered throughout all the land of Egypt to gather stubble for straw.

12ประชาชนเหล่านั้นจึงแยกย้ายกันไปทั่วแผ่นดินอียิปต์   เก็บตอฟางมาแทนฟาง

13The taskmasters were urgent, saying, “Complete your work, your daily task each day, as when there was straw.”

13นายงานก็เร่งรัดว่า “จงทำงานประจำวันของ เจ้าให้เสร็จครบเหมือนเมื่อยังมีฟางอยู่”

14And the foremen of the people of Israel, whom Pharaoh's taskmasters had set over them, were beaten and were asked, “Why have you not done all your task of making bricks today and yesterday, as in the past?”

14นายกองของชนชาติอิสราเอล   ซึ่งนายงานของฟาโรห์ตั้งให้เป็นผู้บังคับเขานั้น   ก็ถูกตีและถูกถามว่า “ทำไมหมู่นี้จึงไม่ได้อิฐที่เกณฑ์ไว้เต็มจำนวนเหมือนแต่ก่อน”  

15Then the foremen of the people of Israel came and cried to Pharaoh, “Why do you treat your servants like this?

15นายกองของชนชาติอิสราเอลจึงมาร้องทูลต่อฟาโรห์ว่า   “เหตุไฉนฝ่าพระบาทจึงทรงกระทำดังนี้แก่พวกทาส

16No straw is given to your servants, yet they say to us, ‘Make bricks!’ And behold, your servants are beaten; but the fault is in your own people.”

16เขามิได้ให้ฟางแก่พวกทาสของฝ่าพระบาทเลย   แต่เขาสั่งว่า ทำอิฐซิ' ดูเถิด ข้าแต่ฝ่าพระบาท เขาโบยตีพวกทาส   แต่ข้าราชการของฝ่าพระบาทเองเป็นฝ่ายผิด”  

17But he said, “You are idle, you are idle; that is why you say, ‘Let us go and sacrifice to the LORD.’

17ฟาโรห์ตรัสว่า “พวกเจ้าเกียจคร้าน   เกียจคร้านจริงๆ   พวกเจ้าจึงมาร้องว่า   'ขอให้ข้าพระบาทไปถวายสัตวบูชาแด่พระเจ้า'

18Go now and work. No straw will be given you, but you must still deliver the same number of bricks.”

18เหตุฉะนั้นเจ้าจงไปทำงานเดี๋ยวนี้   ฟางนั้นเขาจะไม่ให้พวกเจ้าเลย   แต่จำนวนอิฐที่เกณฑ์ไว้นั้น   พวกเจ้าจะต้องทำมาให้ครบจำนวน”  

19The foremen of the people of Israel saw that they were in trouble when they said, “You shall by no means reduce your number of bricks, your daily task each day.”

19นายกองชนชาติอิสราเอลเมื่อถูกสั่งว่า   “ไม่ให้ลดหย่อนจำนวนอิฐที่ถูกเกณฑ์ให้ทำทุกๆวันลง”   ก็เห็นว่าตนถูกแกล้งแล้ว

2They met Moses and Aaron, who were waiting for them, as they came out from Pharaoh;

20ครั้นออกมาจากเฝ้าฟาโรห์   เขาพบโมเสสกับอาโรนยืนคอยเขาอยู่

21and they said to them, “The LORD look on you and judge, because you have made us stink in the sight of Pharaoh and his servants, and have put a sword in their hand to kill us.”

21จึงกล่าวแก่เขาทั้งสองว่า “ขอพระเจ้าทรงพิจารณา   และพิพากษาลงโทษท่านทั้งสอง   เพราะท่านกระทำให้พวกข้าพเจ้าเป็นที่เกลียดชังต่อฟาโรห์   และต่อข้าราชการทั้งปวงของพระองค์   เหมือนหนึ่งเอาดาบใส่มือเขาให้ฆ่าพวกข้าพเจ้าเสีย”

22Then Moses turned to the LORD and said, “O LORD, why have you done evil to this people? Why did you ever send me?

22โมเสสจึงกลับไปทูลพระเจ้าว่า “ข้าแต่พระเจ้า   เหตุไฉนพระองค์ทรงทำรุนแรงแก่ชนชาตินี้   เหตุไฉนพระองค์จึงทรงใช้ข้าพระองค์มา

23For since I came to Pharaoh to speak in your name, he has done evil to this people, and you have not delivered your people at all.”

23ตั้งแต่ข้าพระองค์ไปเฝ้าฟาโรห์   และทูลในพระนามของพระองค์แล้ว   ฟาโรห์ก็ทำทารุณแก่ชนชาตินี้   ส่วนพระองค์ก็มิได้ทรงช่วย ประชากรของพระองค์ให้พ้นความทุกข์เลย”


The Pharaoh thought, they don't have enough to do. They want to go out and sacrifice to their God, so give them more work to do.

ฟาโรห์ทรงคิดว่า   พวกเขาไม่ได้มีงานพอที่จะทำ   พวกเขาต้องการที่จะออกไปและถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าของพวกเขา     ดังนั้นจงให้พวกเขามีงานที่ต้องทำมากขึ้นอีก

Make them produce the same number of bricks but don't furnish the straw anymore. Let them go and gather the straw for themselves. 

จงสั่งให้พวกเขาผลิตอิฐจำนวนเท่าเดิม  แต่ไม่ให้ฟางอีกต่อไป  ให้พวกเขาไปหาฟางเอาเอง

They were still required to make the same amount of bricks and when they didn’t they were beaten. 

ฝ่ายคนของฟาโรห์ยังคงต้องเรียกร้องจำนวนอิฐเท่าเดิม   และเมื่อพวกเขาไม่ออกไป  พวกเขาก็ถูกเฆี่ยนตี

The people of Israel then blamed Moses and Aaron for this cruel punishment from the Pharaoh, and said you haven’t delivered us at all, you’ve just made matters way worse.

แล้วพลเมืองอิสราเอลก็ตำหนิโมเสสและอาโรน   ที่ทำให้พวกเขารับการลงโทษที่โหดร้ายนี้จากฟาโรห์    และบอกว่าพวกท่านยังไม่ได้ปลดปล่อยเราได้เลย  แค่ท่านได้ทำให้เรื่องเลวร้ายยิ่งขึ้น

Moses prayed to the Lord, and said, Lord, why have you done evil to the people? Why did you send Me. 

โมเสสจึงอธิษฐานต่อพระเจ้าและทูลว่า   พระเจ้าข้า  ทำไมพระองค์ได้ทรงกระทำให้ประชาชนแย่ลง   ทำไมพระองค์ได้ทรงส่งข้าพเจ้าไป

He may have said, God, I told you I didn't want to come.

ท่านอาจได้ทูลว่า  พระเจ้าข้า  ข้าพเจ้ากราบเรียนพระองค์แล้วว่าข้าพเจ้าไม่ต้องการที่จะมา

Why did you send me Lord?

ทำไมพระองค์ได้ทรงส่งข้าพเจ้ามา


Pastor Chuck Smith notes, it is interesting in the city of Pithom, that the children of Israel made for the Pharaoh, that the archeologists in uncovering the ancient city of Pithom found walls where the lower layers of the bricks have cut, even straw in the bricks.

บาทหลวง ชัค สมิ ธ บอกว่า  มันน่าสนใจในเมืองไพธอม  สิ่งที่ลูกหลานอิสราเอลสร้างไว้สำหรับฟาโรห์  ว่าในการเปิดเผยเมืองโบราณไพธอม  นักโบราณคดีพบว่ากำแพงที่ชั้นล่างก่อด้วยอิฐได้ถูกเจาะไป   แม้แต่ฟางในก้อนอิฐ

As you get into the higher layers of the same wall, the bricks have uneven straw scattered in them, and in the upper layer of the bricks in the same wall there is all kinds of stubble, roots and everything else mixed in with the bricks which are proof of the story that is here in Exodus.

ในขณะที่คุณดูการเรียงอิฐชั้นที่สูงขึ้นของกำแพงเดียวกัน    อิฐได้ก่อด้วยฟางไม่เรียบกระจายอยู่ในอิฐเหล่านั้น   และในการเรียงอิฐชั้นบนของกำแพงเดียวกัน   มีทุกชนิดทั้งตอซัง  รากและทุกอย่างอื่นๆ ผสมกันเป็นอิฐ   ซึ่งเป็นหลักฐานของเรื่องที่อยู่พระธรรมอพยพบอกตรงนี้

There in the walls, in the ruins of Pithom, you can see the various bricks as the task was made harder.

ที่นั่นในกำแพงต่างๆ   ในซากปรักหักพังของเมืองไพธอม   คุณสามารถมองเห็นอิฐหลากหลายแบบ  เป็นงานที่ทำยากมาก

As first of all they refused to give them the straw, and made them gather straw, and then later said, "You just gather stubble whatever you can".

ก่อนอื่นทั้งหมดที่พวกฝ่ายอียิปต์ปฏิเสธที่จะให้ฟางแก่คนอิสราเอล   และสั่งให้พวกเขาออกหาฟางและจากนั้นในภายหลังกล่าวว่า " พวกเจ้าเพียงแค่เก็บตอฟางอะไรก็ได้ตามที่พวกเจ้าสามารถ"

And so there's the weeds and the roots and all that were in the upper level of the bricks..

และดังนั้น  จึงมีวัชพืชและรากพืชมากมาย   และทั้งหมดที่อยู่ในก้อนอิฐที่วางระดับชั้นบน

Moses is beginning his problems with the children of Israel.

โมเสสกำลังเริ่มพบปัญหาของท่านกับลูกหลานอิสราเอล

They are complainers and grumblers. 

พวกเขาเป็นคนขี้บ่นและชอบบ่นพึมพำ

Here they're crying unto God, "Oh God deliver us."

ที่นี่พวกเขากำลังร้องครวญต่อพระเจ้า "โอ พระเจ้า ขอทรงช่วยปลดปล่อยเราให้พ้น"

God sends a deliverer, and the first thing they do is start to give him a bad time. They continue to give him a bad time the rest of his life.

พระเจ้าทรงส่งผู้ปลดปล่อย   และสิ่งแรกที่พวกเขาทำคือเริ่มต้นทำให้ท่านพบความยากลำบาก  พวกเขายังคงทำให้ท่านยากลำบากในชีวิตส่วนที่เหลือของท่าน

I really feel for Moses and the task that he had in leading these people out and into the wilderness.

ผมรู้สึกได้กับโมเสสและงานหนักที่ท่านนำประชากรเหล่านี้ออกมาและเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร


Often Satan, when you are doing a work of God, will oppose you.  There will be a spiritual battle. 

เมื่อคุณกำลังทำพระราชกิจของพระเจ้า  บ่อยครั้งที่ซาตานจะขัดขวางคุณ จะมีสงครามฝ่ายจิตวิญญาณ

Sometimes it looks like things have just gotten so much worse, you wonder, "Oh man, did God really tell me that?"

บางครั้งก็ดูเหมือนว่าสิ่งต่างๆ กำลังเลวร้ายลงอีก  คุณสงสัยว่า "โอ พระเจ้าตรัสบอกข้าพเจ้าจริงเช่นนั้นหรือ"

Or, "Did God really call me?"

หรือ " พระเจ้าทรงเรียกข้าพเจ้าจริงหรือ"

He does his best to discourage in the work you do for God.

มารพยายามที่สุดที่จะกีดกันงานที่คุณทำเพื่อพระเจ้า

Many problems can come up when you make a commitment to God and you desire to serve the Lord. Satan will do his best to discourage you.

ปัญหาหลายอย่างสามารถเกิดขึ้นเมื่อคุณมีความมุ่งมั่นถวายตัวต่อพระเจ้า    และคุณต้องการที่จะรับใช้พระเจ้า   ซาตานจะพยายามที่สุดที่จะทำให้คุณท้อแท้ใจ

So often things look like they have just gone from bad to calamity because you've launched out in faith to do a work for God.

บ่อยครั้งสิ่งต่างๆจะมีลักษณะเหมือนว่ามันได้แย่ลงจนเกิดหายนะ    เพราะคุณได้เปิดตัวว่ามีความเชื่อที่จะทำงานถวายพระเจ้า

Satan will do his best to hinder it and stop it at the beginning.

ซาตานจะพยายามที่สุดที่จะขัดขวางมันและหยุดในตอนเริ่มต้น

He'll do anything to stop it, discouragement, lies, anything to stop that work of God that you endeavor for Him.

มันจะทำอะไรก็ได้เพื่อหยุดยั้ง  บั่นทอนกำลังใจ    โกหก   อะไรที่จะหยุดการทำงานของพระเจ้าที่คุณบากบั่นจะรับใช้พระองค์

So that secret is "just keep on".

ดังนั้นความลับนั้นคือ " จงทำต่อไป"

If God has called you to a task, "just do it".

ถ้าพระเจ้าได้ทรงเรียกคุณให้ทำงาน " เพียงแค่ทำมันเถอะ"

Don't get discouraged at initial responses. 

อย่าท้อแท้ใจในการตอบสนองในตอนเริ่มต้น

If God has called you to do it, stick with it, God will bring you through. God will work.

ถ้าพระเจ้าได้ทรงเรียกคุณให้ทำ   จงยึดมั่นไว้   พระเจ้าจะทรงให้คุณทำมันได้ พระเจ้าจะทรงทำงาน

Ephesians เอเฟซัส6:12-13 12For we do not wrestle against flesh and blood, but against the rulers, against the authorities, against the cosmic powers over this present darkness, against the spiritual forces of evil in the heavenly places.

12เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด   แต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง   ศักดิเทพ   เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้   ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ

13Therefore take up the whole armor of God, that you may be able to withstand in the evil day, and having done all, to stand firm.

13เหตุฉะนั้นจงรับยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าไว้   เพื่อท่านจะได้ต่อต้านในวันอันชั่วร้ายนั้น   และเมื่อเสร็จแล้วจะอยู่อย่างมั่นคงได้


I believe the misunderstanding in the community that we Christians were charging the border patrol police to stay in the Community Center, when we weren’t and they were going to ask us to leave, is an example of spiritual warfare. 

ผมเชื่อว่าเกิดความเข้าใจผิดขึ้นในชุมชน    ที่ว่าเราคริสตชนกำลังเรียกเก็บเงินตำรวจทางหลวงเพื่อจะเข้าพักในศูนย์ชุมชน    เมื่อเราไม่ได้ทำ  และพวกเขากำลังขอให้เราออกไป  นี่เป็นตัวอย่างของสงครามฝ่ายจิตวิญญาณ

Another example was when our two students left suddenly without notice to go work in another ministry, even though their leader told them not to. 

อีกตัวอย่างหนึ่งคือเมื่อนักศึกษาสองคนของเราลาออกอย่างกะทันหันโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า  เพื่อที่จะไปทำงานพันธกิจอื่น   แม้ว่าผู้นำของพวกเขาห้ามไม่ให้พวกเขาไป

Another is when one of our ladies who recently accepted Christ and had a Bible study in her home, and we took her to the hospital, now she doesn’t want us to come to her house anymore.  

อีกอย่างก็คือ   เมื่อสตรีคนหนึ่งของกลุ่มเรา  ที่เพิ่งต้อนรับพระคริสต์เร็วๆ นี้   และมีการศึกษาพระคัมภีร์ในบ้านของเธอ   และเราได้พาเธอไปโรงพยาบาล    ตอนนี้เธอไม่ต้องการให้เรามาที่บ้านของเธออีกต่อไป

These are spiritual battles. 

เหล่านี้เป็นสงครามฝ่ายจิตวิญญาณ

The Enemy is opposing us. 

พวกศัตรูกำลังขัดขวางเรา

We must stand firm.

เราต้องยืนให้มั่นคง

Exodus 5

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian Links Daily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash Cards Thai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top