Friday, March 25, 2016

 

Matthew มัทธิวบทที่ 4

Temptation of Jesus

การทดลองพระเยซู

We learned last time about John the Baptist and Jesus being baptized by him. 

สัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับยอห์น ผู้ให้บัพติสมาและพระเยซูทรงรับบัพติมาโดยท่าน

Today we are talking about Jesus being tempted. 

วันนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องที่พระเยซูทรงถูกทดลอง

Did you know that even Jesus was tempted? 

คุณรู้ไหมว่าแม้แต่พระเยซูก็ทรงถูกทดลอง

In what ways are you tempted?   

คุณถูกทดลองด้วยวิธีใดหรือ

People are tempted in different ways depending on their gender, and their temperament also their background.  

ผู้คนถูกทดลองในรูปแบบแตกต่างกัน  ขึ้นอยู่กับเพศและอารมณ์ของพวกเขา รวมทั้งภูมิหลังของพวกเขาด้วย

Some people are naturally quite and easy going, others worry or get angry quickly.  

บางคนค่อนข้างรับได้สบายๆ ตามปกติ   คนอื่น ๆ กลับกังวลหรือโกรธเร็ว

So while one person may be tempted to drink and get drunk another is not tempted by that at all. 

ดังนั้นในขณะที่คนหนึ่งอาจถูกล่อลวงไปดื่มจนเมา   อีกคนอาจไม่ได้ถูกทดลองอย่างนั้นเลย

One person might be tempted to be mean and angry toward others or use their authority in wrong ways, whereas another person is not tempted by that all.   

คนหนึ่งอาจถูกทดลองให้ใจร้ายใจดำและโกรธผู้อื่น   หรือใช้สิทธิอำนาจของพวกเขาในทางที่ผิด  ในขณะที่อีกคนไม่ได้ถูกทดลองอย่างนั้นเลย

Someone might be tempted to be very lazy or another to work so hard that he neglects other people or responsibilities.    

บางคนอาจถูกทดลองให้ขี้เกียจมาก  หรืออีกคนต้องทำงานหนักมากจนเขาละเลยต่อคนอื่นๆ หรือความรับผิดชอบ

Men are generally more tempted to misbehave sexually than women are. 

โดยปกติผู้ชายมักจะถูกล่อลวงใจให้ประพฤติผิดทางเพศมากกว่าผู้หญิง

People are tempted to cheat on their taxes, cheat on the school work and other writing, and take short cuts in their driving or drive in the wrong direction. 

ผู้คนถูกทดลองให้โกงภาษีของพวกเขา   โกงที่ทำงานในโรงเรียน  และงานเขียนอื่น และขับรถลัดเส้นทาง  หรือขับรถผิดทาง

So we are tempted frequently in many areas differently from one another. 

ดังนั้นเราถูกล่อลวงบ่อยครั้งแตกต่างกันหลายด้านซึ่งกันและกัน

But also we have many common temptations and can help one another resist those temptations. 

แต่เรายังพบการทดลองเหมือนกันหลายด้านด้วย  และสามารถช่วยให้อีกคนทนได้ต่อการทดลองเหล่านั้น

Nelson’s Bible Dictionary defines temptation as “an enticement or invitation to sin, with the implied promise of greater good to be derived from following the way of disobedience.”

พจนานุกรมพระคัมภีร์ฉบับเนลสันกำหนดความหมายคำว่าการทดลองว่า "สิ่งล่อใจหรือการเชิญชวนให้ทำบาป   พร้อมกับคำสัญญาโดยมีนัยว่าจะได้รับผลดีมากจากการทำตามวิธีไม่เชื่อฟัง"

Resisting temptation begins with knowing where it is coming from. 

การต่อต้านการทดลองเริ่มต้นโดยทราบว่ามันมาจากที่ใด

Many temptations come from Satan. 

การทดลองมากมายมาจากซาตาน

In Matthew มัทธิว4:3 Satan is called the tempter. 

ในมัทธิว 4.3 ซาตานได้ฉายาว่าผู้ผจญ

3 And the tempter came and said to Him, “If you are the Son of God, command these stones to become loaves of bread.”

3 ส่วนผู้ผจญมาหาพระองค์ทูลว่า   “ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า   จงสั่งก้อนหินเหล่านี้ให้กลายเป็นพระกระยาหาร”

Paul was concerned that some people in the church in Thessalonica had given into temptation and perhaps gone away from the faith. 

เปาโลเป็นห่วงว่าสมาชิกบางคนที่คริสตจักรในเมืองเธสะโลนิกาได้ยอมแพ้ต่อการทดลอง  และบางทีถอยห่างจากความเชื่อของเขาไป

1 Thessalonians 1 เธสะโลนิกา 3:5 5 For this reason, when I could bear it no longer, I sent to learn about your faith, for fear that somehow the tempter had tempted you and our labor would be in vain.

5 เพราะเหตุนี้   เมื่อข้าพเจ้าอดทนต่อไปอีกไม่ได้   ข้าพเจ้าจึงได้ใช้คนไปเพื่อจะได้รู้ถึงความเชื่อของท่าน  เกรงว่าผู้ทดลองนั้นได้ทดลองท่านด้วยประการหนึ่งประการใด แล้วงานที่เราตราก

ตรำมาจะเป็นงานเปล่าประโยชน์ไป  

Satan has been tempting mankind since Adam and Eve in the Garden of Eden.  

ซาตานได้ทดลองใจมนุษยชาติตั้งแต่สมัยอาดัมและอีวาในสวนเอเดน

Genesis ปฐมกาล3:1 1 1Now the serpent was more crafty than any other beast of the field that the LORD God had made.  He said to the woman, “Did God actually say, ‘You shall not eat of any tree in the garden’?”

1 ในบรรดาสัตว์ป่าที่พระเจ้าทรงสร้างนั้น   งูฉลาดกว่าหมด   มันถามหญิงนั้นว่า   “จริงหรือที่พระเจ้าตรัสห้ามว่า   'อย่ากินผลจากต้นไม้ใดๆในสวนนี้' ”

1 John 1 ยอห์น3:8 8 Whoever makes a practice of sinning is of the devil, for the devil has been sinning from the beginning. The reason the Son of God appeared was to destroy the works of the devil.

8 ผู้ที่กระทำบาปก็มาจากมาร   เพราะว่ามารได้กระทำบาปตั้งแต่เริ่มแรก   พระบุตรของพระเจ้าได้เสด็จมาปรากฏก็เพราะเหตุนี้   คือเพื่อทรงทำลายกิจการของมาร

Satan’s power over people has already been won back to God through our Savior’s death and resurrection which conquered the power of sin and death forever. But, Satan still prowls the earth looking to draw God’s children away from God, and his temptations are sadly a daily part of our lives 

พระเจ้าทรงได้ทรงพิชิตอำนาจของซาตานที่ครอบงำผู้คนกลับมา โดยการพลีพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระผู้ช่วยให้รอดของเรา   ซึ่งทรงพิชิตอำนาจบาปและความตายนิรันดร์    แต่ซาตานยังคงวนเวียนไปมาทั่วแผ่นดิน  หาทางชักจูงบุตรของพระเจ้าให้ออกห่างจากพระองค์   และเป็นที่น่าเศร้าที่มารยังทดลองบางส่วนในชีวิตประจำวันของเรา

1 Peter  1 เปโตร 5:8 8 Be sober-minded; be watchful. Your adversary the devil prowls around like a roaring lion, seeking someone to devour.

8 ท่านทั้งหลายจงสงบใจจงระวังระไวให้ดี   ด้วยว่าศัตรูของท่านคือมารวนเวียนอยู่รอบๆ   ดุจสิงห์คำรามเที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้

Satan is not the only source of temptation.

การทดลองไม่ได้มาจากซาตานเพียงแหล่งเดียว

1 John 1 ยอห์น2:16 16 For all that is in the world—the desires of the flesh and the desires of the eyes and pride in possessions—is not from the Father but is from the world.

16 เพราะว่าสารพัดซึ่งมีอยู่ในโลก   คือตัณหาของเนื้อหนังและตัณหาของตา   และความทะนงในลาภยศไม่ได้เกิดมาจากพระบิดา   แต่เกิดมาจากโลก

So before we blame all temptation on Satan, notice how we are tempted by the world and our own flesh. 

ดังนั้นก่อนที่เราจะตำหนิซาตานในการทดลองทุกอย่าง  ขอให้สังเกตว่าเราถูกทดลองโดยโลกและเนื้อหนังของเราเองอย่างไร

We are tempted by the desires of the flesh in the areas of eating, drinking, and sex.  We are tempted by our eyes in what we look at. 

เราถูกทดลองโดยตัณหาฝ่ายเนื้อหนังในเรื่องของการกิน การดื่มและเรื่องเพศ เราถูกทดลองโดยที่สายตาของเราหันไปมองดูสิ่งนั้น

We are tempted in the areas of pride and possessions in having more things and more power than someone else.  

เราถูกทดลองในเรื่องของความหยิ่งยโส และการที่เรามีทรัพย์สิ่งของมากขึ้นและมีอำนาจมากกว่าคนอื่น

Perhaps we could summarize many temptations at getting some benefit for me the easy but wrong way.

บางทีเราอาจสรุปการทดลองมากมาย  ที่เราได้รับผลประโยชน์บางอย่างโดยง่าย แต่ในทางผิด

With the power of the Holy Spirit and the truth of God’s Word to help us, we can resist temptations.

ด้วยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์และความจริงแห่งพระวจนะของพระเจ้าที่ทรงช่วยเรา  เราจึงสามารถต่อต้านการทดลองได้

1 Then Jesus was led up by the Spirit into the wilderness to be tempted by the devil.

1  ครั้งนั้น   พระวิญญาณทรงนำพระเยซูเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร   เพื่อมารจะได้มาผจญ

2 And after fasting forty days and forty nights, He was hungry.

2 และพระองค์ทรงอดพระกระยาหารสี่สิบวันสี่สิบคืน   ภายหลังพระองค์ก็ทรงอยากพระกระยาหาร

3 And the tempter came and said to Him, “If you are the Son of God, command these stones to become loaves of bread.”

3 ส่วนผู้ผจญมาหาพระองค์ทูลว่า   “ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า   จงสั่งก้อนหินเหล่านี้ให้กลายเป็นพระกระยาหาร”

So the Devil comes in a time weakness, Jesus hasn’t eaten for 40 days, the Devil has a short cut for Him. 

ดังนั้นมารจะมาในยามที่เราอ่อนแอ  พระเยซูยังไม่ได้เสวยพระกระยาหารเป็นเวลา 40 วัน มารก็เลยจัดการหาวิธีลัดให้พระองค์

Just command these stones to become bread. 

เพียงแค่สั่งให้ก้อนหินเหล่านี้กลายเป็นขนมปัง

Now since Jesus created the world He could have turned stones into bread.  But He wasn’t going to do what the Devil wanted and He wasn’t going to just satisfy His own flesh.

เพราะพระเยซูได้ทรงสร้างโลก  พระองค์ทรงเสกก้อนหินให้กลายเป็นขนมปังได้เลย แต่พระองค์ไม่ทรงทำในสิ่งที่มารอยากให้ทำ   และทรงไม่จำเป็นต้องตอบสนองฝ่ายเนื้อหนังของพระองค์เอง

4 But He answered, “It is written,“‘Man shall not live by bread alone, but by every word that comes from the mouth of God.’”

4 ฝ่ายพระองค์ตรัสตอบว่า  “มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า   'มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียว หามิได้  แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำ  ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า' ”  

Matthew 4