Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, November 21, 2015

 

Book of Haggai

พระธรรมฮักกัย


Can you summarize the Book of Haggai? What is the Book of Haggai all about?

คุณสามารถสรุปพระธรรมฮักกัยได้หรือไม่ พระธรรมฮักกัยทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร


Author: Haggai 1:1 identifies the author of the Book of Haggai as the Prophet Haggai.
ผู้ประพันธ์: ฮักกัย 1: 1 ระบุผู้เขียนฮักกัยคือผู้เผยพระวจนะฮักกัย

Haggai ฮักกัย 1:1  1In the second year of Darius the king, in the sixth month, on the first day of the month, the word of the LORD came by the hand of Haggai the prophet to Zerubbabel the son of Shealtiel, governor of Judah, and to Joshua the son of Jehozadak, the high priest:

1ณ วันที่หนึ่ง เดือนที่หก ปีที่สองแห่งรัชกาลพระราชาดาริอัส  พระวจนะของพระเจ้ามาโดยทางฮักกัย  ผู้เผยพระวจนะ ถึงเศรุบบาเบลบุตรเชอัลทิเอล  ผู้ว่าราชการเมืองยูดาห์   และถึงโยชูวาบุตรเยโฮซาดักมหาปุโรหิตว่า

Date of Writing: The Book of Haggai was written in approximately 520 B.C.
วันที่เขียน: พระธรรมฮักกัยถูกเขียนขึ้นประมาณปี ก.ค.ศ. 520

Purpose of Writing: Haggai sought to challenge the people of God concerning their priorities. 

จุดประสงค์ของการเขียน: ฮักกัยพยายามที่จะหนุนใจประชากรของพระเจ้าเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง

He called them to reverence and glorify God by building the Temple in spite of local and official opposition.

เขาเรียกร้องประชาชนเหล่านี้ให้เคารพและถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าด้วยการสร้างพระวิหารทั้งๆ ที่พวกผู้มีตำแหน่งขัดแย้งวุ่นวายกันภายใน

Haggai called them not to be discouraged because this Temple would not be quite as richly decorated as Solomon's.

ฮักกัยร้องขออย่าให้พวกเขาท้อแท้ใจเพราะวิหารนี้จะไม่ได้ตกแต่งอย่างหรูหราอย่างพระวิหารสมัยของซาโลมอน

He exhorted them to turn from the uncleanness of their ways and to trust in God's sovereign power. 

เขาตักเตือนสั่งสอนพวกเขาให้กลับใจหันจากวิถีชีวิตมลทิน  และให้ความไว้วางใจในฤทธิ์อำนาจสูงสุดของพระเจ้า

The Book of Haggai is a reminder of the problems the people of God faced at this time, how the people courageously trusted in God and how God provided for their needs.
พระธรรมฮักกัยเป็นเครื่องเตือนใจถึงปัญหาต่างๆ ที่ประชากรของพระเจ้าเผชิญอยู่ในเวลานี้  สอนว่าประชากรต้องกล้าหาญที่จะไว้วางใจในพระเจ้าอย่างไร   และพระเจ้าทรงจัดเตรียมหลายอย่างให้แก่ความต้องการของพวกเขาอย่างไร

Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

Haggai ฮักกัย 1:4 4“Is it a time for you yourselves to dwell in your paneled houses, while this house lies in ruins?

4“ถึงเวลาแล้วหรือที่ตัวเจ้า เองอาศัยอยู่ในบ้านที่มีไม้บุ   แต่ส่วนพระนิเวศนี้ทิ้งให้พังทลาย
Haggai ฮักกัย 1:5-6 5Now, therefore, thus says the LORD of hosts: Consider your ways.

5เพราะฉะนั้นบัดนี้พระเจ้าจอมโยธาจึงตรัสว่า   จงพิจารณาดูว่าเจ้ามีความเป็นอยู่อย่างไร

6You have sown much, and harvested little. You eat, but you never have enough; you drink, but you never have your fill. You clothe yourselves, but no one is warm. And he who earns wages does so to put them into a bag with holes.

6เจ้าหว่านมาก แต่เกี่ยวน้อย เจ้ารับประทาน   แต่ไม่เคยอิ่ม   เจ้าดื่ม แต่ก็ไม่เคยหายอยาก เจ้านุ่งห่ม   แต่ก็ไม่มีใครอุ่น   ผู้ที่ได้ค่าจ้าง   ก็ได้ค่าจ้างมาใส่ถุงที่มีรู  
Haggai ฮักกัย 2:9 9The latter glory of this house shall be greater than the former, says the LORD of hosts. And in this place I will give peace, declares the LORD of hosts.’”

9พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า   สง่าราศีของพระนิเวศครั้งหลังนี้จะยิ่งกว่าครั้งเดิมนั้น   พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า   และเราจะให้เกิดความสมบูรณ์พูนสุขในสถานที่นี้' ”


Brief Summary: Will the people of God reconsider their priorities, take courage, and act on the basis of God's promises? 

บทสรุปโดยย่อ: ประชากรของพระเจ้าจะพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของพวกเขาอีกครั้งโดยใช้ความกล้าหาญ   และการกระทำบนพื้นฐานตามพระสัญญาของพระเจ้าหรือไม่
God sought to warn the people to heed His words. 

พระเจ้าทรงพยายามที่จะเตือนประชากรให้ฟังคำตรัสของพระองค์

Not only did God warn them, but He also offered promises through His servant Haggai to motivate them to follow Him. 

ไม่เพียงแต่พระเจ้าทรงเตือนพวกเขา แต่พระองค์ยังประทานพระสัญญาผ่านผู้รับใช้ของพระองค์คือฮักกัย   เพื่อที่จะเร้าใจให้พวกเขาปฏิบัติตามพระองค์

Because the people of God reversed their priorities and failed to put God in first place in their lives, Judah was sent into Babylonian exile. 

เพราะประชากรของพระเจ้าพลิกกลับลำดับสำคัญของพวกเขา   และผิดพลาดที่ไม่ยกพระเจ้าเป็นที่หนึ่งในชีวิตของพวกเขา   ชนชาติยูดาห์จึงต้องถูกขับไล่ออกไปเป็นเชลยบาบิโลน

In response to Daniel's prayer and in fulfillment of God's promises, God directed Cyrus the Persian king to allow the Jews in exile to go back to Jerusalem. 

ในการตอบสนองคำอธิษฐานของดาเนียลและการทำให้พระสัญญาของพระเจ้าสำเร็จครบถ้วน   พระเจ้าทรงชี้นำไซรัสกษัตริย์เปอร์เซียเพื่อให้ทรงยอมปล่อยชาวยิวที่ถูกเนรเทศกลับไปยังกรุงเยรูซาเล็มได้

A group of Jews returned to their land with great joy, put God first in their lives, worshiped Him and began to rebuild the Temple of Jerusalem without the aid of the local people who lived in Palestine. 

ชาวยิวกลุ่มหนึ่งกลับไปยังแผ่นดินของพวกเขาด้วยความสุข    ยกพระเจ้าเป็นที่หนึ่งในชีวิตของพวกเขา    เคารพบูชาพระองค์และเริ่มที่จะสร้างวิหารแห่งกรุงเยรูซาเล็มอีกครั้ง โดยปราศจากความช่วยเหลือของคนในท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในปาเลสไตน์

Their courageous faith was met with opposition from the local people as well as the Persian government for approximately 15 years.
ความเชื่อที่กล้าหาญของพวกเขาก็พบกับการต่อต้านจากคนในท้องถิ่นรวมทั้งรัฐบาลเปอร์เซียประมาณ 15 ปี
Foreshadowings: As with most of the books of the Minor Prophets, Haggai ends with promises of restoration and blessing.

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: เช่นเดียวกับพระธรรมหมวดผู้เผยพระวจนะน้อยเป็นส่วนใหญ่ พระธรรมฮักกัยจบลงด้วยพระสัญญาแห่งการบูรณะพระวิหารและพระพร

Haggai ฮักกัย 2:2323On that day, declares the LORD of hosts, I will take you, O Zerubbabel my servant, the son of Shealtiel, declares the LORD, and make you like a signet ring, for I have chosen you, declares the LORD of hosts.”

23พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า   ในวันนั้นเราจะรับเจ้า โอ   เศรุบบาเบลบุตรเชอัลทิเอล   ผู้รับใช้ของเราเอ๋ย   พระเจ้าตรัสว่า   เราจะกระทำเจ้าให้เป็นดังแหวนตรา   เพราะเราได้เลือกสรรเจ้าแล้ว   พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ 

In the last verse, God uses a distinctly messianic title in reference to Zerubbabel, “My Servant”

ข้อพระธรรมสุดท้าย พระเจ้าทรงใช้บทบาทโดดเด่นในฐานะตัวแทนเล็งถึงพระเมสสิยาห์ในการกล่าวถึงเศรุบบาเบล "ผู้รับใช้ของเรา"

2 Samuel 2 ซามูเอล 3:18 18Now then bring it about, for the LORD has promised David, saying, ‘By the hand of my servant David I will save my people Israel from the hand of the Philistines, and from the hand of all their enemies.’”

18บัดนี้จงให้เป็นจริงเถิด   เพราะพระเจ้าทรงสัญญาไว้กับดาวิดว่า   'เราจะช่วยอิสราเอลประชากรของ เราด้วยมือของดาวิดผู้รับใช้ของเรา   ให้พ้นจากมือของคนฟีลิสเตีย   และให้พ้นจากมือศัตรูทั้งสิ้นของเขา' ”

1 Kings 1 พงศ์กษัตริย์ 11:34 34Nevertheless, I will not take the whole kingdom out of his hand, but I will make him ruler all the days of his life, for the sake of David my servant whom I chose, who kept my commandments and my statutes.

34ถึงกระนั้นก็ดี เราจะไม่เอาอาณาจักรทั้งหมดออก จากมือของเขา   แต่เราจะกระทำให้เขาเป็นผู้ครอบครองอยู่ตลอดวันเวลา แห่งชีวิตของเขา   เพราะเห็นแก่ดาวิดผู้รับใช้ของเราผู้ซึ่งเราได้เลือกไว้   ผู้รักษาบัญญัติของเรา และกฎเกณฑ์ของเรา

Isaiah อิสยาห์ 42:1–9 1Behold my servant, whom I uphold, my chosen, in whom my soul delights; I have put my Spirit upon him; he will bring forth justice to the nations.

1จงดูผู้รับใช้ของเรา ผู้ซึ่งเราเชิดชู  ผู้เลือกสรรของเรา  ผู้ซึ่งใจเราปีติยินดี  เราได้เอาวิญ ญาณของเราสวมท่านไว้แล้ว  ท่านจะส่งความยุติธรรมออกไปให้แก่บรรดาประชาชาติ  

2He will not cry aloud or lift up his voice, or make it heard in the street;

2ท่านจะไม่ร้องหรือเปล่งเสียงของท่าน   หรือกระทำให้ได้ยินในถนน  

3a bruised reed he will not break, and a faintly burning wick he will not quench; he will faithfully bring forth justice.

3ไม้อ้อช้ำแล้วท่านจะไม่หัก และไส้ตะเกียงที่ลุกริบหรี่อยู่ ท่านจะไม่ดับ ท่านจะส่งความยุติธรรมออกไปด้วยความสัตย์จริง  

4He will not grow faint or be discouraged till he has established justice in the earth; and the coastlands wait for his law.

4ท่านจะไม่ริบหรี่หรือชอกช้ำ จนกว่าท่านจะสถาปนาความยุติธรรมไว้ในโลก และแผ่นดินชายทะเลรอคอยพระธรรมของท่าน  

5Thus says God, the LORD, who created the heavens and stretched them out, who spread out the earth and what comes from it, who gives breath to the people on it and spirit to those who walk in it:

5พระเจ้า คือ พระเยโฮวาห์ ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และทรงขึงมัน ผู้ทรงแผ่แผ่นดินโลกและสิ่งที่บังเกิดจากโลกออกไป ผู้ประทานลมหายใจแก่ประชาชนที่บนโลก และจิตวิญญาณแก่ผู้ดำเนินอยู่บนโลก ตรัสดังนี้ว่า  

6“I am the LORD; I have called you in righteousness; I will take you by the hand and keep you; I will give you as a covenant for the people, a light for the nations,

6“เราคือพระเจ้า เราได้เรียกเจ้ามาด้วยความชอบธรรม เราได้ยุดเจ้าและรักษาเจ้าไว้ เราได้ให้เจ้าเป็นตัวพันธสัญญาของมนุษยชาติ เป็นความสว่างแก่บรรดาประชาชาติ  

7to open the eyes that are blind, to bring out the prisoners from the dungeon, from the prison those who sit in darkness.

7เพื่อเบิกตาคนที่ตาบอด เพื่อนำผู้ถูกจำจองออกมาจากคุก นำผู้ที่นั่งในความมืดออกมาจากเรือนจำ  

8I am the LORD; that is my name; my glory I give to no other, nor my praise to carved idols.

8เราคือเยโฮวาห์ นั่นเป็นนามของเรา พระสิริของเรา เรามิได้ให้แก่ผู้อื่น หรือให้คำที่สรรเสริญเราแก่รูปแกะสลัก  

9Behold, the former things have come to pass, and new things I now declare; before they spring forth I tell you of them.”

9ดูเถิด สิ่งล่วงแล้วนั้นก็สำเร็จแล้ว และเราก็แจ้งสิ่งใหม่ๆ ก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้น เรา ก็ได้เล่าให้ฟังแล้ว  

Ezekiel เอเสเคียล 37:24-25 24“My servant David shall be king over them, and they shall all have one shepherd. They shall walk in my rules and be careful to obey my statutes.

24“ดาวิดผู้รับใช้ของเราจะเป็นกษัตริย์เหนือเขาทั้งหลาย   และเขาทุกคนจะมีผู้เลี้ยงผู้เดียว   เขาทั้งหลายจะดำเนินตามกฎหมายของเรา   และรักษากฎเกณฑ์ของเราและกระทำตาม

25They shall dwell in the land that I gave to my servant Jacob, where your fathers lived. They and their children and their children's children shall dwell there forever, and David my servant shall be their prince forever.

25เขาทั้งหลายจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินซึ่งบรรพบุรุษ ของเจ้าอาศัยอยู่   ซึ่งเราได้ให้แก่ยาโคบผู้รับใช้ของเรา   ตัวเขาและลูกหลานของเขาจะอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นนิตย์   และดาวิดผู้รับใช้ของเราจะเป็นเจ้าของเขาเป็นนิตย์

Through Haggai, God promises to make him like a signet ring, which was a symbol of honor, authority, and power, somewhat like a king’s scepter used to seal letters and decrees.

ผ่านทางฮักกัย  พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะทำให้เศรุบาเบลเหมือนแหวนตรา   ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ สิทธิอำนาจและพลัง คล้ายคทาของกษัตริย์ที่ใช้ในการประทับ ตราจดหมายและพระราชกฤษฎีกา

Zerubbabel, as God’s signet ring, represents the house of David and the resumption of the messianic line interrupted by the Exile.

เศรุบบาเบล ในฐานะเป็นแหวนตราของพระเจ้า  เป็นตัวแทนราชวงศ์กษัตริย์ดาวิดและการกลับคืนใหม่สู่พงศ์พันธุ์พระเมสสิยาห์ที่ขาดช่วงไปโดยการถูกเนรเทศไป

Zerubbabel reestablished the Davidic line of kings which would culminate in the millennial reign of Christ. Zerubbabel appears in the line of Christ on both Joseph’s side and Mary’s side.
เศรุบบาเบลสถาปนาพงศ์พันธุ์ของกษัตริย์ดาวิดขึ้นอีก  ซึ่งจะส่งผลให้เกิดรัชสมัยพันปีของพระเยซูคริสต์   เศรุบบาเบลสืบสายในเชื้อวงศ์ของพระคริสต์ทั้งสองด้าน  คือด้านของโยเซฟและด้านของมารีย์

Matthew มัทธิว 1:12 12And after the deportation to Babylon: Jechoniah was the father of Shealtiel, and Shealtiel the father of Zerubbabel,

12ครั้นต้องถูกกวาดไปยังกรุงบาบิโลนแล้ว   เยโคนิยาห์ก็มีบุตรชื่อเชอัลทิเอล   เชอัลทิเอลมีบุตรชื่อเศรุบบาเบล

Luke ลูกา 3:27 27the son of Joanan, the son of Rhesa, the son of Zerubbabel, the son of Shealtiel, the son of Neri,

27โยดาเป็นบุตรโยอานันๆ   เป็นบุตรเรซาๆ   เป็นบุตรเศรุบบาเบลๆ   เป็นบุตรเชอัลทิเอลๆ   เป็นบุตรเนรี


Practical Application: The Book of Haggai draws attention to common problems most people face even today.

การประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ:พระธรรมฮักกัยเรียกความสนใจไปที่ปัญหาที่พบบ่อยที่คนส่วนใหญ่ต้องเผชิญทุกวันนี้

Haggai asks us: 1) to examine our priorities to see if we are more interested in our own pleasures than doing the work of God; 2) to reject a defeatist attitude when we run into opposition or discouraging circumstances; 3) to confess our failures and seek to live pure lives before God;

ฮักกัยขอร้องเรา: 1) ทำการตรวจสอบการจัดลำดับความสำคัญของเรา  ว่าเรามีความสนใจในความสุขของเราเองมากกว่าการงานของพระเจ้าหรือไม่ 2) เพื่อจะปฏิเสธการมีทัศนคติที่ยอมแพ้เมื่อเราตกอยู่ฝ่ายตรงข้ามหรือในสถานการณ์ที่น่าท้อแท้ใจ; 3) เพื่อจะสารภาพความผิดพลาดล้มลงของเราและพยายามที่จะมีชีวิตที่บริสุทธิ์ต่อพระเจ้า

4) to act courageously for God because we have the assurance that He is with us always and is in full control of our circumstances; and 5) to rest secure in God's hands knowing that He will abundantly bless us as we faithfully serve Him.

4) ปฏิบัติรับใช้งานเพื่อพระเจ้าอย่างกล้าหาญ เพราะเรามีความเชื่อมั่นว่าพระองค์ทรงอยู่กับเราเสมอและทรงควบคุมสถานการณ์ของเราทุกรูปแบบ; และ 5) เพื่อจะพักปลอดภัยในพระหัตถ์ของพระเจ้าและรู้ว่าจะทรงอวยพรอย่างล้นเหลือเมื่อเรารับใช้พระองค์อย่างสัตย์ซื่อ


Book of Nahum

พระธรรมนาฮูม


Can you summarize the Book of Nahum? What is the Book of Nahum all about?

คุณสามารถสรุปพระธรรมนาฮูมได้ไหม พระธรรมนาฮูมทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร


Author: The author of the Book of Nahum identifies himself as Nahum (in the Hebrew “Consoler” or “Comforter”) the Elkoshite.

ผู้ประพันธ์: พระธรรมนาฮูมระบุว่าผู้เขียนคือนาฮูม (ในภาษาฮิบรู "ผู้ปลอบโยน" หรือ "ผู้เล้าโลม")

Nahum นาฮูม 1:11An oracle concerning Nineveh. The book of the vision of Nahum of Elkosh.

1ครุวาทเกี่ยวข้องกับนครนีนะเวห์   พระธรรมเรื่องนิมิตของนาฮูม ชาวเมืองเอลโขช  

There are many theories as to where that city was though there is no conclusive evidence.

มีหลายทฤษฎีที่บอกที่ตั้งของเมืองนี้ แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานสรุปชัด

One such theory is that it refers to the city later called Capernaum (which literally means “the village of Nahum”) at the Sea of Galilee.
ทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่ามันหมายถึงเมืองที่ต่อมาเรียกว่าคาเปอนาอูม (ซึ่งหมายความว่า "หมู่บ้านของนาฮูม" ตามตัวอักษร) แถบทะเลกาลิลี




Date of Writing: Given the limited amount of information that we know about Nahum the best we can do is narrow the timeframe in which the Book of Nahum was written to between 663 and 612 B.C.

วันที่เขียน: ข้อมูลจำกัดที่ได้รับทำให้เรารู้เกี่ยวกับนาฮูมได้มากเท่าที่เราสามารถทำได้คือกรอบระยะเวลาที่พระธรรมนาฮูมถูกเขียนขึ้นคือ ระหว่างปี ก.ค.ศ  663 และ 612

Two events are mentioned that help us to determine these dates.

มีเหตุการณ์สองอย่างที่กล่าวถึงได้ช่วยให้เราตัดสินใจเรื่องวันเวลาเหล่านี้

First Nahum mentions Thebes (No Amon) in Egypt falling to the Assyrians (663 B.C.) in the past tense, so it had already happened. Secondly, the remainder of Nahum's prophecies came true in 612 B.C.
ครั้งแรกนาฮูมกล่าวว่าเมืองธีเบส์ (ไม่ใช่อัมโมน) ในอียิปต์ตกเป็นของพวกอัสซีเรีย (ปีก.ค.ศ 663 ) ในอดีตกาล ดังนั้นมันได้เกิดขึ้นแล้ว  ครั้งที่สองคำพยากรณ์ที่เหลือของนาฮูมเป็นจริงในปี ก.ค.ศ. 612


Purpose of Writing: Nahum did not write this book as a warning or “call to repentance” for the people of Nineveh.

จุดประสงค์ของการเขียน: นาฮูมไม่ได้เขียนพระธรรมเล่มนี้เพื่อเป็นคำเตือนหรือ "การเรียกร้องให้กลับใจ" สำหรับชาวเมืองนีนะเวห์

God had already sent them the prophet Jonah 150 years earlier with His promise of what would happen if they continued in their evil ways.

พระเจ้าได้ทรงส่ผู้เผยพระวจนะโยนาห์มายังพวกเขาเมื่อ 150 ปีก่อนหน้านี้   พร้อมพระสัญญาของพระองค์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขายังคงจมอยู่ในวิถีชีวิตที่ชั่วร้าย

The people at that time had repented but now lived just as bad if not worse than they did before.

ในเวลานั้นประชาชนได้กลับใจใหม่ แต่ตอนนี้พวกเขาใช้ชีวิตอยู่เช่นเดิมถ้าไม่เลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อก่อน

The Assyrians had become absolutely brutal in their conquests (hanging the bodies of their victims on poles and putting their skin on the walls of their tents among other atroชาวอัสซีเรียได้กลายเป็นคนโหดร้ายที่สุดในการพิชิตศัตรู (แขวนร่างของเหยื่อเคราะห์ร้ายของพวกเขาบนเสา และตากหนังของศพบนกำแพงเต็นท์ที่พักของพวกเขาท่ามกลางความป่าเถื่อนอื่น ๆ)

Now Nahum was telling the people of Judah to not despair because God had pronounced judgment and the Assyrians would soon be getting just what they deserved.
ตอนนี้นาฮูมกำลังบอกชาวยูดาห์ว่าอย่าเพิ่งสิ้นหวัง  เพราะพระเจ้าได้ทรงประกาศว่าจะทรงพิพากษา  และเร็ว ๆ นี้ชาวอัสซีเรียจะได้รับสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับ

Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

Nahum นาฮูม 1:77The LORD is good, a stronghold in the day of trouble; he knows those who take refuge in Him.

7พระเจ้าประเสริฐ   ทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งในวันยากลำบาก   พระองค์ทรงรู้จักผู้ที่เข้ามาลี้ภัยอยู่ในพระองค์  
Nahum นาฮูม 1:14 14The LORD has given commandment about you:  “No more shall your name be perpetuated; from the house of your gods I will cut off  the carved image and the metal image. I will make your grave, for you are vile.”

14พระเจ้าตรัสบัญชาด้วยเรื่องเจ้าว่า   “เขาจะไม่หว่านชื่อของเจ้าให้แพร่หลายอีกต่อไป   เราจะกำจัดรูปเคารพที่สลักและรูปเคารพที่หล่อออกเสียจากนิเวศแห่งพระของเจ้า   เราจะขุดหลุมศพให้เจ้า เพราะเจ้าชั่วนัก”  
Nahum นาฮูม 1:15 15Behold, upon the mountains, the feet of him who brings good news, who publishes peace!  Keep your feasts, O Judah; fulfill your vows, for never again shall the worthless pass through you; he is utterly cut off.

15ดูเถิด เท้าของผู้นำข่าวดีมาที่บนภูเขา ผู้โฆษณาสันติภาพ โอ ยูดาห์เอ๋ย จงรักษาประเพณีการเลี้ยงของเจ้าไว้   จงแก้บนของเจ้าเสีย   เพราะว่าคนอธรรมจะไม่มาหาเจ้าอีก   เขาถูกกำจัดเสียสิ้นแล้ว

Isaiah อิสยาห์ 52:7 7How beautiful upon the mountains are the feet of him who brings good news, who publishes peace, who brings good news of happiness, who publishes salvation, who says to Zion, “Your God reigns.”

7เท้าของผู้นำข่าวดีมา   ก็งามสักเท่าใดที่บนภูเขา   ผู้โฆษณาสันติภาพ ผู้นำข่าวดีของ เรื่องดี   ผู้โฆษณาความรอด   ผู้กล่าวแก่ศิโยนว่า “พระเจ้าของเจ้าทรงครอบครอง”  

Romans โรม10:15 15And how are they to preach unless they are sent? As it is written, “How beautiful are the feet of those who preach the good news!”

15และถ้าไม่มีใครใช้เขาไป  เขาจะไปประกาศอย่างไรได้  ตามที่มีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า  เท้าของคนเหล่านั้นที่นำข่าวดีมา   ช่างงามจริงๆ หนอ
Nahum นาฮูม 2:1313Behold, I am against you, declares the LORD of hosts, and I will burn your chariots in smoke, and the sword shall devour your young lions. I will cut off your prey from the earth, and the voice of your messengers shall no longer be heard.

13พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า  ดูเถิด  เราต่อสู้เจ้า  เราจะเผารถรบของเจ้าให้เป็นควัน  และดาบจะสังหารสิงห์หนุ่มของเจ้า  เราจะกำจัดเหยื่อของเจ้าเสียจากโลก  และจะไม่มีใครได้ยินเสียงผู้สื่อสารของเจ้าอีก
Nahum นาฮูม 3:19 19There is no easing your hurt; your wound is grievous. All who hear the news about you clap their hands over you. For upon whom has not come your unceasing evil?

19ความเจ็บปวดของเจ้าไม่มีบรรเทา   บาดแผลของเจ้าก็สาหัส   ทุกคนผู้ได้ยินข่าวของเจ้า  
เขาก็ตบมือเยาะเจ้า   มีใครเล่าที่ไม่ได้รับภัยอันร้ายเนืองนิตย์ของเจ้า


Brief Summary: Nineveh once had responded to the preaching of Jonah and turned from their evil ways to serve the Lord God Jehovah. But 150 years later, Nineveh returned to idolatry, violence and arrogance.

บทสรุปโดยย่อ: ครั้งหนึ่งชาวนีนะเวห์เคยตอบสนองต่อพระธรรมเทศนาของโยนาห์และหันจากวิถีชีวิตที่ชั่วร้าย เพื่อที่จะรับใช้พระเยโฮวาห์พระเจ้า  แต่ 150 ปีต่อมาชาวนีนะเวห์หันกลับไปบูชารูปเคารพ ใช้ความรุนแรงและอวดตัว

Nahum นาฮูม 3:1-41Woe to the bloody city, all full of lies and plunder—no end to the prey!

1วิบัติแก่เมืองที่แปดเปื้อนไปด้วยโลหิต  เต็มด้วยการมุสาและของริบ  ทำการปล้นเขาอย่างไม่หยุดหย่อนเลยนะ  

2The crack of the whip, and rumble of the wheel, galloping horse and bounding chariot!

2เสียงขวับของแส้ และเสียงกระหึ่มของล้อ   ม้าควบ และรถรบห้อไป  

3Horsemen charging, flashing sword and glittering spear, hosts of slain, heaps of corpses, dead bodies without end—they stumble over the bodies!

3พลม้าเข้าประจัญบาน  ดาบแวบวาบและหอกแวววาว  คนถูกฆ่าเป็นก่ายกองซากศพกองพะเนินร่างคนตายไม่รู้จักจบสิ้น  เขาจะสะดุดร่างนั้น  

4And all for the countless whorings of the prostitute, graceful and of deadly charms, who  betrays nations with her whorings, and peoples with her charms.

4ทั้งนี้เพราะการแพศยาอย่างมาก นับไม่ถ้วนของหญิงแพศยานั้น ผู้มีเสน่ห์และเป็นจอมยั่วยวน นางได้ขายประชาชาติเสียด้วยการแพศยาของนาง และขายบรรดาตระกูลมนุษย์   ด้วยวิทยาคมของนาง  

Once again God sends one of His prophets to Nineveh preaching judgment in the destruction of the city and exhorting them to repentance.

อีกครั้งหนึ่งที่พระเจ้าทรงส่งผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งของพระองค์มา  เพื่อจะเทศนาว่าจะมีการพิพากษาว่าเมืองนี้จะถูกทำลายล้าง และได้ตักเตือนให้พวกเขากลับใจ

Sadly, the Ninevites did not heed’s Nahum’s warning and the city was brought under the dominion of Babylon.
น่าเศร้าที่ชาวนีนะเวห์ไม่ฟังคำตักเตือนของนาฮูม   และเมืองก็เลยตกอยู่ภายใต้การปกครองของบาบิโลน

Foreshadowings: Paul repeats Nahum 1:15 in Romans 10:15 in regard to the Messiah and His ministry, as well as the apostles of Christ in His time.

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: เปาโลกล่าวย้ำข้อพระคำใน นาฮูม 1:15 และโรม 10:15 ในเรื่องพระเมสสิยาห์และพันธกิจของพระองค์   รวมทั้งอัครสาวกของพระเยซูคริสต์ในเวลาของพระองค์

Nahum นาฮูม 1:15 15Behold, upon the mountains, the feet of him who brings good news, who publishes peace!  Keep your feasts, O Judah; fulfill your vows, for never again shall the worthless pass through you; he is utterly cut off.

15ดูเถิด เท้าของผู้นำข่าวดีมาที่บนภูเขา ผู้โฆษณาสันติภาพ โอ ยูดาห์เอ๋ย จงรักษาประเพณีการเลี้ยงของเจ้าไว้ จงแก้บนของเจ้าเสีย เพราะว่าคนอธรรมจะไม่มาหาเจ้าอีก เขาถูกกำ จัดเสียสิ้นแล้ว

It may also be understood of any minister of the Gospel whose business it is to "preach the Gospel of peace."

นอกจากนี้ยังอาจจะเข้าใจได้ว่า ไม่ว่าผู้รับใช้ข่าวประเสริฐคนใด  งานหลักของเขาคือการ "ประกาศพระกิตติคุณแห่งสันติภาพ"

God has made peace with sinners by the blood of Christ, and has given to His people the peace that “transcends all understanding”

พระเจ้าทรงกระทำสันติภาพกับคนบาปโดยพระโลหิตของพระคริสต์    และได้ทรงประทานความสงบสุขแก่ประชากรของพระองค์ที่ "เหนือความเข้าใจทุกอย่าง"

Philippians ฟีลิปปี 4:7 7And the peace of God, which surpasses all understanding, will guard your hearts and your minds in Christ Jesus.

7แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์

The preacher’s work is also to "bring glad tidings of good things", such as reconciliation, righteousness, pardon, life, and eternal salvation by a crucified Christ.

พันธกิจของนักเทศน์คือเพื่อ "นำข่าวดีของสิ่งที่ดีๆ " เช่น การการกลับคืนดีกัน ความชอบธรรม การให้อภัย ชีวิตและความรอดนิรันดร์ โดยพระเยซูคริสต์ที่ถูกตรึงกางเขน

The preaching of such a Gospel, and bringing such news, make their feet beautiful.

พระธรรมเทศนาข่าวประเสริฐ  และการนำข่าวดังกล่าวทำให้เท้าของพวกเขาสวยงาม

The imagery here is of one who runs to others, eager and joyful to proclaim the Good News.
ลองวาดภาพจินตนาการที่นี่ว่ามีคนหนึ่งผู้ที่วิ่งไปหาคนอื่น ๆ  มีความกระตือรือร้นและมีความสุขที่จะประ กาศข่าวดี

Practical Application: God is patient and slow to anger.

การประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ  พระเจ้าทรงอดทนและช้าในการโกรธ

He gives every country time to proclaim Him as their Lord. But He is not mocked .

พระองค์ทรงให้โอกาสชนทุกประเทศให้ประกาศว่าพระองค์เป็นพระเจ้าของพวกเขา  แต่พระองค์ไม่ทรงถูกเย้ยหยัน

Any time a country turns away from Him to serve its own motives, He steps in with judgment.

เมื่อใดก็ตามที่ชนประเทศหันไปจากพระองค์เพื่อทำตามแรงจูงใจของตัวเอง   พระองค์จะทรงก้าวเข้ามาตัดสิน

Almost 220 years ago the United States was formed as a Nation guided by principles found in the Bible.

เกือบ 220 ปีที่ผ่านมา ประเทศสหรัฐอเมริกาได้กลายเป็นประเทศที่ปกครองโดยหลักการในพระคัมภีร์

In the last 50 years that has changed and we are turning daily in the opposite direction.

ในช่วง 50 ปีหลังนี้มีการเปลี่ยนแปลง   และเรากำลังเปลี่ยนชีวิตประจำวันไปในทิศทางตรงกันข้าม

As Christians it is our duty to stand up for biblical principles and scriptural truth for Truth is our country’s only hope.

ในฐานะที่เป็นคริสเตียน  มันเป็นหน้าที่ของเราที่จะยืนยันตามหลักข้อเชื่อและข้อคัมภีร์ที่เป็นความจริง     เพราะความจริงเป็นความหวังเดียวของประเทศของเรา

Haggai and Nahum

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top