Wednesday, August 17, 2016

 

Genesis ปฐมกาล 2:4-15

Creation of Man

การสร้างสรรค์ของมนุษย์

The spiritual Sabbath of the Christian believer (continued from verses 1-3)

วันสะบาโตทางจิตวิญญาณของคริสเตียนเชื่อ (ต่อจากข้อที่ 1-3)

In the Book of Hebrews, the idea of a promised rest, to have a break, to have rest, to have peace, is applied to believers today.  Hebrews 4 brings together God’s creation rest (verse 4) and Israel’s rest (verse 8) to teach us about the spiritual rest that believers have in Christ (verses 9-11).

ในหนังสือฮีบรูความคิดของส่วนที่เหลือสัญญาที่จะมีการหยุดพักที่จะมีส่วนที่เหลือเพื่อให้มีความสงบนำมาใช้กับบรรดาผู้ศรัทธาในวันนี้ ฮีบรู 4 ส่วนที่เหลือเป็นการรวมตัวกันสร้างของพระเจ้า (ข้อ4) และส่วนที่เหลือของอิสราเอล (ข้อ8) ที่จะสอนเราเกี่ยวกับส่วนที่เหลือทางจิตวิญญาณที่มีศรัทธาในพระคริสต์ (ข้อ9-11)

Hebrews ฮีบรู 4:1-111 Therefore, while the promise of entering His rest still stands, let us fear lest any of you should seem to have failed to reach it.

1 เหตุฉะนั้นเมื่อพระสัญญายังมีอยู่ว่า   จะให้เราเข้าสู่การพำนักซึ่งพระองค์ทรงประทาน   ก็ให้เราทั้งหลายระมัดระวังอยู่เสมอ   มิฉะนั้นอาจจะมีบางคนในพวกท่านไปไม่ถึง

2 For good news came to us just as to them, but the message they heard did not benefit them, because they were not united by faith with those who listened.

2 เพราะว่าแท้ที่จริง   เราได้รับข่าวอันประเสริฐเช่นเดียวกับเขา   แต่ว่าเขาไม่ได้รับประโยชน์จากข่าวอันประเสริฐ   เพราะเขาไม่เชื่อ

3 For we who have believed enter that rest, as he has said, “As I swore in my wrath,‘They shall not enter my rest,’” although his works were finished from the foundation of the world.

3 สำหรับเราผู้มีความเชื่อแล้วจะได้เข้าสู่การพำนัก   คือการพำนักที่พระองค์ได้ตรัสไว้แล้วว่า   “ตามที่เราได้ปฏิญาณด้วยความพิโรธว่า   'เขาจะไม่ได้เข้าสู่การพำนักซึ่งเราจัดให้' ”   แม้ว่างานของพระองค์จะได้สำเร็จแล้วตั้งแต่สร้างโลก

4 For He has somewhere spoken of the seventh day in this way: “And God rested on the seventh day from all His works.”

4 และมีข้อหนึ่งที่ได้กล่าวถึงวันที่เจ็ดดังนี้ว่า   ในวันที่เจ็ดนั้น   พระเจ้าก็ได้ทรงหยุดพักการงานทั้งสิ้นของพระองค์

5 And again in this passage he said, “They shall not enter My rest.”

5 แต่ในที่เดียวกันกับที่ได้อ้างไว้ข้างบนนั้น   มีคำว่า   เขาจะไม่ได้เข้าสู่การพำนักซึ่งเราจัดให้

6 Since therefore it remains for some to enter it, and those who formerly received the good news failed to enter because of disobedience,

6 ที่จริงยังมีทางเข้าสู่การพำนักนั้น   แต่คนเหล่านั้นที่ได้ยินข่าวประเสริฐคราวก่อนไม่ได้เข้า   เพราะเขาไม่เชื่อฟัง

7 again He appoints a certain day, “Today,” saying through David so long afterward, in the words already quoted,“Today, if you hear His voice, do not harden your hearts.”

7 ดังนั้นพระองค์ได้ทรงกำหนดไว้อีกวันหนึ่งคือ   “วันนี้”   ตามที่พระองค์ได้ตรัสทางดาวิดในเวลาต่อมานาน   ในข้อพระคัมภีร์ที่อ้างมาข้างบนแล้วว่า   วันนี้ถ้าท่านทั้งหลายจะฟังพระสุรเสียงของพระองค์   อย่าให้จิตใจของท่านดื้อรั้น  

8 For if Joshua had given them rest, God would not have spoken of another day later on.

8 เพราะว่าถ้าโยชูวาได้พาเขาเข้าสู่การพำนักนั้นแล้ว   พระเจ้าก็คงมิได้ตรัสในภายหลังถึงวันอื่นอีก

9 So then, there remains a Sabbath rest for the people of God,

9 ฉะนั้นจึงยังมีการพำนักสะบาโตสำหรับชนชาติของพระเจ้า

10 for whoever has entered God's rest has also rested from his works as God did from his.

10 เพราะว่าผู้ใดที่ได้เข้าสู่การพำนักของพระเจ้าแล้ว   ก็ได้พักงานของตน   เหมือนพระเจ้าได้ทรงพักพระราชกิจของพระองค์  

11Let us therefore strive to enter that rest, so that no one may fall by the same sort of disobedience.

11 เหตุฉะนั้น   ขอให้เราทั้งหลายพยายามที่จะได้เข้าสู่การพำนักนั้น   เพื่อจะได้ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดหลงไปเหมือนคนที่ไม่เชื่อฟังเหล่านั้น


Many of the people of Israel who left Egypt for the Promised Land of Israel or Canaan, which was to be their place of rest, did not enter it because they disobeyed God. 

หลายคนของอิสราเอลที่เหลืออียิปต์เพื่อดินแดนพันธสัญญาของอิสราเอลหรือคานาอันซึ่งเป็นสถานที่ของพวกเขาในส่วนที่เหลือไม่ได้ป้อนเป็นเพราะพวกเขาไม่เชื่อฟังพระเจ้า

They wandered in the wilderness and then it was the next generation, those who were born in the wilderness, who entered into the Promised Land.

พวกเขาเดินในถิ่นทุรกันดารและแล้วมันก็เป็นรุ่นต่อไป, คนที่เกิดในถิ่นทุรกันดารที่ป้อนเข้าสู่ดินแดนพันธสัญญา

The writer of Hebrews makes a comparison to people today, and says don’t be disobedient and not believe God and miss out on the rest that He has for you in Jesus Christ.

นักเขียนของชาวฮีบรูที่ทำให้การเปรียบเทียบกับคนที่มีวันนี้และกล่าวไม่ดื้อแพ่งและไม่เชื่อว่าพระเจ้าและพลาดในส่วนที่เหลือที่เขาได้สำหรับคุณในพระเยซูคริสต์

When you trust Jesus Christ, you enter the “new creation” and into His spiritual rest,

เมื่อคุณไว้วางใจพระเยซูคริสต์ที่คุณป้อน"การสร้างใหม่"และในส่วนที่เหลือทางจิตวิญญาณของพระองค์

2 Corinthians โครินธ์ 5:17 Therefore, if anyone is in Christ, he is a new creation. The old has passed away; behold, the new has come.

17 เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์   ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว   สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป   นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น

Matthew มัทธิว 11:28-30 28Come to Me, all who labor and are heavy laden, and I will give you rest.

28 บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก   จงมาหาเรา   และเราจะให้ท่านทั้งหลาย   หายเหนื่อยเป็นสุข

29 Take My yoke upon you, and learn from Me, for I am gentle and lowly in heart, and you will find rest for your souls.

29 จงเอาแอกของเราแบกไว้   แล้วเรียนจากเรา   เพราะว่าเราสุภาพและใจอ่อนน้อม   และจิตใจท่านทั้งหลายจะได้พัก

30 For My yoke is easy, and my burden is light.”

30 ด้วยว่าแอกของเราก็พอเหมาะ   และภาระของเราก็เบา”


You also enter into the spiritual inheritance He gives all who trust Him when you believe in Jesus.

นอกจากนี้คุณยังใส่ลงไปในจิตวิญญาณของมรดกที่เขาให้ทุกคนที่วางใจพระองค์เมื่อคุณเชื่อในพระเยซู

Acts กิจการ 20:32 And now I commend you to God and to the word of His grace, which is able to build you up and to give you the inheritance among all those who are sanctified.

32 บัดนี้ข้าพเจ้าฝากท่านไว้กับพระเจ้าและกับคำแห่งพระคุณของพระองค์   ซึ่งมีฤทธิ์อาจก่อสร้างท่านขึ้นได้   และให้ท่านมีมรดกด้วยกันกับบรรดาวิสุทธิชน

Ephesians เอเฟซัส 1:18  18having the eyes of your hearts enlightened, that you may know what is the hope to which He has called you, what are the riches of His glorious inheritance in the saints,

18 และขอให้ตาใจของท่านสว่างขึ้น   เพื่อท่านจะได้รู้ว่า   ในการที่พระองค์ทรงเรียกท่านนั้น   พระองค์ได้ประทานความหวังอะไรแก่ท่าน   และรู้ว่า   มรดกของพระองค์สำหรับธรรมิกชนมีสง่าราศีอันอุดมบริบูรณ์เพียงไร


The seventh day of the week, the Jewish Sabbath, symbolizes the old creation and the covenant of law: first you work, and then you rest.

วันที่เจ็ดของสัปดาห์, ชาวยิววันเสาร์เป็นสัญลักษณ์ของการสร้างเก่าและพันธสัญญาของกฎหมายที่  แรกที่คุณทำงานและจากนั้นคุณส่วนที่เหลือ

The first day of the week, the Lord’s day, symbolizes the New Creation and the Covenant of Grace: first you believe in Christ and find rest, and then you work.

วันแรกของสัปดาห์ วันของพระเจ้าเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างใหม่และพันธสัญญาของเกรซ :แรกที่คุณเชื่อในพระคริสต์และหาส่วนที่เหลือและจากนั้นที่คุณทำงาน

Ephesians เอเฟซัส 2:8-10  8For by grace you have been saved through faith. And this is not your own doing; it is the gift of God,

8 ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ   และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายกระทำเอง   แต่พระเจ้าทรงประทานให้

9 not a result of works, so that no one may boast.

9 ความรอดนั้นจะเนื่องด้วยการกระทำก็หามิได้   เพื่อมิให้คนหนึ่งคนใดอวดได้

10 For we are his workmanship, created in Christ Jesus for good works, which God prepared beforehand, that we should walk in them.

10 เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์   ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ประกอบการดี   ซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เรากระทำ


In the New Creation, God’s Spirit enables us to make the entire week an experience of worship, praise, and service to the glory of God.

ในการสร้างใหม่, พระวิญญาณพระเจ้าช่วยให้เราสามารถที่จะทำให้ประสบการณ์ทั้งสัปดาห์ของการนมัสการสรรเสริญและบริการเพื่อพระสิริของพระเจ้า

The Jewish Sabbath law was fulfilled by Christ on the cross and is no longer binding on God’s people.

วันสะบาโตของชาวยิวกฎหมายได้จริงโดยพระเยซูคริสต์บนไม้กางเขนและจะไม่มีผลผูกพันกับคนของพระเจ้า

However, some believers may choose to honor the Sabbath Day “as unto the Lord,” and Christians are not to judge or condemn one another in this matter.

แต่บรรดาผู้ศรัทธาบางคนอาจเลือกที่จะเกียรติที่วันสะบาโต"เป็นพระเจ้า"และคริสตชนจะไม่ได้ที่จะตัดสินหรือกล่าวโทษอีกคนหนึ่งในเรื่องนี้

When good and godly people disagree on matters of conscience, they must practice love and mutual acceptance and grant one another liberty. 

เมื่อคนที่ดีและพระเจ้าไม่เห็นด้วยกับเรื่องของจิตสำนึกของพวกเขาจะต้องปฏิบัติความรักและการยอมรับซึ่งกันและกันและให้เสรีภาพอื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง

Colossians โคโลสี 2:16 Therefore let no one pass judgment on you in questions of food and drink, or with regard to a festival or a new moon or a Sabbath.

16 เหตุฉะนั้นอย่าให้ผู้ใดพิพากษาปรักปรำท่านในเรื่องการกิน   การดื่ม   ในเรื่องเทศกาล   วันต้นเดือน   หรือวันสะบาโต

Summary Of The First Five Days Of Creation Genesis 2:4-6

ข้อมูลอย่างย่อในครั้งแรกห้าวันของการสร้างพระธรรมปฐมกาล 2:4-6

4These are the generations of the heavens and of the earth when they were created, in the day that the LORD God made the earth and the heavens. 

4ลำดับเรื่องการเนรมิตสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินมีดังนี้ ในวันที่พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างแผ่นดิน และฟ้าสวรรค์


Genesis 2:4 is the first of eleven “generation” statements that mark the progress of the story Moses wrote in the Book of Genesis. 

ปฐมกาล 2:4 เป็นครั้งแรกของงบสิบเอ็ด"รุ่น"ที่ทำเครื่องหมายความคืบหน้าของเรื่องที่โมเสสเขียนไว้ในพระธรรมปฐมกาล

Actually, the word "generations" means families. The Book of Genesis is not only the book of beginnings but also the book of the families.

ที่จริงการ"รุ่น"คำว่าครอบครัว พระธรรมปฐมกาลไม่ได้เป็นเพียงหนังสือของจุดเริ่มต้น แต่ยังหนังสือของครอบครัว

"These are the families of the heavens and of the earth when they were created, in the day that the LORD God made the earth and the heavens."  

"เหล่านี้เป็นครอบครัวของชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินโลกเมื่อพวกเขาถูกสร้างขึ้นในวันที่พระเจ้าทรงทำพื้นโลกและสวรรค์ที่"

Sometimes we speak of something and say it is a part of the animal family, or a part of the plant family.

บางครั้งเราพูดถึงการบางสิ่งบางอย่างและบอกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวสัตว์หรือส่วนหนึ่งของครอบครัวของพืช

5And every plant of the field before it was in the earth, and every herb of the field before it grew: for the LORD God had not caused it to rain upon the earth, and there was not a man to till the ground.

5เมื่อยังไม่มีต้นไม้ตามทุ่งบนแผ่นดิน และพืชตามทุ่งก็ยังไม่งอกขึ้นเลย เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้ายังไม่ได้ทรงให้ฝนตกบนแผ่นดิน ทั้งยังไม่มีมนุษย์เพาะปลูกบนดิน

6But there went up a mist from the earth, and watered the whole face of the ground

6แต่มีละอองน้ำขึ้นมาจากแผ่นดิน รดพื้นดินทั่วทั้งหมด


In chapter 1 God was preparing a home for the man whom He would make.

ในบทที่ 1 พระเจ้าทรงเตรียมบ้านสำหรับคนที่พระองค์จะทำให้

God is now getting ready to move this man into a place that He has prepared for him.

พระเจ้าคือตอนนี้ได้รับพร้อมที่จะย้ายคนนี้เป็นสถานที่ที่เขาได้เตรียมไว้สำหรับเขา


Man's Creation (2:7-15)

การสร้างของมนุษย์ (2:7-15)

7then the LORD God formed the man of dust from the ground and breathed into his nostrils the breath of life, and the man became a living creature.

7พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีดิน ระบายลมปราณเข้าทางจมูก   มนุษย์จึงเป็นผู้มีชีวิต  

8And the LORD God planted a garden in Eden, in the east, and there he put the man whom He had formed.

8พระเจ้าทรงปลูกสวนแห่งหนึ่งไว้ที่เอเดน ทางทิศตะวันออก   และให้มนุษย์ที่พระองค์ทรงปั้นมานั้นอยู่ที่นั่น

9And out of the ground the LORD God made to spring up every tree that is pleasant to the sight and good for food. The tree of life was in the midst of the garden, and the tree of the knowledge of good and evil.

9แล้วพระเจ้าทรงให้ต้นไม้ทุกชนิดที่งามน่าดูและที่น่ากิน   เป็นอาหารงอกขึ้นจากดิน   มีต้นไม้แห่งชีวิตต้นหนึ่งอยู่ท่ามกลางสวนนั้น   กับต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่วต้นหนึ่งด้วย  

10A river flowed out of Eden to water the garden, and there it divided and became four rivers.

10มีแม่น้ำสายหนึ่งไหลจากเอเดนรดสวนนั้น   จากที่นั่นก็แยกออกเป็นสี่สาย

11The name of the first is the Pishon. It is the one that flowed around the whole land of Havilah, where there is gold.

11ชื่อแม่น้ำสายที่หนึ่งคือปิโชน   เป็นแม่น้ำที่ไหลรอบแผ่นดินฮาวิลาห์   ที่นั่นมีแร่ทองคำ

12And the gold of that land is good; bdellium and onyx stone are there.

12ทองคำที่เมืองนั้นเป็นทองคำเนื้อดี   และมียางไม้ตะคร้ำและโมรา

13The name of the second river is the Gihon. It is the one that flowed around the whole land of Cush.

13ชื่อแม่น้ำสายที่สองคือกิโฮน ไหลรอบแผ่นดินคูช

14And the name of the third river is the Tigris, which flows east of Assyria. And the fourth river is the Euphrates.

14ชื่อแม่น้ำสายที่สามคือไทกริส   ไหลไปทางทิศตะวันออกของเมืองอัสซีเรีย   และแม่น้ำสายที่สี่ชื่อยูเฟรติส  

15The LORD God took the man and put him in the garden of Eden to work it and keep it.

15พระเจ้าจึงทรงให้มนุษย์นั้นอยู่ในสวนเอเดน ให้ทำและรักษาสวน


In the first chapter we saw that there was nothing, and then God created the heavens and the earth "In the beginning God created the heaven and the earth."

ในบทแรกที่เราเห็นว่ามีอะไรเลยและแล้วพระเจ้าทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินโลก"ในการเริ่มต้นพระเจ้าทรงสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน."

The next step in creation was the creation of life.

  ขั้นตอนต่อไปในการสร้างคือการสร้างชีวิตที่ดีขึ้น

We saw that in verse 21 where it says that God created great fish and then all animal life. Then man is the next step in the creation.

เราเห็นว่าในข้อ 21 ที่จะกล่าวว่าที่พระเจ้าทรงสร้างปลาที่ดีและแล้วชีวิตสัตว์ทั้งหมด แล้วคนที่เป็นขั้นตอนต่อไปในการสร้าง

7And the LORD God formed man of the dust of the ground, and breathed into his nostrils the breath of life; and man became a living soul 

7พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีจากพื้นดิน ระบายลมปราณ เข้าทางจมูกของเขา มนุษย์จึงกลายเป็นผู้มีชีวิตอยู่

This is the method of the creation of man, and again we are limited in what God has told us.

นี้เป็นวิธีการของการสร้างของมนุษย์และอีกครั้งที่เราจะถูก จำกัด ในสิ่งที่พระเจ้าได้บอกเรา

Physically, man was taken out of the ground. It is quite interesting that our bodies are made up of about fifteen or sixteen chemical elements.

ร่างกายมนุษย์ถูกนำออกจากพื้นดิน เป็นที่น่าสนใจมากที่ร่างกายของเราสร้างขึ้นจากประมาณสิบห้าสิบหกหรือองค์ประกอบทางเคมี

Those same chemical elements are in the ground.

องค์ประกอบทางเคมีที่เหมือนกันอยู่ในพื้นดิน

The physical part of man was taken out of the dust of the ground. If we were to be boiled down into the separate chemical elements of which we are made, we would be worth very little in terms of money.

ส่วนที่ทางกายภาพของมนุษย์นั้นถูกนำออกจากฝุ่นของพื้นดิน ถ้าเราจะนำไปต้มลงในองค์ประกอบทางเคมีที่แยกต่างหากจากที่เราจะทำเราจะมีมูลค่าน้อยมากในแง่ของเงิน

But man is more than dust. Physically, dust he is and to the dust he will return, but his spirit is going to God.

  แต่คนเป็นมากกว่าฝุ่น ร่างกายของเขาเป็นฝุ่นละอองและฝุ่นที่เขาจะกลับ แต่จิตวิญญาณของเขาเป็นไปพระเจ้า

Why? Because God "breathed into his nostrils the breath of life; and man became a living soul."

ทำไม? เพราะว่าพระเจ้าทรง"ลมหายใจเข้าไปในจมูกหายใจของสิ่งมีชีวิตและจิตวิญญาณของมนุษย์กลายเป็นชีวิต"

God breathed into him "the breath of life." God gave man life which is body, mind, and spirit. In other words, man now is brought into a relationship with his Creator.

พระเจ้าลมหายใจเข้าไปในตัวเขาว่า"ลมหายใจของชีวิต." ที่พระเจ้ามอบให้ชีวิตมนุษย์ซึ่งเป็นร่างกายจิตใจและวิญญาณ ในคำอื่น ๆ ในขณะนี้คือคนนำเข้ามาในความสัมพันธ์กับผู้สร้างของเขา

He has in his being a capacity for relationship with God.

  เขาได้ในการเป็นกำลังการผลิตสำหรับความสัมพันธ์กับพระเจ้าของเขา

This is what makes us different from all other creatures that are found in God's universe, as far as we know.

นี่คือสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ทั้งหมดที่พบในจักรวาลของพระเจ้าเท่าที่เรารู้ว่า

Of course, there are the angels, but we know very little about them.

แน่นอนว่ายังมีทูตสวรรค์ที่มี แต่เรารู้น้อยมากเกี่ยวกับพวกเขา


It is easy to take the bones of a man and compare them to the bones of some animal, like a monkey, or to a horse. There are some real similarities.

มันเป็นเรื่องง่ายที่จะใช้กระดูกของมนุษย์และเปรียบเทียบพวกเขากับกระดูกของสัตว์บางอย่างเช่นลิงหรือม้า มีบางอย่างที่คล้ายคลึงกันจริง

You would expect that there would be a certain similarity because these creatures are to move in the same environment in which we move as human beings -- naturally, some of the basic physical parts could be similar.

ที่คุณคาดหวังว่าจะมีความคล้ายคลึงกันบางอย่างเพราะสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะมีการเคลื่อนย้ายในสภาพแวดล้อมเดียวกันในการที่เราย้ายไปเป็นมนุษย์ -- ธรรมชาติบางส่วนที่ทางกายภาพขั้นพื้นฐานอาจจะคล้ายกัน

Man is a different creature. God breathed into his breathing places the breath of life, and man became a living soul. Man is fearfully and wonderfully made by God. 

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกัน ลมหายใจของพระเจ้าเป็นสถานที่การหายใจของเขาลมหายใจของชีวิตและมนุษย์ได้กลายเป็นวิญญาณที่อยู่อาศัย มนุษย์จะทำตระหนกและมหัศจรรย์โดยพระเจ้า

8And the LORD God planted a garden eastward in Eden; and there he put the man whom he had formed 

8พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงปลูกสวนแห่งหนึ่งไว้ในเอเดนทางทิศตะวันออก และทรงกำหนดให้มนุษย์ที่พระองค์ทรงปั้นอยู่ที่นั่น


(Adapted from Warren Wiersbe, Be Basic)

(ดัดแปลงมาจากวอร์เรน Wiersbe, เป็นพื้นฐาน)

Genesis 2 part 2