Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 


 
 

Wednesday, January 29, 2014

 

Question: "Could Jesus have sinned?

คำถาม: "พระเยซูทรงสามารถทำบาปได้หรือไม่

If He was not capable of sinning, how could He truly be able to “sympathize with our weaknesses”?

ถ้าพระองค์ ไม่ทรงสามารถทำบาปได้  จริงๆ พระองค์ทรงสามารถ “เห็นอกเห็นใจในความอ่อนแอของเราได้หรือ”

Hebrews ฮีบรู 4:15  15 For we do not have a high priest who is unable to sympathize with our weaknesses, but one who in every respect has been tempted as we are, yet without sin.

15 เพราะว่า   เรามิได้มีมหาปุโรหิตที่ไม่สามารถจะเห็นใจในความอ่อนแอของเรา   แต่ได้ทรงถูกทดลองใจเหมือนอย่างเราทุกประการ   ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังปราศจากบาป

If He could not sin, what was the point of the temptation?"
ถ้าพระองค์ ไม่ทรงสามารถทำบาปได้ แล้วอะไรเป็นเป้าหมายการทดลอง?"
Answer: There are two sides to this interesting question. It is important to remember that this is not a question of whether Jesus sinned.

คำตอบ: มีคน 2 ฝ่ายที่ตอบคำถามน่าสนใจนี้  ที่สำคัญเราต้องจำไว้ว่านี่ไม่ใช่คำถามที่ว่าพระเยซูได้ทรงทำบาปหรือเปล่า

Both sides agree, as the Bible clearly says, that Jesus did not sin.

ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน อย่างที่พระคัมภีร์กล่าวอย่างชัดเจน  ว่าพระเยซูไม่ได้ทรงกระทำบาป

2 Corinthians 2โครินธ์ 5:21 For our sake He made Him to be sin who knew no sin, so that in Him we might become the righteousness of God.

21 เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป   เพราะเห็นแก่เรา   เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์

1 Peter 1 เปโตร 2:22  22 He committed no sin, neither was deceit found in his mouth.

22 พระองค์ไม่ได้ทรงกระทำบาปเลย   และไม่ได้ตรัสคำเท็จเลย

The question is whether Jesus could have sinned or not?

คำถามคือว่า พระเยซูทรงสามารถกระทำบาปได้หรือไม่ได้

To believe that Jesus could sin is to believe that God could sin. “For God was pleased to have all his fullness dwell in him” (Colossians 1:19). Colossians 2:9 adds, “For in Christ all the fullness of the Deity lives in bodily form.”
การเชื่อว่า พระเยซูทรงทำบาปได้ก็คือการเชื่อว่าพระเจ้าทรงทำบาปได้ " เพราะว่าพระเจ้าพอพระทัยที่จะให้ความบริบูรณ์ทั้งสิ้นของพระองค์อยู่ในพระบุตร- " (โคโลสี 1:19 ) โคโลสี 2:9 เสริมว่า " เพราะในพระคริสต์พระลักษณะทั้งสิ้นของพระเจ้าดำรงอยู่อย่างบริบูรณ์ในพระกายของพระองค์”
Although Jesus is fully human, He was not born with the same sinful nature that we are born with.

แม้ว่า พระเยซูทรงเป็นมนุษย์ครบบริบูรณ์ พระองค์ก็ไม่ได้ทรงบังเกิดมาพร้อมกับธรรมชาติบาปเหมือนอย่างที่เราได้เกิดมาในบาป

He certainly was tempted in the same way we are, in that temptations were put before Him by Satan, yet He remained sinless because God is incapable of sinning.

แน่นอนพระองค์ทรงถูกการทดลองในลักษณะเดียวกับที่เราถูก   ในการทดลองซาตานล่อลวงต่อพรองค์  แต่พระองค์ยังทรงบริสุทธิ์  เพราะพระเจ้าทรงไม่สามารถกระทำบาปได้

This is against His very nature.

นี่ขัดแย้งกับธรรมชาติของพระองค์

Matthew มัทธิว 4:1 1 Then Jesus was led up by the Spirit into the wilderness to be tempted by the devil.

1 ครั้งนั้น   พระวิญญาณทรงนำพระเยซูเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร   เพื่อมารจะได้มาผจญ

Hebrews ฮีบรู 2:18   18 For because He Himself has suffered when tempted, He is able to help those who are being tempted.

18 เพราะเหตุที่พระองค์ได้ทรงทนทุกข์ทรมานและถูกลองใจ   พระองค์จึงทรงสามารถช่วยผู้ที่ถูกลองใจได้

James ยากอบ 1:13 13 Let no one say when he is tempted, “I am being tempted by God,” for God cannot be tempted with evil, and He himself tempts no one.

13 เมื่อผู้ใดถูกล่อให้หลง   อย่าให้ผู้นั้นพูดว่า   “พระเจ้าทรงล่อข้าพเจ้าให้หลง”   เพราะว่าความชั่วจะมาล่อพระเจ้าให้หลงไม่ได้   และพระองค์เองก็ไม่ทรงล่อผู้ใดให้หลงเลย

Sin is by definition a trespass of the Law. God created the Law, and the Law is by nature what God would or would not do; therefore, sin is anything that God would not do by His very nature.
นิยามคำว่าบาปคือการล่วงละเมิดบทบัญญัติ  พระเจ้าทรงสร้างบทบัญญัติและโดยธรรมชาติบทบัญญัติเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงทำหรือจะไม่ทรงทำ   ดังนั้น บาปคือสิ่งที่พระเจ้าไม่มีวันทรงทำโดยธรรมชาติของพระองค์
To be tempted is not, in and of itself, sinful.

การถูกทดลองไม่ได้เป็นบาปในตัวของมันเอง

A person could tempt you with something you have no desire to do, such as committing murder or participating in sexual perversions.

คนสามารถล่อลวงใจคุณในสิ่งที่คุณไม่ปรารถนาที่จะทำ เช่น ฆ่าคน หรือมีส่วนร่วมในพฤติกรรมวิปริตทางเพศ

You probably have no desire whatsoever to take part in these actions, but you were still tempted because someone placed the possibility before you.

คุณอาจไม่มีความปรารถนาใด ๆ ที่จะ มีส่วนร่วมในการกระทำเหล่านี้ แต่คุณยังคงถูก ล่อลวงเพราะเป็นไปได้ที่จะมีบางคนหาโอกาสมาล่อลวงคุณ

There are at least two definitions for the word “tempted”:
มีคำนิยามอย่างน้อยสองอย่างสำหรับ คำว่า " ถูกทดลอง " ดังนี้:
1) To have a sinful proposition suggested to you by someone or something outside yourself or by your own sin nature.
1) การเสนอมอบสิ่งที่เป็นบาปให้แก่คุณโดยใครบางคน หรือบางสิ่งบางอย่างที่อยู่นอกตัวคุณเอง หรือโดยธรรมชาติบาปของคุณเอง
2) To consider actually participating in a sinful act and the possible pleasures and consequences of such an act to the degree that the act is already taking place in your mind.
2 ) การคิดที่จะมีส่วนร่วมในการทำบาปจริงๆ  และความพอใจที่ได้รับและผลกระทบจากการประพฤติเช่นนั้นถึงระดับที่ใจของคุณกำลังคิดอยากกระทำ
The first definition does not describe a sinful act/thought; the second does.

ความหมายแรกไม่ได้อธิบายการกระทำหรือความคิดที่เป็นบาป แต่ความหมายที่สองได้อธิบายไว้

When you dwell upon a sinful act and consider how you might be able to bring it to pass, you have crossed the line of sin.

เมื่อคุณใช้ชีวิตประพฤติผิดบาปและคิดว่าคุณอาจจะสามารถมีวิธีผ่านพ้นไปได้ คุณได้ก้าวข้ามเส้นความบาปแล้ว

Jesus was tempted in the fashion of definition one except that He was never tempted by a sin nature because it did not exist within Him.

พระเยซูทรงถูกล่อลวงใจตามรูปแบบของคำนิยามแรก ยกเว้นว่าพระองค์ไม่ทรงเคยถูกล่อลวงโดยธรรมชาติบาป เพราะมันไม่ได้มีอยู่ในพระองค์

Satan proposed certain sinful acts to Jesus, but He had no inner desire to participate in the sin.

ซาตานทูลเสนอต่อพระเยซูให้ทรงทำบาปบางอย่าง แต่พระองค์ไม่ได้มีความปรารถนาในพระทัยที่จะเข้าร่วมในความบาป.

Therefore, He was tempted like we are but remained sinless.
ดังนั้น พระองค์ทรงถูกทดลองเหมือนที่เราถูก แต่ยังคงปราศจากบาป

Some believe that, if Jesus could not have sinned, He could not have truly experienced temptation, and therefore could not truly empathize with our struggles and temptations against sin.

บางคนเชื่อว่าถ้าพระเยซูไม่ได้ทรงทำบาป พระองค์ไม่ทรงสามารถมีประสบการณ์จริงจากการทดลอง และดังนั้นจึงไม่สามารถเอาใจใส่เรื่องการดิ้นรนและการทดลองของเราต่อบาปของพวกเราได้

We have to remember that one does not have to experience something in order to understand it.

เราต้องจำไว้ว่าคนเราไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์บางสิ่งบางอย่างเพื่อที่จะเข้าใจมัน

God knows everything about everything.

พระเจ้าเท่านั้นที่ทรงรู้ทุกสิ่งเกี่ยวกับทุกสิ่ง

While God has never had the desire to sin, and has most definitely never sinned, God knows and understands what sin is.

ในขณะที่พระเจ้าไม่ทรงเคยปรารถนาจะทำบาป  และแน่นอนที่สุดทรงไม่เคยทำบาป พระเจ้าเท่านั้นที่ทรงรู้และเข้าใจว่าบาปคืออะไร

God knows and understands what it is like to be tempted. Jesus can empathize with our temptations because He knows, not because He has “experienced” all the same things we have.
พระเจ้าเท่านั้นที่ทรงรู้และเข้าใจว่ามันเป็นอย่างไรเมื่อทรงถูกล่อลวง  พระเยซูทรงสามารถ เอาใจใส่เรื่องการที่เราถูกทดลอง  เพราะพระองค์ทรงรู้ว่า ไม่ใช่เพราะพระองค์ " ได้ผ่านประสบการณ์ " ทุกสิ่งที่หมือนอย่างที่เราได้ประสบมาแล้ว
Jesus knows what it is like to be tempted, but He does not know what it is like to sin.

พระเยซูทรงรู้ว่าเป็นยังไงเมื่อถูกทดลอง  แต่พระองค์ไม่ได้ทรงรู้ว่าเป็นยังไงในการทำบาป

This does not prevent Him from assisting us.

นี้ไม่ได้กีดกั้นไม่ให้พระองค์ทรงให้ความช่วยเหลือเรา

We are tempted with sins that are common to all mankind.

เราถูกทดลองด้วยบาปที่เป็นปกติทั่วไปในคนเรา

1 Corinthians 1โครินธ์ 10:13 13No temptation has overtaken you that is not common to man. God is faithful, and He will not let you be tempted beyond your ability, but with the temptation He will also provide the way of escape, that you may be able to endure it.

13 ไม่มีการทดลองใดๆเกิดขึ้นกับท่าน   นอกเหนือจากการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ทั้งหลาย   พระเจ้าทรงสัตย์ธรรม   พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้   และเมื่อท่านถูกทดลองนั้น   พระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย   เพื่อท่านจะมีกำลังทนได้  

These sins generally can be boiled down to three different types: “the lust of the eyes, the lust of the flesh, and the pride of life” (1 John 2:16)

บาปมากมายเหล่านี้โดยทั่วไปสามารถสรุปได้สามประเภทที่แตกต่างกัน : "ตัณหาของตา ตัณหาของเนื้อหนัง และความหยิ่งทะนงในชีวิต" (1 ยอห์น 2:16 )

Examine the temptation and sin of Eve, as well as the temptation of Jesus, and you will find that the temptations for each came from these three categories.

ตรวจสอบเรื่องการทดลองและความผิดบาปของอีวา เช่นเดียวกับการทดลองของพระเยซูและคุณจะพบว่าการล่อลวงสำหรับแต่ละคนมาจากการทดลองสามประเภทนี้

Jesus was tempted in every way and in every area that we are, but remained perfectly holy.

พระเยซูทรงถูกทดลองในทุกวิถีทาง และในทุกแห่งที่เราอยู่   แต่ยังคงบริสุทธิ์อย่างบริบูรณ์

Although our corrupt natures will have the inner desire to participate in some sins, we have the ability, through Christ, to overcome sin because we are no longer slaves to sin but rather slaves of God.

แม้ว่าธรรมชาติบาปของเราจะมีความปรารถนาภายในที่จะมีเข้าส่วนในการทำบาปบางอย่างเรามีความสามารถโดยทางพระเยซูคริสต์ที่จะเอาชนะบาป เพราะเราจะไม่ต้องตกเป็นทาสบาปต่อไป แต่เป็นทาสของพระเจ้า

Romans โรม 6: 1-2 and 16-22

1 What shall we say then? Are we to continue in sin that grace may abound?

1 ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะว่าอย่างไร   ควรเราจะอยู่ในบาปต่อไป   เพื่อให้พระคุณมีมากยิ่งขึ้นหรือ

2 By no means! How can we who died to sin still live in it?

2 อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย   พวกเราที่ตายต่อบาปแล้วจะมีชีวิตในบาปต่อไปอย่างไรได้

16 Do you not know that if you present yourselves to anyone as obedient slaves, you are slaves of the one whom you obey, either of sin, which leads to death, or of obedience, which leads to righteousness?

16 ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่า   ถ้าท่านยอมตัวรับใช้ฟังคำของผู้ใด   ท่านก็เป็นทาสของผู้ที่ท่านเชื่อฟังนั้น   คือเป็นทาสของบาปซึ่งนำไปสู่ความตาย   หรือเป็นทาสของการเชื่อฟังซึ่งนำไปสู่ความชอบธรรมก็ตาม

17 But thanks be to God, that you who were once slaves of sin have become obedient from the heart to the standard of teaching to which you were committed,

17 แต่จงขอบพระคุณพระเจ้า   เพราะว่าเมื่อก่อนนั้นท่านเป็นทาสของบาป   แต่บัดนี้ท่านมีใจเชื่อฟังหลักคำสอนนั้นซึ่งทรงให้ครอบครองท่าน

18 and, having been set free from sin, have become slaves of righteousness.

18 เมื่อท่านพ้นจากบาปแล้ว   ท่านก็ได้เป็นทาสของความชอบธรรม

19 I am speaking in human terms, because of your natural limitations. For just as you once presented your members as slaves to impurity and to lawlessness leading to more lawlessness, so now present your members as slaves to righteousness leading to sanctification.

19 ข้าพเจ้ายกเอาตัวอย่างมนุษย์มาพูด   เพราะเหตุเนื้อหนังของท่านอ่อนกำลัง   เพราะท่านเคยให้อวัยวะของท่าน   เป็นทาสของการโสโครก   และของการบาปซ้อนบาปฉันใด   บัดนี้ท่านจงให้อวัยวะของท่านเป็นทาสของความชอบธรรม   เพื่อให้ถึงการชำระให้บริสุทธิ์ฉันนั้น  

20 When you were slaves of sin, you were free in regard to righteousness.

20 เมื่อท่านทั้งหลายเป็นทาสของบาป   ความชอบธรรมก็ไม่ได้ครอบครองท่าน

21 But what fruit were you getting at that time from the things of which you are now ashamed? The end of those things is death.

21 ขณะนั้นท่านได้ประโยชน์อะไรในการเหล่านั้น   ซึ่งบัดนี้ท่านทั้งหลายก็ละอาย   ด้วยว่าผลสุดท้ายของการเหล่านั้น   ก็คือความตาย

22 But now that you have been set free from sin and have become slaves of God, the fruit you get leads to sanctification and its end, eternal life.

22 แต่เดี๋ยวนี้ท่านทั้งหลายพ้นจากการเป็นทาสของบาป   และกลับมาเป็นทาสของพระเจ้าแล้ว   ผลสนองที่ท่านได้รับก็คือการชำระให้บริสุทธิ์   และผลสุดท้ายคือชีวิตนิรันดร์ www.gotquestions.org/Thai

 

Could Jesus sin

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top