Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, February 9, 2014

 

Verse 9

ข้อ 9

9 Behold, I will make those of the synagogue of Satan who say that they are Jews and are not, but lie—behold, I will make them come and bow down before your feet and they will learn that I have loved you.

9 ดูเถิด   เราจะทำให้พวกธรรมศาลาของซาตานที่พูมุสาว่า  เขาเป็นพวกยิว  และไม่ได้เป็นนั้น มากราบลงแทบเท้าของเจ้า   และให้เขารู้ว่า   เราได้รักพวกเจ้า

10 Because you have kept my word about patient endurance, I will keep you from the hour of trial that is coming on the whole world, to try those who dwell on the earth.

10 เพราะเหตุที่เจ้าได้ประพฤติตามคำของเรา คือให้มีความอดทน เราจะป้องกันเจ้าให้พ้นจากช่วงเวลาแห่งการทดลองใจ   ซึ่งจะมีทั่วทั้งโลก   เพื่อจะลองใจคนทั้งปวงที่อยู่ในโลก

11 I am coming soon. Hold fast what you have, so that no one may seize your crown.

11 เราจะมาในเร็ว ๆนี้   จงยึดมั่นในสิ่งที่เจ้ามี   เพื่อไม่ให้ผู้ใดชิงเอามงกุฎของเจ้าไปได้

12 The one who conquers, I will make him a pillar in the temple of my God. Never shall he go out of it, and I will write on him the name of my God, and the name of the city of my God, the new Jerusalem, which comes down from my God out of heaven, and my own new name.

12 ผู้ใดมีชัยชนะ   เราจะตั้งให้ผู้นั้นเป็นหลักอยู่ในพระวิหารแห่งพระเจ้าของเรา   และผู้นั้นจะไม่ออกไปนอกพระวิหารอีกเลย   และที่ตัวของผู้นั้นเราจะจารึกพระนามพระเจ้าของเรา   และชื่อเมืองของพระเจ้าของเรา   คือนครเยรูซาเล็มใหม่   ที่ลงมาจากสวรรค์จากพระเจ้าของเรา   และเราจะจารึกนามใหม่ของเราไว้ที่ผู้นั้นด้วย

13 He who has an ear, let him hear what the Spirit says to the churches.’

13 ใครมีหูก็ให้ฟังข้อความซึ่งพระวิญญาณได้ตรัสไว้แก่คริสตจักรทั้งหลายเถิด'

No call to repentance, just a commendation for keeping the Word, the promise that He would also keep them.

ไม่มีการเรียกให้กลับใจ   เพียงแค่การยกย่องในการรักษาพระคำ พระสัญญาที่พระองค์ทรงรักษาแก่พวกเขา

“Crown?” you say. “I don’t have one yet. What does this mean?”

"มงกุฎหรือ" คุณพูด    "ฉันยังไม่ได้มงกุฎสักหนึ่งอัน    สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร"


I believe the answer is found in 1 Thessalonians 2:19, 20, where Paul identifies the crown as people—people with whom we’ve shared, people for whom you’ve prayed. “Stay with them,” says Jesus. “Keep praying for them. Don’t give up on them.”5

ผมเชื่อว่าคำตอบที่พบใน 1 เธสะโลนิกา 2:19-20 เปาโลระบุมงกุฎเป็นคน---คนกับผู้ที่เราได้ใช้ร่วมกันคนสำหรับผู้ที่คุณได้อธิษฐาน "อยู่กับพวกเขา" พระเยซูกล่าวว่า "เก็บอธิษฐานสำหรับพวกเขา ไม่ให้ขึ้นกับพวกเขา"

19 For what is our hope or joy or crown of boasting before our Lord Jesus at his coming? Is it not you?

19 เพราะอะไรเล่าจะเป็นความหวังหรือเป็นความชื่นชมยินดี หรือสิ่งภูมิใจ   จำเพาะพระพักตร์พระเยซูคริสตเจ้า   เมื่อพระองค์จะเสด็จมา   ก็ไม่ใช่ท่านทั้งหลายดอกหรือ

20 For you are our glory and joy.

20 เพราะว่าท่านทั้งหลายเป็นศักดิ์ศรีและความชื่นชมยินดีของเรา

The name of this city means brotherly love, and it was the youngest of the seven cities.

ชื่อของเมือง นี้หมายถึงความรักฉันท์พี่น้อง และเป็นน้องคนสุดท้องของเจ็ดเมือง

Philadelphia had been built with the deliberate intention that it might spread the Greek language, the Greek way of life, the Greek culture, throughout the regions beyond.

ฟิลาเดล ได้รับการ สร้างขึ้นด้วยความตั้งใจอย่างรอบคอบ ว่ามันอาจจะเผยแพร่ภาษากรีก วิถีชีวิตแบบกรีก  วัฒนธรรมแบบกรีก ทั่วฟากข้างโน้น

Philadelphia was a prosperous city with one of the greatest highways in the world.

ฟิลาเดล เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง ที่มี ทางหลวงที่สำคัญที่สุดสายหนึ่งของโลก

Philadelphia was also known for her beautiful buildings.

ฟิลาเดล ยัง เป็นที่รู้จักกัน สำหรับอาคารมากมายที่สวยงาม

"Philadelphia had so many gods and so many temples that sometimes men called it "Little Athens."

"ฟิลาเดล มีเทพเจ้าและวัดมากมายที่บางครั้งผู้คนเรียกว่า "เอเธนส์น้อย"

Jesus describes Himself to the church at Philadelphia.  These things says He who is holy, He who is true, "He who has the key of David, He who opens and no one shuts, and shuts and no one opens":

พระเยซู ทรงบรรยายถึงพระองค์เองที่คริสตจักรฟิลาเดลเฟีย     สิ่งเหล่านี้กล่าวว่าพระองค์ทรงบริสุทธิ์  ผู้ทรงสัตย์จริง    "ผู้ทรงถือลูกกุญแจของดาวิด ผู้ทรงเปิดแล้วจะไม่มีผู้ใดปิด  ผู้ทรงปิด แล้วจะไม่มีผู้ใดเปิด"

“These things says He who is holy, He who is true” Jesus reminds the church in Philadelphia that He is holy and true.

"สิ่งเหล่านี้ บอกว่าทรงเป็นผู้บริสุทธิ์ พระองค์ผู้ทรงสัตย์จริง" พระเยซูทรงเตือนคริสตจักรในฟิลาเดล ว่าทรงเป็นผู้บริสุทธิ์ และสัตย์จริง

Jesus expresses His power and authority, especially to admit and exclude.

พระเยซูทรงสำแดงฤทธิ์เดชและสิทธิอำนาจของพระองค์ โดยเฉพาะที่จะยอมรับและขับออกไป

What Jesus knows about the church of Philadelphia.  “I know your works. See, I have set before you an open door, and no one can shut it; for you have a little strength, have kept My word, and have not denied My name.”

สิ่งที่พระเยซูทรงรู้เกี่ยวกับคริสตจักร ฟิลาเดลเฟีย   "เรารู้จักแนวการกระทำของเจ้า  ดูสิ เราได้ตั้งประตูที่เปิดไว้ต่อหน้าเจ้า  และไม่มีใครสามารถปิดได้    เพราะพวกเจ้ามีกำลังเล็กน้อย แต่ได้รักษาถ้อยคำของเรา และไม่ได้ปฏิเสธนามของเรา"

“I know your works” Jesus says this to each of the seven churches. The church at Philadelphia had served God well in difficult circumstances, and Jesus knew it.

“เรารู้จักแนวการกระทำของเจ้า " พระเยซูตรัสเช่นนี้กับคริสตจักรทั้งเจ็ดแต่ละแห่ง   คริสตจักรที่ ฟิลาเดลเฟียได้รับใช้พระเจ้าอย่างดียิ่งในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และพระเยซูทรงทราบดี

Often, an open door speaks of evangelistic opportunity.

บ่อยครั้งที่ประตูเปิดพูดถึงโอกาสแห่งการประกาศ

1 Corinthians 1โครินธ์16:9 9 for a wide door for effective work has opened to me, and there are many adversaries.

9 เพราะว่าที่นี่มีประตูเปิดให้ข้าพเจ้าอย่างกว้างขวาง  น่าจะเกิดผล  ทั้งคนขัดขวางก็มีเป็นอันมากด้วย  

2 Corinthians 2โครินธ์ 2:12 12 When I came to Troas to preach the gospel of Christ, even though a door was opened for me in the Lord,

12 เมื่อข้าพเจ้าไปถึงเมืองโตรอัสเพื่อประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์นั้น   มีช่องทางเปิดให้แก่ข้าพเจ้าเพื่อปฏิบัติพันธกิจขององค์พระผู้เป็นเจ้า

Colossians โคโลสี 4:3 3 At the same time, pray also for us, that God may open to us a door for the word, to declare the mystery of Christ, on account of which I am in prison—

3 และอธิษฐานเผื่อเราด้วย   เพื่อพระเจ้าจะได้ทรงโปรดเปิดประตูไว้ให้เราสำหรับพระวาทะนั้น   ให้เรากล่าวความล้ำลึกของพระคริสต์  ที่ข้าพเจ้าถูกจำจองอยู่ก็เพราะเหตุนี้

Jesus tells them that He has opened the door of evangelistic opportunity to them, and they must go through that door in faith.

พระเยซูทรงบอกพวกเขาว่า พระองค์ได้ทรงเปิดประตูโอกาสแห่งการประกาศแก่พวกเขา  และพวกเขาจะต้อง ผ่านประตูนั้นไปได้ด้วยความเชื่อ

The city had the mission of spreading Greek culture and language through the whole region.

เมืองที่มีภารกิจในการเผยแพร่วัฒนธรรมกรีก และภาษากรีก ตลอดพื้นที่ทั่วทั้งภูมิภาค

Now Jesus opens the door for them to spread the culture of His kingdom through the whole region.

ตอนนี้ พระเยซูทรงเปิดประตูสำหรับพวกเขาเพื่อ เผยแพร่วัฒนธรรมแห่งราชอาณาจักรของพระองค์ตลอดพื้นที่ทั่วทั้งภูมิภาค

Sometimes God sets an open door of evangelistic opportunity in front of us, but we don't see it.

บางครั้ง พระเจ้าทรงจัดการเปิดประตูโอกาสแห่งการประกาศต่อหน้าเรา แต่เราไม่เห็นมัน

A man who had been touched for Jesus came to Spurgeon and asked how he could win others to Jesus. Spurgeon asked him, "What are you? What do you do?"

ชายคนหนึ่งที่ ได้ รับการสัมผัสจากพระเยซูมาหาสเปอร์เจียน และถามว่าเขาจะสามารถนำคนคนอื่น ๆมา ถึงพระเยซูอย่างไร    สเปอร์เจียน ถามเขาว่า " คุณเป็นอะไร  คุณทำอาชีพอะไร "

The man said, "I'm an engine driver on a train."

ชายคนนั้นกล่าวว่า "ผมเป็นพนักงานขับรถไฟ"

"Then," said Spurgeon, "Is the man who shovels coal on your train a Christian?"

"ถ้างั้น" สเปอร์เจียนตอบ" ผู้ชายคนที่ใช้พลั่วตักถ่านหินบนรถไฟนั้นเป็นคริสเตียนไหม "

"I don't know," said the man.

"ผมไม่ทราบ" ชายคนนั้นกล่าว

"Go back," said Spurgeon, and find out and start on him."

"จงกลับไป"  สเปอร์เจียนกล่าวและจงค้นหาและเริ่มต้นกับเขา"

“For you have a little strength”: The term a little strength does not imply weakness, but real strength. They were weak enough to be strong in the Lord.

"เพราะคุณมีกำลังน้อย ": คำว่ากำลังน้อย ไม่ได้หมายความถึงความอ่อนแอ  แต่กำลังแท้จริง พวกเขาอ่อนแอพอที่จะมีกำลังขึ้นในพระเจ้า

We can be "too strong" or "too big" or too sure of ourselves for God to really use us.

เราอาจจะ "แข็งแรงเกินไป" หรือ "ใหญ่เกินไป" หรือ แน่ใจในตัวเองเกินกว่าที่ให้พระเจ้าทรงใช้เราจริงๆ

The church in Philadelphia had the poverty of spirit to know they really needed God's strength.

คริสตจักรฟิลาเดลเฟีย มีความอ่อนแอด้านจิตวิญญาณ    ที่จะรู้ว่าพวกเขาจริงๆ ต้องการกำลังจากพระเจ้า

The Apostle Paul was a great example of this dynamic of weakness and strength. God's strength was made evident in his weaknesses

อัครสาวกเปาโล เป็น ตัวอย่างที่สำคัญของแรงขับเคลื่อนของความอ่อนแอ และความเข้มแข็งนี้ พลังของพระเจ้า ก็ปรากฏ เห็นได้ชัดในความอ่อนแอของเขา

2 Corinthians 2โครินธ์ 12:7-10 7 So to keep me from being too elated by the surpassing greatness of the revelations, a thorn was given me in the flesh, a messenger of Satan to harass me, to keep me from being too elated.

7 และเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวจนเกินไป   เนื่องจากที่ได้เห็นการสำแดงมากมายนั้น   ก็ทรงให้มีหนามใหญ่ในเนื้อของข้าพเจ้า   หนามนั้นเป็นทูตของซาตานคอยทุบตีข้าพเจ้าเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวเกินไป

8 Three times I pleaded with the Lord about this, that it should leave me.

8 เรื่องหนามใหญ่นั้น   ข้าพเจ้าวิงวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าถึงสามครั้ง   เพื่อขอให้มันหลุดไปจากข้าพเจ้า

9 But He said to me, “My grace is sufficient for you, for my power is made perfect in weakness.” Therefore I will boast all the more gladly of my weaknesses, so that the power of Christ may rest upon me.

9 แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า   “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว   เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน   เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น”   เหตุฉะนั้น   ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า   เพื่อฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า

10 For the sake of Christ, then, I am content with weaknesses, insults, hardships, persecutions, and calamities. For when I am weak, then I am strong.

10 เหตุฉะนั้นเพราะเห็นแก่พระคริสต์   ข้าพเจ้าจึงชื่นใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า   ในการประทุษร้ายต่างๆในความยากลำบาก   ในการถูกข่มเหง   ในความอับจน   เพราะว่าข้าพเจ้าอ่อนแอเมื่อใด   ข้าพเจ้าก็จะแข็งแรงมากเมื่อนั้น

The church in Philadelphia also was faithful to Jesus and His word.

คริสตจักรฟิลาเดลเฟีย ยังสัตย์ซื่ต่อพระเยซูและพระดำรัสของพระองค์

The idea behind have not denied My name is not only that they expressed their allegiance to Jesus, but that they lived in a way that was faithful to the name and character of Jesus.

ความนึกคิดเบื้องหลังไม่ได้ปฏิเสธพระนามของพระองค์คือ ไม่เพียงแต่ที่พวกเขาแสดงความจงรักภักดีต่อพระเยซู  แต่ที่พวกเขามีวิถีชีวิตอยู่อย่างซื่อสัตย์ต่อพระนามและพระลักษณะของพระเยซู

Some churches that claim great faithfulness to the word of Jesus deny His name - His character.

คริสตจักรบางแห่งอ้างว่ามีความซื่อสัตย์มากต่อพระคำของพระเยซูแต่ปฏิเสธพระนามพระองค์ –พระลักษณะของพระองค์

They represent the manner and style of Jesus as something very different from what the Bible shows.

พวกเขาแสดงให้เห็นลักษณะท่าทางและแบบของพระเยซูที่แตกต่างกันมากจากสิ่งที่พระคัมภีร์บอก

In this, Jesus does not speak against all Jewish people.

ในการนี้ พระเยซูไม่ได้ทรงโต้เถียงชาวยิวทั้งหมด

It would be entirely wrong to speak of the Jewish people as a whole as the synagogue of Satan or those who say they are Jews and are not.

มันคงจะมุสาอย่างสิ้นเชิงว่าธรรมศาลาของซาตานเป็นพวกชาวยิวทั้งหมด   หรือผู้ที่กล่าวว่าพวกเขาเป็นชาวยิว และไม่ได้เป็นนั้น

Jesus spoke of this specific group of Jewish people in Philadelphia who persecuted the Christians during that period.

พระเยซูทรงตรัสถึงชาวยิวกลุ่มนี้เฉพาะในฟิลาเดลเฟีย    ผู้ที่ข่มเหงคริสเตียนในช่วงเวลานั้น

“I will make them come and worship before your feet” In this, Jesus promises that He will vindicate His people and make sure that their persecutors recognize they are wrong, and that Jesus and His followers are right.

"เราจะทำให้พวกเขามากราบลงแทบเท้าของเจ้า"  ในการนี้พระเยซูทรงสัญญาว่า จะทรงปกป้องคนของพระองค์ และทำให้พวกเขาแน่ใจว่าพวกผู้ข่มเหงจะยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิด และฝ่ายพระเยซูกับสาวกของพระองค์ถูกต้อง

“I will keep you from the hour of trial which shall come upon the whole world: Jesus also promises them protection from the hour of trial coming on the whole world.”

“เราจะป้องกันเจ้าให้พ้นจากช่วงเวลาแห่งการทดลองใจ ซึ่งจะมีทั่วทั้งโลก: พระเยซู ยังทรง สัญญาว่าจะทรงป้องกันพวกเขาจากช่วงเวลาแห่งการทดลองใจที่จะมีขึ้นทั่วทั้งโลก”

Most Bible scholars see this hour of trial as a prophetic reference to the Great Tribulation, which precede Jesus' earthly kingdom.

นักศาสนศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นช่วงเวลาแห่งการทดลองใจนี้จากข้อมูลอ้างอิงคำพยากรณ์เรื่องยุคแห่งความทุกข์ลำเค็ญครั้งใหญ่ ซึ่งมาถึงก่อนยุคแห่งราชอาณาจักร ของพระเยซู

Jesus promises to keep these Christians from that hour of trial.

พระเยซูทรงสัญญาว่าจะทรงปกป้องคริสเตียนให้รอดพ้นช่วงเวลาแห่งการทดลอง

So the church of Philadelphia has:  Evangelistic opportunity (I have set before you an open door)

ดังนั้นคริสตจักรฟิลาเดลเฟียมี: โอกาสแห่งการประกาศ (เราได้ตั้งไว้ก่อนที่เจ้าจะเปิดประตู)

Reliance on God (You have a little strength)

ความเชื่อมั่นในพระเจ้า (คุณมีกำลังน้อย)

Faithfulness to Jesus (have kept My word, and have not denied My name)6

ความสัตย์ซื่อต่อพระเยซู ( รักษาพระดำรัสของเรา และไม่ได้ปฏิเสธพระนามของเรา)

God’s Word for Today is the radio program of Calvary Chapel at the Bridge. 

พระคำของพระเจ้าสำหรับวันนี้ เป็นรายการวิทยุคริสเตียนของคริสตจักรคาลแวรี่ ที่สะพาน

The Sarasin Bridge connects Phang Nga and Phuket.  The Lord Jesus is the bridge between God and mankind.

สะพานสารสินนี้เชื่อมต่อระหว่างพังงากับภูเก็ต องค์พระเยซูทรงเป็นสะพานเชื่อมระหว่างพระเจ้ากับมนุษยชาติ

Khun Ohn, bot nii yuu tii nay khrap?  Mii prachum mua rai khrap?

The Sunday church service has preaching from the Word of God, studying verse by verse similar to what we do on the radio.  Now, we are in the New Testament book of James.

คริสตจักรประชุมนมัสการอาทิตย์  มีการเทศนาพระคำของพระเจ้า   โดยเรียนทีละข้อคล้ายกับที่เราทำอยู่ทางรายการวิทยุ   ตอนนี้เรากำลังศึกษาหนังสือยากอบในพันธสัญญาใหม่

We worship together, sing songs, we have a separate meeting for the children, we fellowship together, and pray to God for His help in our lives. 

พวกเรานมัสการ   ร่วมกันร้องเพลง    เรามีการประชุมที่แยกต่างหากสำหรับเด็กๆ เราสามัคคีธรรมด้วยกันและสวดอ้อนวอนพระเจ้าเพื่อขอให้พระองค์ทรงช่วยในชีวิตของเรา

We invite you to visit or attend our church, all people of all religions are welcome.

เราอยากเชิญท่านมาร่วมประชุมที่โบสถ์  เรายินดีต้อนรับพี่น้องทุกศาสนา มาร่วมประชุม

We invite you to check out our website at www.phuketchurch.org

เราขอเชิญพี่น้องเข้าชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ www.phuketchurch.org

Listen again every Wednesday, Saturday and Sunday morning to Happy Radio 105.25 MHz at this time for God’s Word For Today.

พี่น้องสามารถรับฟังพระคำของพระเจ้าได้อีกครั้ง ทุกเช้าวันพุธ, วันเสาร์และวันอาทิตย์ ที่วิทยุ แฮปปี้ เรดิโอ  

Revelation 3b

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top