Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, November 18, 2015

 


Question:  Do we have guardian angels?

คำถาม: เรามีทูตสวรรค์ผู้คุ้มครองหรือ  


Answer: Matthew 18:10 states, “See that you do not look down on one of these little ones. For I tell you that their angels in heaven always see the face of my Father in heaven.” In the context, “these little ones” could either apply to those who believe in Him (v. 6) or it could refer to the little children (vs. 3-5).

คำตอบ: มัทธิว 18:10 กล่าวว่า " จงระวังให้ดี อย่าดูหมิ่นผู้เล็กน้อยเหล่านี้สักคนหนึ่ง ด้วยเรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายว่า ทูตสวรรค์ประจำของเขาเฝ้าอยู่เสมอต่อพระพักตร์พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ " ในบริบท  " ผู้เล็กน้อยเหล่านี้ "อาจจะใช้หมายถึงเหล่าคนที่เชื่อในพระองค์ (ข้อ 6) หรืออาจหมายถึงเด็กเล็กๆ  (ข้อ 3-5)

This is the key passage regarding guardian angels.

นี่คือใจความสำคัญเกี่ยวกับทูตสวรรค์ผู้คุ้มครอง

There is no doubt that good angels help protect reveal information, guide provide for and minister to believers in general.

ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่าทูตสวรรค์ที่ดี ได้ช่วยคุ้มครอง  เปิดเผยข้อมูล  ให้คำแนะนำ จัดเตรียมและสั่งสอนผู้เชื่อโดยทั่วไป

Daniel ดาเนียล 6:20-23 20 As he came near to the den where Daniel was, he cried out in a tone of anguish. The king declared to Daniel, “O Daniel, servant of the living God, has your God, whom you serve continually, been able to deliver you from the lions?”

20 เมื่อพระองค์เสด็จมาใกล้ถ้ำที่ดาเนียลอยู่   พระองค์ก็ตรัสเรียกดาเนียลด้วยเสียงโทมนัสว่า   “โอ  ดาเนียลผู้รับใช้ของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่   พระเจ้าของท่านซึ่งท่านปรนนิบัติอยู่เนืองนิตย์นั้นทรง สามารถที่จะช่วยกู้ท่านจากสิงห์ได้แล้วหรือ”

21 Then Daniel said to the king, “O king, live forever!

21 แล้วดาเนียลกราบทูลพระราชาว่า   “ข้าแต่พระราชา   ขอทรงพระเจริญเป็นนิตย์

22 My God sent his angel and shut the lions' mouths, and they have not harmed me, because I was found blameless before him; and also before you, O king, I have done no harm.”

22 พระเจ้าของข้าพระบาททรงใช้ ทูตสวรรค์ของพระองค์มาปิดปากสิงห์ไว้   มันมิได้ทำอันตรายแก่ข้าพระบาท   เพราะพระองค์ทรงเห็นว่า   ข้าพระบาทไร้ความผิดต่อพระพักตร์พระองค์   ข้าแต่พระราชา   ข้าพระบาทมิได้กระทำผิดประการใดต่อ พระพักตร์ฝ่าพระบาทด้วย”

23 Then the king was exceedingly glad, and commanded that Daniel be taken up out of the den. So Daniel was taken up out of the den, and no kind of harm was found on him, because he had trusted in his God.

23 ฝ่ายพระราชาก็โสมนัสในพระทัยเป็นล้นพ้น   และทรงบัญชาให้นำดาเนียลออกมาจากถ้ำ   เขาจึงเอาดาเนียลออกจากถ้ำ   ไม่ปรากฏว่ามีอันตรายอย่างไรบนตัวท่านเลย   เพราะท่านได้วางใจในพระเจ้าของท่าน

2 Kings 2 พงศ์กษัตริย์ 6:13-17 13And he said, “Go and see where he is, that I may send and seize him.” It was told him, “Behold, he is in Dothan.”

13 พระองค์จึงตรัสว่า  “จงไปหาดูว่า  เขาอยู่ที่ไหน  เพื่อเราจะใช้คนไปจับเขามา”  มีคนทูลพระองค์ว่า   “ดูเถิด เขาอยู่ในโดธาน”

14 So he sent there horses and chariots and a great army, and they came by night and surrounded the city.

14 พระองค์จึงทรงส่งม้า  รถรบ  และกองทัพใหญ่   เขาไปกันในกลางคืนและล้อมเมืองนั้นไว้  

15 When the servant of the man of God rose early in the morning and went out, behold, an army with horses and chariots was all around the city. And the servant said, “Alas, my master! What shall we do?”

15 เมื่อคนใช้ของคนแห่งพระเจ้าตื่นขึ้นเวลาเช้าตรู่ และออกไป   ดูเถิด  กองทัพพร้อมกับม้าและรถรบก็ล้อมเมืองไว้   และคนใช้นั้นบอกท่านว่า  “อนิจจา  นายของข้าพเจ้า   เราจะทำอย่างไรดี”

16 He said, “Do not be afraid, for those who are with us are more than those who are with them.”

16 ท่านตอบว่า   “อย่ากลัวเลย   เพราะฝ่ายเรามีมากกว่าฝ่ายเขา”

17 Then Elisha prayed and said, “O LORD, please open his eyes that he may see.” So the LORD opened the eyes of the young man, and he saw, and behold, the mountain was full of horses and chariots of fire all around Elisha.

17 แล้วเอลีชาก็อธิษฐานว่า   “ข้าแต่พระเจ้า   ขอทรงเบิกตาของเขาเพื่อเขาจะได้เห็น”   และพระเจ้าทรงเบิกตาของชายหนุ่มคนนั้น   และเขาก็ได้เห็นและดูเถิด   ที่ภูเขาก็เต็มไปด้วยม้า   และรถรบเพลิงอยู่รอบเอลีชา

Acts กิจการ 7:52-5352 Which of the prophets did not your fathers persecute? And they killed those who announced beforehand the coming of the Righteous One, whom you have now betrayed and murdered,

52 มีใครบ้างในพวกผู้เผยพระวจนะซึ่งบรรพบุรุษของท่านมิได้ข่มเหง   และเขาได้ฆ่าบรรดาคนที่พยากรณ์ถึงการเสด็จขององค์ผู้ชอบธรรม   บัดนี้ท่านทั้งหลายได้อายัดพระองค์ไว้และฆ่าเสีย

53 you who received the law as delivered by angels and did not keep it.”

53 คือท่านทั้งหลายผู้ที่ได้รับธรรมบัญญัติจากเหล่าทูตสวรรค์   แต่หาได้ประพฤติตามธรรมบัญญัตินั้นไม่”  

Luke ลูกา 1:11-20 11 And there appeared to him an angel of the Lord standing on the right side of the altar of incense.

11 ทูตองค์หนึ่งของพระเจ้า   มาปรากฏแก่เศคาริยาห์ยืนอยู่ที่ข้างขวาแท่นเผาเครื่องหอมบูชา

12 And Zechariah was troubled when he saw him, and fear fell upon him.

12 เมื่อเศคาริยาห์เห็นก็ตกใจกลัว

13 But the angel said to him, “Do not be afraid, Zechariah, for your prayer has been heard, and your wife Elizabeth will bear you a son, and you shall call his name John.

13 แต่ทูตองค์นั้นกล่าวแก่ท่านว่า  “เศคาริยาห์เอ๋ย   อย่ากลัวเลย   ด้วยได้ทรงฟังคำอธิษฐานของท่านแล้ว  นางเอลีซาเบธ  ภรรยาของท่านจะมีบุตรเป็นผู้ชาย   และท่านจงตั้งชื่อบุตรนั้นว่ายอห์น  
14 And you will have joy and gladness, and many will rejoice at his birth,

14 ท่านจะมีความปรีดาและยินดี  และคนเป็นอันมากจะเปรมปรีดิ์ที่บุตรนั้นบังเกิดมา  

15 for he will be great before the Lord. And he must not drink wine or strong drink, and he will be filled with the Holy Spirit, even from his mother's womb.

15 เพราะว่าเขาจะเป็นใหญ่จำเพาะพระเจ้า   เขาจะไม่กินน้ำองุ่นหมักและเหล้าเลย   และจะประกอบไปด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ตั้งแต่ครรภ์มารดา  

16 And he will turn many of the children of Israel to the Lord their God,

16 เขาจะนำพงศ์พันธุ์อิสราเอล   หลายคนให้หันกลับมาหาพระเจ้าของเขาทั้งหลาย  

17 and he will go before him in the spirit and power of Elijah, to turn the hearts of the fathers to the children, and the disobedient to the wisdom of the just, to make ready for the Lord a people prepared.”

17 เขาจะนำหน้าพระองค์โดยน้ำใจและ  ฤทธิ์เดชของเอลียาห์   ให้พ่อกลับคืนดีกับลูก   และคนดื้อด้านให้กลับได้ปัญญาของคนชอบธรรม   เพื่อจัดเตรียมชนชาติหนึ่งไว้ให้สมแก่พระเจ้า”  

18 And Zechariah said to the angel, “How shall I know this? For I am an old man, and my wife is advanced in years.”

18 เศคาริยาห์จึงทูลทูตสวรรค์ว่า   “ข้าพเจ้าจะรู้แน่ได้อย่างไร   เพราะข้าพเจ้าก็ชราและภรรยาก็อายุมากแล้ว”

19 And the angel answered him, “I am Gabriel, who stands in the presence of God, and I was sent to speak to you and to bring you this good news.

19 ฝ่ายทูตสวรรค์นั้นจึงตอบว่า   “เราคือกาเบรียลซึ่งยืนคอยรับใช้อยู่หน้าพระพักตร์พระเจ้า   และทรงใช้ให้มาพูดกับท่านและนำข่าวดีนี้มาแจ้ง

20 And behold, you will be silent and unable to speak until the day that these things take place, because you did not believe my words, which will be fulfilled in their time.”

20 นี่แน่ะ   เพราะท่านมิได้เชื่อถ้อยคำของเราถึงเรื่องที่จะบังเกิดขึ้นตามกำหนด   ท่านก็จะเป็นใบ้ไปจนถึงวันที่การณ์เหล่านี้จะสำเร็จ”

Matthew มัทธิว 1:20-21 20 But as he considered these things, behold, an angel of the Lord appeared to him in a dream, saying, “Joseph, son of David, do not fear to take Mary as your wife, for that which is conceived in her is from the Holy Spirit.

20 แต่เมื่อโยเซฟยังคิดในเรื่องนี้อยู่   ก็มีทูตองค์หนึ่งของพระเป็นเจ้า   มาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันว่า   “โยเซฟบุตรดาวิด   อย่ากลัวที่จะรับมารีย์มาเป็นภรรยาของเจ้าเลย   เพราะว่าผู้ซึ่งปฏิสนธิในครรภ์ของเธอเป็นโดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์

21 She will bear a son, and you shall call his name Jesus, for he will save his people from their sins.”

21 เธอจะประสูติบุตรชาย   แล้วเจ้าจงเรียกนามท่านว่า   เยซู   เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่จะโปรดช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากความผิดบาปของเขา”

Acts กิจการ 8:26 26 Now an angel of the Lord said to Philip, “Rise and go toward the south to the road that goes down from Jerusalem to Gaza.” This is a desert place.

26 แต่ทูตองค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้สั่งฟีลิปว่า   “จงลุกขึ้น   ไปยังทิศใต้ตามทางที่ลงไปจากกรุงเยรูซาเล็มถึงเมืองกาซา”   (ซึ่งเป็นทางเปล่าเปลี่ยว)

Genesis ปฐมกาล 21:17-20 17 And God heard the voice of the boy, and the angel of God called to Hagar from heaven and said to her, “What troubles you, Hagar? Fear not, for God has heard the voice of the boy where he is.

17 พระเจ้าทรงสดับเสียงร้องของเด็กนั้น   และทูตของพระเจ้าจึงเรียกฮาการ์จากฟ้า   กล่าวกับนางว่า   “ฮาการ์  เจ้าเป็นอะไรไป   อย่ากลัวเลยเพราะว่าพระเจ้าทรงสดับเสียงของเด็ก   ณ ที่ที่เขาอยู่นั้นแล้ว

18 Up! Lift up the boy, and hold him fast with your hand, for I will make him into a great nation.”

18 ลุกขึ้นอุ้มเด็กนั้น  เอามือจับเขาไว้ให้แน่น   เพราะเราจะทำให้เขาเป็นชาติใหญ่ชาติหนึ่ง”

19 Then God opened her eyes, and she saw a well of water. And she went and filled the skin with water and gave the boy a drink.

19 แล้วพระเจ้าทรงเบิกตาของนาง   นางก็เห็นบ่อน้ำแห่งหนึ่ง   จึงไปเติมน้ำเต็มถุงหนัง   และให้เด็กนั้นดื่ม

20 And God was with the boy, and he grew up. He lived in the wilderness and became an expert with the bow.

20 พระเจ้าทรงสถิตกับเด็กนั้น  เขาเติบโตขึ้น   อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดาร  และเป็นนักธนู

1 Kings 1พงศ์กษัตริย์ 19:5-7 5And he lay down and slept under a broom tree. And behold, an angel touched him and said to him, “Arise and eat.”

5 และท่านก็นอนลงหลับอยู่ใต้ต้นซาก  ดูเถิด   มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งมาถูกต้องท่าน   และพูดกับท่านว่า   “ลุกขึ้นรับประทานซี”

6 And he looked, and behold, there was at his head a cake baked on hot stones and a jar of water. And he ate and drank and lay down again.

6 และท่านก็มองดู  ดูเถิด  ตรงที่ศีรษะของท่านมีขนมปังที่ปิ้งบนก้อนหินร้อนและ มีไหน้ำลูกหนึ่ง   ท่านก็รับประทานและดื่มและนอนลงอีก

7 And the angel of the LORD came again a second time and touched him and said, “Arise and eat, for the journey is too great for you.”

7 และทูตของพระเจ้าก็มาอีกเป็นครั้งที่สอง ถูกต้องท่านแล้วว่า   “ลุกขึ้นรับประทานซี   มิฉะนั้นทางเดินนั้นจะเกินกำลังของท่าน”

Hebrews ฮีบรู1:1414 Are they not all ministering spirits sent out to serve for the sake of those who are to inherit salvation?

14 ทูตสวรรค์ทั้งปวง   เป็นแต่เพียงวิญญาณผู้ปรนนิบัติ   ที่พระองค์ทรงส่งไปช่วยเหลือบรรดาผู้ที่จะได้รับความรอดกระนั้นมิใช่หรือ

The question is whether each person—or each believer—has an angel assigned to him/her.

คำถามคือว่าแต่ละคน—ผู้เชื่อแต่ละคน- มีทูตสวรรค์ได้รับมอบหมายมาดูแลเขา / เธอหรือไม่

In the Old Testament, the nation of Israel had the archangel (Michael) assigned to it (Daniel 10:21; 12:1) but Scripture nowhere states that an angel is “assigned” to an individual (angels were sometimes sent to individuals, but there is no mention of permanent assignment).

ในพันธสัญญาเดิม ประเทศอิสราเอลนั้นมีหัวหน้าทูตสวรรค์ มิคาเอล) ที่ได้รับมอบหมายดูแล

(ดาเนียล 10:21; 12:1) แต่ไม่มีตรงไหนในพระคัมภีร์กล่าวว่าทูตสวรรค์ได้รับมอบหมายดูแลแต่ละคน (ทูตสวรรค์บางครั้งถูกส่งไปยังแต่ละคน แต่ไม่มีการเอ่ยถึงว่าเป็นการมอบหมายดูแลถาวร)

Daniel ดาเนียล 10:21 21 But I will tell you what is inscribed in the book of truth: there is none who contends by my side against these except Michael, your prince.

21 แต่ข้าพเจ้าจะบอกท่านตามสิ่งซึ่งบันทึกไว้ใน หนังสือแห่งสัจจะ   ไม่มีผู้ใดร่วมแรงกับข้าพเจ้าต่อสู้เจ้าเหล่านี้เลย   นอกจากมีคาเอลเจ้าผู้พิทักษ์ของท่าน

Daniel ดาเนียล 12:11 “At that time shall arise Michael, the great prince who has charge of your people. And there shall be a time of trouble, such as never has been since there was a nation till that time. But at that time your people shall be delivered, everyone whose name shall be found written in the book.

1 “ในครั้งนั้น  มีคาเอลเจ้าผู้พิทักษ์ยิ่งใหญ่   ผู้คุ้มกันชนชาติของท่านจะลุกขึ้น   และจะมีเวลายากลำบากอย่างไม่เคยมีมา ตั้งแต่ครั้งมีประชาชาติจนถึงสมัย นั้น   แต่ในครั้งนั้นชนชาติของท่านจะรับการช่วยกู้   คือทุกคนที่มีชื่อบันทึกไว้ในหนังสือ

The Jews fully developed the belief in guardian angels during the time between the Old and New Testament periods.

ชาวยิวเริ่มเชื่ออย่างเต็มที่ในทูตสวรรค์ผู้คุ้มครอง   ในช่วงสมัยระหว่างพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่

Some early church fathers believed that each person had not only a good angel assigned to him/her, but a demon as well.

ในคริสตจักรยุคแรก  บรรพบุรุษเชื่อว่าแต่ละคนมีไม่เพียงมีทูตสวรรค์ที่ดีได้รับมอบหมายมาดูแลเขา / เธอ แต่ปีศาจด้วยเช่นกัน

The belief in guardian angels has been around for a long time, but there is no explicit scriptural basis for it.

ความเชื่อในเรื่องมีทูตสวรรค์ผู้คุ้มครองดำเนินไปเป็นเวลานาน แต่ไม่มีหลักพื้นฐานพระคัมภีร์ที่ชัดเจนสำหรับเรื่องนี้

To return to Matthew 18:10, the word “their” is a collective pronoun in the Greek and refers to the fact that believers are served by angels in general.

ย้อนกลับไปดูที่มัทธิว 18:10  คำว่า “ของพวกเขา”  เป็นสรรพนามรวมในภาษากรีก   และกล่าวถึงความจริงที่ว่าทูตสวรรค์มารับใช้ผู้เชื่อทั้งหลายเป็นธรรมดา

These angels are pictured as “always” watching the face of God so as to hear His command to them to help a believer when it is needed.

ทูตสวรรค์เหล่านี้ถูกมองภาพว่ากำลังเข้าเฝ้าต่อพระพักตร์พระเจ้า   เพื่อที่จะได้ยินพระบัญชาของพระองค์ที่มีรับสั่งให้พวกเขาช่วยผู้เชื่อในยามต้องการ

The angels in this passage do not seem to be guarding a person so much as being attentive to the Father in heaven.

ทูตสวรรค์ในพระธรรมตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้คุ้มครองคนมากเท่าที่พวกเขาหมอบเฝ้าพระบิดาในสวรรค์

The active duty or oversight seems, then, to come more from God than from the angels, which makes perfect sense because God alone is omniscient.

หน้าที่ปฏิบัติหรือการกำกับดูแลดูเหมือนว่าจะมาจากพระเจ้ามากกว่ามาจากทูตสวรรค์  ซึ่งทำให้ได้ความหมายกว่า เพราะพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงสัพพัญญู

He sees every believer at every moment, and He alone knows when one of us needs the intervention of an angel.

พระองค์ทรงทอดพระเนตรดูผู้เชื่อทุกคนในทุกเวลา    และพระองค์ทรงเป็นผู้เดียวที่ทรงรู้เมื่อไรคนหนึ่งในพวกเราต้องการทูตสวรรค์เข้ามาทรงช่วย

Because they are continually seeing His face, the angels are at His disposal to help one of His “little ones.”

เพราะพวกทูตสวรรค์เข้าเฝ้าต่อพระพักตร์พระองค์ตลอดเวลา    พวกเขาได้รับการจัดวางให้ช่วยผู้ที่เล็กน้อยกว่า

It cannot be emphatically answered from Scripture whether or not each believer has a guardian angel assigned to him/her.

มันไม่สามารถตอบได้อย่างเด่นชัดจากพระคัมภีร์  ว่าทุกคนมีทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์ได้รับมอบหมายให้ดูแลเขา / เธอหรือไม่

But, as stated earlier, God does use angels in ministering to us.

แต่ ตามที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้   พระเจ้าทรงใช้ทูตสวรรค์ทำพันธกิจในเรา

It is scriptural to say that He uses them as He uses us; that is, He in no way needs us or them to accomplish His purposes, but chooses to use us and them nevertheless มันเป็นคัมภีร์ที่จะบอกว่ากล่าวตามพระคัมภีร์ว่า พระองค์ทรงใช้พวกเขาเหมือนที่ทรงใช้เรา   นั่นคือพระองค์ไม่จำเป็นต้องทรงใช้เราเพื่อบรรลุพระประสงค์ของพระองค์ แต่อย่างไรก็ตามก็ทรงเลือกที่จะใช้เราและพวกเขาด้วย

Job โยบ 4:18 18 Even in His servants He puts no trust, and His angels He charges with error;

18 ดูเถิด   แม้ผู้รับใช้ของพระองค์  พระองค์ก็ไม่ทรงวางพระทัย  และทูตสวรรค์ของพระองค์   พระองค์ทรงกล่าวโทษที่เขาโง่  

Job โยบ 15:15 15 Behold, God puts no trust in his holy ones, and the heavens are not pure in his sight;

15 ดูเถิด  พระเจ้ามิได้ทรงวางใจในเทพเจ้าของพระองค์   เออ  ในสายพระเนตรของพระองค์  ฟ้าสวรรค์ก็ไม่สะอาด  

In the end, whether or not we have an angel assigned to protect us, we have an even greater assurance from God: if we are His children through faith in Christ, He works all things together for good and Jesus Christ will never leave us or forsake us.

ในท้ายที่สุด ไม่ว่าเรามีทูตสวรรค์ที่ได้รับมอบหมายให้ปกป้องเราหรือไม่  เรามีพระสัญญาแน่นอนกว่าจากพระเจ้า    ถ้าเราเป็นลูกๆ ของพระองค์โดยเชื่อในพระคริสต์   จะเกิดผลดีในทุกสิ่งที่ทำ  และพระเยซูคริสต์จะไม่มีวันปล่อยเราหรือทอดทิ้งเรา

Romans โรม 8:28-30 28 And we know that for those who love God all things work together for good, for those who are called according to his purpose.

28 เรารู้ว่า   พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง   คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์

29 For those whom he foreknew he also predestined to be conformed to the image of his Son, in order that he might be the firstborn among many brothers.

29 เพราะว่าผู้หนึ่งผู้ใดที่พระองค์ได้ทรงทราบอยู่แล้ว   ผู้นั้นพระองค์ได้ทรงตั้งไว้ให้เป็นตามลักษณะพระฉาย   แห่งพระบุตรของพระองค์   เพื่อพระบุตรนั้นจะได้เป็นบุตรหัวปีท่ามกลางพวกพี่น้องเป็นอันมาก

30 And those whom he predestined he also called, and those whom he called he also justified, and those whom he justified he also glorified.

30และบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงตั้งไว้นั้น   พระองค์ได้ทรงเรียกมาด้วย   และผู้ที่พระองค์ได้ทรงเรียกมานั้น   พระองค์ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรม   และผู้ที่พระองค์ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรม   พระองค์ก็ทรงโปรดให้มีศักดิ์ศรีด้วย  

Hebrews ฮีบรู13:5-6 5 Keep your life free from love of money, and be content with what you have, for he has said, “I will never leave you nor forsake you.”

5 ท่านจงอย่าเป็นคนเห็นแก่เงิน   จงพอใจในสิ่งที่ท่านมีอยู่   เพราะว่าพระองค์ได้ตรัสว่า   เราจะไม่ละท่าน  หรือทอดทิ้งท่านเลย

6 So we can confidently say, “The Lord is my helper; I will not fear; what can man do to me?”

6 เหตุฉะนั้นเราทั้งหลายอาจกล่าวด้วยใจเชื่อมั่นว่า   องค์พระผู้เป็นเจ้า  ทรงเป็นพระผู้ช่วยของข้าพเจ้า   ข้าพเจ้าจะไม่กลัว   มนุษย์จะทำอะไรแก่ข้าพเจ้าได้เล่า  

If we have an omniscient, omnipotent, all-loving God with us, does it really matter if an angel is protecting us?

ถ้าเรามีพระเจ้าผู้ทรงรอบรู้ทุกอย่าง  มีอำนาจทุกอย่าง   ผู้ทรงรักทุกคนสถิตกับเรา    การมีทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์คอยปกป้องเราจะมีความหมายอะไร

www.gotquestions.org/Thai    

 

Guardian Angels  part 2

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top