Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 


 
 

Wednesday, February 12, 2014

 

Question:  How can I understand the Book of Revelation?

คำถาม: ฉันจะเข้าใจหนังสือวิวรณ์ได้อย่างไร  


Answer:  The key to Bible interpretation, especially for the book of Revelation, is to have a consistent hermeneutic.

คำตอบ: กุญแจสำคัญในการแปลความหมายพระคัมภีร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหนังสือวิวรณ์   คือต้องตีความตามที่สอดคล้องเป็นจริง

Hermeneutics is the study of the principles of interpretation.

การตีความ คือการเรียนหลักของการแปลความหมาย

In other words, it is the way you interpret Scripture.

อีกนัยหนึ่ง มันก็เป็นแนวทางที่คุณแปลความหมายพระคัมภีร์

A normal hermeneutic or normal interpretation of Scripture means that unless the verse or passage clearly indicates the author was using figurative language, it should be understood it in its normal sense.

การตีความตามปกติ หรือการแปลความหมายตามปกติของพระคัมภีร์  หมายความว่า   ถ้าข้อพระคัมภีร์ไม่บอกอย่างชัดเจน  ผู้เขียนกำลังใช้ภาษาเป็นอุปมาอุปไมย   นั่นก็ควรเป็นที่เข้าใจได้โดยปกติวิสัยของคนเรา

We are not to look for other meanings if the natural meaning of the sentence makes sense.

เราต้องไม่มองหาความหมายอื่นๆ  ถ้าหากความหมายปกติของประโยครู้สึกว่าเข้าท่าแล้ว

Also, we are not to spiritualize Scripture by assigning meanings to words or phrases when it is clear the author, under the guidance of the Holy Spirit, meant it to be understood as it is written.
นอกจากนี้  เราต้องไม่ทำให้พระคัมภีร์เป็นเรื่องจิตวิญญาณโดยการกำหนดความหมายของคำหรือวลี ในเมื่อมันชัดเจนโดยผู้เขียนแล้ว   ภายใต้การทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์    ที่ให้หมายความตามอย่างที่ได้เขียนไว้

One example is Revelation 20:2-3. Many will assign various meanings to references to a thousand-year period.

ตัวอย่างหนึ่งคือ วิวรณ์ 20:2-3 หลายคนจะกำหนดความหมายต่างๆ ต่อข้ออ้างอิงมากมายเรื่องช่วงเวลาพันปี

2  And he seized the dragon, that ancient serpent, who is the devil and Satan, and bound him for a thousand years,

2 และท่านได้จับพญานาคซึ่งเป็นงูดึกดำบรรพ์ผู้ซึ่งเป็นพญามารและซาตานและมัดมันไว้พันปี

3 and threw him into the pit, and shut it and sealed it over him, so that he might not deceive the nations any longer, until the thousand years were ended. After that he must be released for a little while.

3 แล้วทิ้งมันลงไปในบาดาลนั้น   แล้วได้ลั่นกุญแจประทับตรา   เพื่อไม่ให้มันล่อลวงบรรดาประชาชนได้อีกต่อไป   จนครบกำหนดพันปีแล้วจึงจะต้องปล่อยมันออกไปชั่วขณะหนึ่ง  

Yet, the language does not imply in any way that the references to the thousand years should be taken to mean anything other than a literal period of one thousand years.
อย่างไรก็ตาม ภาษาไม่ได้แสดงนัยในทางใดเลยว่า   การอ้างอิงถึงระยะเวลาพันปี ควรจะ นำมาใช้เพื่อ หมายถึงอะไรอื่นนอกจากระยะเวลาที่แท้จริงของหนึ่งพัน ปี

A simple outline for the book of Revelation is found in Revelation 1:19. In the first chapter, the risen and exalted Christ is speaking to John.

เค้าโครงง่ายๆ สำหรับหนังสือวิวรณ์ พบใน วิวรณ์ 1:19   ในบทแรก พระเยซูคริสต์ผู้ทรงฟื้นพระชนม์และคืนพระชนม์ได้ตรัสกับยอห์น

Christ tells John to “write, therefore, what you have seen, what is now and what will take place later.”

พระคริสต์ตรัสกับยอห์นว่า  "เหตุฉะนั้น เจ้าจงเขียนสิ่งที่เจ้าได้เห็น  สิ่งที่เป็นอยู่ปัจจุบัน และสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหลัง"

The things John had already seen are recorded in chapter 1. The “things which are” (that were present in John's day) are recorded in chapters 2–3 (the letters to the churches). The “things will take place” (future things) are recorded in chapters 4–22.
หลายสิ่งที่ยอห์นได้เห็นแล้วได้ถูกบันทึกไว้ในบทที่ 1    " หลายสิ่งซึ่ง  "( ซึ่งปรากฏในสมัยของยอห์น ) ได้ถูกบันทึกไว้ใน บทที่ 2-3 (จดหมายถึงคริสตจักรต่างๆ) "หลายสิ่งที่จะเกิดขึ้น " ( สิ่งต่างๆในอนาคต) ได้รับการบันทึกไว้ใน บทที่ 4-22
Generally speaking, chapters 4–18 of Revelation deal with God's judgments on the people of the earth. These judgments are not for the church.

กล่าวโดยทั่วไป วิวรณ์ บทที่ 4-18 เกี่ยวกับการทรงพิพากษาของพระเจ้าต่อชาวโลก    การพิพากษา เหล่านี้ไม่ใช่สำหรับคริสตจักร

1 Thessalonians 1 เธสะโลนิกา 5:2 , 9

2 For you yourselves are fully aware that the day of the Lord will come like a thief in the night.

2 เพราะท่านเองก็รู้ดีแล้วว่า   วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า   จะมาเหมือนอย่างขโมยที่มาในเวลากลางคืน

9 For God has not destined us for wrath, but to obtain salvation through our Lord Jesus Christ,

9 เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงกำหนดเราไว้สำหรับพระอาชญา   แต่สำหรับให้เข้าสู่ความรอด   โดยพระเยซูคริสตเจ้าของเรา

Before the judgments begin, the church will have been removed from the earth in an event called the rapture

ก่อนที่การพิพากษาจะเริ่มต้น  คริสตจักรจะถูกยกออกจากแผ่นดินโลก  ในเวลาเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า การรับขึ้นไปสวรรค์

1 Thessalonians 1 เธสะโลนิกา  4:13-18  13 But we do not want you to be uninformed, brothers, about those who are asleep, that you may not grieve as others do who have no hope.

13 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   เราไม่อยากให้ท่านไม่ทราบความจริงเรื่องคนที่ล่วงหลับไปแล้ว   เพื่อท่านจะไม่เป็นทุกข์โศกเศร้า   อย่างคนอื่นๆที่ไม่มีความหวัง

14 For since we believe that Jesus died and rose again, even so, through Jesus, God will bring with him those who have fallen asleep.

14 เพราะในเมื่อเราเชื่อว่าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์   และทรงคืนพระชนม์แล้ว   โดยพระเยซูนั้น   พระเจ้าจะทรงนำบรรดาคนที่ล่วงหลับไปแล้วนั้น   มากับพระองค์

15 For this we declare to you by a word from the Lord, that we who are alive, who are left until the coming of the Lord, will not precede those who have fallen asleep.

15 ในข้อนี้เราขอบอกให้ท่านทราบ   ตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่า   เราผู้ยังเป็นอยู่และคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมา   จะล่วงหน้าไปก่อนคนเหล่านั้นที่ล่วงหลับไปแล้วก็หาไม่

16 For the Lord himself will descend from heaven with a cry of command, with the voice of an archangel, and with the sound of the trumpet of God. And the dead in Christ will rise first.

16 ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง   ด้วยสำเนียงเรียกของเทพบดีและด้วยเสียงแตรของพระเจ้า   และคนทั้งปวงในพระคริสต์ที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาก่อน

17 Then we who are alive, who are left, will be caught up together with them in the clouds to meet the Lord in the air, and so we will always be with the Lord.

17 หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่   จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น   และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ   อย่างนั้นแหละ   เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์

18 Therefore encourage one another with these words.

18 เหตุฉะนั้นจงปลอบใจกันด้วยถ้อยคำเหล่านี้เถิด

1 Corinthians 1โครินธ์ 15:51-52 51 Behold! I tell you a mystery. We shall not all sleep, but we shall all be changed,

51 ดูก่อนท่านทั้งหลาย   ข้าพเจ้ามีความล้ำลึกที่จะบอกแก่ท่าน   คือว่าเราจะไม่ล่วงหลับหมดทุกคน   แต่เราจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่หมด

52 in a moment, in the twinkling of an eye, at the last trumpet. For the trumpet will sound, and the dead will be raised imperishable, and we shall be changed.

52 ในชั่วขณะเดียว   ในพริบตาเดียว   เมื่อเป่าแตรครั้งสุดท้าย   เพราะว่าจะมีเสียงแตร   และคนที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาปราศจากเน่าเปื่อย   แล้วเราทั้งหลายจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่

Chapters 4–18 describe a time of “Jacob's trouble”—trouble for Israel.

บทที่ 4-18 อธิบาย เวลาแห่ง " ความทุกข์ของยาโคบ " --ความทุกข์ของอิสราเอล

Jeremiah เยเรมีย์ 30:7 7 Alas! That day is so great there is none like it; it is a time of distress for Jacob; yet he shall be saved out of it.

7 อนิจจาเอ๋ย  วันนั้นใหญ่โตเหลือเกิน   ไม่มีวันใดเหมือน    เป็นเวลาทุกข์ใจของยาโคบ   แต่เขาก็ยังจะรอดวันนั้นไปได้  

Daniel ดาเนียล 9:12 12 He has confirmed his words, which he spoke against us and against our rulers who ruled us, by bringing upon us a great calamity. For under the whole heaven there has not been done anything like what has been done against Jerusalem.

12 พระองค์ได้ทรงยืนยันถ้อยคำของพระองค์   ซึ่งพระองค์ได้ตรัสกล่าวโทษข้าพระองค์ทั้งหลาย   และกล่าวโทษผู้ปกครองซึ่งปกครองข้าพระองค์   โดยนำให้ข้าพระองค์เกิดวิบัติอย่างใหญ่หลวง   เพราะว่าภายใต้สวรรค์ทั้งสิ้น   ไม่มีที่ใดที่ได้ถูกกระทำเหมือนที่ได้กระทำแก่เยรูซาเล็ม

Daniel ดาเนียล 12:1 1 “At that time shall arise Michael, the great prince who has charge of your people. And there shall be a time of trouble, such as never has been since there was a nation till that time. But at that time your people shall be delivered, everyone whose name shall be found written in the book.

1 “ในครั้งนั้น  มีคาเอลเจ้าผู้พิทักษ์ยิ่งใหญ่   ผู้คุ้มกันชนชาติของท่านจะลุกขึ้น   และจะมีเวลายากลำบากอย่างไม่เคยมีมา ตั้งแต่ครั้งมีประชาชาติจนถึงสมัย นั้น   แต่ในครั้งนั้นชนชาติของท่านจะรับการช่วยกู้   คือทุกคนที่มีชื่อบันทึกไว้ในหนังสือ

It is also a time when God will judge unbelievers for their rebellion against Him.
นอกจากนี้ยังเป็นเวลาที่พระเจ้าจะทรงพิพากษาผู้ไม่เชื่อที่ทำการปฏิวัติต่อต้านพระองค์

Chapter 19 describes Christ's return with the church, the bride of Christ. He defeats the beast and the false prophet and casts them into the lake of fire. In Chapter 20, Christ has Satan bound and cast in the Abyss.

บทที่ 19 บรรยาย การเสด็จกลับมาของพระคริสต์พร้อมกับคริสตจักร  เจ้าสาวของพระคริสต์  พระองค์ทรงมีชัยชนะสัตว์ร้ายและผู้พยากรณ์เท็จ   ทรงโยนพวกมันทิ้งลงไปในบึงไฟ ในบทที่ 20 พระ คริสต์ได้ทรงผูกมัดซาตานและทิ้งมันลงในนรก

Then Christ sets up His kingdom on earth that will last 1000 years.

จากนั้นพระคริสต์ทรงตั้งอาณาจักรของพระองค์ในโลกที่ จะมีอายุยืนนาน 1,000 ปี

At the end of the 1000 years, Satan is released and he leads a rebellion against God. He is quickly defeated and also cast into the lake of fire.

ในตอนท้ายของ 1000 ปี ซาตานถูกปล่อยออก และมันก็จะนำการต่อต้านพระเจ้า   มันจะพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วและถูกโยนลงไปในบึงไฟ

Then the final judgment occurs, the judgment for all unbelievers, when they too are cast into the lake of fire.
แล้วการพิพากษาครั้งสุดท้ายจะเกิดขึ้น  การพิพากษาลงโทษผู้ไม่เชื่อทั้งหมด  เมื่อพวกเขาถูกโยนลงไปในบึงไฟด้วย
Chapters 21 and 22 describe what is referred to as the eternal state.

บทที่ 21 และ 22 อธิบายสิ่งที่เราเรียกว่าวิสุทธินคร

In these chapters God tells us what eternity with Him will be like.

ในบท เหล่านี้ พระเจ้าทรงสอนเราให้ทราบว่าชีวิตนิรันดร์ในพระองค์จะเป็นเช่นไร

The book of Revelation is understandable.

หนังสือวิวรณ์เป็นที่เข้าใจได้

God would not have given it to us if its meaning were entirely a mystery.

พระเจ้าไม่ได้ทรงประทานหนังสือนี้แก่เรา หากความหมายของมันลึกลับอย่างสิ้นเชิง

The key to understanding the book of Revelation is to interpret it as literally as possible—it says what it means and means what it says.

กุญแจสำคัญในการเข้าใจหนังสือวิวรณ์คือ   การแปลความตามความหมายแท้จริงเท่าที่เป็นไปได้--กล่าวคือ มันหมายถึงอะไร ก็ให้หมายความตามสิ่งที่กล่าว

www.gotquestions.org/Thai  

Understand Revelation

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top