Friday, December 9, 2016

 

Genesis 48 Jacob Blesses Ephraim and Manasseh

ปฐมกาล48 ยาโคบอวยพรเอฟราอิมและมนัสเสห์

Since Jacob had rejected Reuben, Joseph was now performing the duties of the firstborn son, which would include the burial of his father.

เมื่อยาโคบได้ปฏิเสธรูเบ็น, โยเซฟได้ขณะนี้การปฏิบัติหน้าที่ของลูกชายคนแรกซึ่งจะรวมถึงพิธีฝังศพของบิดา

Jacob knew that his days were numbered, and he wanted to be sure that he would be buried in the Promised Land and not in Egypt. 

ยาโคบรู้ว่าวันของเขามีจำนวนและเขาต้องการให้แน่ใจว่าเขาจะฝังในสัญญาที่ดินและไม่อยู่ในอียิปต์

Jacob is sick and nearing death. 

ยาโคบจะป่วยและใกล้ตาย

Joseph comes to visit him with his two sons Ephraim and Manasseh and Jacob gave them his blessing as if they were his own sons.

โยเซฟมาเยี่ยมเขากับบุตรชายสองคนของเขาเอฟราอิมและมนัสเสห์และ ยาโคบ ได้ให้พรเขาราวกับว่าบุตรของเขาเอง

Hebrews ฮีบรู11:21 By faith Jacob, when dying, blessed each of the sons of Joseph, bowing in worship over the head of his staff.

เพราะยาโคบมีความเชื่อฉะนั้นเมื่อจะตายจึงได้อวยพรแก่บุตรทั้งสองของโยเซฟ   และได้นมัสการพระเจ้าเหนือหัวไม้เท้าของท่าน

1After this, Joseph was told, “Behold, your father is ill.” So he took with him his two sons, Manasseh and Ephraim.

1ต่อมามีคนเรียนโยเซฟว่า “บิดาของท่านป่วย”   โยเซฟก็พามนัสเสห์และเอฟราอิมบุตรทั้งสองของตนไป

2And it was told to Jacob, “Your son Joseph has come to you.” Then Israel summoned his strength and sat up in bed.

2มีคนบอกยาโคบว่า “โยเซฟบุตรชายมาหาท่าน”   อิสราเอลก็รวบรวมกำลังลุกขึ้นนั่งบนที่นอน

3And Jacob said to Joseph, “God Almighty appeared to me at Luz in the land of Canaan and blessed me,

3ยาโคบจึงพูดกับโยเซฟว่า “พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์   ได้สำแดงพระองค์แก่พ่อที่ตำบลลูสในแคว้นคานาอัน   ทรงอวยพระพรแก่พ่อ

4and said to me, ‘Behold, I will make you fruitful and multiply you, and I will make of you a company of peoples and will give this land to your offspring after you for an everlasting possession.’

4และตรัสแก่พ่อว่า   'เราจะให้เจ้ามีลูกดกทวียิ่งขึ้นและเราจะทำให้ เจ้าเป็นชนชาติหลายชาติ   และจะยกดินแดนนี้ให้แก่พงศ์พันธุ์ของเจ้าเป็นกรรมสิทธิ์ เป็นนิตย์'

5And now your two sons, who were born to you in the land of Egypt before I came to you in Egypt, are mine; Ephraim and Manasseh shall be mine, as Reuben and Simeon are.

5ส่วนบุตรทั้งสองของเจ้าที่เกิดแก่เจ้าในประเทศอียิปต์ ก่อนพ่อมาหาเจ้าในอียิปต์ก็เป็นบุตรของเรา   เอฟราอิมและมนัสเสห์จะต้องเป็นของพ่อเหมือนรูเบน และสิเมโอน

6And the children that you fathered after them shall be yours. They shall be called by the name of their brothers in their inheritance.

6ส่วนบุตรของเจ้าที่เกิดมาภายหลังจะนับเป็นบุตรของเจ้า   เขาจะได้ชื่อตามพี่ชายในการรับมรดกของเขา

7As for me, when I came from Paddan, to my sorrow Rachel died in the land of Canaan on the way, when there was still some distance to go to Ephrath, and I buried her there on the way to Ephrath (that is, Bethlehem).”

7เมื่อพ่อจากปัดดานมา   ก็เศร้าใจที่ราเชลสิ้นชีวิตในแคว้นคานาอันขณะอยู่ตาม ทางยังห่างจากเอฟราธาห์   แล้วเราได้ฝังศพไว้ริมทางไปเอฟราธาห์   (คือเบธเลเฮม)”  

8When Israel saw Joseph's sons, he said, “Who are these?”

8อิสราเอลเห็นบุตรทั้งสองของโยเซฟจึงถามว่า   “นี่ใคร”

9Joseph said to his father, “They are my sons, whom God has given me here.” And he said, “Bring them to me, please, that I may bless them.”

9โยเซฟตอบบิดาว่า  “นี่เป็นบุตรที่พระเจ้าประทานแก่ลูกในเมืองนี้”   อิสราเอลจึงว่า   “ขอเจ้าพาบุตรทั้งสองเข้ามาเพื่อเราจะได้ให้พรแก่เขา”

10Now the eyes of Israel were dim with age, so that he could not see. So Joseph brought them near him, and he kissed them and embraced them.

10ตาของอิสราเอลมืดมัวไปเพราะชรา   มองอะไรไม่เห็น   โยเซฟพาบุตรเข้ามาใกล้บิดา   อิสราเอลก็จุบกอดเขา

11And Israel said to Joseph, “I never expected to see your face; and behold, God has let me see your offspring also.”

11อิสราเอลบอกโยเซฟว่า  “แต่ก่อนพ่อคิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้าเจ้า   แต่พระเจ้าทรงโปรดให้พ่อเห็นทั้งลูกของเจ้าด้วย”

These two grandsons, the two sons of Joseph, will each become a tribe. Jacob had twelve sons and now the two sons of Joseph are each to become a tribe.

เหล่านี้หลานชายสองคนสองบุตรของโยเซฟแต่ละจะกลายเป็นเผ่า ยาโคบมีบุตรสิบสองและขณะนี้บุตรชายสองคนของแต่ละเซฟโยมีเป็นเผ่า

There was no tribe of Joseph, but there were the tribes of Ephraim and Manasseh, and that makes thirteen but the tribe of Levi was not counted as a tribe.

มีเผ่าโยเซฟไม่ได้ แต่มีชาวของเอฟราอิมและมนัสเสห์และ 13 แต่ที่ทำให้เผ่าเลวีไม่ได้นับเป็นชาว

They became the priestly tribe and were not given any land or territory but were scattered as priests throughout the other tribes. So they were not counted as a tribe. 

พวกเขากลายเป็นชาวพระและไม่ได้รับที่ดินหรือพื้นที่ แต่มีกระจายเป็นพระสงฆ์ตลอดเผ่าอื่นๆ ดังนั้นพวกเขาไม่นับเป็นชาว

Ephraim and Manasseh are over 17 years old because they were born before Jacob came to Egypt.

เอฟราอิมและมนัสเสห์มากกว่า 17 ปีเพราะเกิดก่อนยาโคบมาถึงอียิปต์

Ephraim and Manasseh become heads of two tribes but Ephraim is favored more เอฟราอิมกับมนัสเสห์จะเป็นหัวหน้าตระกูลสองตระกูลของอิสราเอล


Ephraim and Manasseh become heads of two tribes but Ephraim is favored more

เอฟราอิมกับมนัสเสห์จะเป็นหัวหน้าตระกูลสองตระกูลของอิสราเอล

12Then Joseph removed them from his knees, and he bowed himself with his face to the earth.

12โยเซฟเอาบุตรลงจากเข่าของท่าน   แล้วกราบลงถึงดิน

13And Joseph took them both, Ephraim in his right hand toward Israel's left hand, and Manasseh in his left hand toward Israel's right hand, and brought them near him.

13โยเซฟจูงบุตรทั้งสองเข้าไปใกล้บิดามือขวาจับ เอฟราอิมให้อยู่ข้างซ้ายอิสราเอล   และมือซ้ายจับมนัสเสห์ให้อยู่ข้างขวาอิสราเอล

14And Israel stretched out his right hand and laid it on the head of Ephraim, who was the younger, and his left hand on the head of Manasseh, crossing his hands (for Manasseh was the firstborn).

14ฝ่ายอิสราเอลก็เหยียดมือขวาออกวางบน ศีรษะเอฟราอิมผู้เป็นน้อง   และมือซ้ายวางไว้บนศีรษะมนัสเสห์   เหยียดมือออกไขว้กันเช่นนั้น   เพราะมนัสเสห์เป็นบุตรหัวปี

15And he blessed Joseph and said,“The God before whom my fathers Abraham and Isaac walked,

the God who has been my shepherd all my life long to this day,

15แล้วอิสราเอลกล่าวคำอวยพรแก่โยเซฟว่า   “ขอพระเจ้าที่อับราฮัมและอิสอัคบิดาข้าพเจ้า  
  ดำเนินอยู่เฉพาะพระพักตร์นั้น   ขอพระเจ้าผู้ทรงบำรุงเลี้ยงชีวิตข้าพเจ้า   ตั้งแต่เกิดมาจนวันนี้  

16the angel who has redeemed me from all evil, bless the boys;

and in them let my name be carried on, and the name of my fathers Abraham and Isaac;

and let them grow into a multitude in the midst of the earth.”

16ขอทูตสวรรค์ที่ได้ช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากความชั่วร้ายทั้งสิ้น   โปรดอวยพรแก่เด็กทั้งสองนี้   ให้เขาสืบชื่อของข้าพเจ้าและชื่อของอับราฮัม และชื่อของอิสอัคบิดาของข้าพเจ้าไว้ และขอให้เขาเจริญขึ้นเป็นมวลชนบนแผ่น ดินเถิด”  

17When Joseph saw that his father laid his right hand on the head of Ephraim, it displeased him, and he took his father's hand to move it from Ephraim's head to Manasseh's head.

17ฝ่ายโยเซฟเมื่อเห็นบิดาวางมือข้างขวาบนศีรษะของ เอฟราอิมก็ไม่พอใจ   จึงจับมือบิดาจะยกจากศีรษะเอฟราอิมวางบนศีรษะมนัสเสห์

18And Joseph said to his father, “Not this way, my father; since this one is the firstborn, put your right hand on his head.”

18โยเซฟเตือนบิดาว่า  “ไม่ถูก  คุณพ่อ   เพราะคนนี้เป็นหัวปี   ขอพ่อวางมือขวาบนศีรษะคนนี้เถิด”

19But his father refused and said, “I know, my son, I know. He also shall become a people, and he also shall be great. Nevertheless, his younger brother shall be greater than he, and his offspring shall become a multitude of nations.”

19บิดาก็ไม่ยอม   ตอบว่า   “พ่อรู้แล้ว  ลูกเอ๋ย   พ่อรู้แล้ว  เขาจะเป็นคนเผ่าหนึ่งด้วย   และเขาจะใหญ่โตด้วย  อย่างไรก็ดีน้องชายจะใหญ่โตกว่าพี่   และพงศ์พันธุ์ของน้องนั้นจะเป็นคนหลายประชาชาติด้วยกัน”

20So he blessed them that day, saying,“By you Israel will pronounce blessings, saying,

‘God make you as Ephraim and as Manasseh.’”Thus he put Ephraim before Manasseh.

20วันนั้นอิสราเอลก็ให้พรแก่ทั้งสองคนว่า   “พวกอิสราเอลจะใช้ชื่อเจ้าให้พรว่า  
  'ขอพระเจ้าทรงโปรดให้ท่านเป็นเหมือนเอฟราอิม   และเหมือนมนัสเสห์  เถิด' ”  

อิสราเอลจึงให้เอฟราอิมเป็นใหญ่กว่ามนัสเสห์

21Then Israel said to Joseph, “Behold, I am about to die, but God will be with you and will bring you again to the land of your fathers.

21อิสราเอลบอกโยเซฟว่า   “ดูเถิด   เราจะตายแล้ว  แต่พระเจ้าจะทรงสถิตอยู่กับพวกเจ้า   จะพาพวกเจ้ากลับไปสู่ดินแดนของบรรพบุรุษของเจ้า

22Moreover, I have given to you rather than to your brothers one mountain slope that I took from the hand of the Amorites with my sword and with my bow.”

22ยิ่งกว่านั้นอีก   เราจะยกเนินเขาแห่งหนึ่งที่เราตีได้จากคนอาโมไรต์   ด้วยดาบและธนูของเรานั้นให้แก่เจ้า   แทนที่จะให้พี่น้องของเจ้า”

Ephraim is to become the leader above Manasseh. These two tribes worked closely together in the wilderness and when they first came into the Promised Land.

เอฟราอิมคือการเป็นผู้นำเหนือมนัสเสห์ ทั้งสองเผ่าร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิดในถิ่นทุรกันดารและเมื่อพวกเขาก่อนมาเป็นที่ดินสัญญาไว้

Joshua came out of the tribe of Ephraim.  Bethlehem is in the territory given to the tribe Ephraim. 

โยชูวามาจากเผ่าเอฟราอิม Bethlehem อยู่ในพื้นที่ให้กับชาวเอฟราอิม

Even though Jacob couldn't see too well, he could tell what Joseph was doing.

แม้ยากอบไม่เห็นด้วยดีเขาจะบอกว่าโยเซฟถูกทำ

Joseph was pushing the older son to the position of Jacob's right hand and the younger son toward the left hand. So he just switched hands. He crossed his hands and put his right hand on the younger son.

โยเซฟถูกผลักดันลูกเก่าไปยังตำแหน่งของมือขวาของยากอบและลูกน้อยสู่มือซ้าย ดังนั้นเขาก็เปลี่ยนมือ เขาข้ามมือของเขาและวางมือขวาของเขาที่บุตรชายน้อย

 Apparently he acted in faith and with wisdom from God.  God had chosen the younger grandson for greater honor.  Similarly later David, the youngest son of Jesse, would be chosen as the second king of Israel. 

กระจ่างเขากระทำในความเชื่อและมีปัญญาจากพระเจ้า พระเจ้าหลานเลือกน้อยสำหรับเกียรติมาก ในทำนองเดียวกันต่อมาดาวิดบุตรชายคนเล็กของเจสซีจะเลือกให้เป็นกษัตริย์องค์ที่สองของอิสราเอล

God sees who will be humble, who will be yielded to Him, and who will obey Him. 

พระเจ้าเห็นที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนที่จะให้ผลให้พระองค์และผู้ที่จะเชื่อฟังพระองค์

God had chosen Abel, not Cain; Isaac, not Ishmael; Jacob, not Esau; and Joseph, not Reuben; and now He chose Ephraim over Manasseh.

พระเจ้าทรงเลือกอาเบลไม่เคน; อิสหากไม่อิสมาอีล; ยากอบไม่ Esau และ โยเซฟ ไม่ รูเบ็น และตอนนี้เขาเลือกเอฟราอิมกว่ามนัสเสห์

Jacob reviewed some of the experiences of his life with God, beginning with the promises God had given him at Bethel and including the death of his beloved wife Rachel, Joseph’s mother.

ยากอบ ทานของประสบการณ์ชีวิตของเขากับพระเจ้าเริ่มต้นด้วยสัญญาพระเจ้าทรงให้เขา ที่เบ็ ธ เอลและรวมถึงการตายของภรรยาของเขารักแม่เรเชลของโยเซฟ

Jacob assured Joseph that God would multiply their number and one day take them out of Egypt into their inheritance in the land of Canaan.

ยากอบโยเซฟมั่นใจว่าพระเจ้าจะคูณจำนวนและวันหนึ่งจะออกจากอียิปต์เป็นมรดกในแผ่นดินคานาอัน

Joseph’s two sons, Manasseh and Ephraim, would have an inheritance in that land, because their grandfather was adopting them. 

บุตรชายสองคนของโยเซฟ, มนัสเสห์และเอฟราอิม, จะมีมรดกในแผ่นดินนั้นเพราะคุณปู่ของพวกเขาคือการนำพวกเขา

In blessing Joseph’s sons, Jacob also blessed Joseph; for the tribes of Ephraim and Manasseh became strong leaders in Israel.

ในพรบุตรของโยเซฟ, ยากอบพรยังโยเซฟ; สำหรับชาวของเอฟราอิมและมนัสเสห์เป็นผู้นำที่แข็งแกร่งในอิสราเอล

Jacob gave all the glory to God, the God who called his fathers and blessed them, who guided and cared for him all his life even though he had experienced great difficulty.  

ยากอบให้เกียรติทุกคนที่พระเจ้าพระเจ้าที่เรียกว่าบรรพบุรุษของเขาและความสุขให้ผู้แนะนำและดูแลเขาทั้งชีวิตของเขาแม้ว่าเขาเคยยาก

Joseph received an unexpected gift that day, a piece of land that Jacob had taken in battle from the Amorites.

โยเซฟได้รับของขวัญที่ไม่คาดคิดในวันนั้นชิ้นส่วนของที่ดินที่ยากอบได้ที่ในการรบจาก คนอาโมไรต์ 

www.gotquestions.org/Thai

Genesis 48