Wednesday, March 23, 2016

 

Matthew มัทธิวบทที่ 2

We learned from the first chapter of Matthew that Jesus is a descendant legally of Abraham and David, that He is the messiah, Immanuel – God with us. 

เราได้เรียนรู้จากพระธรรมมัทธิวบทแรกแล้วว่า  พระเยซูทรงเป็นเชื้อสายถูกต้องตามกฎหมายของอับราฮัมและดาวิด  และว่าทรงเป็นพระเมสสิยาห์ - พระเจ้าทรงอยู่กับเรา

We learned that Jesus was miraculously born of the virgin Mary in Bethlehem.  She was engaged to Joseph but the Holy Spirit came upon her and she then bore the Son of God. 

เราได้เรียนรู้ว่าพระเยซูทรงบังเกิดอย่างปาฏิหาริย์โดยทางนางมารีย์ในเบธเลเฮ็ม   นางเป็นคนที่ได้หมั้นหมายกับโยเซฟ  แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาประทับบนนางและนางก็

ให้กำเนิดพระบุตรของพระเจ้า

The Visit of the Wise Men

การมาเยือนของโหราจารย์

1 Now after Jesus was born in Bethlehem of Judea in the days of Herod the king, behold, wise men from the east came to Jerusalem,

1 พระเยซูได้ทรงบังเกิดที่บ้านเบธเลเฮมแคว้นยูเดียในรัชกาลของกษัตริย์เฮโรด   ภายหลังมีพวกโหราจารย์จากทิศตะวันออกมายังกรุงเยรูซาเล็ม  ถามว่า

2 saying, “Where is He who has been born king of the Jews? For we saw His star when it rose and have come to worship him.”

2 “กุมารผู้ที่บังเกิดมาเป็นกษัตริย์ของชนชาติยิวนั้นอยู่ที่ไหน   เราได้เห็นดาวของท่านปรากฏขึ้น   เราจึงมาหวังจะนมัสการท่าน”

3 When Herod the king heard this, he was troubled, and all Jerusalem with him;

3 ครั้นกษัตริย์เฮโรดได้ยินดังนั้นแล้ว   ก็วุ่นวายพระทัย   ทั้งชาวกรุงเยรูซาเล็มก็พลอยวุ่น

วายใจไปด้วย

4 and assembling all the chief priests and scribes of the people, he inquired of them where the Christ was to be born.

4 แล้วท่านให้ประชุมบรรดามหาปุโรหิตกับพวกธรรมาจารย์ของประชาชน   ตรัสถามเขาว่า   “ผู้เป็นพระคริสต์นั้นจะบังเกิดแห่งใด”

5 They told him, “In Bethlehem of Judea, for so it is written by the prophet:

5 เขาทูลว่า  “ที่บ้านเบธเลเฮมแคว้นยูเดีย   เพราะว่าผู้เผยพระวจนะได้เขียนไว้ดังนี้ว่า

6 “‘And you, O Bethlehem, in the land of Judah, are by no means least among the rulers of Judah; for from you shall come a ruler who will shepherd my people Israel.’”

6 บ้านเบธเลเฮมในแผ่นดินยูเดีย   จะเป็นบ้านเล็กน้อยที่สุด ในสายตาของบรรดาผู้ครอง แผ่นดินยูเดียก็หามิได้   เพราะว่าเจ้านายคนหนึ่งจะออกมา จากท่าน   ผู้ซึ่งจะครอบครองอิสราเอล   ชนชาติของข้าพเจ้า”  

That verse is a quote from the prophet Micah. 

ข้อพระคัมภีร์นั้นยกคำอ้างมาจากคำของผู้เผยพระวจนะมีคาห์

Micah มีคาห์ 5:2 2 But you, O Bethlehem Ephrathah, who are too little to be among the clans of Judah, from you shall come forth for Me One who is to be ruler in Israel, whose origin is from of old, from ancient days.

2 โอ  เบธเลเฮม  เอฟราธาห์  แต่เจ้า   ผู้เป็นหน่วยเล็กในบรรดาตระกูลของยูดาห์    จากเจ้าจะมีผู้หนึ่งออกมาเพื่อข้าพเจ้า    เป็นผู้ที่จะปกครองในอิสราเอล    ดั้งเดิมของท่านมาจากสมัยเก่า    จากสมัยโบราณกาล  

7 Then Herod summoned the wise men secretly and ascertained from them what time the star had appeared.

7 แล้วเฮโรดจึงเชิญพวกโหราจารย์เข้ามาเป็นการลับ   ถามเขาได้ความถ้วนถี่ถึงเวลาที่ดาวนั้นได้ปรากฏขึ้น

8 And he sent them to Bethlehem, saying, “Go and search diligently for the child, and when you have found him, bring me word, that I too may come and worship him.”

8 แล้วท่านได้ให้พวกโหราจารย์ไปยังบ้านเบธเลเฮมสั่งว่า   “จงไปค้นหากุมารนั้นเถิด   เมื่อพบแล้วจงกลับมาแจ้งแก่ข้าพเจ้า   เพื่อข้าพเจ้าจะได้ไปนมัสการท่านด้วย”

King Herod was a very evil man and felt threatened, that the baby Jesus would take his place.   So he wanted to kill Jesus, not worship Him.

กษัตริย์เฮโรดเป็นคนชั่วร้ายมากและรู้สึกผวาหวาดกลัวว่า ทารกน้อยเยซูจะมาเป็นกษัตริย์แทนที่พระองค์   ดังนั้นพระองค์จึงอยากจะฆ่าพระเยซู ไม่ใช่นมัสการพระองค์

9 After listening to the king, they went on their way. And behold, the star that they had seen when it rose went before them until it came to rest over the place where the child was.

9 โหราจารย์เหล่านั้นจึงไปตามรับสั่ง   และดาวซึ่งเขาได้เห็นเมื่อปรากฏขึ้นนั้นก็ได้นำ

หน้าเขาไป   จนมาหยุดอยู่เหนือสถานที่ที่กุมารอยู่นั้น

Sometimes there is some confusion about this story at Christmas because you will see wise men in the stable in a nativity scene. 

บางครั้งมีความสับสนเกี่ยวกับเรื่องราวคริสตมาสนี้    เพราะคุณจะเห็นโหราจารย์ในโรงวัวในเหตุการณ์ตอนประสูติ

But really it should only be Mary, Joseph, the Baby Jesus and the shepherds. 

แต่แท้จริงมันควรจะเป็นเพียงนางมารีย์ โยเซฟ  พระกุมารเยซูและคนเลี้ยงแกะ

By the time the wise men had arrived, Joseph and Mary had moved out of the stable and had moved into a house in Bethlehem.  

เมื่อถึงเวลาที่โหราจารย์ได้เดินทางมาถึงนั้น    โยเซฟและมารีย์ได้ย้ายออกจากโรงวัวและเข้ามาอยู่ในบ้านที่เบธเลเฮมแล้ว

They arrived perhaps a year or as much as two years later.

บางทีพวกเขาอาจมาถึงในหนึ่งปีหรืออย่างมากก็เท่ากับสองปีต่อมา

When the wise men finally arrived and they found the young child, by this time Jesus was probably walking around and saying a few words.

เมื่อในที่สุดโหราจารย์มาถึงที่นั่น    และพวกเขาได้พบพระกุมารน้อย    อาจเป็นเวลาที่พระเยซูกำลังทรงดำเนินไปรอบ ๆ และตรัสได้ไม่กี่คำ

10 When they saw the star, they rejoiced exceedingly with great joy.

10 เมื่อพวกโหราจารย์ได้เห็นดาวนั้นแล้วก็มีความยินดียิ่งนัก

11 And going into the house they saw the child with Mary his mother, and they fell down and worshiped Him. Then, opening their treasures, they offered Him gifts, gold and frankincense and myrrh.

11 ครั้นเข้าไปในเรือนก็พบกุมารกับนางมารีย์มารดา   จึงกราบถวายนมัสการกุมารนั้นแล้ว

เปิดหีบหยิบทรัพย์ของเขา   ออกมาถวายแก่กุมารเป็นเครื่องบรรณาการ   คือทองคำ   กำยาน   และมดยอบ

Rather unusual gifts to give a baby – gold for a king, frankincense for worship, and myrrh used usually for anointing the dead for burial. 

แต่ของขวัญที่ไม่ธรรมดาเพื่อถวายแด่พระกุมาร – ทองคำสำหรับกษัตริย์  กำยานสำหรับถวายเครื่องบูชาและไม้หอมมักจะใช้สำหรับการเจิมคนตายเวลาฝังศพ

But this Baby is King of Kings, worthy of all worship and praise and He had come to die for us, so that we can have eternal life and forgiveness of our sins. 

แต่พระกุมารนี้ทรงเป็นจอมกษัตริย์แห่งกษัตริย์ทั้งหลาย   ทรงสมควรที่ทุกคนนมัสการและสรรเสริญ    และพระองค์ได้เสด็จมาสิ้นพระชนม์แทนเรา   เพื่อให้เราสามารถมีชีวิตนิรันดร์และทรงให้อภัยบาปแก่เรา

12 And being warned in a dream not to return to Herod, they departed to their own country by another way.

12 แล้วพวกโหราจารย์ได้ยินคำเตือนในความฝัน   มิให้กลับไปเฝ้าเฮโรด   เขาจึงกลับไปยังเมืองของตนทางอื่น

The Flight to Egypt

การหลบหนีไปยังประเทศอียิปต์

13 Now when they had departed, behold, an angel of the Lord appeared to Joseph in a dream and said, “Rise, take the child and His mother, and flee to Egypt, and remain there until I tell you, for Herod is about to search for the child, to destroy Him.”

13 ครั้นเขาไปแล้วก็มีทูตองค์หนึ่งของพระเป็นเจ้า   ได้มาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันแล้วบอกว่า  “จงลุกขึ้นพากุมารกับมารดาหนีไปประเทศอียิปต์  และคอยอยู่ที่นั่นจนกว่าข้าพเจ้าจะบอกเจ้า   เพราะว่าเฮโรดจะแสวงหากุมาร   เพื่อจะประหารชีวิตเสีย”

14 And he rose and took the child and his mother by night and departed to Egypt

14 ในเวลากลางคืนโยเซฟจึงลุกขึ้น   พากุมารกับมารดาไปยังประเทศอียิปต์

15 and remained there until the death of Herod. This was to fulfill what the Lord had spoken by the prophet, “Out of Egypt I called my son.”

15 และได้อยู่ที่นั่นจนเฮโรดสิ้นพระชนม์   ทั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อจะให้สำเร็จตามพระวจนะของพระเป็นเจ้า   ซึ่งได้ตรัสไว้โดยผู้เผยพระวจนะว่า   ข้าพเจ้าได้เรียกบุตรของข้าพเจ้าให้ออกมาจากอียิปต์  

Matthew again and again is showing that these aspects of the life of Christ were a fulfillment of prophecy. 

ครั้งแล้วครั้งเล่ามัทธิวกำลังแสดงให้เห็นประเด็นเหล่านี้ในชีวิตของพระคริสต์ว่าเป็นการทำให้คำพยากรณ์สำเร็จครบถ้วน

That verse is a quote of Hosea

ข้อพระคัมภีร์นั้นคือคำอ้างจากถ้อยคำของโฮเชยา

Hosea โฮเชยา11:1 1 When Israel was a child, I loved him, and out of Egypt I called My son.

1 ครั้งเมื่ออิสราเอลยังเด็กอยู่ข้าพเจ้าก็รักเขา    ข้าพเจ้าได้เรียกบุตรชายของข้าพเจ้าออกมาจาก อียิปต์  

Interesting thing about biblical prophecies, they often have an immediate meaning or fulfillment and a future meaning; so this verse refers both to the nation of Israel historically coming out of Egyptian slavery and then a future prophecy of Jesus coming out of Egypt.

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์     สิ่งเหล่านี้มักจะมีความหมายที่ส่งผลโดยตรง   หรือการการทำให้สำเร็จครบถ้วนและความหมายในอนาคต; ดังนั้นพระคัมภีร์ข้อนี้หมายถึงทั้งประเทศอิสราเอลในประวัติศาสตร์   ที่ออกจากการเป็นทาสในอียิปต์      แล้วคำทำนายอนาคตของพระเยซูที่เสด็จออกจากประเทศอียิปต์

Herod Kills the Children

เฮโรดทรงประหารเด็กๆ

16 Then Herod, when he saw that he had been tricked by the wise men, became furious, and he sent and killed all the male children in Bethlehem and in all that region who were two years old or under, according to the time that he had ascertained from the wise men.

16 ครั้นเฮโรดเห็นว่าพวกโหราจารย์หลอกท่าน   ก็กริ้วโกรธยิ่งนัก   จึงใช้คนไปฆ่าเด็กผู้

ชายทั้งหลาย   ในบ้านเบธเลเฮมและที่ใกล้เคียงทั้งสิ้น   ตั้งแต่อายุสองขวบลงมา   ซึ่งพอดีกับเวลาที่ท่านได้ทราบจากพวกโหราจารย์นั้น

The wise men told Herod when they first saw the star and that's why he killed the children two years old and under, because they had first seen the star some two years earlier, which again shows Christ was not a baby in a manger when the wise men arrived.

โหราจารย์ทูลบอกเฮโรดครั้งแรกเมื่อพวกเขาเห็นดวงดาว  และนั่นคือเหตุผลที่ว่าพระองค์ทรงประหารเด็กๆ อายุสองปีและต่ำกว่าลงมา  เพราะพวกเขาได้เห็นดาวเป็นครั้งแรกเมื่อสองปีก่อนหน้า   ซึ่งแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าพระคริสต์ไม่ได้ทรงเป็นทารกน้อยในรางหญ้าเมื่อโหราจารย์เดินทางมาถึง

17 Then was fulfilled what was spoken by the prophet Jeremiah:

17 ครั้งนั้นก็สำเร็จตามพระวจนะที่ตรัสโดยเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะว่า

18 “A voice was heard in Ramah, weeping and loud lamentation, Rachel weeping for her children; she refused to be comforted, because they are no more.”

18 ได้ยินเสียงในหมู่บ้านรามาห์   เป็นเสียงโอดครวญและร่ำไห้   คือนางราเชลร้องไห้คร่ำครวญ   เพราะบุตรทั้งหลายของตน   นางไม่รับฟังคำปลอบเล้าโลม   เพราะบุตรทั้งหลายนั้นไม่มีแล้ว  

This is a quote and fulfillment of Jeremiah 31:15

นี่คือคำที่ยกมาอ้างและการทำให้สำเร็จครบถ้วนในเยเรมีย์ 31:15

Rachel, the wife of Jacob actually died there just on the outskirts of Bethlehem and her tomb is there at Bethlehem.

แท้จริงราเชลภรรยาของยาโคบเสียชีวิตก่อนเข้าเขตชานเมืองของเบธเลเฮม และศพของนางก็ถูกฝังไว้ที่นั่น

She died in childbirth at the birth of Benjamin.

นางเสียชีวิตในการคลอดบุตรชายที่ชื่อว่าเบนยามิน

The Return to Nazareth

การกลับไปบ้านที่เมืองนาซาเร็ธ

19 But when Herod died, behold, an angel of the Lord appeared in a dream to Joseph in Egypt,

19 ครั้นเฮโรดสิ้นพระชนม์แล้ว   ทูตองค์หนึ่งของพระเป็นเจ้ามาปรากฏในความฝันแก่โยเซฟที่ประเทศอียิปต์สั่งว่า

20 saying, “Rise, take the child and his mother and go to the land of Israel, for those who sought the child's life are dead.”

20 “จงลุกขึ้นพากุมารกับมารดามายังแผ่นดินอิสราเอล   เพราะผู้ที่เป็นภัยต่อชีวิตของกุมารนั้นตายแล้ว”

21 And he rose and took the child and his mother and went to the land of Israel.

21 โยเซฟจึงลุกขึ้นพากุมารกับมารดามายังแผ่นดินอิสราเอล

22 But when he heard that Archelaus was reigning over Judea in place of his father Herod, he was afraid to go there, and being warned in a dream he withdrew to the district of Galilee.

22 แต่เมื่อได้ยินว่าอารเคลาอัสครอบครองแคว้นยูเดียแทนเฮโรดผู้เป็นบิดา   จะไปที่นั่นก็กลัว   และเมื่อได้ทราบคำเตือนในความฝัน   จึงเลยไปยังแคว้นกาลิลี

23 And he went and lived in a city called Nazareth, that what was spoken by the prophets might be fulfilled: “He shall be called a Nazarene.”

23 ไปอาศัยในเมืองหนึ่งชื่อนาซาเร็ธเพื่อจะสำเร็จตามพระวจนะ   ซึ่งตรัสโดยผู้เผยพระวจนะว่า   เขาจะเรียกท่านว่าชาวนาซาเร็ธ

Nazareth means branch, so some have connected this verse to the prophecy of Isaiah.   Jesse was the father of King David.

นาซาเร็ธ หมายถึงกิ่งก้านสาขา  ดังนั้นบางคนได้เชื่อมโยงข้อนี้กับคำพยากรณ์ของอิสยาห์  เจสซีเป็นบิดาของกษัตริย์ดาวิด

Isaiah อิสยาห์ 11:1-5 1 There shall come forth a shoot from the stump of Jesse, and a branch from his roots shall bear fruit.

1 จะมีหน่อแตกออกมาจากตอแห่งเจสซี    จะมีกิ่งงอกออกมาจากรากทั้งหลาย   ของเขา  

2 And the Spirit of the LORD shall rest upon him, the Spirit of wisdom and understand

ing, the Spirit of counsel and might, the Spirit of knowledge and the fear of the LORD.

2 และพระวิญญาณของพระเจ้าจะอยู่บนท่านนั้น    คือวิญญาณแห่งปัญญาและความเข้าใจ  
วิญญาณแห่งการวินิจฉัยและอานุภาพ    วิญญาณแห่งความรู้และความยำเกรงพระเจ้า  

3 And his delight shall be in the fear of the LORD.  He shall not judge by what his eyes see, or decide disputes by what his ears hear,

3 ความพึงใจของท่านก็ในความยำเกรงพระเจ้า    ท่านจะไม่พิพากษาตามซึ่งตาท่านเห็น  
หรือตัดสินตามซึ่งหูท่านได้ยิน  

4 but with righteousness he shall judge the poor, and decide with equity for the meek of the earth; and he shall strike the earth with the rod of his mouth, and with the breath of his lips he shall kill the wicked.

4 แต่ท่านจะพิพากษาคนจนด้วยความชอบธรรม และตัดสินเผื่อผู้มีใจถ่อมแห่งแผ่นดินโลกด้วยความเที่ยงธรรม     ท่านจะตีโลกด้วยตะบองแห่งปากของท่าน และท่านจะประหารคนอธรรมด้วยลมแห่งริมฝีปากของ ท่าน  

5 Righteousness shall be the belt of his waist, and faithfulness the belt of his loins.

5 ความชอบธรรมจะเป็นผ้าคาดเอวของท่าน   และความสัตย์สุจริตจะเป็นผ้าคาดบั้นเอวของท่าน 

The prophet Zechariah also wrote about the Branch. 

ผู้เผยพระวจนะเศคาริยาห์ได้ยังเขียนเกี่ยวกับพระอังกูร

Zechariah เศคาริยาห์ 3:8 8 Hear now, O Joshua the high priest, you and your friends who sit before you, for they are men who are a sign: behold, I will bring my servant the Branch.

8 โอ โยชูวามหาปุโรหิต   จงฟังเถิด   เจ้าและสหายของเจ้าผู้ที่นั่งอยู่ข้างหน้าเจ้า   เพราะคนเหล่านี้เป็นลางดี   นี่แน่ะ   ข้าพเจ้าจะนำผู้รับใช้ของข้าพเจ้ามา   คือพระอังกูร

Several men in both the Old and New Testaments took Nazarite vows – the judge Samson, John the Baptist and the apostle Paul.   

ผู้ชายหลายคนทั้งในพันธสัญญาเดิมและใหม่ได้ถือปฏิญาณตนเป็นนาศีร์– ได้แก่ผู้วินิจฉัยแซมสัน   ยอห์น แบ๊บติสท์ และอัครทูตเปาโล

People from Nazareth were often despised, so there is possible connection to Isaiah

ผู้คนที่มาจากเมืองนาซาเร็ธถูกดูหมิ่นบ่อยๆ  จึงเป็นไปได้ที่มีการเชื่อมโยงกับอิสยาห์

Isaiah อิสยาห์53:1-3 1 Who has believed what they heard from us?  And to whom has the arm of the LORD been revealed?

1 ใครเล่าจะเชื่อสิ่งที่เราทั้งหลายได้ยิน    พระกรของพระเจ้าได้ทรงสำแดงแก่ผู้ใด  

2 For he grew up before him like a young plant, and like a root out of dry ground; he had no form or majesty that we should look at him, and no beauty that we should desire him.

2 เพราะท่านได้เจริญขึ้นต่อพระพักตร์พระองค์อย่างต้นไม้อ่อน   และเหมือนรากแตกหน่อมาจากพื้นดินแห้ง     ท่านไม่มีรูปร่างหรือความสวยงาม   ซึ่งเราทั้งหลายจะมองท่าน   และไม่มีความงามที่เราจะพึงปรารถนาท่าน  

3 He was despised and rejected by men; a man of sorrows, and acquainted with grief; and as one from whom men hide their faces he was despised, and we esteemed him not.

3 ท่านได้ถูกมนุษย์ดูหมิ่นและทอดทิ้ง   เป็นคนที่รับความเจ็บปวด   และคุ้นเคยกับความเจ็บไข้   และดังผู้หนึ่งซึ่งคนทนมองดูไม่ได้   ท่านถูกดูหมิ่นและเราทั้งหลายไม่ได้นับถือท่าน  

John ยอห์น 1:46 46 Nathanael said to him, “Can anything good come out of Nazareth?” Philip said to him, “Come and see.”

46 นาธานาเอลถามเขาว่า   “สิ่งดีอันใดจะมาจากนาซาเร็ธได้หรือ”   ฟีลิปตอบว่า   “มาดูเถิด”

Although Bethlehem was the place of His birth, Nazareth was the place where Jesus had lived until He began His public ministry, and therefore He is said to be “of Nazareth.”
แม้ว่าเบธเลเฮมเป็นสถานที่ประสูติของพระองค์   เมืองนาซาเร็ธเป็นสถานที่ที่พระเยซูทรงมีชีวิตอยู่จนกระทั่งทรงเริ่มพระราชกิจต่อสาธารณชน   และดังนั้นผู้คนจึงเรียกพระองค์ว่า "ชาวนาซาเร็ธ"

The wise men, were wise indeed, to come and search for the Lord Jesus to worship Him. 

โหราจารย์ฉลาดแน่นอนที่ได้มาเข้าเฝ้าพระเยซูเพื่อที่จะนมัสการพระองค์

Wise people today still seek the Lord.  Are you seeking to know Him more?  Are you helping to make Him known to others? 

ผู้คนที่ฉลาดทุกวันนี้ยังคงแสวงหาพระเจ้า คุณกำลังพยายามที่จะรู้จักพระองค์มากขึ้นหรือเปล่า   คุณกำลังช่วยกันทำให้พระองค์เป็นที่รู้จักแก่คนอื่นๆ หรือเปล่า

Matthew 2