Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, May 21, 2014

 

IV We must keep our lives clean verses 15-16

IV เรา ต้องรักษาชีวิตของเราให้สะอาด ข้อ 15-16

15 Outside are the dogs and sorcerers and the sexually immoral and murderers and idolaters, and everyone who loves and practices falsehood. 

15 ภายนอกนั้นมีสุนัข   คนใช้เวทมนตร์   คนล่วงประเวณี   คนฆ่ามนุษย์   คนไหว้รูปเคารพ   ทุกคนที่รักการมุสาและประพฤติตาม  

16 “I, Jesus, have sent my angel to testify to you about these things for the churches. I am the root and the descendant of David, the bright morning star.”

16 “ข้าพระองค์คือเยซูผู้ใช้ให้ทูตสวรรค์ของข้าพระองค์   ไปเป็นพยานสำแดงเหตุการณ์เหล่านี้แก่ท่าน   เพื่อคริสตจักรทั้งหลาย   ข้าพระองค์เป็นเชื้อสายของดาวิด   และเป็นดาวประจำรุ่งอันสุกใส”  

The contrast here is between those who do God’s commandments and enter the city, and those who reject His Word and are excluded from the city.

ความแตกต่างที่นี่อยู่ระหว่างบุคคลผู้ที่ประพฤติตามพระบัญญัติของพระเจ้าและ เข้าไปในเมือง กับคนที่ปฏิเสธพระวจนะของพระองค์และถูกแยกออกจากเมือง

Revelation วิวรณ์21:8, 27 8 But as for the cowardly, the faithless, the detestable, as for murderers, the sexually immoral, sorcerers, idolaters, and all liars, their portion will be in the lake that burns with fire and sulfur, which is the second death.”

8 แต่คนขลาด   คนไม่เชื่อ   คนที่น่าเกลียดน่าชัง   คนที่ฆ่ามนุษย์   คนล่วงประเวณี   คนใช้เวทมนตร์   คนไหว้รูปเคารพ   และคนทั้งปวงที่พูดมุสานั้น   มรดกของเขาอยู่ที่ในบึงไฟและกำมะถันที่กำลังไหม้อยู่นั้น   นั่นคือความตายครั้งที่สอง”

27 But nothing unclean will ever enter it, nor anyone who does what is detestable or false, but only those who are written in the Lamb's book of life.

27 สิ่งใดที่เป็นมลทิน   หรือผู้ใดที่ประพฤติเป็นที่น่าสะอิดสะเอียน   หรือพูดมุสาจะเข้าไปในนครไม่ได้เลย   เฉพาะคนที่มีชื่อจดไว้ในหนังสือชีวิตของพระเมษโปดกเท่านั้นจึงจะเข้าไปได้

It is not likely that those who “do His commandments” are a special or an elite group of saints.

เป็นไปไม่ได้ว่า เหล่าคนที่ "ทำตามพระบัญญัติของพระองค์" เป็นคนพิเศษหรือกลุ่มสิทธิชนชั้นสูง

The phrase is similar to “them that overcome” and characterizes all the people of God.

วลีนี้มีความคล้ายคลึงกับ "พวกเขาที่มีชัยชนะ" และเป็นลักษณะนิสัย คนของพระเจ้า

Obedience to God’s Word is a mark of true salvation.

การเชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้า เป็นเครื่องหมาย แห่งความรอด ที่แท้จริง

Our Lord’s titles in Revelation 22:16 are most interesting. The “root” is buried in the ground where no one can see it, but the “star” is in the heavens where everyone can see it.

ตำแหน่งพระเจ้าใน วิวรณ์ 22:16 เป็นที่น่าสนใจมากที่สุด "ราก " ถูกฝังอยู่ใน พื้นดินที่ไม่มีใคร สามารถมองเห็นได้  แต่"ดวงดาว " อยู่ในชั้นฟ้าสวรรค์ที่ทุกคนสามารถมองเห็นได้

In “the Root and Offspring of David” we have Jesus’ Jewish, national name, but in “the Bright and Morning Star” we have His universal name.

เราได้เห็นความเป็นยิวของพระเยซูใน” สายพันธุ์และลูกหลานของดาวิด” แต่ เราสามารถเห็นพระนามระจำชาติของพระองค์ได้ใน”ดาวประจำรุ่งที่สว่างสุกใส”

One speaks of heritage and humility, the other of majesty and glory.

คนหนึ่งพูดถึงมรดกทางวัฒนธรรมและความอ่อนน้อมถ่อมตน  คนอื่น ๆ พูดถึงความเกียรติศักดิ์สูงส่งและสง่าราศี

As “the Root of David,” Jesus Christ brought David into existence.

พระเยซูคริสต์ทรงบังเกิดมาจากเชื้อสายของดาวิด ตาม "พงศ์พันธุ์ของ เดวิด" 

As “the Offspring of David,” Jesus came into this world, born a Jew from David’s line.

ในฐานะเป็น " ลูกหลาน ของดาวิด " พระเยซูเสด็จมา ในโลกนี้  ทรงบังเกิดจากพงศ์พันธุ์ ของเดวิด

Both the deity and the humanity of Jesus are evident here.

จะเห็นได้ชัดที่นี่ทั้งสภาพเป็นพระเจ้าและมนุษย์ ของพระเยซู

Matthew มัทธิว 22:41-46 41 Now while the Pharisees were gathered together, Jesus asked them a question,

41  เมื่อพวกฟาริสี   ยังประชุมอยู่ที่นั่น   พระเยซูทรงถามว่า

42 saying, “What do you think about the Christ? Whose son is he?” They said to him, “The son of David.”

42 “พวกท่านคิดอย่างไรด้วยเรื่องพระคริสต์พระองค์ทรงเป็นเชื้อสายของผู้ใด”   เขาตอบว่า   “เป็นเชื้อสายของดาวิด”

43 He said to them, “How is it then that David, in the Spirit, calls him Lord, saying,

43 พระองค์ตรัสถามเขาว่า   “ถ้าอย่างนั้นเป็นไฉนดาวิด   โดยเดชพระวิญญาณจึงได้เรียกพระองค์ว่า   องค์พระผู้เป็นเจ้าและรับสั่งว่า  

44 “‘The Lord said to my Lord, Sit at my right hand, until I put your enemies under your feet’?

44 พระเจ้าตรัสกับองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าว่า   'จงนั่งที่ขวามือของข้าพระองค์   จนกว่าเราจะปราบศัตรูของท่านให้อยู่ใต้เท้าของท่าน'  

45 If then David calls Him Lord, how is He his son?”

45 ถ้าดาวิดทรงเรียกท่านว่า   องค์พระผู้เป็นเจ้า   ท่านจะเป็นเพียงเชื้อสายของดาวิด   อย่างไรได้”

46 And no one was able to answer him a word, nor from that day did anyone dare to ask Him any more questions.

46 ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใด   อาจที่จะตอบพระองค์สักคำหนึ่ง   ตั้งแต่วันนั้นมา   ไม่มีใครกล้าซักถามพระองค์ต่อไป

The “morning star” announces dawn’s soon arrival. Jesus Christ will come for His church as “the Morning Star.”

"ดาวประจำรุ่ง" ประกาศว่าใกล้ถึงยามเช้าแล้วในไม่ช้า พระเยซูคริสต์จะทรงปรากฎที่คริสตจักร ในฐานะ "ดาวประจำรุ่ง"

But when He returns to judge, it will be as “the Sun of righteousness” in burning fury.

แต่เมื่อพระองค์เสด็จกลับมาพิพากษา  มันจะเป็น " ดวงอาทิตย์แห่ง ความชอบธรรม " ในพระพิโรธดุจเพลิงไฟ

Malachi มาลาคี 4:1-3 1 “For behold, the day is coming, burning like an oven, when all the arrogant and all evildoers will be stubble. The day that is coming shall set them ablaze, says the LORD of hosts, so that it will leave them neither root nor branch.

1 “พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า  “ดูเถิด  วันนั้นจะมาถึง   คือวันที่จะเผาไหม้เหมือนเตาอบ   เมื่อคนที่อวดดีทั้งสิ้น   และคนที่ประกอบการอธรรมทั้งหมดจะเป็นเหมือนตอข้าว   วันที่จะมานั้นจะไหม้เขาหมด   จนไม่มีรากหรือกิ่งเหลืออยู่เลย

2 But for you who fear my name, the sun of righteousness shall rise with healing in its wings. You shall go out leaping like calves from the stall.

2 แต่ดวงอาทิตย์แห่งความชอบธรรมซึ่งมีปีกรักษาโรคภัยได้   จะขึ้นมาสำหรับคนเหล่านั้นที่ยำเกรงนามของเรา   เจ้าจะกระโดดโลดเต้นออกไปเหมือนลูกวัวออกไปจากคอก

3 And you shall tread down the wicked, for they will be ashes under the soles of your feet, on the day when I act, says the LORD of hosts.

3 และเจ้าจะเหยียบย่ำคนอธรรม   เพราะว่าเขาจะเป็นเหมือนขี้เถ้าที่ใต้ฝ่าเท้าของเจ้า   ในวันนั้นเมื่อเราประกอบกิจ   พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ  

Because God’s people look for their Lord’s return, they keep their lives clean and dedicated to Him.

เพราะคนของพระเจ้าติดตามหาการเสด็จกลับมาของพระเจ้า   พวกเขารักษาชีวิตให้สะอาด และอุทิศชีวิตแด่พระองค์

1 John 1ยอห์น 2:28-3:3 26 I write these things to you about those who are trying to deceive you.

26 ข้าพเจ้าได้เขียนข้อความนี้ถึงท่าน   กล่าวถึงคนเหล่านั้นที่หลอกลวงท่าน

27 But the anointing that you received from Him abides in you, and you have no need that anyone should teach you. But as His anointing teaches you about everything—and is true and is no lie, just as it has taught you—abide in Him.

27 และฝ่ายท่านทั้งหลาย   การเจิมซึ่งท่านทั้งหลายได้รับจากพระองค์นั้นดำรงอยู่กับท่าน   และไม่จำเป็นต้องมีใครสอนท่านทั้งหลาย   เพราะว่าการเจิมนั้นได้สอนท่านให้รู้ทุกสิ่ง   และเป็นความจริง   และไม่ใช่ความเท็จ   การเจิมนั้นสอนท่านทั้งหลายแล้วอย่างใด   ท่านจงตั้งมั่นคงอยู่กับพระองค์อย่างนั้น  

28 And now, little children, abide in Him, so that when He appears we may have confidence and not shrink from Him in shame at His coming.

28 และบัดนี้ลูกทั้งหลายเอ๋ย   จงอยู่ในพระองค์   เพื่อว่าเมื่อพระองค์ทรงปรากฏ   เราทั้งหลายจะได้มีใจกล้า   และไม่หลบพระพักตร์พระองค์ด้วยความละอาย   เมื่อพระองค์เสด็จมา

29 If you know that He is righteous, you may be sure that everyone who practices righteousness has been born of Him.

29 ถ้าท่านทั้งหลายรู้ว่าพระองค์เที่ยงธรรม   ท่านก็รู้ว่าทุกคนที่ประพฤติตามความเที่ยงธรรมได้บังเกิดมาจากพระองค์ด้วย

1 John 1 ยอห์น 3:1-3 1 See what kind of love the Father has given to us, that we should be called children of God; and so we are. The reason why the world does not know us is that it did not know him.

1 จงดูเถิด   พระบิดาทรงโปรดประทานความรักแก่เราทั้งหลายเพียงไร   ที่เราจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า   และเราก็ได้เป็นเช่นนั้น   เหตุที่โลกไม่รู้จักเราทั้งหลาย   ก็เพราะเขาไม่รู้จักพระองค์

2 Beloved, we are God's children now, and what we will be has not yet appeared; but we know that when he appears we shall be like him, because we shall see him as he is.

2 ท่านที่รักทั้งหลาย   บัดนี้เราทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้า   และยังไม่ปรากฏว่าต่อไปเบื้องหน้านั้นเราจะเป็นอย่างไร   แต่เรารู้ว่าเมื่อพระองค์จะเสด็จมาปรากฏนั้น   เราทั้งหลายจะเป็นเหมือนพระองค์   เพราะว่าเราจะเห็นพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็นอยู่นั้น

3 And everyone who thus hopes in Him purifies himself as He is pure.

3 และทุกคนที่มีความหวังอย่างนี้   ก็ชำระตนให้บริสุทธิ์ดังที่พระองค์ทรงบริสุทธิ์  


V We must keep expecting Jesus Christ to return and don’t add or take away from the Book verses 17-21

V เราจะต้องคาดหวังว่า พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมา และ ไม่เพิ่มเติมหรือเอาอะไรออก จากพระคัมภีร์ ข้อ 17-21

17 The Spirit and the Bride say, “Come.” And let the one who hears say, “Come.” And let the one who is thirsty come; let the one who desires take the water of life without price.

17 พระวิญญาณและเจ้าสาวตรัสว่า   “เชิญมาเถิด”   และให้ผู้ที่ได้ยินคำกล่าวว่า   “เชิญมาเถิด”   และให้ผู้ที่กระหายเข้ามา   ผู้ใดมีใจปรารถนา   ก็ให้ผู้นั้นมารับน้ำแห่งชีวิต   โดยไม่ต้องเสียอะไรเลย  

18 I warn everyone who hears the words of the prophecy of this book: if anyone adds to them, God will add to him the plagues described in this book,

18 ข้าพเจ้าเตือนทุกคนที่ได้ยินคำพยากรณ์ในหนังสือนี้ว่า   ถ้าผู้ใดจะเพิ่มเติมคำเข้าไปในหนังสือนี้   พระเจ้าก็จะทรงเพิ่มภัยพิบัติที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้แก่ผู้นั้น

19 and if anyone takes away from the words of the book of this prophecy, God will take away his share in the tree of life and in the holy city, which are described in this book.

19 และถ้าผู้ใดตัดข้อความออกจากหนังสือพยากรณ์นี้   พระเจ้าก็จะทรงเอาส่วนแบ่งของผู้นั้น   ที่มีอยู่ในต้นไม้แห่งชีวิตและที่มีอยู่ในวิสุทธนครนั้น   ซึ่งบรรยายไว้ในหนังสือเล่มนี้ไปเสีย  

20 He who testifies to these things says, “Surely I am coming soon.” Amen. Come, Lord Jesus!

20 พระองค์ผู้ทรงเป็นพยาน   ในเหตุการณ์ทั้งปวงเหล่านี้   ตรัสว่า   “เราจะมาในเร็วๆนี้แน่นอน”   อาเมน   พระเยซูเจ้า   เชิญเสด็จมาเถิด  

21 The grace of the Lord Jesus be with all. Amen.

21 ขอให้พระคุณแห่งพระเยซูเจ้า   จงดำรงอยู่กับธรรมิกชนทั้งหลายเถิด   อาเมน


It is a dangerous thing to tamper with the Word of God. The one who guards the Word and obeys it will be blessed; the one who alters it will be disciplined in some way.

เป็นสิ่งที่ เป็นอันตรายที่เปลี่ยนหรือทำลายพระวจนะของพระเจ้า บุคคลผู้ซึ่งเฝ้าระวังพระคำและเชื่อฟังก็จะรับพระพร  คนที่เปลี่ยนแปลงมันจะถูกลงโทษด้านวินัย บางประการ

Three times in this closing chapter John wrote, “I [Christ] come quickly” (Revelation 22:7, 12, 20).

ในบทที่กำลังจบนี้ยอห์นเขียนสามครั้งว่า " ข้าพเจ้า [ พระคริสต์ ] จะมาโดยเร็ว " ( วิวรณ์ 22:7  12 20 )

But He has “delayed” His return for nearly 2,000 years!

แต่พระองค์ทรงเสด็จกลับมา " ล่าช้า " เกือบ 2,000 ปี

Yes, He has; and Peter tells us why: God wants to give this sinful world opportunity to repent and be saved.

ใช่แล้ว  พระองค์ทรงมาล่าช้า และ เปโตร บอกเราว่าทำไม   พระเจ้าทรง ต้องการที่จะ เปิดโอกาสให้คนบาปโลกนี้กลับใจใหม่สารภาพผิดและจะได้รับความรอด

2 Peter 2 เปโตร 3:9  9 The Lord is not slow to fulfill his promise as some count slowness, but is patient toward you, not wishing that any should perish, but that all should reach repentance.

9 องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์   ตามที่บางคนคิดนั้น   แต่พระองค์ได้ทรงอดกลั้นพระทัยไว้   เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลายมาช้านาน   พระองค์ไม่ทรงประสงค์ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลย   แต่ทรงปรารถนาที่จะให้คนทั้งปวงกลับใจเสียใหม่

In the meantime, the Spirit of God, through the church (the bride), calls for Jesus to come; for the bride wants to meet her Bridegroom and enter into her home. “Even so, come, Lord Jesus” (Rev. 22:20).

ในขณะเดียวกัน ที่พระวิญญาณของพระเจ้า โดยผ่านคริสตจักร( เจ้าสาว ) เรียกร้องให้ พระเยซูเสด็จมา เพราะเจ้าสาวต้องการที่จะพบกับเจ้าบ่าวของเธอ และเข้ามาในบ้านของเธอ " ดังนั้นแหละ  ขอองค์พระเยซูเสด็จมา " (วิวรณ์ 22:20)

But believers ought also to invite lost sinners to trust Christ and drink the water of life.

แต่ผู้เชื่อก็ควรจะเชิญคนบาปที่หลงหายไปให้ไว้วางใจพระคริสต์และดื่มน้ำแห่งชีวิต

Indeed, when the church lives in expectancy of Christ’s return, such an attitude provokes ministry and evangelism as well as purity of heart.

อันที่จริง เมื่อคริสตจักรคาดหวังให้พระคริสต์เสด็จกลับมา เช่น ท่าทีเช่นนั้นกระตุ้นให้เกิดการปฏิบัติศาสนกิจ และ การประกาศ เช่นเดียวกับ ชำระใจให้บริสุทธิ์

We want to tell others of the grace of God.

เราต้องการที่จะบอกคนอื่น ๆถึงพระคุณพระเจ้า

A true understanding of Bible prophecy should both motivate us to obey God’s Word and to share God’s invitation with a lost world.

ความเข้าใจที่แท้จริงของคำทำนายในพระคัมภีร์ควรจะทั้ง กระตุ้นให้เรา ที่จะเชื่อฟัง พระวจนะของพระเจ้า และบอกกล่าวคำเชิญของพระเจ้าแก่คนบาปที่หลงหายในโลก

If our study of Revelation has been truly led by the Spirit, then we will join John in the Bible’s last prayer:

หาก การศึกษาวิวรณ์ของเราได้รับ การทรงนำอย่างแท้จริง แล้วเรา จะเข้าร่วมกับยอห์น ในคำอธิษฐาน สุดท้ายในพระคัมภีร์ :

“Even so, come, Lord Jesus!”

"ถึงกระนั้น ขอองค์พระเยซูเสด็จมา”

Are you ready?

คุณพร้อมหรือยัง

 

Revelation 22c

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top