Search the site

Calvary Chapel at the Bridge Phuket ThailandCalvary Chapel at the Bridge

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Friday, January 6, 2017

 

Exodus 9

อพยพบทที่ 9

God continues to deal with the stubborn heart of Pharaoh and with the Egyptians.

พระเจ้ายังทรงจัดการกับหัวใจที่ดื้อรั้นของฟาโรห์และชาวอียิปต์ต่อไป

So long as Pharaoh resisted the Lord, plague after plague came upon the land of Egypt, its people and its animals.  

ตราบใดที่ฟาโรห์ทรงขัดขืนต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า   โรคระบาดมากมายหลายโรคก็มาถึงแผ่นดินอียิปต์   ทั้งประชาชนและสัตว์ของประเทศนั้น

Pharaoh hardened his heart and God hardened Pharaoh’s heart even more. 

ฟาโรห์ทรงมีพระทัยแข็งกระด้าง    และพระเจ้าทรงทำให้ฟาโรห์ยิ่งมีใจแข็งกระด้างมากขึ้น

Pharaoh's refusals to let the people of Israel go and his refusal to believe in God is bringing destruction on his country. 

การที่ฟาโรห์ทรงปฏิเสธไม่ปล่อยให้คนอิสราเอลเป็นอิสระ    และการที่ทรงปฏิเสธไม่เชื่อในพระเจ้า  กำลังนำความหายนะมาสู่ประเทศของพระองค์

God wants to bless people, He wants to save us, but our refusal can turn blessing to cursing.

So, it is with the Pharaoh. 

พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะอวยพรประชาชน   พระองค์ทรงประสงค์ที่จะช่วยพวกเรา แต่การปฏิเสธของเราสามารถแปรให้พระพรเป็นคำสาปแช่ง  ดังนั้นก็เช่นเดียวกับฟาโรห์

Before this fifth plague, God gave a warning, if the Pharaoh would not let the people of Israel go, God would send a terrible disease on the horses, donkeys, camels, cattle, sheep, and they would die.

ก่อนที่จะเกิดภัยพิบัติที่ห้านี้    พระเจ้าทรงเตือนว่า  ถ้าฟาโรห์ไม่ทรงปล่อยให้คนอิสราเอลไป  พระเจ้าจะส่งโรคร้ายแรงมาสู่ฝูงม้า ฝูงลา ฝูงอูฐ ฝูงวัว ฝูงแกะและพวกสัตว์เหล่านี้จะตาย



The Fifth Plague: Egyptian Livestock Die verses 1-7

ภัยพิบัติที่ห้า   ฝูงสัตว์ของชาวอียิปต์ล้มตายลง ข้อที่1-7

1Then the LORD said to Moses, “Go in to Pharaoh and say to him, ‘Thus says the LORD, the God of the Hebrews, “Let my people go, that they may serve me.

1พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสว่า “ไปหาฟาโรห์บอกว่า   พระเจ้าของคนฮีบรูตรัสดังนี้ว่า 'จงปล่อยให้ประชากรของเราไป เพื่อเขาจะได้นมัสการเรา

2For if you refuse to let them go and still hold them,

2ถ้าท่านไม่ยอมปล่อยให้ไปยังหน่วงเหนี่ยวเขาไว้

3behold, the hand of the LORD will fall with a very severe plague upon your livestock that are in the field, the horses, the donkeys, the camels, the herds, and the flocks.

3หัตถ์ของพระเจ้าจะทำให้ฝูงสัตว์ในทุ่งนา ฝูงม้า ฝูงลา   ฝูงอูฐ ฝูงโค และฝูงแพะแกะ เป็นโรคระบาดร้ายแรงขึ้น

4But the LORD will make a distinction between the livestock of Israel and the livestock of Egypt, so that nothing of all that belongs to the people of Israel shall die.”

4แต่พระองค์จะทรงกระทำต่อฝูงสัตว์ของ ชนชาติอิสราเอลต่างกับฝูงสัตว์ของชาวอียิปต์   สัตว์ของคนอิสราเอลจะไม่ต้องตายเลย'”

5And the LORD set a time, saying, “Tomorrow the LORD will do this thing in the land.”

5พระเจ้าทรงกำหนดเวลาไว้ว่า “พรุ่งนี้พระเจ้าจะทรงกระทำสิ่งนี้ในแผ่นดิน”  

6And the next day the LORD did this thing. All the livestock of the Egyptians died, but not one of the livestock of the people of Israel died.

6รุ่งขึ้นพระเจ้าก็ทรงกระทำตามพระวาจา   ฝูงสัตว์ของชาวอียิปต์ตายหมด   แต่สัตว์ของชนชาติอิสราเอลไม่ตายสักตัวเดียว

7And Pharaoh sent, and behold, not one of the livestock of Israel was dead. But the heart of Pharaoh was hardened, and he did not let the people go.

7ฟาโรห์ทรงใช้คนไปดูและประจักษ์ว่า   สัตว์ของคนอิสราเอลไม่ตายสักตัวเดียว   แต่พระทัยของฟาโรห์ยังแข็งกระด้าง   ไม่ยอมปล่อยให้ประชาชนไป


The Pharaoh may have begun to believe that God was bringing these judgments but he was still unwilling to surrender and let the people of Israel go, like God wanted. 

ฟาโรห์อาจทรงเริ่มเชื่อว่าพระเจ้าทรงกำลังลงโทษโดยโรคภัยเหล่านี้ แต่พระองค์ก็ยังไม่ทรงพอพระทัยยอมแพ้    และปล่อยคนอิสราเอลเป็นอิสระ  ดังที่พระเจ้าทรงประสงค์

This disease that came on the animals affected the black bulls, which was something else that was worshiped in Egypt. 

โรคภัยนี้ที่มาสู่สัตว์ทั้งหลายส่งผลต่อวัวตัวผู้สีดำ   ซึ่งเป็นสิ่งอื่นที่ชาวอียิปต์เคารพบูชา

I understand that in Egypt today, you can see mummies made of the black bulls.

ผมเข้าใจว่าในอียิปต์ทุกวันนี้    คุณสามารถเห็นมัมมี่ทำมาจากวัวตัวผู้สีดำ

The Egyptian animals died of disease and those belonging to Israel did not.

บรรดาสัตว์ทั้งหลายของชาวอียิปต์เสียชีวิตจากโรคระบาด   และสัตว์เหล่านั้นที่เป็นของอิสราเอลไม่ตายเลย


The Sixth Plague: Boils on people and animals verses 8-12

ภัยพิบัติที่หก    เกิดฝีลามสู่ประชาชนและสัตว์มากมาย  ข้อที่8-12

8And the LORD said to Moses and Aaron, “Take handfuls of soot from the kiln, and let Moses throw them in the air in the sight of Pharaoh.

8พระเจ้าจึงตรัสแก่โมเสสและอาโรนว่า “เจ้าจงกำเขม่าจากเตาให้เต็มกำมือ   แล้วให้โมเสสซัดขึ้นไปในอากาศต่อหน้าฟาโรห์

9It shall become fine dust over all the land of Egypt, and become boils breaking out in sores on man and beast throughout all the land of Egypt.”

9เขม่านั้นจะกลายเป็นฝุ่นปลิวไปทั่วแผ่นดินอียิปต์   ทำให้เกิดเป็นฝีแตกลามทั้งตัวคนและสัตว์ทั่วแผ่นดินอียิปต์

10So they took soot from the kiln and stood before Pharaoh. And Moses threw it in the air, and it became boils breaking out in sores on man and beast.

10เขาทั้งสองจึงกำเขม่าจากเตาไปยืนอยู่ต่อพระพักตร์ ฟาโรห์ พอโมเสสซัดเขม่าขึ้นไปในท้องฟ้เขม่านั้นก็ทำให้ เกิดฝีแตกลามไปทั้งตัวคนและสัตว์

11And the magicians could not stand before Moses because of the boils, for the boils came upon the magicians and upon all the Egyptians.

11ฝ่ายพวกนักแสดงกลก็ไม่อาจยืนอยู่ต่อหน้าโมเสส   เพราะพวกเล่นกลและชาวอียิปต์ทั้งปวง   ก็เป็นฝีทั่วตัวด้วยเหมือนกัน

12But the LORD hardened the heart of Pharaoh, and he did not listen to them, as the LORD had spoken to Moses.

12แต่พระเจ้าทรงให้พระทัยของฟาโรห์แข็งกระด้าง ไม่ยอมเชื่อฟังโมเสสและอาโรน   จริงดังที่พระเจ้าตรัสกับโมเสสไว้แล้ว


Pharaoh had the magicians or wise men who counseled him probably all the time.

ฟาโรห์มีพ่อมดหมอผีหรือนักปราชญ์ผู้รู้ที่อาจจะให้คำปรึกษาแก่พระองค์ตลอดเวลา

They were able to duplicate the first three plagues and miracles. The rest they were unable to duplicate, and now in this judgment they have boils too. 

พวกเขาก็สามารถทำให้เกิดภัยพิบัติและปาฏิหาริย์ซ้ำแบบสามครั้งแรกได้    ส่วนที่เหลือพวกเขาไม่สามารถทำแบบเดียวกันซ้ำได้    และตอนนี้พวกเขาเองก็เกิดเป็นฝีในการลงโทษครั้งนี้ด้วย

They couldn’t continue to serve the Pharaoh. 

พวกเขาไม่สามารถรับใช้หน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ฟาโรห์

Both mankind and animals are suffering with the boils.

ทั้งมนุษย์และสัตว์ทั้งหลายกำลังทุกข์ทรมานเพราะฝีที่แตกลุกลาม


The priests who served in the Egyptian temples had to be clean, without any type of breaking out or sickness.

ปุโรหิตทั้งหลายที่รับใช้ในวิหารของอียิปต์จะต้องสะอาด    ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บใด ๆ


Suddenly this plague of boils comes upon them and they are unclean, unable to serve in the temples.

ทันใดนั้นฝีแตกลุกลามมาถึงพวกเขา   และพวกเขาก็ไม่สะอาด   ไม่สามารถที่จะรับใช้ในวิหารได้

This then must have brought to a stop all the false worship in Egypt.  

ฉะนั้นสิ่งนี้ทำให้ต้องเลิกการนมัสการเท็จทั้งสิ้นในอียิปต์

Even though Pharaoh himself had boils, he still wouldn’t let the people of Israel go.

แม้ว่าฟาโรห์เองก็ทรงมีฝีลุกลามด้วย   พระองค์ยังจะไม่ปล่อยให้คนอิสราเอลเป็นอิสระ


The Seventh Plague: Hail that kills people and animals verses 13-35

ภัยพิบัติที่เจ็ด    ภัยจากลูกเห็บที่ฆ่าประชาชนและสัตว์มากมาย  ข้อที่13-35

13Then the LORD said to Moses, “Rise up early in the morning and present yourself before Pharaoh and say to him, ‘Thus says the LORD, the God of the Hebrews, “Let my people go, that they may serve me.

13พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “จงตื่นแต่เช้าไปยืนต่อหน้าฟาโรห์บอกว่า   'พระเจ้าของคนฮีบรูตรัสดังนี้ว่า “จงปล่อยประชากรของเราไปนมัสการเรา

14For this time I will send all my plagues on you yourself, and on your servants and your people, so that you may know that there is none like me in all the earth.

14มิฉะนั้นคราวนี้เราจะบันดาลให้เกิดภัยพิบัติต่างๆ แก่เจ้า และแก่ข้าราชการ และแก่พลเมืองของเจ้า เพื่อเจ้าจะได้รู้แน่ว่า ทั่วโลกไม่มีผู้ใดจะเปรียบกับเราได้

15For by now I could have put out my hand and struck you and your people with pestilence, and you would have been cut off from the earth.

15เราจะยกมือขึ้นประหารเจ้าและประชาชนของเจ้า   ด้วยภัยพิบัติให้สูญสิ้นไปจากโลกเสียก็ได้

16But for this purpose I have raised you up, to show you my power, so that my name may be proclaimed in all the earth.

16แต่เหตุที่เราให้เจ้ามีชีวิตอยู่   ก็เพื่อจะให้เจ้าเห็นฤทธานุภาพของเรา   และนามของเราจะได้มีผู้ประกาศไปทั่วโลก

17You are still exalting yourself against my people and will not let them go.

17เจ้ายังถือทิฐิต่อสู้ประชากรของเรา ไม่ยอมปล่อยเขาไป

18Behold, about this time tomorrow I will cause very heavy hail to fall, such as never has been in Egypt from the day it was founded until now.

18ดูนะพรุ่งนี้ประมาณเวลานี้ เราจะให้ลูกเห็บตกลงมาอย่างหนัก   อย่างที่ไม่เคยมีในอียิปต์   ตั้งแต่เริ่มสร้างบ้านเมืองมาจนบัดนี้

19Now therefore send, get your livestock and all that you have in the field into safe shelter, for every man and beast that is in the field and is not brought home will die when the hail falls on them.”

19เหตุฉะนั้น จงให้ต้อนฝูงสัตว์   และบรรดาผู้ที่อยู่ในทุ่งนาให้เข้าที่กำบัง   เพราะคนทุกคน   และสัตว์ทุกตัวในทุ่งนาที่มิได้เข้ามาอยู่ในบ้าน   จะถูกลูกเห็บตายหมด”   

20Then whoever feared the word of the LORD among the servants of Pharaoh hurried his slaves and his livestock into the houses,

20บรรดาข้าราชการของฟาโรห์ที่เกรงกลัวพระดำรัสของพระเจ้า   ก็ให้ทาสและสัตว์ของตนกลับเข้าบ้าน

21but whoever did not pay attention to the word of the LORD left his slaves and his livestock in the field.

21แต่ผู้ที่ไม่สนใจพระดำรัสของพระเจ้า   ก็ยังคงปล่อยให้ทาสและสัตว์ของตนอยู่ในทุ่งนา  

22Then the LORD said to Moses, “Stretch out your hand toward heaven, so that there may be hail in all the land of Egypt, on man and beast and every plant of the field, in the land of Egypt.”

22พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “จงชูมือขึ้นยังท้องฟ้า เพื่อลูกเห็บจะได้ตกลงมาทั่วแผ่นดินอียิปต์   บนมนุษย์ บนสัตว์   และบนผักหญ้าทุกอย่างซึ่งอยู่ในทุ่งนาทั่วแผ่นดินอียิปต์”  

23Then Moses stretched out his staff toward heaven, and the LORD sent thunder and hail, and fire ran down to the earth. And the LORD rained hail upon the land of Egypt.

23โมเสสก็ชูไม้เท้าขึ้นยังท้องฟ้า   แล้วพระเจ้าทรงบันดาลให้มีเสียงฟ้าร้อง   มีลูกเห็บและไฟตกลงมาบนแผ่นดิน   พระเจ้าทรงให้ลูกเห็บตกบนแผ่นดินอียิปต์

24There was hail and fire flashing continually in the midst of the hail, very heavy hail, such as had never been in all the land of Egypt since it became a nation.

24มีลูกเห็บกับไฟแลบ   ลูกเห็บตกหนักยิ่งนัก   อย่างที่ไม่เคยมีในแผ่นดินอียิปต์   ตั้งแต่เริ่มตั้งเป็นชาติมา

25The hail struck down everything that was in the field in all the land of Egypt, both man and beast. And the hail struck down every plant of the field and broke every tree of the field.

25สิ่งทั้งปวงที่อยู่ในทุ่งนาทั่วแผ่นดินอียิปต์   ก็ถูกลูกเห็บทำลายเสียสิ้นทั้งคนและสัตว์   ลูกเห็บยังตกลงถูกผัก   และต้นไม้ทุกอย่างหักโค่น

26Only in the land of Goshen, where the people of Israel were, was there no hail.

26เว้นแต่ที่เมืองโกเชน ที่ชนชาติอิสราเอลอยู่นั้น   หามีลูกเห็บตกไม่  

27Then Pharaoh sent and called Moses and Aaron and said to them, “This time I have sinned; the LORD is in the right, and I and my people are in the wrong.

27ฟาโรห์จึงทรงใช้คนไปเรียกโมเสสและอาโรนมาเฝ้า   แล้วตรัสว่า   “ครั้งนี้เราทำบาปแน่แล้ว   พระเจ้าเป็นฝ่ายถูก  เราและชนชาติของเราผิด

28Plead with the LORD, for there has been enough of God's thunder and hail. I will let you go, and you shall stay no longer.”

28ขอท่านทูลวิงวอนพระเจ้าให้เลิกมีฟ้าร้องและลูกเห็บเสียที   เราจะปล่อยพวกท่านไป   จะไม่กักไว้อีก”  

29Moses said to him, “As soon as I have gone out of the city, I will stretch out my hands to the LORD. The thunder will cease, and there will be no more hail, so that you may know that the earth is the LORD's.

29โมเสสทูลว่า “เมื่อข้าพระบาทออกไปจากกรุงนี้แล้ว   ข้าพระบาทจะยกมือทูลพระเจ้า   เสียงฟ้าร้องก็จะเงียบและจะไม่มีลูกเห็บตกอีก   เพื่อฝ่าพระบาทจะได้ทราบว่า   โลกนี้เป็นของพระเจ้า

30But as for you and your servants, I know that you do not yet fear the LORD God.”

30แต่ฝ่ายฝ่าพระบาทและข้าราชการนั้น   ข้าพระบาททราบอยู่แล้วว่ายังไม่ยำเกรงพระเจ้า”   

31(The flax and the barley were struck down, for the barley was in the ear and the flax was in bud.

31ต้นป่านต้นบารลีถูกลูกเห็บทำลายเสีย   เพราะในเวลานั้นต้นบารลีก็กำลังออกรวง   และต้นป่านก็ออกดอกแล้ว

32But the wheat and the emmer were not struck down, for they are late in coming up.)

32ส่วนข้าวสาลีและข้าวสแปลต์นั้นมิได้ถูกทำลาย   เพราะงอกช้า  

33So Moses went out of the city from Pharaoh and stretched out his hands to the LORD, and the thunder and the hail ceased, and the rain no longer poured upon the earth.

33เมื่อโมเสสทูลลาฟาโรห์ไปจากกรุง   ก็ยกมือขึ้นทูลพระเจ้า   เสียงฟ้าร้องกับลูกเห็บนั้นก็หยุด   ฝนก็มิได้ตกบนแผ่นดินอีก  

34But when Pharaoh saw that the rain and the hail and the thunder had ceased, he sinned yet again and hardened his heart, he and his servants.

34เมื่อฟาโรห์ทราบว่า ฝน ลูกเห็บและฟ้าร้องนั้นหยุดแล้ว   พระองค์ก็กลับทรงกระทำผิดต่อไปอีก   พระทัยแข็งกระด้าง   ทั้งพระองค์และข้าราชการ

35So the heart of Pharaoh was hardened, and he did not let the people of Israel go, just as the LORD had spoken through Moses.

35พระทัยของฟาโรห์แข็งกระด้างและ ไม่ยอมปล่อยชนชาติอิสราเอลไปจริง   ดังที่พระเจ้าตรัสไว้กับโมเสส


Usually Egypt is a very dry land, they receive less than 25 millimeters of a rain per year. 

โดยปกติอียิปต์เป็นแผ่นดินที่แห้งแล้งมาก   ประชากรได้รับปริมาณน้ำฝนน้อยกว่า 25 มิลลิเมตรต่อปี

God told Moses to warn the people it is going to rain hail, so get inside. 

พระเจ้าทรงรับสั่งให้โมเสสเตือนประชาชนว่าจะเกิดลูกเห็บตกหนัก ดังนั้นขอให้พวกเขาหลบอยู่ภายในที่พัก

Those who did not believe God did not prepare.

บรรดาผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้าไม่ได้เตรียมตัวให้พร้อม

The message God gave to the Egyptians is the same one He gives to the world today.

ข่าวสารที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานแก่ชาวอียิปต์   เป็นเหมือนกับที่ทรงประทานแก่โลกทุกวันนี้

Judgment is coming.

การพิพากษากำลังจะมาถึง

Men are not wise to go on as if nothing is going to happen.

ผู้คนก็ไม่ฉลาดในการดำเนินชีวิตต่อไป   ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

It was that way in the days of Noah, and it will be that way when Christ comes again in judgment.

มันเป็นเช่นนั้นแหละในสมัยของโนอาห์    และมันจะเป็นเช่นเดียวกันนี้เมื่อพระคริสต์จะเสด็จกลับมาอีกครั้งเพื่อทรงพิพากษา

Many people in Egypt did not believe God, and they paid the price for their unbelief.

ประชาชนมากมายในอียิปต์ไม่เชื่อพระเจ้า   และพวกเขาได้ชดใช้เพราะความไม่เชื่อของตน

All God asks is that you believe Him.

ทั้งหมดที่พระเจ้าทรงขอคือให้คุณเชื่อพระองค์

The land of Goshen, where the people of Israel lived, was not affected. 

แผ่นดินโกเชน   ที่ชนชาติอิสราเอลอาศัยอยู่   ไม่ได้รับผลกระทบ

When this happened, Pharaoh for the first time admitted that he and the Egyptians are sinners. 

เมื่อภัยพิบัตินี้ได้เกิดขึ้น    เป็นครั้งแรกที่ฟาโรห์ทรงยอมรับว่าพระองค์และชาวอียิปต์เป็นคนบาป

God is striking at the Egyptians in an attempt to wake them up and shake them out of their false worship. 

พระเจ้ากำลังทรงเฆี่ยนตีชาวอียิปต์   โดยทรงพยายามที่จะปลุกพวกเขาให้ตื่นขึ้น   และดึงพวกเขาออกจากการนมัสการเทียมเท็จ

But the Pharaoh continues to harden his heart.

แต่ฟาโรห์ยังทรงมีพระทัยแข็งอีก

Proverbs สุภาษิต28:14 Blessed is the one who fears the LORD always, but whoever hardens his heart will fall into calamity.

คนที่เกรงกลัวอยู่เสมอก็ได้รับพร  แต่บุคคลที่ทำใจตนให้กระด้างจะตกในความลำบากยากเย็น  

Ephesians เอเฟซัส4:17-32 17Now this I say and testify in the Lord, that you must no longer walk as the Gentiles do, in the futility of their minds.

17เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงขอยืนยันและเป็นพยานในองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า   ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปท่านอย่าประพฤติอย่างคนต่างชาติที่เขาประพฤติกันนั้น   คือมีใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ไร้สาระ

18They are darkened in their understanding, alienated from the life of God because of the ignorance that is in them, due to their hardness of heart.

18โดยที่ความคิดของเขามืดมนไป   และเขาอยู่ห่างจากชีวิตซึ่งมาจากพระเจ้า   เพราะเหตุความไม่รู้เท่าถึงการซึ่งอยู่ในตัวเขา   อันเนื่องจากใจที่แข็งกระด้างของเขา

19They have become callous and have given themselves up to sensuality, greedy to practice every kind of impurity.

19เขามีใจปราศจากโอตตัปปะปล่อยตัวทำการลามกและละโมบในกาม   ทำการโสโครกทุกอย่าง

20But that is not the way you learned Christ!—

20แต่ว่าท่านไม่ได้เรียนรู้จักพระคริสต์อย่างนั้น

21assuming that you have heard about him and were taught in him, as the truth is in Jesus,

21ถ้าแม้ท่านได้ฟังเรื่องพระองค์   และได้เรียนรู้เรื่องพระองค์ตามสัจธรรม   ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูแล้ว

22to put off your old self, which belongs to your former manner of life and is corrupt through deceitful desires,

22ท่านจงทิ้งตัวเก่าของท่าน   ซึ่งคู่กับวิถีชีวิตเดิมนั้นเสีย   อันจะเสื่อมเสียไปสู่ความตายตามตัณหาอันเป็นที่หลอกลวง

23and to be renewed in the spirit of your minds,

23และจงให้วิญญาณจิตของท่านเปลี่ยนใหม่

24and to put on the new self, created after the likeness of God in true righteousness and holiness.

24และให้ท่านสวมสภาพใหม่   ซึ่งทรงสร้างขึ้นใหม่ตามแบบอย่างของพระเจ้า   ในความชอบธรรมและความบริสุทธิ์ที่แท้จริง  

25Therefore, having put away falsehood, let each one of you speak the truth with his neighbor, for we are members one of another.

25เหตุฉะนั้นท่านจงเลิกพูดมุสาเสีย   และจงพูดความจริงต่อกัน   เพราะว่าเราต่างก็เป็นอวัยวะของกันและกัน

26Be angry and do not sin; do not let the sun go down on your anger,

26จะโกรธก็โกรธได้   แต่อย่าทำบาป   อย่าให้ถึงตะวันตกท่านยังโกรธอยู่

27and give no opportunity to the devil.

27และอย่าให้โอกาสแก่มาร

28Let the thief no longer steal, but rather let him labor, doing honest work with his own hands, so that he may have something to share with anyone in need.

28คนที่เคยขโมยก็อย่าขโมยอีก   แต่จงใช้มือทำงานที่ดีดีกว่า   เพื่อจะได้มีอะไรๆ   แจกให้แก่คนที่ขัดสน

29Let no corrupting talk come out of your mouths, but only such as is good for building up, as fits the occasion, that it may give grace to those who hear.

29อย่าให้คำหยาบคายออกมาจากปากท่านเลย   แต่จงกล่าวคำที่ดีและเป็นประโยชน์ให้เหมาะสมกับความต้องการ   เพื่อจะได้เป็นคุณแก่คนที่ได้ยินได้ฟัง

30And do not grieve the Holy Spirit of God, by whom you were sealed for the day of redemption.

30และอย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเสียพระทัย   เพราะโดยพระวิญญาณนั้นท่านได้ถูกประทับตราหมายท่านไว้   เพื่อวันที่จะทรงไถ่ให้รอด

31Let all bitterness and wrath and anger and clamor and slander be put away from you, along with all malice.

31จงให้ใจขมขื่น   และใจขัดเคือง   และใจโกรธ   และการทะเลาะเถียงกัน   และการพูดให้ร้าย   กับการคิดปองร้ายทุกอย่างอยู่ห่างไกลจากท่านเถิด

32Be kind to one another, tenderhearted, forgiving one another, as God in Christ forgave you.

32และท่านจงเมตตาต่อกัน   มีใจเอ็นดูต่อกัน   และอภัยโทษให้กัน   เหมือนดังที่พระเจ้าได้ทรงโปรดอภัยโทษให้แก่ท่านในพระคริสต์นั้น

Exodus 9

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian Links Daily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash Cards Thai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top