Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, November 22, 2015

 

Book of Habakkuk

พระธรรมฮาบากุก


Can you summarize the Book of Habakkuk? What is the Book of Habakkuk all about?

คุณสามารถสรุปพระธรรมฮาบากุกได้หรือไม่ พระธรรมฮาบากุกทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร


Author: Habakkuk 1:1 identifies the Book of Habakkuk as an oracle from the Prophet Habakkuk.

ผู้ประพันธ์: ฮาบากุก 1: 1 ระบุพระธรรมฮาบากุกเป็นครุวาทจากผู้เผยพระวจนะฮาบากุก

Habakkuk ฮาบากุก 1:11The oracle that Habakkuk the prophet saw.

1ครุวาทของพระเจ้าซึ่งฮาบากุกผู้เผยพระวจนะได้เห็นมา  

Date of Writing: The Book of Habakkuk was likely written between 610 and 605 B.C.
วันที่เขียน: พระธรรมฮาบากุกอาจขียนขึ้นระหว่างปี ก.ค.ศ. 610 และ 605

Purpose of Writing: Habakkuk was wondering why God was allowing His chosen people to go through the current suffering at the hands of their enemies. God answers and Habakkuk’s faith is restored.
จุดประสงค์ของการเขียน: ฮาบากุกกำลังสงสัยว่าทำไมพระเจ้าทรงยอมให้ผู้คนที่ทรงเลือกสรรต้องพบความทุกข์ทรมานอยู่เรื่อยภายใต้เงื้อมมือของพวกศัตรู พระเจ้าทรงตอบและความศรัทธาของฮาบากุกกลับคืนมา

Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

Habakkuk ฮาบากุก 1:22O LORD, how long shall I cry for help, and You will not hear?  Or cry to You “Violence!” and You will not save?

2ข้าแต่พระเจ้า   ข้าพระองค์จะร้องทุกข์นานสักเท่าใด   และพระองค์มิได้ทรงฟัง   หรือข้าพระองค์จะร้องทูลต่อพระองค์ว่า “ทารุณ พระเจ้าข้า”  และพระองค์ก็ไม่ทรงช่วย  

Habakkuk ฮาบากุก 1:5 5“Look among the nations, and see; wonder and be astounded.  For I am doing a work in your days that you would not believe if told.

5จงมองทั่วประชาชาติต่างๆและดูให้ดี   จงประหลาดและแปลกใจ   เพราะเรากำลังประ กอบกิจในสมัยของเจ้า   ถึงจะบอก เจ้าก็จะไม่เชื่อ  

Habakkuk ฮาบากุก 1:12 12Are you not from everlasting, O LORD my God, my Holy One?  We shall not die.  O LORD, You have ordained them as a judgment, and You, O Rock, have established them for reproof.

12ข้าแต่พระเยโฮวาห์ พระเจ้าของข้าพระองค์   องค์ผู้บริสุทธิ์ของข้าพระองค์   พระองค์มิได้ดำรงมาแต่นิรันดร์ดอกหรือ   ข้าพระองค์ทั้งหลายจะไม่ตาย ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงสถาปนาเขาไว้เพื่อแก่การพิพากษา   โอพระศิลา   พระองค์ทรงตั้งเขาไว้เพื่อแก่การตีสอน  
Habakkuk ฮาบากุก 2:2-4 2And the LORD answered me: “Write the vision; make it plain on tablets, so he may run who reads it.

2และพระเจ้าตรัสตอบข้าพเจ้าว่า   “จงเขียนนิมิตนั้นลงไป   จงเขียนไว้บนแผ่นป้ายให้กระจ่าง   เพื่อให้คนที่วิ่งอ่านได้คล่อง  

3For still the vision awaits its appointed time; it hastens to the end—it will not lie.  If it seems slow, wait for it; it will surely come; it will not delay.

3เพราะว่านิมิตนั้นยังรอเวลาของมันอยู่   มันกำลังรีบไปถึงความสำเร็จ   มันไม่มุสา   ถ้าดูช้าไป ก็จงคอยสักหน่อย   มันจะบังเกิดขึ้นเป็นแน่ คงไม่ล่าช้านัก  

4“Behold, his soul is puffed up; it is not upright within him, but the righteous shall live by his faith

4ดูเถิด ผู้ที่จิตใจไม่ชอบธรรมก็จะล้ม   แต่ว่าคนชอบธรรมจะดำรงชีวิตอยู่ ด้วยความซื่อสัตย์  
Habakkuk ฮาบากุก 2:2020 But the LORD is in His holy temple; let all the earth keep silence before Him.”

20แต่พระเจ้าทรงสถิตในพระวิหารบริสุทธิ์ของพระองค์ จงให้สิ้นทั้งพิภพ อยู่สงบต่อพระพักตร์พระองค์เถิด
Habakkuk ฮาบากุก 3:22O LORD, I have heard the report of you, and your work, O LORD, do I fear.  In the midst of the years revive it; in the midst of the years make it known; in wrath remember mercy.

2ข้าแต่พระเจ้า   ข้าพระองค์ได้ยินกิตติศัพท์ของพระองค์  ข้าแต่พระเจ้า พระราชกิจของพระองค์นั้น  ข้าพระองค์ยำเกรง  พอถึงกลางยุคขอทรงรื้อฟื้นพระราชกิจนั้นขึ้นใหม่   พอถึงกลางยุคขอทรงแจ้งให้ทราบทั่วกัน เมื่อทรงกริ้ว ขอทรงระลึกถึงความกรุณา  
Habakkuk ฮาบากุก 3:19 19GOD, the Lord, is my strength; He makes my feet like the deer's; He makes me tread on my high places.

19พระเยโฮวาห์คือองค์พระผู้เป็นเจ้าทรง เป็นกำลังของข้าพเจ้า พระองค์ทรงกระทำเท้าของข้าพเจ้า เหมือนอย่างตีนกวางตัวเมีย   พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้าเดินไปบนที่สูงทั้ง หลายของข้าพเจ้า   ถึงหัวหน้านักร้อง ใช้เครื่องสาย
Brief Summary: The Book of Habakkuk begins with Habakkuk crying out to God for an answer to why God’s chosen people are allowed to suffer in their captivity.

บทสรุปโดยย่อ:พระธรรมฮาบากุกเริ่มต้นด้วยการที่ฮาบากุกร้องทุกข์ต่อพระเจ้าขอให้ทรงตอบว่า  ทำไมคนที่พระเจ้าทรงเลือกสรรได้รับอนุญาตให้ทนทุกข์ต่อการตกเป็นเชลย

Habakkuk ฮาบากุก 1:1-4 1The oracle that Habakkuk the prophet saw.

1ครุวาทของพระเจ้าซึ่งฮาบากุกผู้เผยพระวจนะได้เห็นมา  

2O LORD, how long shall I cry for help, and You will not hear?  Or cry to You “Violence!” and You will not save?

2ข้าแต่พระเจ้า   ข้าพระองค์จะร้องทุกข์นานสักเท่าใด   และพระองค์มิได้ทรงฟัง  หรือข้าพระองค์จะร้องทูลต่อพระองค์ว่า “ทารุณพระเจ้าข้า”   และพระองค์ก็ไม่ทรงช่วย  

3Why do you make me see iniquity, and why do you idly look at wrong?  Destruction and violence are before me; strife and contention arise.

3ไฉนพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์เห็นการชั่ว   และให้มองเห็นความยากลำบาก   ทั้งการทำลายและความทารุณก็อยู่ตรงหน้าข้าพระองค์    การวิวาทและการทุ่มเถียงกันก็เกิดขึ้น  

4So the law is paralyzed, and justice never goes forth.  For the wicked surround the righteous; so justice goes forth perverted.

4ดังนั้น ธรรมบัญญัติจึงหย่อนยาน และความยุติธรรมก็มิได้ปรากฏเสียเลย   เพราะว่าคนอธรรมล้อมรอบคนชอบธรรมไว้ ความยุติธรรมจึงปรากฏอย่างวิปลาส  

The Lord gives His answer to Habakkuk essentially stating, “you wouldn’t believe it if I told you”

พระเจ้าทรงประทานคำตอบของพระองค์แก่ฮาบากุกอย่างมีนัยยะสำคัญว่า  "เจ้าจะไม่เชื่อหากเราจะบอกเจ้า"

Habakkuk ฮาบากุก 1: 5-11 5“Look among the nations, and see; wonder and be astounded.  For I am doing a work in your days that you would not believe if told.

5จงมองทั่วประชาชาติต่างๆและดูให้ดี   จงประหลาดและแปลกใจ   เพราะเรากำลังประกอบกิจในสมัยของเจ้า   ถึงจะบอกเจ้าก็จะไม่เชื่อ  

6For behold, I am raising up the Chaldeans, that bitter and hasty nation, who march through the breadth of the earth, to seize dwellings not their own.

6เพราะนี่แน่ะ เรากำลังเร้าคนเคลเดีย   ประชาชาติที่ขมขื่นและรีบร้อนนั้น   ผู้กรีธาทัพไปทั่วโลก   เพื่อยึดเอาบ้านเรือนที่มิใช่ของตน  

7They are dreaded and fearsome; their justice and dignity go forth from themselves.

7เขาเป็นที่น่าครั่นคร้ามและสยดสยอง ความยุติธรรมและความโอ่อ่าของ เขาออกมาจากพวกเขาเอง  

8Their horses are swifter than leopards, more fierce than the evening wolves; their horsemen press proudly on.  Their horsemen come from afar; they fly like an eagle swift to devour.

8ม้าทั้งหลายของเขาก็เร็วกว่าเสือดาว   และดุร้ายยิ่งกว่าหมาป่ายามเย็น   พลม้าของเขารุดหน้าเรื่อยไปอย่างผยอง   เออ พลม้าของเขามาจากถิ่นที่ไกล   มันบินไปอย่างนกอินทรีคอยทำลายเร็วนัก  

9They all come for violence, all their faces forward. They gather captives like sand.

9เขาทั้งหลายพากันมาเพื่อความทารุณ  ความสยดสยองเพราะเขานำหน้าเขาทั้งหลายไป   เขารวบรวมเชลยไว้มากมายเหมือนทราย  

10At kings they scoff, and at rulers they laugh. They laugh at every fortress, for they pile up earth and take it.

10เขาเยาะเย้ยบรรดากษัตริย์  และเขาหัวเราะเยาะเจ้านายทั้งหลาย  เขาหัวเราะเยาะป้อมปราการทุกแห่ง  เพราะเขาพูนดินขึ้นเอาชนะป้อมนั้น  

11Then they sweep by like the wind and go on, guilty men, whose own might is their god!”

11แล้วเขาก็กวาดผ่านไปเหมือนลมพัดเลยไป  เขาเป็นคนมีกรรมชั่ว  อานุภาพของเขาก็คือพระของเขา  

Habakkuk then follows up by saying, “Ok, you are God, but still tell me more about why this is happening”

แล้วฮาบากุกกราบทูลต่อไปว่า " พระเจ้าข้า  พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า แต่ขอทรงบอกข้าพระองค์หน่อยว่าทำไมเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น"

Habakkuk ฮาบากุก 1:17-2:1 17Is he then to keep on emptying his net and mercilessly killing nations forever?

17แล้วคนเคลเดียจะชักดาบออกเรื่อยไป   และฆ่าประชาชาติทั้งหลายอย่างไร้เมตตาหรือ

1I will take my stand at my watch post and station myself on the tower, and look out to see what he will say to me, and what I will answer concerning my complaint.

1ข้าพเจ้าจะยืนเฝ้าดูอยู่   ข้าพเจ้าจะยืนที่หอคอย   และมองออกไปเพื่อจะฟังดูว่า   พระองค์จะตรัสอะไรแก่ข้าพเจ้า   และข้าพเจ้าจะทูลตอบพระองค์เกี่ยว ด้วยการร้องทุกข์ของข้าพ เจ้าอย่างไร  

God then answers him again and gives him more information, then tells the earth to be silent before Him.

แล้วพระเจ้าทรงตอบเขาอีกครั้ง   และทรงเปิดเผยให้เขาทราบเพิ่มเติม    แล้วทรงบอกว่าแผ่นดินจะเงียบต่อพระพักตร์พระองค์

Habakkuk ฮาบากุก 2:2-20 2And the LORD answered me: “Write the vision; make it plain on tablets, so he may run who reads it.

2และพระเจ้าตรัสตอบข้าพเจ้าว่า  “จงเขียนนิมิตนั้นลงไป  จงเขียนไว้บนแผ่นป้ายให้กระจ่าง  เพื่อให้คนที่วิ่งอ่านได้คล่อง  

3For still the vision awaits its appointed time; it hastens to the end—it will not lie.

If it seems slow, wait for it; it will surely come; it will not delay.

3เพราะว่านิมิตนั้นยังรอเวลาของมันอยู่   มันกำลังรีบไปถึงความสำเร็จ  มันไม่มุสา  ถ้าดูช้าไป ก็จงคอยสักหน่อย  มันจะบังเกิดขึ้นเป็นแน่  คงไม่ล่าช้านัก  

4“Behold, his soul is puffed up; it is not upright within him, but the righteous shall live by his faith.

4ดูเถิด ผู้ที่จิตใจไม่ชอบธรรมก็จะล้ม แต่ว่าคนชอบธรรมจะดำรงชีวิตอยู่ ด้วยความซื่อ สัตย์

5“Moreover, wine is a traitor, an arrogant man who is never at rest. His greed is as wide as Sheol; like death he has never enough. He gathers for himself all nations and collects as his own all peoples.”

5ยิ่งกว่านั้น ความมั่งคั่งล่อลวงคนประมาท   เขาจะไม่รู้จักสงบ   ความตะกละของเขากว้างเหมือนอย่างแดนคนตาย อย่างมัจจุราชไม่เคยรู้จักอิ่ม    เขากอบโกยประชาชาติทั้งหลายมา
เพื่อตัวเขาเอง   แล้วรวบรวมชนชาติทั้งหลายเข้ามาเป็นคนของตน”  

6Shall not all these take up their taunt against him, with scoffing and riddles for him, and say, “Woe to him who heaps up what is not his own- for how long? -and loads himself with pledges!”

6ประชาชาติทั้งสิ้นเหล่านี้จะไม่ยกคำเย้ยหยันกล่าวต่อเขาหรือ และยกทุพภาษิตกล่าวเยาะเขาว่า  “วิบัติแก่ผู้ที่สะสมสิ่งที่มิใช่ของตนไว้ (จะทำอย่างนี้ได้นานเท่าใดนะ) และบรรทุก ของที่ยึดเป็นประกันไว้เต็มตัว  

7Will not your debtors suddenly arise, and those awake who will make you tremble?

Then you will be spoil for them.

7ลูกหนี้ของเจ้าจะไม่ลุกขึ้นมาในปัจจุบันทันด่วนหรือ และผู้ใดที่กระทำให้เจ้าตัวสั่นจะไม่ตื่นขึ้นหรือ แล้วเจ้าก็จะถูกเขาริบบ้างละ  

8Because you have plundered many nations, all the remnant of the peoples shall plunder you, for the blood of man and violence to the earth, to cities and all who dwell in them.

8เพราะว่าเจ้าได้ปล้นมาแล้วหลายประชาชาติ ชนชาติทั้งหลายที่เหลืออยู่นั้น จึงจะมาปล้นเจ้า   เพราะเจ้าทำให้โลหิตมนุษย์ตกและเพราะการทารุณต่อโลก ต่อบรรดาหัวเมืองและ

ต่อผู้ที่อยู่ในเมืองนั้น  

9“Woe to him who gets evil gain for his house, to set his nest on high, to be safe from the reach of harm!

9วิบัติแก่ผู้ที่ได้กำไรมาสู่เรือนของตนด้วยความชั่ว   เพื่อจะวางรังของตัวให้สูงเด่นขึ้น   เพื่อมิให้อันตรายเอื้อมถึงได้  

10You have devised shame for your house by cutting off many peoples;  you have forfeited your life.

10ที่จริงเจ้าได้ออกอุบายหาความอับอายมาสู่เรือนของเจ้า โดยกำจัดชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากเสีย   เจ้าต้องเสียชีวิตของเจ้า  

11For the stone will cry out from the wall, and the beam from the woodwork respond.

11เพราะว่าศิลาจะตะโกนออกมาจากผนัง   และขื่อก็จะตอบสนองมาจากหมู่ตัวไม้ในเรือน  

12“Woe to him who builds a town with blood and founds a city on iniquity!

12วิบัติแก่ผู้สร้างเมืองด้วยโลหิต   และวางรากนครไว้ด้วยความชั่ว  

13Behold, is it not from the LORD of hosts that peoples labor merely for fire, and nations weary themselves for nothing?

13ดูเถิด ที่บรรดาชนชาติทำงานก็เพื่อแก่ไฟ และที่ชนชาติทั้งหลายทำจนเหน็ดเหนื่อย ก็เพื่อแก่ การไร้สาระ  มิได้เป็นเช่นนี้เพราะพระเจ้าจอมโยธาดอกหรือ  

14For the earth will be filled with the knowledge of the glory of the LORD as the waters cover the sea.

14เพราะว่าพิภพจะเต็มไปด้วย   ความรู้ในเรื่องพระสิริของพระเจ้าดังน้ำที่เต็มทะเล  

15“Woe to him who makes his neighbors drink—you pour out your wrath and make them drunk, in order to gaze at their nakedness!

15วิบัติแก่ผู้นั้นที่กระทำให้เพื่อนบ้านดื่ม   ปนความโกรธของตนเข้าด้วย และทำให้เขาเมาไป   เพื่อจะเพ่งดูความเปลือยเปล่าของเพื่อนบ้าน  

16You will have your fill of shame instead of glory.  Drink, yourself, and show your uncircumcision!  The cup in the LORD's right hand will come around to you, and utter shame will come upon your glory!

16เจ้าจะอิ่มไปด้วยความอับอาย  ไม่ใช่อิ่มด้วยศักดิ์ศรี   เจ้าดื่มเองซิ แล้วก็มลทินไป ถ้วยซึ่งอยู่ในพระหัตถ์ขวาของพระเจ้า  จะเวียนมาถึงเจ้า แล้วความอับอายจะมาอยู่เหนือศักดิ์ศรีของเจ้า  

17The violence done to Lebanon will overwhelm you, as will the destruction of the beasts that terrified them, for the blood of man and violence to the earth, to cities and all who dwell in them.

17ความทารุณที่เจ้ากระทำแก่เลบานอนจะท่วมเจ้า ความพินาศของสัตว์เดียรัจฉานจะกระ ทำให้เจ้ากลัว   เพราะเจ้าทำให้โลหิตมนุษย์ตกและเพราะการทารุณต่อโลก ต่อบรรดาหัวเมืองและต่อผู้ที่อยู่ในเมืองนั้น  

18“What profit is an idol when its maker has shaped it, a metal image, a teacher of lies?

For its maker trusts in his own creation when he makes speechless idols!

18รูปแกะสลักให้ประโยชน์อะไรเล่า รูปที่ช่างได้แกะสลักไว้ รูปหล่ออันเป็นครูสอนความเท็จให้ประโยชน์อะไร ที่ช่างจะวางใจในสิ่งที่เขาสร้างขึ้น   ที่ช่างจะสร้างพระใบ้  

19Woe to him who says to a wooden thing, Awake; to a silent stone, Arise! Can this teach?  Behold, it is overlaid with gold and silver, and there is no breath at all in it.

19วิบัติแก่ผู้ที่กล่าวแก่สิ่งที่ทำด้วยไม้ว่า จงตื่นเถิด แก่หินใบ้ว่า จงลุกขึ้นเถิด สิ่งนี้สั่งสอนอะไรได้หรือ   ดูเถิด สิ่งนั้นกะไหล่ทองคำหรือเงิน แต่ไม่มีลมหายใจในสิ่งนั้นเลย  

20But the LORD is in His holy temple; let all the earth keep silence before Him.”

20แต่พระเจ้าทรงสถิตในพระวิหารบริสุทธิ์ของพระองค์ จงให้สิ้นทั้งพิภพอยู่สงบต่อ พระพักตร์พระองค์เถิด

Then Habakkuk writes a prayer expressing his strong faith in God, even through these trials.

แล้วฮาบากุกเขียนคำอธิษฐานแสดงความเชื่อที่เข้มแข็งของเขาในพระเจ้า   แม้ผ่านการทดลองเหล่านี้

Habakkuk ฮาบากุก 3:1-19 1A prayer of Habakkuk the prophet, according to Shigionoth.

1คำอธิษฐานของฮาบากุกผู้เผยพระวจนะ   ตามทำนองชิกิโอโนท  

2O LORD, I have heard the report of you, and your work, O LORD, do I fear. In the midst of the years revive it; in the midst of the years make it known; in wrath remember mercy.

2ข้าแต่พระเจ้า   ข้าพระองค์ได้ยินกิตติศัพท์ของพระองค์   ข้าแต่พระเจ้า พระราชกิจของพระองค์นั้น   ข้าพระองค์ยำเกรง   พอถึงกลางยุคขอทรงรื้อฟื้นพระราชกิจนั้นขึ้นใหม่  
พอถึงกลางยุคขอทรงแจ้งให้ทราบทั่วกัน   เมื่อทรงกริ้ว ขอทรงระลึกถึงความกรุณา  

3God came from Teman, and the Holy One from Mount Paran. His splendor covered the heavens, and the earth was full of his praise. Selah

3พระเจ้าเสด็จจากเทมาน   องค์บริสุทธิ์เสด็จจากภูเขาปาราน สง่าราศีของพระองค์คลุมทั่วฟ้าสวรรค์   และโลกก็เต็มด้วยคำสรรเสริญพระองค์  

4His brightness was like the light; rays flashed from his hand; and there He veiled His power.

4ความผ่องใสของพระองค์ดังแสงสว่าง   มีลำแสงแวบมาจากพระหัตถ์ของพระองค์   พระองค์ทรงกำบังฤทธานุภาพของพระองค์เสียที่นั่น  

5Before Him went pestilence, and plague followed at His heels.

5โรคระบาดเดินนำหน้าพระองค์   ภัยพิบัติมาชิดตามหลังพระองค์  

6He stood and measured the earth; He looked and shook the nations; then the eternal mountains were scattered; the everlasting hills sank low. His were the everlasting ways.

6พระองค์ประทับยืนและทรงวัดพิภพ  พระองค์ทอดพระเนตรและทรงเขย่าประชาชาติ  
แล้วภูเขานิรันดร์กาลก็กระจัดกระจาย  และเนินเขาอันอยู่เนืองนิตย์ก็ยุบต่ำลง การเสด็จของพระองค์ก็เป็นดังดั้งเดิม  

7I saw the tents of Cushan in affliction; the curtains of the land of Midian did tremble.

7ข้าพเจ้าได้เห็นเต็นท์ของคนคูชันอยู่ในสภาพทุกข์ใจ และม่านแห่งแผ่นดินมีเดียนหวั่น ไหว  

8Was your wrath against the rivers, O LORD?  Was your anger against the rivers, or Your indignation against the sea, when You rode on Your horses, on your chariot of salvation?

8ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงพระพิโรธต่อแม่น้ำหรือ พระองค์ทรงกริ้วต่อแม่น้ำหรือ หรือว่าพระองค์ทรงโกรธทะเล เมื่อพระองค์เสด็จทรงม้า เมื่อทรงรถรบแห่งความมีชัย  

9You stripped the sheath from your bow, calling for many arrows. Selah  You split the earth with rivers.

9พระองค์ทรงดึงแล่งคันธนูออกเสียแล้ว ทรงบรรจุลูกธนูไว้ในสายของมัน พระองค์ทรงแยกพิภพด้วยแม่น้ำ  

10The mountains saw You and writhed; the raging waters swept on; the deep gave forth its voice; it lifted its hands on high.

10บรรดาภูเขาเห็นพระองค์ก็บิดเบี้ยวไป กระแสน้ำที่ดุเดือดก็กวาดผ่านไป มหาสมุทรก็ส่งเสียง มันยกมือของมันขึ้นเบื้องสูง  

11The sun and moon stood still in their place at the light of your arrows as they sped, at the flash of your glittering spear.

11ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์นิ่งเฉยอยู่ในที่ของมัน เมื่อแสงแห่งลูกธนูของพระองค์พุ่งผ่านไป   เมื่อแสงแวบวาบแห่งหอกอันเป็นเงาของพระองค์พุ่งไป  

12You marched through the earth in fury; You threshed the nations in anger.

12พระองค์เสด็จไปเหนือพิภพด้วยความโกรธา   พระองค์ทรงเหยียบย่ำประชาชาติด้วยความกริ้ว  

13You went out for the salvation of Your people, for the salvation of Your anointed.

You crushed the head of the house of the wicked, laying him bare from thigh to neck. Selah

13พระองค์เสด็จออกไปเพื่อช่วยประชากรของพระองค์ให้รอด เพื่อช่วยผู้ที่พระองค์ทรงเจิมไว้ให้รอด พระองค์ทรงทำลายบ้านของคนอธรรมให้แหลก เผยให้เห็นรากฐานแม้ถึงพื้นหิน  

14You pierced with his own arrows the heads of his warriors, who came like a whirlwind to scatter me, rejoicing as if to devour the poor in secret.

14พระองค์ทรงแทงศีรษะนักรบของเขาด้วยหอกของพระองค์ ผู้มาอย่างลมบ้าหมู เพื่อจะกระจายข้าพเจ้าเสีย เขาจะเปรมปรีดิ์ดังว่าจะกินคนจนเสียเป็นความลับ  

15You trampled the sea with your horses, the surging of mighty waters.

15พระองค์ทรงเหยียบย่ำทะเลด้วยม้าของพระองค์ คือน้ำมากหลายซึ่งเดือดพลุ่ง  

16I hear, and my body trembles; my lips quiver at the sound; rottenness enters into my bones; my legs tremble beneath me. Yet I will quietly wait for the day of trouble to come upon people who invade us.

16ข้าพเจ้าได้ยิน และท้องของข้าพเจ้าก็สะเทือน พอได้ยินเสียง ปากของข้าพเจ้าก็สั่น   กระดูกของข้าพเจ้าก็ผุพัง   และข้าพเจ้าก็สะเทือนอยู่ในที่ของข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าคอยวันแห่งความลำบากอยู่เงียบๆ คือวันที่จะมาถึงประชาชนที่บุกรุกเรา  

17Though the fig tree should not blossom, nor fruit be on the vines, the produce of the olive fail and the fields yield no food, the flock be cut off from the fold and there be no herd in the stalls,

17แม้ต้นมะเดื่อไม่มีดอกบาน หรือเถาองุ่นไม่มีผล ผลมะกอกเทศก็ขาดไป ทุ่งนามิได้เกิดอาหาร ฝูงสัตว์ขาดไปจากคอก และไม่มีฝูงวัวที่ในโรง  

18yet I will rejoice in the LORD; I will take joy in the God of my salvation.

18ถึงกระนั้นข้าพเจ้าจะร่าเริงในพระเจ้า   ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์ในพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า  

19GOD, the Lord, is my strength; He makes my feet like the deer's; He makes me tread on my high places.  To the choirmaster: with stringed instruments.

19พระเยโฮวาห์คือองค์พระผู้เป็นเจ้าทรง เป็นกำลังของข้าพเจ้า พระองค์ทรงกระทำเท้าของข้าพเจ้าเหมือนอย่างตีนกวางตัวเมีย พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้าเดินไปบนที่สูง ทั้งหลายของข้าพเจ้า   ถึงหัวหน้านักร้อง เครื่องสาย


Foreshadowings: ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า

Habakkuk ฮาบากุก 2:4 4“Behold, his soul is puffed up; it is not upright within him, but the righteous shall live by his faith.

4ดูเถิด ผู้ที่จิตใจไม่ชอบธรรมก็จะล้ม   แต่ว่าคนชอบธรรมจะดำรงชีวิตอยู่ ด้วยความซื่อ สัตย์

The Apostle Paul quotes Habakkuk 2:4 on two different occasions (Romans 1:17; Galatians 3:11) to reiterate the doctrine of justification by faith.

อัครทูตเปาโลอ้างอิงถ้อยคำจากพระธรรมฮาบากุก 2: 4 ในโอกาสที่แตกต่างกันสองครั้ง (โรม 1:17; กาลาเทีย 3:11) เพื่อตอกย้ำหลักคำสอนเรื่องการปรับให้เป็นคนชอบธรรมเพราะความเชื่อ

The faith that is the gift of God and available through Christ is at once a faith that saves and a faith sustains throughout life.

ความเชื่อที่เป็นของประทานจากพระเจ้ากระทำได้เชื่อในพระคริสต์   ทันใดนั้นแหละที่ความเชื่อจะช่วยให้เรารอด  และดำรงความเชื่อนั้นไว้ตลอดชีวิต

Ephesians เอเฟซัส 2:8-9 8For by grace you have been saved through faith. And this is not your own doing; it is the gift of God,

8ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายกระทำเอง แต่พระเจ้าทรงประทานให้

9not a result of works, so that no one may boast.

9ความรอดนั้นจะเนื่องด้วยการกระทำก็หามิได้   เพื่อมิให้คนหนึ่งคนใดอวดได้

We attain eternal life by faith and we live the Christian life by the same faith.

เราบรรลุชีวิตนิรันดร์โดยความเชื่อและเราดำเนินชีวิตคริสเตียนโดยความเชื่อเดียวกัน 

Unlike the “proud” in the beginning of the verse, his soul is not right within him and his desires are not upright.

ไม่เหมือนที่เขา "ภูมิใจ" ในตอนต้นของข้อพระคัมภีร์    ที่จิตวิญญาณของเขาไม่ชอบธรรมในตัวเองและความปรารถนาของเขาก็ไม่เที่ยงธรรม

But we who are made righteous by faith in Christ are made completely righteous because He has exchanged His perfect righteousness for our sin, and has enabled us to live by faith.

แต่เราได้ถูกปรับให้เป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อในพระคริสต์   คือชอบธรรมอย่างสมบูรณ์   เพราะพระองค์ได้ทรงแลกความชอบธรรมพระองค์ที่สมบูรณ์นั้นด้วยความบาปของเราแล้วเพราะเห็นแก่เรา  และทรงช่วยให้เราสามารถดำรงอยู่โดยความเชื่อ
2 Corinthians 2โครินธ์ 5:21 21For our sake He made Him to be sin who knew no sin, so that in Him we might become the righteousness of God.

21เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป เพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์


Practical Application: The application to the reader of Habakkuk is that it is permissible to question what God is doing, although with respect and reverence.

การประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ: ผู้อ่านนำพระธรรมฮาบากุกมาประยุกต์ใช้ได้คือว่า  เราได้รับอนุญาตให้ตั้งคำถามพระเจ้าว่าทรงทำอะไร  แต่มีข้อแม้ว่าด้วยความเคารพและยกย่องนับถือ

Sometimes it is not evident to us what is going on, especially if we are thrown into suffering for a period of time or if it seems our enemies are prospering while we are just barely getting by.

บางครั้งสิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เป็นที่เราเห็นชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าตกอยู่ในความทุกข์ทรมานชั่วระยะเวลาหนึ่ง  หรือถ้ามันดูเหมือนว่าศัตรูของเรากำลังเจริญรุ่งเรืองในขณะที่เราแค่เพียงไม่ได้มีอะไรนัก

The Book of Habakkuk, however, affirms that God is a sovereign, omnipotent God who has all things under control.

อย่างไรก็ตาม พระธรรมฮาบากุก ยืนยันว่าพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงมีฤทธิ์อำนาจสูงสุด  ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของพระองค์

We just need to be still and know He is at work.

เพียงแต่เราต้องสงบนิ่งและรู้ว่าพระองค์กำลังทรงทำงานอยู่

He is who He says He is and does keep His promises. He will punish the wicked. Even when we cannot see it, He is still on the throne of the universe.

พระองค์ทรงเป็นดังที่ทรงบอกว่าทรงเป็น  และทรงรักษาพระสัญญาของพระองค์   พระองค์    จะทรงลงโทษคนชั่วแม้ในขณะที่เราไม่สามารถมองเห็นได้  พระองค์ยังทรงครองบัลลังก์แห่งจักรวาล

We need to stay focused on this: “The Sovereign Lord is my strength; He makes my feet like the feet of a deer, he enables me to go on the heights” (Habakkuk 3:19).

เราจำเป็นต้องโฟกัสไปที่เรื่องนี้: "พระเยโฮวาห์คือองค์พระผู้เป็นเจ้า  ทรงเป็นกำลังของข้าพเจ้า    พระองค์ทรงกระทำเท้าของข้าพเจ้าเหมือนอย่างตีนกวางตัวเมีย พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้าเดินไปบนที่สูงทั้งหลายของข้าพเจ้า "(ฮาบากุก 3:19)

Enabling us to go on the heights is taking us to the higher places with Him where we are set apart from the world.

การทรงกระทำให้เราสามารถเดินไปอยู่บนที่สูง  จะพาเราไปยังสถานที่ที่สูงขึ้นกับพระ องค์  ในสถานที่ทรงแยกเราไปอยู่ห่างจากโลก

Sometimes the way we have to go to get us there is through suffering and sorrow, but if we rest in Him and trust Him, we come out where He wants us.

บางครั้งทางที่เราต้องเดินทำให้เราผ่านความทุกข์ทรมานและความเศร้าโศก แต่ถ้าเราพักพิงในพระองค์และวางใจในพระองค์  เราจะออกมาอยู่ในที่ซึ่งพระองค์ประสงค์ให้เราอยู่

Habbakuk

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top