Wednesday, April 6, 2016

 

Matthew 8 Jesus has authority over sickness, over storms, and over demons

มัทธิวบทที่ 8 พระเยซูทรงมีสิทธิอำนาจเหนือความเจ็บป่วย  เหนือพายุและเหนือมาร

As Jesus finished up the Sermon on the Mount, He had great crowds following Him and ways met by a man who wanted to be healed of his leprosy.

เมื่อพระเยซูทรงเสร็จสิ้นคำเทศนาบนภูเขา    ทรงมีฝูงชนมากมายติดตามพระองค์ไป  และได้พบกับชายคนหนึ่งที่อยากจะให้พระองค์ทรงรักษาให้หายจากโรคเรื้อน

I understand there are still many case of leprosy in India but it is not common in most of the world today. 

ผมเข้าใจว่ายังมีโรคเรื้อนหลายชนิดในอินเดีย   แต่มันมันไม่ใช่เรื่องธรรมดาในส่วนใหญ่ของโลกทุกวันนี้

The disease causes numbness in the skin which can then lead to injury of the body because the person is unaware they are injuring themselves.

โรคที่ทำให้เกิดอาการชาที่ผิวหนัง  ซึ่งสามารถทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บ  เพราะคนนึกไม่ถึงว่ามันจะทำให้พวกเขาบาดเจ็บเอง

The healing of a leper

ทรงรักษาคนโรคเรื้อน

1 When He came down from the mountain, great crowds followed Him.

1  เมื่อพระองค์เสด็จลงมาจากภูเขาแล้ว   คนเป็นอันมากได้ติดตามพระองค์ไป

2 And behold, a leper came to Him and knelt before him, saying, “Lord, if You will, You can make me clean.”

2 ขณะนั้นมีคนโรคเรื้อนมากราบไหว้พระองค์   แล้วทูลว่า   “พระองค์เจ้าข้า   เพียงแต่พระองค์จะโปรด   ก็จะทรงบันดาลให้ข้าพระองค์หายโรคได้”

3 And Jesus stretched out his hand and touched him, saying, “I will; be clean.” And immediately his leprosy was cleansed.

3 พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ถูกต้องเขาแล้วตรัสว่า   “ข้าพเจ้าพอใจแล้ว   จงหายเถิด”   ในทันใดนั้น  โรคเรื้อนของเขาก็หาย

4 And Jesus said to him, “See that you say nothing to anyone, but go, show yourself to the priest and offer the gift that Moses commanded, for a proof to them.”

4 ฝ่ายพระเยซูตรัสสั่งเขาว่า   “อย่าบอกเล่าให้ผู้ใดฟังเลย   แต่จงไปสำแดงตัวแก่ปุโรหิต   และถวายเครื่องบูชา  ตามซึ่งโมเสสได้สั่งไว้   เพื่อเป็นหลักฐานต่อคนทั้งหลายว่าเจ้าหายโรคแล้ว”

Notice first of all that the man with leprosy knew that if it was Jesus’ will that Jesus could heal him. 

ก่อนอื่นจงสังเกตว่าคนที่เป็นโรคเรื้อนรู้ว่าถ้าเป็นพระประสงค์ของพระเยซู   พระองค์จะทรงรักษาเขาให้หาย

It is not lack of faith to pray that God’s will be done. 

ไม่ใช่เพราะขาดความเชื่อที่จะอธิษฐานขอให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จ

And it is not always God’s will to heal every person, every time. 

และมันไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้าเสมอไปที่จะรักษาทุกคน และทุกครั้ง

Sometimes God uses sickness, injury or other physical problems in our bodies to build character in our lives, empty of us our pride, encourage dependence upon Him, prepare us to minister to more effectively to others, discipline us, or lead us in a new direction. 

บางครั้งพระเจ้าทรงใช้ความเจ็บป่วย  ร่างกายบาดเจ็บ   หรือปัญหาทางร่างกายอื่น ๆ เพื่อจะสร้างลักษณะนิสัยในชีวิตของเรา    ทำให้เราเลิกหยิ่งยโส   หนุนใจเราให้พึ่งพาพระองค์    เตรียมเราให้รับใช้พันธกิจอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแก่คนอื่น ๆ ฝึกระเบียบวินัยเรา   หรือนำเราเดินในทิศทางใหม่

But in this case it was Jesus’ will to heal the man. 

แต่ในกรณีนี้  เป็นความประสงค์ของพระเยซูในการรักษาชายคนนั้น

Jesus commanded the man not to tell anyone, why? 

พระเยซูตรัสสั่งชายคนนั้นว่าอย่าไปบอกใคร   เพราะอะไรหรือ

The reason seems to be in the timing of the crucifixion. 

เหตุผลน่าจะเป็นว่าใกล้จะถึงเวลาของการตรึงบนกางเขน

Jesus was going to die for us on the cross, but it was not time for that yet. 

พระเยซูกำลังจะสิ้นพระชนม์เพื่อเราบนกางเขน แต่มันก็ยังไม่ถึงเวลานั้นที

So He needed to be careful about drawing too much attention to Himself. 
ดังนั้นพระองค์ต้องทรงระมัดระวังเกี่ยวกับการดึงดูดความสนใจในพระองค์มากไป

But you and I are to tell others about Jesus and what He has done for us, we have Good News to tell! 

แต่คุณและฉันต้องบอกคนอื่น ๆ เกี่ยวกับพระเยซู  และสิ่งที่ได้ทรงทำเพื่อเรา   เรามีข่าวดีจะบอก!

Jesus did not require the man to act on his faith. 

พระเยซูไม่ได้ทรงเรียกร้องให้ชายคนนั้นประพฤติตามความเชื่อของเขา

If the man truly believed that he was healed, then he must fulfill the religious requirements of the Jews at that time and go show himself to the priest, certifying that he had been healed.

หากชายคนนั้นเชื่ออย่างแท้จริงว่าเขาได้รับการเยียวยารักษา     จากนั้นเขาจะต้องทำตามข้อกำหนดทางศาสนาของชาวยิวในเวลานั้น  และไปแสดงตัวเองต่อปุโรหิต   เพื่อขอการรับรองว่าเขาได้รับการรักษาให้หายแล้ว

Leviticus เลวีนิติ 14:2 2 “This shall be the law of the leprous person for the day of his cleansing. He shall be brought to the priest,

2 “ต่อไปนี้เป็นกฎเรื่องคนเป็นโรคเรื้อน   ในวันชำระตัวของเขา   ให้พาเขามาหาปุโรหิต

The Faith of a Centurion

ความเชื่อของนายร้อยคนหนึ่ง

5 When He entered Capernaum, a centurion came forward to Him, appealing to Him,

5 เมื่อพระเยซูเสด็จเข้าไปในเมืองคาเปอร์นาอุม   มีนายร้อยคนหนึ่งมาอ้อนวอนพระองค์

6 “Lord, my servant is lying paralyzed at home, suffering terribly.”

6 ว่า   “พระองค์เจ้าข้า   บ่าวของข้าพระองค์เป็นง่อยอยู่ที่บ้านทนทุกข์เวทนามาก”

7 And He said to him, “I will come and heal him.”

7 พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า   “ข้าพเจ้าจะไปรักษาเขาให้หาย”

8 But the centurion replied, “Lord, I am not worthy to have You come under my roof, but only say the word, and my servant will be healed.

8 นายร้อยผู้นั้นทูลพระองค์ว่า   “พระองค์เจ้าข้า   ข้าพระองค์เป็นคนไม่สมควรที่จะรับเสด็จพระองค์เข้าใต้ชายคาของข้าพระองค์   ขอพระองค์ตรัสเท่านั้น   บ่าวของข้าพระองค์ก็จะหายโรค

9 For I too am a man under authority, with soldiers under me. And I say to one, ‘Go,’ and he goes, and to another, ‘Come,’ and he comes, and to my servant, ‘Do this,’ and he does it.”

9 ข้าพระองค์รู้ดี   เพราะเหตุว่าข้าพระองค์อยู่ใต้วินัยทหาร   แต่ก็ยังมีทหารอยู่ใต้บังคับบัญชาของข้าพระองค์   ข้าพระองค์จะบอกแก่คนนี้ว่า   'ไป'   เขาก็ไป   บอกแก่คนนั้นว่า   'มา'   เขาก็มา   บอกทาสของข้าพระองค์ว่า   'จงทำสิ่งนี้'   เขาก็ทำ”

10 When Jesus heard this, He marveled and said to those who followed Him, “Truly, I tell you, with no one in Israel have I found such faith.

10 ครั้นพระเยซูทรงได้ยินดังนั้นก็ประหลาดพระทัยนัก   ตรัสกับบรรดาคนที่ตามพระองค์ว่า   “ข้าพเจ้าบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า   ข้าพเจ้าไม่เคยพบศรัทธาที่ไหนมากเท่านี้แม้ในอิสราเอล

11 I tell you, many will come from east and west and recline at table with Abraham, Isaac, and Jacob in the kingdom of heaven,

11 ข้าพเจ้าบอกท่านทั้งหลายว่า   คนเป็นอันมากจะมาจากทิศตะวันออกและทิศตะวันตก   จะมาร่วมสำรับกับอับราฮัม   และอิสอัค   และยาโคบในแผ่นดินสวรรค์

12 while the sons of the kingdom will be thrown into the outer darkness. In that place there will be weeping and gnashing of teeth.”

12 แต่ชาวแผ่นดินนั้นจะต้องถูกขับไล่ไสส่งออกไปในที่มืด   ที่นั่นจะมีเสียงร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน”

13 And to the centurion Jesus said, Go; let it be done for you as you have believed.” And

the servant was healed at that very moment.

13 แล้วพระเยซูจึงตรัสกับนายร้อยว่า   “จงกลับบ้านเถิด   ท่านมีศรัทธาแล้ว   จงได้ผลตามศรัทธานั้น”   ในทันใดนั้นเอง   บ่าวของเขาก็หายเป็นปกติ

The centurion knew that his 100 soldiers had to obey his orders and believed that in the same way sickness must obey the orders of Jesus and leave the body.

นายร้อยรู้ว่าทหาร 100 คนของเขาต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเขา    และเชื่อว่าในทำนองเดียวกันเรื่องความเจ็บป่วย  ว่าจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพระเยซู ละไม่พะวงร่างกาย

14 And when Jesus entered Peter's house, he saw his mother-in-law lying sick with a fever.

14 ครั้นพระเยซูเสด็จเข้าไปในเรือนของเปโตร  ก็ทรงเห็นแม่ยายของเปโตรนอนป่วยจับไข้อยู่

15 He touched her hand, and the fever left her, and she rose and began to serve Him.

15 พอพระองค์ทรงจับมือนาง   ความไข้ก็หาย   นางจึงลุกขึ้นปรนนิบัติพระองค์

16 That evening they brought to Him many who were oppressed by demons, and He cast out the spirits with a word and healed all who were sick.

16  พอค่ำลง   เขาพาคนผีเข้าสิงเป็นอันมากมาหาพระองค์   พระองค์ก็ทรงขับผีออกด้วยพระดำรัส   และบรรดาคนเจ็บป่วยทั้งหลายนั้น   พระองค์ก็ได้ทรงรักษาให้หาย

17 This was to fulfill what was spoken by the prophet Isaiah: “He took our illnesses and bore our diseases.”

17 ทั้งนี้เพื่อจะให้สำเร็จตามพระวจนะโดยอิสยาห์ผู้เผยพระวจนะที่ว่า   ท่านได้แบกความเจ็บไข้ของเราทั้งหลาย   และหอบโรคของเราไป

Isaiah อิสยาห์ 53:4-6 4 Surely He has borne our griefs and carried our sorrows;

yet we esteemed Him stricken, smitten by God, and afflicted.

4 แน่ทีเดียวท่านได้แบกความเจ็บไข้ของเราทั้งหลาย    และหอบความเจ็บปวดของเราไป  
  กระนั้นเราทั้งหลายก็ยังถือว่าท่านถูกตี    คือพระเจ้าทรงโบยตีและข่มใจ  

5 But He was wounded for our transgressions; He was crushed for our iniquities; upon Him was the chastisement that brought us peace, and with His stripes we are healed.

5 แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความทรยศของเราทั้งหลาย   ท่านฟกช้ำเพราะความบาปผิดของเรา   การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายสมบูรณ์นั้น   ตกแก่ท่าน   ที่ท่านต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี  

6 All we like sheep have gone astray; we have turned everyone to his own way; and the LORD has laid on Him the iniquity of us all.

6 เราทุกคนได้เจิ่นไปเหมือนแกะ  เราทุกคนต่างได้หันไปตามทางของตนเอง   และพระเจ้าทรงวางลงบนท่าน  ซึ่งความบาปผิดของเราทุกคน  

The first one Jesus healed a leper, the outcast of society. 

คนแรกที่พระเยซูทรงรักษาให้หายเป็นคนโรคเรื้อน คนที่สังคมรังเกียจ

Since leprosy was contagious, lepers have to live outside of town, away from their family and friends and cry out unclean, unclean when anyone drew near them. 

เพราะโรคเรื้อนเป็นโรคติดต่อ   คนที่เป็นโรคเรื้อนต้องอาศัยอยู่นอกเมือง  ห่างจากครอบครัวและเพื่อน ๆ และจะร้องตะโกนเสียงดังว่า  ไม่สะอาด ไม่สะอาด  เมื่อใครก็ตามเข้ามาใกล้พวกเขา

The second one Jesus healed in this chapter was a Gentile, a Roman whom the Jews did not like.  

คนที่สองที่พระเยซูทรงรักษาในบทนี้เป็นคนต่างชาติชาวโรมันซึ่งชาวยิวไม่ชอบ

The third one was a woman who was looked down upon.

คนที่สามเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม

Jesus never looks down on anyone, nor does He ever exclude anyone.

พระเยซูไม่เคยทรงดูถูกใครสักคน   ทรงไม่เคยกีดกั้นใครสักคนออกไป

The Cost of Following Jesus

คุณค่าในการติดตามพระเยซู

18 Now when Jesus saw a great crowd around Him, He gave orders to go over to the other side.

18 ครั้นพระเยซูทรงเห็นประชาชนเป็นอันมากมาล้อมพระองค์ไว้   พระองค์จึงตรัสสั่งให้ข้ามฟากไป

19 And a scribe came up and said to Him, “Teacher, I will follow You wherever You go.”

19 ขณะนั้นมีธรรมาจารย์คนหนึ่งมาหาพระองค์ทูลว่า   “อาจารย์เจ้าข้า   ท่านไปทางไหน   ข้าพเจ้าจะตามท่านไปทางนั้น”

Jesus is getting ready to leave and go over to the other side of the sea.

พระเยซูทรงเตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางและข้ามทะเลไปยังอีกฝั่งหนึ่ง

This man who was a scribe, which is like a secretary, he was one who wrote copies of the Law, the part of the Bible they had then.  He said, “I'll follow you wherever You go.”

ผู้ชายคนนี้ที่เป็นอาลักษณ์ ซึ่งเป็นเหมือนเลขานุการ  เขาเป็นหนึ่งในผู้คัดสำเนาบทบัญญัติ   ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระคัมภีร์ที่พวกเขามี  เขากล่าวว่า " ข้าพเจ้าจะติดตามพระองค์ไปทุกที่ไม่ว่าที่ไหน"

20 And Jesus said to him, “Foxes have holes, and birds of the air have nests, but the Son of Man has nowhere to lay his head.”

20 พระเยซูจึงตรัสว่า   “หมาจิ้งจอกยังมีโพรง   และนกในอากาศก็ยังมีรัง   แต่บุตรมนุษย์ไม่มีที่ที่จะวางศีรษะ”

In other words, he is saying to this man that's coming up to Him probably without really thinking it through, to say he wants to go with Jesus. 

ในอีกนัยหนึ่ง พระองค์ตรัสกับชายคนนี้ที่ตามพระองค์มา   อาจจะโดยไม่ได้คิดให้รอบคอบ ที่บอกว่าเขาต้องการที่จะไปกับพระเยซู

The Lord says count the cost. Follow Me wherever I go, just count the cost.

"The foxes have their holes, the birds of the air have their nest but I don't have any place to lay my head", count the cost of discipleship.

พระเจ้าตรัสว่าจงคิดให้ดีก่อน  จงตามเรามาทุกที่ที่เราไป  เพียงแต่คิดให้ดีก่อนนะ
"สุนัขจิ้งจอกยังมีโพรง   และนกในอากาศก็ยังมีรัง   แต่บุตรมนุษย์ไม่มีที่ที่จะวางศีรษะ”

จงคิดให้ดีก่อนมาเป็นสาวก

21 Another of the disciples said to Him, “Lord, let me first go and bury my father.”

21 อีกคนหนึ่งในพวกศิษย์ของพระองค์มาทูลพระองค์ว่า   “พระองค์เจ้าข้า   ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ไปฝังศพบิดาข้าพระองค์ก่อน”

22 And Jesus said to him, “Follow Me, and leave the dead to bury their own dead.”

22 พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า   “จงตามข้าพเจ้ามาเถิด   ปล่อยให้คนตายฝังคนตายของเขาเองเถิด”

Following Jesus means putting Him first before all other relationships. 

การติดตามพระเยซูหมายถึงการยกพระองค์เป็นลำดับแรกก่อนความสัมพันธ์อื่นๆ ทั้งหมด

He comes before your family, before your friends.  

ทรงมาเป็นอันดับแรกก่อนครอบครัวของคุณ  ก่อนเพื่อนของคุณ

Back in verse 18 Jesus gave orders for His followers to join Him in going to the other side.  The book of Mark tells the same story. 

ย้อนกลับไปที่ข้อพระคัมภีร์ที่ 18 พระเยซูทรงรับสั่งให้เหล่าสาวกร่วมกับพระองค์โดยการข้ามไปยังอีกฟากฝั่ง   พระธรรมมาระโกบอกเล่าเรื่องราวเดียวกัน

 

Matthew 8