Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, February 12, 2014

 

Their main water supply came on a nine kilometer aqueduct from the hot springs of Hierapolis. Because the water came from hot springs, it arrived lukewarm.

ระบบน้ำที่สำคัญไหลมาทางท่อระบายน้ำเก้ากิโลเมตรจากธารน้ำร้อนของเมืองฮีเอราโปลิส เพราะน้ำมาจากธารน้ำร้อน  มันมาถึงก็ยังอุ่นๆ

The church at Laodicea is mentioned by Paul.

เปาโลกล่าวถึง คริสตจักรที่เลาดีเซีย

Colossians โคโลสี 2:1  1 For I want you to know how great a struggle I have for you and for those at Laodicea and for all who have not seen me face to face,

1 เพราะข้าพเจ้าใคร่ให้ท่านรู้ว่าข้าพเจ้าสู้อุตส่าห์มากเพียงไรเพื่อท่าน   เพื่อชาวเมืองเลาดีเซีย   และเพื่อคนทั้งปวงที่ยังไม่เห็นหน้าของข้าพเจ้า

Colossians โคโลสี4:1615 Give my greetings to the brothers at Laodicea, and to Nympha and the church in her house.

15 ท่านจงแสดงความนับถือพวกพี่น้องที่อยู่เมืองเลาดีเซียแทนข้าพเจ้าด้วย   กับนางนุมฟา   และคริสตจักรที่อยู่ในเรือนของนางด้วย 

Jesus describes Himself to the church at Laodicea.

พระเยซูทรงบรรยายพระองค์เองต่อคริสตจักรที่เลาดีเซีย

“These things says the Amen, the Faithful and True Witness, the Beginning of the creation of God”

"สิ่งเหล่านี้กล่าวว่าสาธุพยานซื่อสัตย์และความจริงจุดเริ่มต้นของการสร้างของพระเจ้า"

2 Corinthians 2โครินธ์ 1:20 20 For all the promises of God find their Yes in Him. That is why it is through Him that we utter our Amen to God for His glory.

20 บรรดาพระสัญญาของพระเจ้าก็จริงโดยพระเยซู   เพราะเหตุนี้เราจึงพูดว่าอาเมน   โดยพระองค์เป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า

Jesus is the Faithful and True Witness, and this is a contrast to the Laodiceans, who will be shown to be neither faithful nor true.

พระเยซูทรงสัตย์ซื่อและเป็นพยานจริง และนี่ก็ตรงกันข้ามกับชาวเมืองเลาดีเซีย  ผู้ที่จะแสดงให้เห็นว่าไม่ซื่อสัตย์ และไม่จริง

What Jesus knows about the church of Laodicea.

สิ่งที่พระเยซูทรงทราบเกี่ยวกับ คริสตจักรเลาดีเซีย

“I know your works, that you are neither cold nor hot. I could wish you were cold or hot. So then, because you are lukewarm, and neither cold nor hot, I will vomit you out of My mouth.”

"ข้าพระองค์รู้จักแนวการกระทำของเจ้า ว่าเจ้าไม่เย็นไม่ร้อน   เราใคร่ให้เจ้าเย็นหรือร้อน ดังนั้นแล้ว เพราะเจ้าเป็นแต่อุ่น ๆ ไม่เย็นและไม่ร้อน ข้าพระองค์จะคายเจ้าออกจากปากของข้าพระองค์"

This picture of lukewarmness would immediately strike the Christians of Laodicea because the water they drank every day was lukewarm. Jesus says "Just as the water you drink is disgustingly lukewarm, you are lukewarm, and neither cold nor hot."

ภาพของความไม่ร้อนไม่เย็นนี้เปรียบกับคริสเตียนเลาดีเซียทันที เพราะน้ำที่พวกเขาดื่มทุกวันนั้นอุ่นๆ พระเยซูตรัสว่า "เช่นเดียวกับน้ำที่เจ้าดื่มนั้นอุ่นๆน่ารังเกียจว่า  เจ้าก็เป็นแต่อุ่น ๆ ไม่เย็นและไม่ร้อน"

In this spiritual sense, lukewarmness is a picture of indifference and compromise. It tries to play the middle, too hot to be cold and too cold to be hot.

ในความหมายทางจิตวิญญาณ นี้เป็นภาพความเมินเฉยไม่แยแส และการประนีประนอม มัน พยายามที่จะเดินสายกลาง ร้อนเกินไปที่จะเย็นและเย็นเกินไปที่จะร้อน

But in trying to be both things, it ends up being nothing - except to hear the words, "I will vomit you out of My mouth."

แต่ในความพยายามที่จะเป็นทั้งสองแบบ  มันจะสิ้นสุดลงด้วยการไม่มีอะไร - ยกเว้นจะได้ยินคำตรัสว่า "เราจะคายเจ้าออกจากปาก ของเรา"

They are made lukewarm by their apathy and self-reliance.

พวกเขาทำตัวให้อุ่น โดยการไม่แยแสและการพึ่งวางใจตนเอง

Has there been a greater curse upon the earth than empty religion?

เคยมีการขับออกจากศาสนาที่สำคัญใหญ่กว่าการไม่มีศาสนาในโลกไหม

Is there any soul harder to reach than the one who has just enough of Jesus to think they have enough?

มีจิตวิญญาณใดที่ยากจะเข้าถึงยิ่งกว่าจิตวิญญาณผู้หนึ่งที่มีพอกับพระเยซูที่คิดว่าพวกเขาพอแล้ว

The church of Laodicea exemplifies empty religion.

คริสตจักรเลาดีเซียเป็นตัวอย่างศาสนาที่ว่างเปล่า

Jesus says “I could wish that you were cold or hot”

พระเยซูตรัสว่า "ข้าพระองค์หวังว่าเจ้าจะเย็นหรือร้อน"

What Jesus wants to change in us as much as anything is the deceptive playing of the middle, trying to please both the world and Jesus.

สิ่งที่พระเยซูทรงต้องการที่จะเปลี่ยนในตัวเรามากพอๆ กับการแอบพรางอยู่ตรงกลาง    พยายามที่จะให้เป็นที่พอใจทั้งฝ่ายโลกและพระเยซู

I could wish that you were cold or hot also points to another aspect of lukewarmness, as a picture of uselessness. "Hot water heals, cold water refreshes, but lukewarm water is useless for either purpose."

ข้าพระองค์ปรารถนาจะให้เจ้าเย็นหรือร้อน   ยังหมายถึงอีกด้านของความอุ่นๆ  เป็นภาพของความไร้ประโยชน์ " ความร้อน เยียวยารักษาโรค  น้ำเย็นทำให้สดชื่น  แต่น้ำอุ่นจะไร้ประโยชน์ใดๆ"

The thief on the cross was cold towards Jesus and clearly saw his need. The Apostle John was hot towards Jesus and enjoyed an intimate relationship of love. But Judas was lukewarm, following Jesus enough to be considered a disciple, but not giving his heart over to Jesus in fullness.

โจรบนกางเขนที่เฉยเมยต่อพระเยซูและได้เห็นความต้องการของเขาอย่างชัดเจน  อัครสาวกยอห์นใจร้อนต่อพระเยซูและชื่นชมยินดีในการติดสนิทใกล้ชิดด้วยความรัก แต่ยูดาสผู้ทรยศ เป็นแต่อุ่น ๆ ติดตามพระเยซูนานพอที่จะได้รับการพิจารณาเป็นสาวก   แต่หัวใจของเขาไม่มอบแด่พระเยซูด้วยความเต็มใจ

Deep down, there is no one more miserable than the lukewarm Christian is. They have too much of the world to be happy in Jesus, but too much of Jesus to be happy in the world.

ลึกลงไป ไม่มีใครน่าเป็นทุกข์มากกว่าคริสเตียนที่อุ่น  พวกเขามีสิ่งของฝ่ายโลกมากเกินกว่าจะมีความสุขในพระเยซู    แต่มีความสุขมากเกินไปในพระเยซูเกินกว่าจะมีความสุขฝ่ายโลก

So the Lord is saying, 'If instead of being lukewarm, you were so cold that should feel that coldness, then the very feeling of your need might drive you to the true warmth, but now in your lukewarmness, you have just enough to protect yourselves against a feeling of need."

ดังนั้น พระเจ้า ตรัสว่า “ ถ้าแทนที่จะเป็นแต่อุ่นๆ เจ้าจึงเย็นเสียจนเจ้าควรจะรู้สึกความเย็นนั้น  แล้วความรู้สึกถึงความต้องการของเจ้าอาจจะผลักดันให้เจ้าไปอุ่นจริง  แต่ตอนนี้ในความไม่ร้อนไม่เย็นของเจ้า  เจ้าเพียงแต่จะปกป้องตัวเองให้พ้นจากความรู้สึกถึงความจำเป็นนั้น"

The name Laodicea means "rule of the people." This church well represents a church run by majority rule instead of God.

ชื่อ เลาดีเซีย หมายถึง "การปกครองของประชาชน" โบสถ์แห่งนี้เป็นตัวแทนของคริสตจักรที่ ดำเนินการโดยคนส่วนใหญ่ปกครองแทนพระเจ้า

“I will vomit you out of My mouth”: How are churches in the mouth of Jesus?

“ข้าพระองค์จะคายเจ้าออกจากปากของข้าพระองค์”: คริสตจักรที่อยู่ในปากของพระเยซูเป็นอย่างไรบ้าง

They are in His mouth because they spread His Word.  They are in His mouth because He prays for them constantly.

พวกเขาอยู่ในพระโอษฐ์ของพระองค์  เพราะพวกเขาเผยแพร่พระวจนะของพระองค์ พวกเขาอยู่ในพระโอษฐ์ของพระองค์  เพราะพระองค์ทรงอธิษฐานเผื่อพวกเขาอย่างต่อเนื่อง

What a terrible thing to be expelled from the mouth of Jesus!

มันช่างเป็นสิ่งน่ากลัว ที่จะถูกขับออกจากพระโอษฐ์ของพระเยซู

What Jesus has against the church of Laodicea.

สิ่งที่พระเยซูทรงต่อต้านคริสตจักรเลาดีเซีย

Because you say, "I am rich, have become wealthy, and have need of nothing"; and do not know that you are wretched, miserable, poor, blind, and naked;

เพราะเจ้าพูดว่า " ผมรวย  ข้าพเจ้ากลายเป็นผู้มั่งคั่ง และไม่มีความต้องการอะไร" และไม่ทราบว่าเจ้าชั่วร้าย ยากแร้นแสนเข็ญ ขัดสน ตาบอดและ เปลือยกาย

The church at Laodicea lacked a sense of spiritual poverty.

คริสตจักรที่เลาดีเซียขาดความรู้สึกขัดสนฝ่ายจิตวิญญาณ

They looked at their spiritual condition and said "rich." They looked again and said "wealthy." They looked a third time and said, "We have need of nothing."

พวกเขามองที่สภาพทางจิตวิญญาณของเขาและกล่าวว่า "ร่ำรวย"  พวกเขามองอีกครั้งและบอกว่า "มั่งคั่ง"  พวกเขามองดูเป็นครั้งที่สามและกล่าวว่า "เราไม่มีความต้องการอะไรอีก"


They are the opposite of blessed are the poor in spirit Jesus spoke of in Matthew 5:3.

พวกเขาเป็นตรงข้ามคนที่มีความสุข    เป็นคนบกพร่องฝ่ายจิตวิญญาณที่พระเยซูทรงตรัสในมัทธิว 5:3

3 “Blessed are the poor in spirit, for theirs is the kingdom of heaven.

3 “บุคคลผู้ใด   รู้สึกบกพร่องฝ่ายวิญญาณ   ผู้นั้นเป็นสุข   เพราะแผ่นดินสวรรค์เป็นของเขา  

“And do not know that you are wretched, miserable, poor, blind, and naked”:

"และไม่ทราบว่าเจ้าเป็นคนน่าสมเพช แร้นแค้นเข็ญใจ   ขัดสน  ตาบอด และเปลือยกาย ":

It wasn't that the church at Laodicea wasn't spiritually poor - they were, they were simply blind to it.

มันไม่ใช่ว่า คริสตจักร เลาดีเซียไม่ได้บกพร่องฝ่ายจิตวิญญาณ – พวกเขาเป็น  พวกเขาเป็นเพียง ตาบอดไป

Jesus looked at their spiritual condition and said, "wretched."

พระเยซูทรงทอดพระเนตรสภาพทางจิตวิญญาณของพวกเขาและ ตรัสว่า " น่าสมเพช "

He looked again and said "miserable."

พระองค์ทอดพระเนตรอีกครั้งและ ตรัสว่า " ทนทุกข์เวทนา “

A third time Jesus looked and said "poor." He looked again and said "blind." A final time Jesus looked, and He saw that they were spiritually naked.

ครั้งที่สาม พระเยซูทรงทอดพระเนตร และตรัสว่า " น่าสงสาร " พระองค์ทอดพระเนตรอีกครั้งและตรัสว่า " ตาบอด "พระเยซูทรงทอดพระเนตร เป็นครั้งสุดท้าย  และทรงเห็นว่าจิตวิญญาณพวกเขาเหมือนเปลือยกาย

Laodicea was famous for its healing eye salve, but the Christians of the city were spiritually blind.

เลาดีเซีย มีชื่อเสียงด้านการเยียวยารักษาโรคตา แต่ คริสเตียนเมืองนั้นตาบอดฝ่ายจิตวิญญาณ

Laodicea was famous for its fine clothing, but the Christians of the city were spiritually naked.

เลาดีเซีย มีชื่อเสียงด้านเสื้อผ้าสวยงาม แต่คริสเตียนเมืองนั้นเปลือยกายฝ่ายจิตวิญญาณ

The contrasts are shocking:  Between what they think they are and what they really are.

Between what they see and what Jesus sees.  Between the wealth and affluence of their city and their own spiritual bankruptcy.

การเปรียบต่างนั้นน่าตกใจ : ระหว่างสิ่งที่พวกเขาคิดว่าพวกเขาเป็น และสิ่งที่พวกเขาเป็นจริง

ระหว่างสิ่งที่พวกเขาเห็นและสิ่งที่พระเยซูทอดพระเนตร  ระหว่าง ความมั่งคั่งและ ความมั่งคั่ง ของเมืองของเขา และการล่มสลายทางจิตวิญญาณของตัวเอง

The church in Smyrna thought they were poor when they were really rich (Rev. 2:9), but the church of the Laodiceans believe they are rich when they are really poor.1

คริสตจักรสเมอร์นาคิดว่าพวกเขา ยากจน เมื่อพวกเขาแท้จริงอุดมสมบูรณ์ (วิวรณ์ 02:09 ) แต่ คริสตจักรเลาดิเซีย เชื่อว่าพวกเขามั่งคั่ง เมื่อพวกเขาจะแท้จริงขัดสน

What Jesus wants the church of Laodicea to do.   “I counsel you to buy from Me gold refined in the fire, that you may be rich; and white garments, that you may be clothed, that the shame of your nakedness may not be revealed; and anoint your eyes with eye salve, that you may see.

สิ่งที่พระเยซูทรงประสงค์ให้คริสตจักรเลาดีเซียทำ " เราเตือนสติเจ้าให้ซื้อจากทองคำที่หลอมไฟให้บริสุทธิ์แล้วจากเรา   เพื่อเจ้าอาจจะได้เป็นคนมั่งมี และให้เจ้าซื้อเสื้อผ้าสีขาว ที่เจ้าอาจจะนุ่งห่มให้พ้นจากความอับอายที่เจ้าต้องเปลือยกายอยู่  เพื่อตาเจ้าจะได้แลเห็น

“As many as I love, I rebuke and chasten. Therefore be zealous and repent. Behold, I stand at the door and knock. If anyone hears My voice and opens the door, I will come in to him and dine with him, and he with Me.”

ข้าพระองค์รักผู้ใด ข้าพระองค์ก็ตักเตือนและตีสอนผู้นั้น เพราะฉะนั้นจงมีความกระตือรือร้น และกลับใจเสียใหม่ ดูเถิดเรายืนเคาะอยู่ที่ประตู และถ้าผู้ใดได้ยินเสียงของข้าพระองค์และเปิดประตู  เราจะเข้าไปหาผู้นั้นและรับประทานอาหารร่วมกับข้าพระองค์"

Perhaps meaning individually and corporately be refined by suffering as gold is refined by fire. 

บางที ความหมายที่เป็นรายบุคคล และร่วมกัน อาจถูกกลั่นกรอง โดยการทนทุกข์ เหมือนดัง ทองที่หล่อหลอมด้วยไฟ

Read the Word and pray to be clothed with spiritual clothing.   It is not too late, you can repent. 

อ่านพระคำและอธิษฐาน ที่จะสวมทับด้วยเสื้อผ้าฝ่ายจิตวิญญาณ   มันไม่สายเกินไปที่ คุณจะสามารถกลับใจ

 

Revelation 3 part 2

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top