Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 


 
 

Wednesday, August 14, 2013

 

Question: "How do I convert to Christianity?"
คำถาม: "ฉันจะกลับใจเป็นคริสเตียนได้อย่างไร"
Answer: A man in the Greek city of Philippi asked a very similar question of Paul and Silas.

คำตอบ: ชายคนหนึ่งที่อยู่ในเมืองฟีลิปปีของชาวกรีก  ตั้งคำถามคล้ายอย่างนี้กับเปาโลและสิลาส

We know at least three things about this man: he was a jailer, he was a pagan, and he was desperate.

เรารู้เรื่องเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้อย่างน้อยสามอย่าง คือ เขาเป็นผู้คุม  เขาเป็นคนนอกศาสนา  และเขาเป็นคนสิ้นหวัง

He had been on the verge of suicide when Paul stopped him. And that’s when the man asked, “What must I do to be saved?” (Acts 16:30).
เขาเคยหวุดหวิดคิดฆ่าตัวตายก่อนที่เปาโลห้ามเขาไว้ และนั่นเป็นเวลาที่ชายคนนั้นถามว่า "ฉันต้องทำอย่างไรจึงจะรอดได้" (กิจการ 16:30)
The very fact that the man asks the question shows that he recognized his need of salvation—he saw only death for himself, and he knew he needed help.

ความจริงที่ว่าผู้ชายคนนั้นตั้งคำถาม  แสดงให้เห็นว่าเขาได้ยอมรับว่าเขาต้องการความรอด-เขาเห็นว่าตัวเองต้องพบความตายเท่านั้น  และเขาก็รู้ดีว่าเขาต้องการความช่วยเหลือ

The fact that he asks Paul and Silas shows that he believed they had the answer.
แท้จริงที่เขาถามเปาโลและสิลาสแสดงให้เห็นว่าเขาเชื่อว่าพวกเขามีคำตอบให้
That answer comes swiftly and simply: “Believe on the Lord Jesus Christ, and you shall be saved” (verse 31).

มีคำตอบอย่างรวดเร็วและง่าย ๆ คือ: "จงเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เจ้าและท่านจะรอด" (ข้อ31)

The passage goes on to show how the man did believe and was converted. His life began displaying the difference from that day forward.
เรื่องราวต่อไปแสดงให้เห็นว่าชายคนนั้นเชื่อแล้วและได้กลับใจใหม่ ชีวิตของเขาเริ่มแสดงความแตกต่างจากวันนั้นเป็นต้นไป

Note that the man’s conversion was based on faith.

โปรดสังเกตว่าการแปลงของชายคนนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อ

He had to trust Jesus and nothing else.

เขาต้องไว้วางใจพระเยซูและไม่มีอะไรอื่น

The man believed that Jesus was the Son of God (“Lord”) and the Messiah who fulfilled the scriptures (“Christ”).

ชายนั้นเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า ("พระเจ้า") และพระเมสสิยาห์ ผู้ทรงทำให้พระคัมภีร์สำเร็จครบถ้วนบริบูรณ์ ("พระคริสต์")

His faith also included a belief that Jesus died for sin and rose again, because that was the message that Paul and Silas were preaching (see Romans 10:9-10 and 1 Corinthians 15:1-4).
ความศรัทธาของเขายังรวมถึงความเชื่อที่ว่าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อบาปและทรงฟื้นขึ้นอีกครั้ง   เพราะนั่นเป็นข้อความที่เปาโลและสิลาสกำลังเทศนาสั่งสอน (โรม 10:9-10 และ 1 โครินธ์ 15:1-4)
To “repent” is literally “to turn.”

คำว่า "กลับใจ" ตามตัวอักษรหมายถึง "หันไป"

When we turn towards one thing, we by necessity turn away from something else. When we turn to Jesus, we must turn from sin.

เมื่อเราหันไปหาสิ่งหนึ่ง    จำเป็นที่เราต้องหันไปจากสิ่งอื่น  เมื่อเราหันไปหาพระเยซู เราก็ต้องหันกลับจากความบาป

The Bible calls the turning from sin “repentance” and the turning to Jesus “faith.”

พระคัมภีร์เรียกการหันจากบาปว่า "การสำนึกผิด" และเรียกการหันไปหาพระเยซูว่า "ศรัทธา"

Therefore, repentance and faith are complementary.

ดังนั้น การสำนึกผิดและความศรัทธาจะประกอบด้วยกัน

Both repentance and faith are indicated in 1 Thessalonians 1:9—“You turned to God from idols.”

การสำนึกผิดและความศรัทธาทั้งสองอย่างได้ระบุไว้ใน 1 เธสะโลนิกา 1:9 - "ท่านจงหันจากรูปเคารพไปหาพระเจ้า"

A Christian will leave behind his former ways and anything pertaining to false religion as the result of a genuine conversion to Christianity.
คริสเตียนจะละทิ้งทางเดินชีวิตในอดีตและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับศาสนาเทียมเท็จไว้ข้างหลัง ทั้งนี้เป็นผลมาจากการแปลงแท้จริงมาเป็นคริสเตียน
To put it simply, to convert to Christianity, you must believe that Jesus is the Son of God who died for your sin and rose again.

พูดง่าย ๆ คือว่า ที่จะการแปลงเป็นคริสเตียน  คุณต้องเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า    ผู้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาปของคุณและทรงฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง

You must agree with God that you are a sinner in need of salvation, and you must trust in Jesus alone to save you.

คุณต้องสารภาพต่อพระเจ้าว่าคุณเป็นคนบาป ต้องการรับความรอด และคุณต้องไว้วางใจในพระเยซูองค์เดียวเพื่อให้คุณรอดได้

When you turn from sin to Christ, God promises to save you and give you the Holy Spirit, Who will make you a new creature.
เมื่อคุณหันกลับจากบาปไปหาพระคริสต์  พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะช่วยให้คุณรอดและทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้แก่คุณ  พระองค์ผู้ที่จะสร้างคุณให้เป็นคนใหม่
Christianity, in its true form, is not a religion.

ตามรูปแบบแท้จริงนั้น  การเป็นคริสเตียนไม่ใช่การนับถือศาสนา

Christianity, according to the Bible, is a relationship with Jesus Christ.

ตามพระคัมภีร์ การเป็นคริสเตียนคือการมีความสัมพันธ์สนิทกับพระเยซูคริสต์

Christianity is God offering salvation to anyone who believes and trusts the sacrifice of Jesus on the cross.

การเป็นคริสเตียนคือการที่พระเจ้าทรงประทานความรอดแก่บุคคลที่เชื่อและไว้วางใจในการทรงเสียสละพระชนม์ของพระเยซูบนกางเขน

A person who converts to Christianity is not leaving one religion for another religion.

บุคคลที่การแปลงเป็นคริสเตียนไม่ใช่ละทิ้งศาสนาหนึ่งไปนับถืออีกศาสนาหนึ่ง

Converting to Christianity is receiving the gift that God offers and beginning a personal relationship with Jesus Christ that results in the forgiveness of sins and eternity in Heaven after death.
การแปลงเป็นคริสเตียนคือการได้รับของขวัญที่พระเจ้าทรงประทานให้  และตั้งต้นใหม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเยซูคริสต์   อันเป็นผลจากการทรงให้อภัยโทษจากบาปและจะไปอยู่สวรรค์นิรันดร์หลังความตาย
Do you desire to convert to Christianity because of what you have read in this article?

คุณต้องการที่จะการแปลงเป็นคริสเตียนเพราะสิ่งที่คุณได้อ่านในบทความนี้หรือไม่

If you want to accept Jesus Christ as your Savior, here is a sample prayer.

หากคุณต้องการต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด นี่คือตัวอย่างคำอธิษฐาน

Remember, saying this prayer or any other prayer will not save you. It is only trusting in Christ that can save you from sin.

ขอให้คุณจำไว้ว่า การอธิษฐานแบบนี้หรือการอธิษฐานแบบใดๆ ก็ตาม ไม่ได้ช่วยให้คุณได้รับความรอด การไว้วางใจในพระคริสต์เท่านั้นที่จะช่วยให้คุณรอดได้

This prayer is simply a way to express to God your faith in Him and thank Him for providing for your salvation.

คำอธิษฐานนี้เป็นวิธีง่าย ๆ ที่จะแสดงออกถึงความเชื่อของคุณที่มีต่อพระเจ้า และเป็นการขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงประทานความรอดให้

"God, I know that I have sinned against You and deserve punishment.

“ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าตระหนักว่าได้กระทำบาปต่อพระองค์ และข้าพเจ้าสมควรได้รับการลงโทษ

But Jesus Christ You took the punishment that I deserve so that through faith in You I could be forgiven.

แต่พระเยซูคริสต์   พระองค์ได้ทรงรับโทษที่ข้าพเจ้าสมควรจะรับแล้ว  โดยความเชื่อในพระองค์ ข้าพเจ้าจึงได้รับการอภัยโทษบาปแล้ว

I place my trust in You for salvation.

ข้าพเจ้าขอมอบความไว้วางใจในพระองค์สำหรับความรอดที่ทรงประทานให้

Thank You for Your wonderful grace and forgiveness - the gift of eternal life! In Jesus name, Amen!"

ขอบพระคุณพระองค์สำหรับพระคุณอันยิ่งใหญ่และการให้อภัยจากพระองค์ ซึ่งเป็นของขวัญแห่งชีวิตนิรันดร์! ขออธิษฐานในพระนามขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า .. อาเมน!”

www.gotquestions.org/Thai

Convert to Christianity

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top