Tuesday, January 17, 2017

 

Exodus 11 and 12

อพยพบทที่ 11 และ 12

A final plague threatened the death of the first born son

ภัยพิบัติสุดท้ายได้คุกคามบุตรชายหัวปีสู่ความตาย

The collection verses 1-3

ชุดรวมข้อพระคัมภีร์ ข้อ 1-3


The death of the firstborn will be the final judgment upon Egypt before Israel is freed from slavery.

ความตายของบุตรหัวปีจะเป็นการลงโทษครั้งสุดท้ายต่ออียิปต์    ก่อนที่อิสราเอลจะเป็นอิสระจากการเป็นทาส

Pharaoh should have learned by this time that he is fighting against God and cannot win.

ฟาโรห์ควรจะได้เรียนรู้ในเวลานี้ว่า   พระองค์กำลังทรงขัดขืนต่อพระเจ้าและไม่สามารถชนะได้

God has been patient and forgiving, but He must make Pharaoh understand that it is time for Israel to leave Egypt.

พระเจ้าได้ทรงอดทนและให้อภัย    แต่พระองค์ต้องทรงทำให้ฟาโรห์เข้าใจว่า    มันเป็นเวลาสำหรับสำหรับอิสราเอลที่ต้องออกจากอียิปต์

1The LORD said to Moses, “Yet one plague more I will bring upon Pharaoh and upon Egypt. Afterward he will let you go from here. When he lets you go, he will drive you away completely.

1พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “เราจะนำภัยพิบัติมาสู่ฟาโรห์   และอียิปต์อีกอย่างเดียว   หลัง

จากนั้นเขาจะปล่อยพวกเจ้าไปจากที่นี่   เมื่อเขาให้พวกเจ้าไปคราวนี้   เขาจะขับไล่พวกเจ้าออกไปทีเดียว

2Speak now in the hearing of the people, that they ask, every man of his neighbor and every woman of her neighbor, for silver and gold jewelry.”

2บัดนี้เจ้าจงสั่งให้ประชาชนทั้งปวง ให้ผู้ชายผู้หญิงทุกคน   ขอเครื่องเงินเครื่องทองจากเพื่อนบ้านของตน”

3And the LORD gave the people favor in the sight of the Egyptians. Moreover, the man Moses was very great in the land of Egypt, in the sight of Pharaoh's servants and in the sight of the people.

3พระเจ้าทรงให้ประชาชนเป็นที่ถูกอกถูกใจชาวอียิปต์   ยิ่งกว่านั้นโมเสสเป็นที่นับถือมากในประเทศอียิปต์   ทั้งต่อหน้าข้าราชการและต่อหน้าพลเมืองทั้งปวง 


Dr. J. Vernon Mc Gee says, the word "borrow" in this passage simply means to collect back wages.

ดร. เจ เวอร์นอน แมคกี กล่าวว่า   คำว่า "ยืม" ในเนื้อหาตอนนี้เพียงแค่หมายถึงการรวบรวมเงินค่าจ้างกลับคืน

The Israelites had served for years as slaves and had never received any payment for their labor.

ชนชาติอิสราเอลได้ทำงานรับใช้เป็นทาสมานานหลายปี   และไม่เคยได้รับเงินค่าแรงงานของพวกเขาเลย

Now they were going to get their money.

ตอนนี้พวกเขากำลังจะได้รับเงินนั้น

They were to go to their neighbors and ask for their back wages.

พวกเขาต้องไปหาพวกเพื่อนบ้าน  และขอค่าจ้างของพวกเขากลับคืน


The Lord gave the Israelites favor in the eyes of the Egyptians, and they were glad to pay the children of Israel their payment.

พระเจ้าทรงให้ชนชาติอิสราเอลเป็นที่ชื่นชอบในสายตาของชาวอียิปต์   และพวกเขาก็ยินดีจะจ่ายเงินให้ลูกหลานอิสราเอลเป็นค่าจ้าง

The warning verses 4-10

การเตือน   ข้อ 4-10

4So Moses said, “Thus says the LORD: About midnight I will go out in the midst of Egypt,

4โมเสสประกาศว่า “พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'เวลาประมาณเที่ยงคืน เราจะออกไปท่ามกลางอียิปต์

5and every firstborn in the land of Egypt shall die, from the firstborn of Pharaoh who sits on his throne, even to the firstborn of the slave girl who is behind the hand mill, and all the firstborn of the cattle.

5และพวกลูกหัวปีทั้งหมดในแผ่นดินอียิปต์   ตั้งแต่ราชบุตรหัวปีของฟาโรห์   ผู้ประทับบนพระที่นั่ง   จนถึงบุตรหัวปีของทาสหญิง   ซึ่งโม่แป้ง   ทั้งลูกหัวปีของสัตว์เดียรัจฉานด้วยจะต้องตาย

6There shall be a great cry throughout all the land of Egypt, such as there has never been, nor ever will be again.

6แล้วจะมีการพิลาปร้องไห้ทั่วแผ่นดินอียิปต์ อย่างที่ไม่เคยมีมาแต่ก่อน   และต่อไปภายหน้าก็จะไม่มีอีกเลย'

7But not a dog shall growl against any of the people of Israel, either man or beast, that you may know that the LORD makes a distinction between Egypt and Israel.

7ฝ่ายคนหรือสัตว์ของชนชาติอิสราเอลทั้งปวง จะไม่มีแม้แต่เสียงสุนัขขู่   เพื่อให้ทราบว่าพระเจ้าทรงกระทำต่อชาวอียิปต์   ต่างกับชนชาติอิสราเอล

8And all these your servants shall come down to me and bow down to me, saying, ‘Get out, you and all the people who follow you.’ And after that I will go out.” And he went out from Pharaoh in hot anger.

8ข้าราชการของท่านจะลงมาหาเรา   กราบลงต่อหน้าเรากล่าวว่า   'ขอท่านกับพรรคพวกไปเสียจากที่นี่เถิด'   หลังจากนั้นเราก็จะออกไป” โมเสสทูลลาฟาโรห์ไปด้วยความโกรธยิ่งนัก

9Then the LORD said to Moses, “Pharaoh will not listen to you, that my wonders may be multiplied in the land of Egypt.”

9แล้วพระเจ้าตรัสตอบโมเสสว่า “ฟาโรห์จะไม่เชื่อฟังเจ้า   เพื่ออัศจรรย์ของเราจะได้เพิ่ม

ขึ้นอีกในแผ่นดินอียิปต์”  

10Moses and Aaron did all these wonders before Pharaoh, and the LORD hardened Pharaoh's heart, and he did not let the people of Israel go out of his land.

10โมเสสกับอาโรนก็ได้กระทำอัศจรรย์เหล่านั้นต่อ พระพักตร์ฟาโรห์   และพระเจ้าทรงกระทำให้พระทัยของฟาโรห์แข็งกระด้างไป   ท่านจึงไม่ยอมปล่อยชนชาติอิสราเอลให้ออกไปจากแผ่นดินของท่าน


Each home protected by the blood would not be touched by the death angel.

ทุกบ้านที่ใช้เลือดทาป้องกันไว้  ทูตมรณะจะไม่แตะต้องสัมผัสเลย

This was the beginning of the oldest religious holiday of the Jews, the Passover Feast.

นี่คือการเริ่มต้นวันหยุดทางศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดของชาวยิว   งานฉลองเทศกาลปัศกา

The Passover is one of the greatest pictures of the Lord Jesus Christ found in the Old Testament.

เทศกาลปัสกาเป็นภาพหนึ่งที่สำคัญที่สุดขององค์พระเยซูคริสต์ที่พบในพันธสัญญาเดิม

John ยอห์น 1:29 The next day he saw Jesus coming toward him, and said, “Behold, the Lamb of God, who takes away the sin of the world!

วันรุ่งขึ้นยอห์นเห็นพระเยซูกำลังเสด็จมาทางท่าน   ท่านจึงกล่าวว่า   “จงดูพระเมษโปดก(คำศัพท์แปลว่าลูกแกะ) ของพระเจ้า   ผู้ทรงรับความผิดบาปของโลกไปเสีย


The Feast of the Passover was helped the Jews to remember Israel's deliverance from Egypt and their becoming a nation of God.  

เทศกาลงานเลี้ยงปัสกาช่วยให้ชาวยิวต้องจดจำการช่วยกู้อิสราเอลให้พ้นจากอียิปต์   และพวกเขากลายเป็นชนชาติของพระเจ้า

Leaven reminds of sin, that Paul speaks of.

เปาโลกล่าวถึงเชื้อว่าเตือนให้นึกถึงความบาป

1 Corinthians 1โครินธ์ 5:7 Cleanse out the old leaven that you may be a new lump, as you really are unleavened. For Christ, our Passover lamb, has been sacrificed.

จงชำระเชื้อเก่าเสีย   เพื่อท่านจะได้เป็นแป้งดิบก้อนใหม่   เหมือนขนมปังไร้เชื้อ   เพราะพระคริสต์ผู้ทรงเป็นปัสกาของเราได้ถูกฆ่าบูชาเสียแล้ว


Exodus Chapter 12

อพยพบทที่ 12

The Passover instructions verses 1-11

คำสั่งสอนเรื่องปัสกา   ข้อ 1-11

1The LORD said to Moses and Aaron in the land of Egypt,

1พระเจ้าตรัสกับโมเสสและอาโรนในประเทศอียิปต์ว่า

2“This month shall be for you the beginning of months. It shall be the first month of the year for you.

2“ให้เดือนนี้เป็นเดือนเริ่มต้นสำหรับเจ้าทั้งหลาย   ให้เป็นเดือนแรกในปีใหม่สำหรับพวกเจ้า

3Tell all the congregation of Israel that on the tenth day of this month every man shall take a lamb according to their fathers' houses, a lamb for a household.

3จงสั่งชุมนุมคนอิสราเอลว่า   ในวันที่สิบเดือนนี้ ให้ผู้ชายทุกคน เตรียมลูกแกะ  ครอบครัวละตัว  ตามตระกูลของตน

4And if the household is too small for a lamb, then he and his nearest neighbor shall take according to the number of persons; according to what each can eat you shall make your count for the lamb.

4ถ้าครอบครัวใดมีคนน้อยกินลูกแกะตัวหนึ่งไม่หมด   ก็ให้รวมกับเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกันเตรียมลูกแกะ ตัวหนึ่งตามจำนวนคนตามที่เขาจะกินได้กี่มากน้อย   ให้นับจำนวนคนที่จะกินลูกแกะนั้น

5Your lamb shall be without blemish, a male a year old. You may take it from the sheep or from the goats,

5ลูกแกะของเจ้า ต้องปราศจากตำหนิ เป็นตัวผู้อายุไม่เกินหนึ่งขวบ เจ้าจงเอามาจากฝูงแกะ หรือฝูงแพะ

6and you shall keep it until the fourteenth day of this month, when the whole assembly of the congregation of Israel shall kill their lambs at twilight.*n6.2

6จงเก็บไว้ให้ดีถึงวันที่สิบสี่เดือนนี้ แล้วในเย็นวันนั้น ให้ที่ประชุมของคนอิสราเอลทั้ง

หมดฆ่าลูกแกะของเขา

7“Then they shall take some of the blood and put it on the two doorposts and the lintel of the houses in which they eat it.

7แล้วเอาเลือดทาที่ไม้วงกบประตูทั้งสองข้าง   และไม้ข้างบน ณ เรือนที่เขาเลี้ยงกันนั้นด้วย

8They shall eat the flesh that night, roasted on the fire; with unleavened bread and bitter herbs they shall eat it.

8ในคืนวันนั้นให้เขากินเนื้อปิ้ง กับขนมปังไร้เชื้อและผักรสขม

9Do not eat any of it raw or boiled in water, but roasted, its head with its legs and its inner parts.

9เนื้อที่ยังดิบหรือเนื้อต้มอย่ากินเลย   แต่จงปิ้งทั้งหัวและขา และเครื่องในด้วย

10And you shall let none of it remain until the morning; anything that remains until the morning you shall burn.

10จงกินให้หมดอย่าให้มีเศษเหลือจนถึงเวลาเช้า   เศษเหลือถึงเวลาเช้าก็ให้เผาเสีย

11In this manner you shall eat it: with your belt fastened, your sandals on your feet, and your staff in your hand. And you shall eat it in haste. It is the LORD's Passover.

11เจ้าทั้งหลายจงเลี้ยงกันดังนี้   คือให้คาดเอว   สวมรองเท้า   และถือไม้เท้าไว้   และรีบกินโดยเร็ว   การเลี้ยงนี้เป็นปัสกาของพระเจ้า


God delivered the people of Israel from their slavery by blood and by power.

พระเจ้าทรงปลดปล่อยคนอิสราเอลพ้นจากการเป็นทาสโดยเลือดและโดยฤทธิ์อำนาจ

And our salvation today is also by His blood and by His power.

และเราได้รับความรอดทุกวันนี้โดยพระโลหิตของพระองค์และฤทธิ์อำนาจของพระองค์

The blood that the Lord Jesus Christ shed on the cross paid the penalty for our sins.

พระโลหิตที่องค์พระเยซูคริสต์ทรงหลั่งบนกางเขนเป็นค่าไถ่โทษความบาปของเรา

The power of the Holy Spirit makes it real and gives us power to live the Christian life. 

พระวิญญาณบริสุทธิ์สำแดงฤทธิ์อำนาจได้จริง   และทรงประทานกำลังแก่เราในการดำเนินชีวิตคริสเตียน

We are very dependent upon His power.

เราพึ่งในฤทธิ์อำนาจของพระองค์ได้

Zechariah เศคาริยาห์ 4:6 Then he said to me, “This is the word of the LORD to Zerubbabel: Not by might, nor by power, but by my Spirit, says the LORD of hosts.

แล้วท่านจึงตอบข้าพเจ้าว่า   “นี่เป็นพระวจนะของพระเจ้าที่ให้ไว้กับเศรุบบาเบลว่า  มิใช่ด้วยกำลัง มิใช่ด้วยฤทธานุภาพ   แต่ด้วยวิญญาณของเรา  พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ


When Israel entered Egypt, it was as a family.

เมื่อชนชาติอิสราเอลเข้าในแผ่นดินอียิปต์   เกิดสภาพเป็นครอบครัว

When they made their exit from Egypt, it was as a nation.

เมื่อพวกเขาออกมาจากแผ่นดินอียิปต์   เกิดสภาพเป็นประเทศ

It is families that make up a nation. 

หลายๆ ครอบครัวประกอบขึ้นเป็นประเทศชาติ

So, the Lord emphasizes here both the importance of the blood and the importance of the family.

ดังนั้น  พระเจ้าทรงเน้นย้ำตรงนี้   ทั้งความสำคัญของเลือดและความสำคัญของครอบครัว

The Israelites have become a nation and God is going to deliver them, but He will do it by families and by the individuals in the family.

ชนชาติอิสราเอลได้กลายเป็นประเทศชาติ   และพระเจ้ากำลังทรงปลดปล่อยพวกเขา  แต่พระองค์จะทรงทำโดยสภาพครอบครัว  และโดยแต่ละคนในครอบครัว

There was to be a lamb in every house.

ต้องมีเนื้อลูกแกะในบ้านทุกหลัง

The lamb, of course, speaks of the blood that will be put on the doorpost.

แน่นอน เนื้อลูกแกะ พูดเกี่ยวกับเลือดที่จะถูกทาที่วงกบประตู


Each family was to have a lamb, but what if a man and his wife were childless or had married children who lived apart from them?

แต่ละครอบครัวจะต้องมีเนื้อลูกแกะ  แต่ทำยังไงถ้าผู้ชายนั้นและภรรยาของเขาไร้บุตร  หรือลูกๆ ที่แต่งงานแล้วแยกกันอยู่กับพวกเขา

This couple is then supposed to join with a neighbor who is in the same position and divide the lamb.

แล้วสมมุติว่าสามีภรรยาคู่นี้ร่วมกับเพื่อนบ้าน   ผู้ที่อยู่ในละแวกเดียวกันและแบ่งเนื้อลูกแกะกัน

Each individual in each family is to receive a part of the lamb.

แต่ละคนในทุกครอบครัวต้องได้รับเนื้อลูกแกะส่วนหนึ่ง

The Passover was done by families. 

เทศกาลปัสกากระทำโดยหลายๆ ครอบครัว

It is important still today that the whole family, the whole household, serves the Lord together.

ทุกวันนี้  มันยังสำคัญที่ทั้งครอบครัว  ทุกคนในครัวเรือน  ปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าร่วมกัน

 

No one is saved because he is the member of a nation or a family.

ไม่มีใครรอดได้เพราะเขาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของประเทศชาติหรือครอบครัว

Take, for example, the account of the Philippian jailer and the salvation of his household as told in the Book of Acts, chapter 16.

ตัวอย่าง   จงนึกถึงเรื่องผู้คุมชาวฟิลิปปี และความรอดของคนในครัวเรือนของเขา  ตามที่บันทึกในพระธรรมกิจการบทที่ 16

His family was not saved because the jailer believed, but because each member of his family believed on the Lamb of God, the Lord Jesus. 

ครอบครัวของเขาไม่ได้รอดเพราะผู้คุมรับเชื่อ  แต่เป็นเพราะสมาชิกแต่ละคนในครอบ

ครัวของเขาได้เชื่อในพระเมษโปดกของพระเจ้า    คือพระเยซูเจ้า

So as the blood of the lamb was put on the door and the angel of death passed over, in the same way, when we believe in the Lord Jesus the blood of the Lamb is put on our heart’s door and the judgment of God passes over us.   

ดังนั้น  เมื่อเลือดของลูกแกะถูกทาที่วงกบประตู  และทูตมรณะผ่านพ้นไป    ก็เช่นเดียว

กัน  เมื่อเราเชื่อในองค์พระเยซูเจ้า   พระโลหิตของพระเมษโปดกถูกทาที่ประตูใจของเรา    และการพิพากษาของพระเจ้าก็จะผ่านพ้นเราไป


The final plague is about to come upon Egypt.

ภัยพิบัติสุดท้ายกำลังจะมาเยือนแผ่นดินอียิปต์

The Israelites in the land of Goshen were spared during the last three plagues, and God's people were delivered from judgment, but they were not yet in a relationship with God.

ชาวอิสราเอลในแผ่นดินโกเชนรอดชีวิตในช่วงภัยพิบัติสุดท้ายสามอย่าง   และประชากรของพระเจ้ารอดพ้นจากการพิพากษา  แต่พวกเขาก็ยังคงไม่มีการสามัคคีธรรมกับพระเจ้า

Now they have to obey God and show they have faith in the blood.  

ตอนนี้พวกเขาต้องเชื่อฟังพระเจ้า   และสำแดงว่าพวกเขามีความเชื่อในพระโลหิต

We are also told also that they were to eat the flesh of the lamb roast with fire.

นอกจากนี้เราได้รับคำบอกเล่าว่า  พวกเขาต้องกินเนื้อของลูกแกะที่ย่างด้วยไฟ

Fire speaks of judgment.

ไฟกล่าวถึงการพิพากษา

There must be judgment of sin.

ต้องมีการลงโทษต่อบาป

They were to eat the lamb with unleavened bread.

พวกเขาต้องกินเนื้อลูกแกะกับขนมปังไร้เชื้อ

Leaven speaks of sin. 

เชื้อกล่าวถึงความบาป

They were also to have their meal with bitter herbs.

พวกเขาต้องกินอาหารพร้อมด้วยผักสมุนไพรที่มีรสขมด้วย

Showing that their experience in Egypt had been bitter, it had been very difficult, and sometimes even in the Christian life there are difficult times.

เพื่อแสดงว่าประสบการณ์ของพวกเขาในอียิปต์นั้นขมขื่น  มันได้ยากลำบากมาก  และบางครั้งแม้ในชีวิตคริสเตียนก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบาก


Blood on the door posts verses 12-13 

เลือดที่ทาไว้ที่วงกบประตู  ข้อ  12-13

12For I will pass through the land of Egypt that night, and I will strike all the firstborn in the land of Egypt, both man and beast; and on all the gods of Egypt I will execute judgments: I am the LORD.

12เพราะในคืนวันนั้น เราจะผ่านไปในประเทศอียิปต์   และเราจะประหารลูกหัวปีทั้งหมดในอียิปต์ทั้ง ของมนุษย์และของสัตว์   และเราจะพิพากษาลงโทษพระทั้งปวงของอียิปต์   เราคือพระเจ้า

13The blood shall be a sign for you, on the houses where you are. And when I see the blood, I will pass over you, and no plague will befall you to destroy you, when I strike the land of Egypt.

13แต่เลือดที่บ้านที่เจ้าทั้งหลายอยู่นั้น   จะเป็นหมายสำคัญสำหรับเจ้า  เมื่อเราเห็นเลือดนั้น   เราจะผ่านเว้นเจ้าทั้งหลายไป  จะไม่มีภัยพิบัติบังเกิดแก่เจ้า   ขณะที่เราประหารชาวอียิปต์  


I like what Dr. J. Vernon Mc Gee says about this, “God said, "When I see the blood, I will pass over you."

ผมชอบสิ่งที่ดร. เจเวอร์นอน แมคกี กล่าวว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้  " พระเจ้าตรัสว่า " เมื่อเรามองเห็นเลือด  เราจะผ่านเจ้าไป "

No one was saved because he was doing the best he could, or because he was honest, or because he was a good person.

ไม่มีใครรอดได้เพราะเขากำลังทำดีที่สุดที่เขาสามารถทำได้     หรือเพราะเขาเป็นคนซื่อสัตย์   หรือเพราะเขาเป็นคนดี

God said, "When I see the blood, I will pass over you."

พระเจ้าตรัสว่า "เมื่อเรามองเห็นเลือด  เราจะผ่านเจ้าไป"

They were not to run out of the house during the night and look at the blood; they were to have confidence and faith in it. They were not saved because they went through the ceremony of circumcision, or because they belonged to some church.

พวกเขาต้องไม่วิ่งออกนอกบ้านในช่วงกลางคืน    และมองดูที่เลือด; พวกเขาต้องมีความมั่นใจและความเชื่อในสิ่งนี้    พวกเขาไม่ได้รอดเพราะพวกเขาผ่านพิธีเข้าสุหนัต  หรือเพราะพวกเขาเป็นสมาชิกบางคริสตจักร

God said, "When I see the blood, I will pass over you."

พระเจ้าตรัสว่า "เมื่อเรามองเห็นเลือด  เราจะผ่านเจ้าไป"

The death angel was not making a survey of the neighborhood.

ทูตมรณะไม่ได้ทำการสำรวจเพื่อนบ้านใกล้เคียง

They were not to open a window and tell the death angel how good they were and how much charity work they had done.

พวกเขาต้องไม่เปิดหน้าต่างและบอกทูตมรณะว่า    พวกเขาดีเพียงไรและพวกเขาทำงานการกุศลมากมายเพียงใด

Any man who put his neck out of a window that night would have died. God said, "When I see the blood, I will pass over you."

คนหนึ่งคนใดที่โผล่คอของเขาออกมาจากหน้าต่างในคืนนั้นคงจะต้องตาย   พระเจ้าตรัสว่า "เมื่อเรามองเห็นเลือด  เราจะผ่านเจ้าไป"

Nothing needed to be added. Who was saved that night? Those who believed God.

ไม่มีอะไรที่จะจำเป็นต้องเพิ่มเติม  ใครรอดได้ในคืนนั้นบ้าง   บรรดาผู้ที่เชื่อในพระเจ้า

Those who had sprinkled the blood upon their doorposts and trusted in it.

บรรดาผู้ที่ได้เอาเลือดประพรมที่วงกบประตูบ้านของพวกเขาและได้ไว้วางใจนั้น

Although I do not understand it completely, I believe what God says. He tells me that the shed blood of Christ will save me and nothing else will.”

ถึงแม้ว่าผมจะไม่เข้าใจมันทั้งหมด    ผมเชื่อในสิ่งที่พระเจ้าตรัส  พระองค์ทรงสอนผมว่าพระโลหิตที่หลั่งออกมาของพระคริสต์จะช่วยผมให้รอด   และไม่มีอะไรอื่นจะช่วยได้ ".

God said that when He saw the blood, He would pass over that home.

พระเจ้าตรัสว่าเมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นเลือด  พระองค์จะเสด็จผ่านบ้านนั้นไป

A great principle runs all the way through the Word of God connecting blood with the forgiveness of sin. 

หลักการที่สำคัญตลอดในพระวจนะของพระเจ้าเชื่อมโยงพระโลหิตด้วยกันกับการอภัยบาป

Hebrews ฮีบรู 9:22 Indeed, under the law almost everything is purified with blood, and without the shedding of blood there is no forgiveness of sins. 

ความจริงนั้นตามพระบัญญัติถือว่า   เกือบทุกสิ่งจะบริสุทธิ์เพราะโลหิต   และถ้าไม่มีโลหิตไหลออกแล้ว   ก็จะไม่มีการอภัยบาปเลย


In other words, God cannot just shut His eyes to sin and do nothing about it, any more than can a judge today when the guilty are brought before him.

ในอีกนัยหนึ่ง  พระเจ้าไม่เพียงแค่ทรงปิดพระเนตรของพระองค์ต่อความบาป   และไม่ทรงทำอะไรเกี่ยวกับมัน  มากไปกว่าทรงพิพากษาทุกวันนี้เมื่อผู้กระทำผิดถูกนำมาเฝ้าต่อพระพักตร์พระองค์

The judge should apply the law to the guilty, and the penalty should be paid. 

ผู้พิพากษาควรใช้กฎหมายตัดสินความผิด     และควรบังคับใช้บทลงโทษ

Romans โรม 6:23 For the wages of sin is death, but the free gift of God is eternal life in Christ Jesus our Lord.

เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย   แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

Ezekiel เอเสเคียล 18:4 Behold, all souls are mine; the soul of the father as well as the soul of the son is mine: the soul who sins shall die.

ดูเถิด  ชีวิตทั้งสิ้นเป็นของเรา   ชีวิตของบิดาเป็นของเราฉันใด   ชีวิตของบุตรก็เป็นของเราฉันนั้น   ชีวิตใดทำบาปก็จะตาย   

So death is what we deserve as sinner, but God is gracious, and an innocent Life, that of His Son Jesus Christ, was substituted for the guilty.

ดังนั้น ความตายเป็นสิ่งที่เราสมควรได้รับในฐานะเป็นคนบาป   แต่พระเจ้าทรงพระกรุณาและทรงมีชีวิตที่บริสุทธิ์    พระบุตรของพระองค์คือพระเยซูคริสต์  ทรงมารับโทษแทนผู้

ที่ทำผิดบาป

Up until Christ came, it was a lamb.

มาจนกระทั่งพระคริสต์เสด็จมา   นั่นคือพระเมษโปดก

Then it was the Lamb of God.  If we receive Christ, we are saved from the judgment that we deserve as sinners.

แล้วก็จะเป็นพระเมษโปดกของพระเจ้า    หากเราต้อนรับพระคริสต์เราจะรอดได้  พ้นจากการพิพากษาที่เราสมควรได้รับในฐานะเป็นคนบาป

Now on that night in Egypt, there was the death of the firstborn in every home that was not protected by the blood.

ตอนนี้ก็ถึงคืนนั้นในแผ่นดินอียิปต์    ความตายมาถึงบุตรหัวปีในทุกบ้านที่ไม่ได้ทำการปกป้องโดยเลือดนั้น

The application of the blood on the doorposts was an indication of faith, in applying the blood of the lamb. 

การใช้เลือดทาบนวงกบประตู   เป็นเครื่องบ่งชี้ความเชื่อ โดยการนำเลือดของลูกแกะมาใช้




In the Book of Leviticus there are instructions given for the Passover and then the Feast of Unleavened Bread, which actually was part of it, but took place after the Passover Feast.

ในพระธรรมเลวีนิติ    มีคำสั่งสอนสำหรับเทศกาลปัสกา    แล้วเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อ  ซึ่งอันที่จริงเป็นส่วนหนึ่งของมัน แต่ได้เกิดขึ้นหลังจากการฉลองเทศกาลปัสกา


Feast of unleavened bread establishing a holiday to remember verses 14-28

เทสกาลกินขนมปังไร้เชื้อตั้งขึ้นให้เป็นวันหยุดสำหรับระลึกถึง  ข้อ 14-28

14“This day shall be for you a memorial day, and you shall keep it as a feast to the LORD; throughout your generations, as a statute forever, you shall keep it as a feast.

14“วันนี้จะเป็นวันที่ระลึกสำหรับเจ้า   ให้เจ้าทั้งหลายถือไว้เป็นเทศกาลแด่พระเจ้า ชั่วชาติพันธุ์ของเจ้า   เจ้าจงฉลองเทศกาลนี้และถือเป็นกฎถาวร

15Seven days you shall eat unleavened bread. On the first day you shall remove leaven out of your houses, for if anyone eats what is leavened, from the first day until the seventh day, that person shall be cut off from Israel.

15เจ้าทั้งหลายจงกินขนมปังไร้เชื้อให้ครบเจ็ดวัน   วันแรกจงชำระบ้านเจ้าให้ปราศจากเชื้อ   ถ้าผู้ใดขืนกินขนมปังที่มีเชื้อตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่เจ็ด   จะต้องอเปหิผู้นั้นเสียจากอิสราเอล

16On the first day you shall hold a holy assembly, and on the seventh day a holy assembly. No work shall be done on those days. But what everyone needs to eat, that alone may be prepared by you.

16ในวันแรกนั้นให้มีการประชุมบริสุทธิ์   วันที่เจ็ดก็ให้มีการประชุมบริสุทธิ์   ในวันนั้นอย่าให้ผู้ใดทำงานเลย   เว้นไว้แต่การจัดเตรียมอาหารสำหรับรับประทาน

17And you shall observe the Feast of Unleavened Bread, for on this very day I brought your hosts out of the land of Egypt. Therefore you shall observe this day, throughout your generations, as a statute forever.

17เจ้าทั้งหลายจงถือพิธีเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อ   เพราะในวันนั้น   เราได้นำพลโยธาของเจ้าทั้งหลายออกไปจากแผ่นดินอียิปต์   เหตุฉะนี้   เจ้าจงฉลองวันนี้ และถือเป็นกฎถาวรชั่วชาติพันธุ์ของเจ้า

18In the first month, from the fourteenth day of the month at evening, you shall eat unleavened bread until the twenty-first day of the month at evening.

18ในตอนเย็นวันที่สิบสี่เดือนแรก   เจ้าทั้งหลายจงกินขนมปังไร้เชื้อจน ถึงเวลาเย็นวันที่ยี่สิบเอ็ดของเดือนนั้น

19For seven days no leaven is to be found in your houses. If anyone eats what is leavened, that person will be cut off from the congregation of Israel, whether he is a sojourner or a native of the land.

19ในเจ็ดวันนั้นอย่าให้พบเชื้อในบ้านของเจ้าเลย   เพราะว่าถ้าผู้ใดที่เป็นแขกเมืองก็ดีหรือคนเกิด ในเมืองก็ดี   ขืนกินขนมปังมีเชื้อ   ผู้นั้นจะต้องถูกอเปหิจากชุมนุมคนอิสราเอล

20You shall eat nothing leavened; in all your dwelling places you shall eat unleavened bread.”

20อย่ากินสิ่งใดที่มีเชื้อ ในที่อาศัยของเจ้า   เจ้าจงกินแต่ขนมปังไร้เชื้อ เท่านั้น”  

21Then Moses called all the elders of Israel and said to them, “Go and select lambs for yourselves according to your clans, and kill the Passover lamb.

21แล้วโมเสสเรียกพวกผู้ใหญ่ของคนอิสราเอลมาพร้อมกันสั่งว่า   “ท่านทั้งหลายจงไปเอาลูกแกะตามครอบครัวของท่านมา ฆ่าเป็นลูกแกะปัสกา

22Take a bunch of hyssop and dip it in the blood that is in the basin, and touch the lintel and the two doorposts with the blood that is in the basin. None of you shall go out of the door of his house until the morning.

22เอาต้นหุสบ(กำหนึ่งจุ่มลงในเลือดที่อยู่ในอ่าง  แล้วป้ายเลือดนั้นไว้ที่ไม้ข้างบน  และไม้วงกบประตูทั้งสองข้างด้วยเลือดที่อยู่ในอ่าง  อย่าให้ผู้ใดออกไปพ้นประตูบ้านของตนจน

ถึงรุ่งเช้า

23For the LORD will pass through to strike the Egyptians, and when he sees the blood on the lintel and on the two doorposts, the LORD will pass over the door and will not allow the destroyer to enter your houses to strike you.

23เพราะพระเจ้าจะเสด็จผ่านไปเพื่อจะ ได้ประหารคนอียิปต์   เมื่อพระองค์ทรงเห็นเลือดที่

ไม้ประตูข้างบน และที่ไม้วงกบประตูทั้งสองข้าง พระเจ้าจะทรงผ่านเว้นประตูนั้น ไม่ทรง

ยอมให้ผู้สังหารเข้าไปในบ้านท่าน  เพื่อจะประหารท่าน

24You shall observe this rite as a statute for you and for your sons forever.

24ท่านทั้งหลายจงถือพิธีนี้ให้เป็นกฎถาวรของท่าน และของลูกหลานท่าน

25And when you come to the land that the LORD will give you, as he has promised, you shall keep this service.

25ครั้นท่านไปถึงแผ่นดินซึ่งพระเจ้าจะทรงประทาน แก่ท่านตามที่ได้ทรงสัญญาไว้แล้วนั้น   ท่านจงถือพิธีนี้ไว้ปฏิบัติ

26And when your children say to you, ‘What do you mean by this service?’

26เมื่อลูกหลานของท่านถามว่า 'พิธีนี้หมายความว่ากระไร'

27you shall say, ‘It is the sacrifice of the LORD's Passover, for he passed over the houses of the people of Israel in Egypt, when he struck the Egyptians but spared our houses.’” And the people bowed their heads and worshiped.

27ท่านทั้งหลายจงตอบว่า   'เป็นการถวายสัตวบูชาปัสกาแด่พระเจ้า   เพราะพระองค์ทรงผ่านเว้นบ้านของชนชาติอิสราเอลในอียิปต์   เมื่อพระองค์ทรงประหารคนอียิปต์   แต่ไว้ชีวิตครอบครัวของเราทั้งหลาย'” ประชากรทั้งปวงก็กราบลงนมัสการ  

28Then the people of Israel went and did so; as the LORD had commanded Moses and Aaron, so they did.

28แล้วคนชาติอิสราเอลก็ไปทำตามคำสั่งทุกประการ   พระเจ้าทรงรับสั่งกับโมเสส   และอาโรนอย่างไร   เขาทั้งหลายก็กระทำตามทุกประการ


As I said before leaven is a symbol of sin. 

ดังที่ผมกล่าวไว้ก่อนนี้ว่า  เชื้อเป็นสัญลักษณ์ของบาป

Sometimes the bad is mixed in with the good. 

บางครั้งความเลวปะปนอยู่กับความดี

This happens sometimes in preaching and teaching. 

บางครั้งเรื่องนี้เกิดขึ้นในการเทศนาและการสั่งสอน

It is amazing to see the amount of error being taught today, and how many people believe it.

น่าอัศจรรย์ที่เห็นข้อผิดพลาดมากมายที่ได้ถูกสอนกันทุกวันนี้   และคนมากมายไปเชื่อได้อย่างไร

"Leaven" is being mixed into the teaching of the Word. 

"เชื้อ" กำลังถูกปะปนเข้าในการสอนพระวจนะ

Many false religions use the Bible, but mix false teaching with it.

ศาสนาเทียมเท็จมากมายใช้พระคัมภีร์ แต่ผสมคำสอนที่ผิดพลาดเข้าในนั้น

This is what the children of Israel were told to avoid.

นี่คือสิ่งที่ลูกหลานอิสราเอลถูกสอนให้หลีกเลี่ยง

Don’t mix religions, don’t mix true teaching with false teaching.

อย่าผสมศาสนาทั้งหลายเข้าด้วยกัน   อย่าผสมคำสอนจริงเข้ากับคำสอนเท็จ

Jesus spoke about this:

พระเยซูตรัสถึงเรื่องนี้:

Matthew มัทธิว 16:11-12 11How is it that you fail to understand that I did not speak about bread? Beware of the leaven of the Pharisees and Sadducees.”

11เป็นไฉนพวกท่านจึงไม่หยั่งรู้ว่า   เรามิได้พูดกับท่านด้วยเรื่องขนมปัง   แต่ได้ว่าให้ระวังเชื้อแห่งพวกฟาริสีและพวกสะดูสีให้ดี”

12Then they understood that he did not tell them to beware of the leaven of bread, but of the teaching of the Pharisees and Sadducees.

12แล้วพวกสาวกก็เข้าใจว่า   พระองค์มิได้ตรัสสั่งเขาให้ระวังเชื้อขนมปัง   แต่ให้ระวังคำสอนของพวกฟาริสีและพวกสะดูสี


The Lord's disciples, at this time, thought He was speaking about physical bread.

ในเวลานี้  สาวกขององค์พระเจ้าคิดว่าพระองค์ตรัสเกี่ยวกับอาหารฝ่ายร่างกาย

Later they understood that the Lord was speaking about the doctrine of the Pharisees, which was evil.

ต่อมาพวกเขาเข้าใจว่าพระเจ้ากำลังตรัสเกี่ยวกับหลักคำสอนของพวกฟาริสีซึ่งชั่วร้าย

Exodus 11