Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, April 27, 2014

 

Note the emphasis on Jesus’ names (Revelation 19:11-13, 16).

He is “Faithful and True”

หมายเหตุ การเน้นพระนามของพระเยซู (วิวรณ์ 19:11-13  16) พระองค์ทรง "สัตย์ซื่อและสัตย์จริง"

Revelation วิวรณ์ 3:14 14 “And to the angel of the church in Laodicea write: ‘The words of the Amen, the faithful and true witness, the beginning of God's creation.

14 “จงเขียนถึงทูตสวรรค์แห่งคริสตจักรที่เมืองเลาดีเซีย   ว่า   'พระองค์ผู้ทรงเป็นพระอาเมน   ทรงเป็นพยานที่ซื่อสัตย์และสัตย์จริง   และทรงเป็นปฐมเหตุแห่งสิ่งสารพัด   ซึ่งพระเจ้าทรงสร้าง   ได้ตรัสดังนี้ว่า  

In contrast to “the beast” who was unfaithful (he broke the covenant with Israel) and false (he ruled by means of deception and idolatry).

ตรงกันข้ามกับ " สัตว์ร้าย" ที่ไม่สัตย์ซื่อ (มันทำลายพันธสัญญากับอิสราเอล) และเป็นเท็จ (มันปกครองโดยวิธีการหลอกลวง และการบูชารูปเคารพ)

Suffering saints need to be reminded that God is faithful and will not desert them, because His promises are true.

ผู้ชอบธรรมที่ทนทุกข์ยากจำเป็นต้องได้รับคำเตือนว่า พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ และจะไม่ ละทิ้ง พวกเขาไป เพราะพระสัญญาของพระองค์เป็นจริง

Perhaps the “secret name” (Revelation 19:12) is the same as the “new name.”

บางที "ชื่อลับ" (วิวรณ์ 19:12 ) เป็นเหมือนกับ" ชื่อใหม่ ".

Revelation วิวรณ์ 3:12 12 The one who conquers, I will make him a pillar in the temple of my God. Never shall he go out of it, and I will write on him the name of my God, and the name of the city of my God, the new Jerusalem, which comes down from my God out of heaven, and My own new name.

12 ผู้ใดมีชัยชนะ   เราจะตั้งให้ผู้นั้นเป็นหลักอยู่ในพระวิหารแห่งพระเจ้าของเรา   และผู้นั้นจะไม่ออกไปนอกพระวิหารอีกเลย   และที่ตัวของผู้นั้นเราจะจารึกพระนามพระเจ้าของเรา   และชื่อเมืองของพระเจ้าของเรา   คือนครเยรูซาเล็มใหม่ที่ลงมาจากสวรรค์จากพระเจ้าของเรา   และเราจะจารึกนามใหม่ของเราไว้ที่ผู้นั้นด้วย

Not knowing what this name is, we cannot comment on it; but it is exciting to know that, even in heaven, we shall learn new things about our Lord Jesus!

ไม่ทราบว่าพระนามนี้คืออะไร เราไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่มันตื่นเต้นที่จะรู้ว่า แม้จะอยู่ใน สวรรค์ เราจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับ พระเยซูเจ้าของเรา

“The Word of God” is one of the familiar names of our Lord in Scripture.

"พระวาทะของพระเจ้า" เป็นพระนามหนึ่งขององค์พระเจ้าที่เราคุ้นเคยในพระคัมภีร์

Just as we reveal our minds and hearts to others by our words, so the Father reveals Himself to us through His Son, the incarnate Word.

เช่นเดียวกับที่เราเปิดเผยความคิดและจิตใจของเราแก่ผู้อื่นด้วยคำพูดของเรา  ดังนั้นพระบิดาทรงเผยให้เห็นพระองค์เองผ่านทางพระบุตร พระวาทะที่มาบังเกิด

A word is made up of letters, and Jesus Christ is the “Alpha and Omega”

คำประกอบด้วยตัวอักษร และพระเยซูคริสต์ทรงเป็น"อัลฟาและโอเมกา"

Revelation วิวรณ์ 21:6 6 And He said to me, “It is done! I am the Alpha and the Omega, the beginning and the end. To the thirsty I will give from the spring of the water of life without payment.

6 พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า   “สำเร็จแล้ว   เราเป็นอัลฟาและโอเมกา   เป็นปฐมและอวสาน   ผู้ใดกระหาย   เราจะให้ผู้นั้นดื่มจากบ่อน้ำพุแห่งชีวิตโดยไม่ต้องเสียอะไรเลย

Revelation วิวรณ์ 22:1313 I am the Alpha and the Omega, the first and the last, the beginning and the end.”

13 ข้าพระองค์คืออัลฟาและโอเมกา   เป็นเบื้องต้นและเป็นเบื้องปลาย   เป็นปฐมและเป็นอวสาน”  

The Word of God is “living and powerful”

พระวาทะของพระเจ้าทรง "มีชีวิต และมีอานุภาพ"

Hebrews ฮีบรู 4:12 12 For the word of God is living and active, sharper than any two-edged sword, piercing to the division of soul and of spirit, of joints and of marrow, and discerning the thoughts and intentions of the heart.

12 เพราะว่า   พระวจนะของพระเจ้านั้นไม่ตายและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ   คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ   แทงทะลุกระทั่งจิตและวิญญาณ   ตลอดข้อกระดูกและไขในกระดูก   และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย

What’s more, it fulfills His purposes on earth.

มีอะไรมากกว่านี้ล่ะ  มันทำให้พระประสงค์ของพระองค์สำเร็จบนแผ่นดินโลก

Revelation วิวรณ์ 17:17 17 for God has put it into their hearts to carry out his purpose by being of one mind and handing over their royal power to the beast, until the words of God are fulfilled.

17 เพราะว่าพระเจ้าทรงดลใจเขาให้กระทำตามพระทัยของพระองค์   โดยการทรงทำให้พวกมันมีความคิดอย่างเดียวกัน   และมอบอาณาจักรของเขาให้แก่สัตว์ร้ายนั้น   จนถึงจะสำเร็จตามพระวจนะของพระเจ้า

Revelation วิวรณ์ 10:7 7 but that in the days of the trumpet call to be sounded by the seventh angel, the mystery of God would be fulfilled, just as he announced to his servants the prophets.

7 แต่ว่าในวันที่ทูตสวรรค์องค์ที่เจ็ดจะเป่าแตรนั้น   ความล้ำลึกของพระเจ้าที่พระองค์ได้ตรัสไว้แก่พวกผู้เผยพระวจนะ   ซึ่งเป็นผู้รับใช้ของพระองค์นั้นก็จะสำเร็จ  

Jeremiah เยเรมีย์ 1:12 12 Then the LORD said to me, “You have seen well, for I am watching over My word to perform it.”

12 แล้วพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า   “เจ้าเห็นถูกต้องดีแล้ว   เพราะข้าพระองค์เฝ้าดูถ้อยคำของข้าพระองค์   เพื่อให้กระทำสำเร็จ”  

  Just as the Word was the Father’s Agent in Creation

เหมือนกับที่พระวาทะทรงเป็นตัวแทนของพระบิดาในการทรงสร้าง

John ยอห์น 1:1-3 1In the beginning was the Word, and the Word was with God, and the Word was God.

1 ในปฐมกาลพระวาทะดำรงอยู่   และพระวาทะทรงสถิตอยู่กับพระเจ้า   และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า

2 He was in the beginning with God.

2 ในปฐมกาลพระองค์ทรงดำรงอยู่กับพระเจ้า

3 All things were made through him, and without him was not anything made that was made.

3 พระเจ้าทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมาโดยพระวาทะ   ในบรรดาสิ่งที่เป็นมานั้น   ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ได้เป็นมานอกเหนือพระวาทะ

So the Word is His Agent for judgment and consummation.

ดังนั้นพระคำจึงเป็นตัวแทนของพระองค์สำหรับการพิพากษาและการทำให้สำเร็จอย่างสมบูรณ์

Christ’s most important name is “King of kings, and Lord of lords”

พระนามที่สำคัญที่สุดของพระคริสต์ คือ "จอมกษัตริย์เหนือกษัตริย์และจอมเจ้านายเหนือเจ้านาย"

Revelation วิวรณ์ 19:16 16 On His robe and on His thigh he has a name written, King of kings and Lord of lords.

16 พระองค์ทรงมีพระนามจารึกที่ฉลองพระองค์   และที่ต้นพระอูรุของพระองค์ว่า   “จอมกษัตริย์และจอมเจ้านาย”  

This is His victorious name

นี่คือพระนามแห่งชัยชนะของพระองค์

Revelation วิวรณ์ 17:14 14 They will make war on the Lamb, and the Lamb will conquer them, for he is Lord of lords and King of kings, and those with him are called and chosen and faithful.” 

14 กษัตริย์เหล่านี้จะกระทำสงครามกับพระเมษโปดก   และพระเมษโปดกจะทรงมีชัยชนะ   เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นจอมเจ้านาย   และทรงเป็นจอมกษัตริย์   และผู้ที่อยู่กับพระองค์นั้น   เป็นผู้ที่พระองค์ได้ทรงเรียกและทรงเลือกไว้   และเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ก็จะมีชัยด้วย”  

Deuteronomy เฉลยธรรมบัญญัติ 10:17 17 For the LORD your God is God of gods and Lord of lords, the great, the mighty, and the awesome God, who is not partial and takes no bribe.

17 เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านเป็นพระเจ้า ของพระทั้งหลาย   และเป็นจอมของเจ้าทั้งปวง   เป็นพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่   ทรงฤทธิ์และน่ากลัว   ทรงปราศจากอคติ   และมิได้ทรงเห็นแก่อามิษสินบน

1 Timothy 1ทิโมธี 6:1515 which He will display at the proper time—He who is the blessed and only Sovereign, the King of kings and Lord of lords,

15 ซึ่งพระเจ้าผู้เสวยสุขและทรงฤทธิ์สูงสุดแต่พระองค์เดียว   พระมหากษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งปวง   และพระผู้เป็นเจ้าเหนือเทพเจ้าทั้งปวง   จะทรงสำแดงให้ปรากฏในเวลาอันควร

The title speaks of Christ’s sovereignty, for all kings and lords must submit to Him.

ตำแน่งเล็งถึงอำนาจอธิปไตยของพระคริสต์ เพราะกษัตริย์ทั้งหลายและเจ้านายทั้งหลาย จะต้องยอมจำนนต่อพระองค์

No matter who was on the throne of the Roman Empire, Jesus Christ was his King and Lord!

ไม่ว่าใครจะอยู่บนบัลลังก์แห่งจักรวรรดิโรมัน   พระเยซูคริสต์ทรงเป็นกษัตริย์ของเขา และ พระเจ้าของเขา

The greatness of Christ is seen not only in His names, but also in John’s description of the conquering King (Revelation 19:12-16).

ความยิ่งใหญ่ของพระคริสต์จะปรากฎไม่เพียงแต่ในพระนามของพระองค์ แต่ใน หนังสือวิวรณ์ที่ยอห์นบรรยายถึงกษัตริย์ผู้ทรงมีชัยชนะ (วิวรณ์ 19:12-16 )

The eyes “as a flame of fire” symbolize His searching judgment that sees all.

พระเนตร " ดุจเปลวเพลิง" เป็นสัญลักษณ์การพิพากษาที่ตรวจสอบละเอียด ซึ่งทรงทอดพระเนตรเห็นทั้งหมด

Revelation วิวรณ์ 1:14 14The hairs of his head were white like wool, as white as snow. His eyes were like a flame of fire,

14 พระเศียรและพระเกศาของพระองค์ขาวดุจขนแกะสีขาว   และดุจหิมะและพระเนตรของพระองค์ดุจเปลวเพลิง

For more see Revelation 19b.doc at www.wdbydana.com/sermon.html 

Revelation 19c

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top