Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, November 25, 2015

 

Book of Zechariah

พระธรรมเศคาริยาห์


Can you summarize the Book of Zechariah? What is the Book of Zechariah all about?

คุณสามารถสรุปพระธรรมเศคาริยาห์ได้หรือไม่ พระธรรมเศคาริยาห์ทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร


Author: Zechariah 1:1 identifies the author of the Book of Zechariah as the Prophet Zechariah.

ผู้ประพันธ์: เศคาริยาห์ 1:1 ระบุว่าผู้เขียนพระธรรมเศคาริยาห์คือผู้เผยพระวจนะเศคาริยาห์

Zechariah เศคาริยาห์1:1 1In the eighth month, in the second year of Darius, the word of the LORD came to the prophet Zechariah, the son of Berechiah, son of Iddo, saying,

1ในเดือนที่แปด ปีที่สองแห่งรัชกาลดาริอัส   พระวจนะของพระเจ้ามายังเศคาริยาห์ห์   บุตรเบเรคิยาห์ผู้เป็นบุตรอิดโด ผู้เผยพระวจนะว่า


Date of Writing: The Book of Zechariah was likely written in two primary segments, between 520 and 470 B.C.
วันที่เขียน: พระธรรมเศคาริยาห์น่าจะเขียนแยกเป็นสองภาคหลัก  ในระหว่างปี ก.ค.ศ  520 และ 470

Purpose of Writing: Zechariah emphasized that God has used His prophets to teach, warn and correct His people. 

จุดประสงค์ของการเขียน:เศคาริยาห์เน้นย้ำว่าพระเจ้าได้ทรงใช้ผู้เผยพระวจนะของพระ องค์ เพื่อสั่งสอนและแก้ไขประชากรของพระองค์

Unfortunately, they refused to listen. Their sin brought God's punishment. 

แต่น่าเสียดายที่พวกเขาปฏิเสธที่จะรับฟัง เพราะความบาปของเขานำไปสู่การลงโทษโดยพระเจ้า

The book also bears evidence that even prophecy could be corrupted. 

พระธรรมเล่มนี้ยังเผยหลักฐานว่าแม้แต่คำพยากรณ์ก็ถูกทำให้เสียหายได้

History shows that in this period prophecy fell into disfavor among the Jews, leading to the period between the Testaments when no lasting prophetic voice spoke to God's people.
ประวัติศาสตร์แสดงว่าในยุคสมัยพยากรณ์ตกอยู่ในความไม่พอใจในหมู่ชาวยิว  ที่นำไปสู่ช่วงเวลาระหว่างพันธสัญญาทั้งสองฉบับ  เมื่อไม่มีเสียงคำทำนายให้คนของพระเจ้าได้ฟังอีกแล้ว

Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

Zechariah เศคาริยาห์ 1:3 3Therefore say to them, Thus declares the LORD of hosts: Return to me, says the LORD of hosts, and I will return to you, says the LORD of hosts.

3เพราะฉะนั้น จงกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า   พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ว่า จงกลับมาหาเรา   พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ เราจะกลับมาหาเจ้า   พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ

Zechariah เศคาริยาห์ 7:13 13“As I called, and they would not hear, so they called, and I would not hear,” says the LORD of hosts,

13พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า  “เมื่อเราร้องเรียก เขาไม่ฟังฉันใด เมื่อเขาร้องทูล เราก็ไม่ฟังฉันนั้น

Zechariah เศคาริยาห์ 9:9  9Rejoice greatly, O daughter of Zion!  Shout aloud, O daughter of Jerusalem!  Behold, your king is coming to you; righteous and having salvation is he, humble and mounted on a donkey, on a colt, the foal of a donkey.

9ธิดาแห่งศิโยนเอ๋ย จงร่าเริงอย่างยิ่งเถิด โอ บุตรีแห่งเยรูซาเล็มเอ๋ย  จงโห่ร้อง  ดูเถิด กษัตริย์ของเธอเสด็จมาหาเธอ ทรงความยุติธรรมและความรอด  พระองค์ทรงอ่อนสุภาพและทรงลา ทรงลูกลา  
Zechariah เศคาริยาห์ 13:9 9And I will put this third into the fire, and refine them as one refines silver, and test them as gold is tested.  They will call upon my name, and I will answer them.  I will say, ‘They are my people’; and they will say, ‘The LORD is my God.’”

9เราจะเอาหนึ่งในสามนี้ใส่ในไฟ   และถลุงเขาเหมือนถลุงเงิน  และลองดูเขาเหมือนทด ลองทองคำ  เขาจะร้องทูลออกนามของเรา  และเราจะตอบเขา   เราจะกล่าวว่า  'เขาทั้งหลายเป็นชนชาติของเรา'  และเขาจะกล่าวว่า 'พระเยโฮวาห์คือพระเจ้าของข้าพเจ้า' ”


Brief Summary: The book of Zechariah teaches that salvation may be obtained by all. 

บทสรุปโดยย่อ: พระธรรมเศคาริยาห์สอนว่าคนเราอาจจะได้รับความรอดทุกคน

The last chapter depicts peoples from all over the world coming to worship God, who desires that all people follow Him. 

บทสุดท้ายทำให้เห็นภาพว่าผู้คนมากมายจากทั่วทุกมุมโลกมานมัสการพระเจ้า  ผู้ทรงปรารถนาให้มนุษย์ทุกคนติดตามพระองค์

This is not the doctrine of universalism, i.e., that all people would be saved because it is God's nature to save. 

นี่ไม่ได้เป็นหลักคำสอนของลัทธิพลังจักรวาล  ต.ย.   ที่ว่าทุกคนจะรอดได้เพราะเป็นธรรมชาติของพระเจ้าที่จะทรงช่วยให้รอด

Rather, the book teaches that God desires that all people worship Him and accepts those who do, regardless of their national or political expressions, as in the freeing of Judah and Jerusalem from their political enemies. 

แต่ พระธรรมเล่มนี้สอนว่าพระเจ้าทรงปรารถนาให้ทุกคนนมัสการพระองค์และยอมรับบรรดาผู้ที่ทำตาม   โดยไม่คำนึงถึงว่าเป็นฝ่ายการเมืองแบบใดหรือชาติใด   ดังที่ทรงปลด ปล่อยยูดาห์และเยรูซาเล็มให้พ้นจากศัตรูทางการเมืองของตน

Finally, Zechariah preached that God is sovereign over this world, any appearance to the contrary notwithstanding. 

สุดท้าย เศคาริยาห์เทศนาว่าพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์ผู้ครอบครองสูงสุดในโลกนี้  แม้จะมีสิ่งที่ปรากฎมาในทางตรงกันข้ามใด ๆ

His visions of the future indicate that God sees all that will happen. 

นิมิตของพระองค์ในอนาคตระบุว่าพระเจ้าทรงทอดพระเนตรเห็นอะไรจะเกิดขึ้น

The depictions of God's intervention in the world teach that ultimately He will bring human events to the end He chooses. 

การพรรณนาให้เห็นภาพที่พระเจ้าทรงเข้ามาช่วยกระทำกิจในโลก    สอนว่าในท้ายที่สุดพระองค์จะทรงนำมนุษย์ที่ทรงเลือกสรรไปพบเหตุการณ์ที่ไปถึงจุดสิ้นสุด

He does not eliminate the individual's freedom to follow God or rebel, but holds people responsible for the choices they make. 

พระองค์ไม่ได้ทรงกำจัดเสรีภาพของแต่ละบุคคลว่าเขาจะปฏิบัติตามพระเจ้าหรือจะกบฏ แต่ทรงให้โอกาสคนที่จะมีความรับผิดชอบในสิ่งที่พวกเขาเลือกทำ

In the last chapter, even the forces of nature respond to God's control.
ในบทสุดท้ายนั้น  ที่สุดแรงขับเคลื่อนตามธรรมชาติจะสนองตอบการควบคุมของพระเจ้า
Foreshadowings: Prophecies about Jesus Christ and the messianic era abound in Zechariah.

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: คำพยากรณ์เกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ และยุคสมัยพระเมสสิยาห์มีมากในพระธรรมเศคาริยาห์

From the promise that Messiah would come and dwell in our midst.

จากพระสัญญาที่ว่าพระเมสสิยาห์จะเสด็จมาและทรงประทับอยู่ในหมู่พวกเรา

Zechariah เศคาริยาห์ 2:10-12 10Sing and rejoice, O daughter of Zion, for behold, I come and I will dwell in your midst, declares the LORD.

10“โอ บุตรีแห่งศิโยนเอ๋ย   จงร้องเพลงและร่าเริงเถิด เพราะนี่แน่ะเรามาและจะอยู่ท่าม กลางเจ้าทั้งหลาย   พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ

11And many nations shall join themselves to the LORD in that day, and shall be my people. And I will dwell in your midst, and you shall know that the LORD of hosts has sent me to you.

11และประชาชาติเป็นอันมากจะสมทบกันเข้าเป็นฝ่ายพระเจ้าในวันนั้น และจะเป็นประชากรของเรา   และเราจะอยู่ท่ามกลางเจ้าทั้งหลาย   และเจ้าจะทราบว่าพระเจ้าจอมโยธาได้ใช้เรามายังเจ้า

12And the LORD will inherit Judah as his portion in the holy land, and will again choose Jerusalem.”

12และพระเจ้าจะทรงรับยูดาห์เป็นมรดก   เป็นส่วนของพระองค์ในแผ่นดินบริสุทธิ์   และจะเลือกสรรกรุงเยรูซาเล็มอีกครั้งหนึ่ง”  

Matthew มัทธิว 1:23 23“Behold, the virgin shall conceive and bear a son, and they shall call his name Immanuel” (which means, God with us).

23ดูเถิด หญิงพรหมจารีคนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง   และเขาจะเรียกนามของท่านว่า   อิมมานูเอล   (แปลว่าพระเจ้าทรงอยู่กับเรา)

To the symbolism of the Branch and the Stone

พระอังกูรและพระศิลาถูกใช้เป็นเชิงสัญลักษณ์

Zechariah เศคาริยาห์ 3:8-9 8Hear now, O Joshua the high priest, you and your friends who sit before you, for they are men who are a sign: behold, I will bring my servant the Branch.

8โอ โยชูวามหาปุโรหิต จงฟังเถิด เจ้าและสหายของเจ้าผู้ที่นั่งอยู่ข้างหน้าเจ้า เพราะคนเหล่านี้เป็นลางดี นี่แน่ะ เราจะนำผู้รับใช้ของเรามา คือพระอังกูร

9For behold, on the stone that I have set before Joshua, on a single stone with seven eyes, I will engrave its inscription, declares the LORD of hosts, and I will remove the iniquity of this land in a single day.

9เพราะว่า ดูเถิด พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า เราจะสลักบนศิลาซึ่งเราตั้งไว้ หน้าโยชูวาเป็นศิลาก้อนเดียวที่มีเจ็ดหน้าและเราจะเปลื้องความผิดบาปของเมืองนี้ออกไปเสียในวันเดียว

Zechariah เศคาริยาห์ 6:12-13 12And say to him, ‘Thus says the LORD of hosts, “Behold, the man whose name is the Branch: for he shall branch out from his place, and he shall build the temple of the LORD.

12และกล่าวแก่เขาว่า 'พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ว่า “ดูเถิด ชายผู้ที่มีชื่อว่าพระอังกูร   เพราะท่านจะไพบูลย์ในสถานที่ของท่าน และจะสร้างพระวิหารของพระเจ้า

13It is he who shall build the temple of the LORD and shall bear royal honor, and shall sit and rule on his throne. And there shall be a priest on his throne, and the counsel of peace shall be between them both.”’

13ท่านผู้นี้แหละจะเป็นผู้สร้างพระวิหารของพระเจ้า และจะรับเกียรติศักดิ์ และจะประทับและปกครองอยู่บนราชบัลลังก์ ของท่านและจะมีปุโรหิตผู้หนึ่งอยู่ข้าง พระที่นั่งของท่าน และการหารือกันอย่างศานติจะมีอยู่ระหว่างท่านทั้งสอง” '

Isaiah อิสยาห์ 11:1 1There shall come forth a shoot from the stump of Jesse, and a branch from his roots shall bear fruit.

1จะมีหน่อแตกออกมาจากตอแห่งเจสซี   จะมีกิ่งงอกออกมาจากรากทั้งหลาย   ของเขา  

Luke ลูกา 20:17-18 17But he looked directly at them and said, “What then is this that is written: “‘The stone that the builders rejected has become the cornerstone’?

17ฝ่ายพระองค์ทรงเพ่งดูเขาและตรัสว่า  “เหตุฉะนั้นพระวจนะซึ่งเขียนไว้นั้น   หมายความอย่างไรกัน   ซึ่งว่าศิลาซึ่งช่างก่อได้ทอดทิ้งเสีย   ยังได้เป็นศิลามุมเอกแล้ว  

18Everyone who falls on that stone will be broken to pieces, and when it falls on anyone, it will crush him.”

18ผู้ใดล้มทับศิลานั้น  ผู้นั้นจะต้องแตกหักไป แต่ศิลานั้นจะตกทับผู้ใดผู้นั้นจะแหลก ละเอียดไป”

To the promise of His Second Coming where they who pierced Him will look upon Him and mourn.

พระสัญญาการเสด็จมาครั้งที่สองของพระองค์   ที่ซึ่งพวกเขาผู้ที่แทงพระองค์  จะเงยหน้ามองดูพระองค์และร้องไห้ไว้ทุกข์

Zechariah เศคาริยาห์ 12:10 10“And I will pour out on the house of David and the inhabitants of Jerusalem a spirit of grace and pleas for mercy, so that, when they look on me, on him whom they have pierced, they shall mourn for him, as one mourns for an only child, and weep bitterly over him, as one weeps over a firstborn.

10“และเราจะเทวิญญาณแห่งความเมตตาเอ็นดูและการวิงวอนบนราชวงศ์ดาวิดและชาวเยรูซาเล็ม   ดังนั้นเมื่อเขาทั้งหลายมองดูเรา   ผู้ซึ่งเขาเองได้แทงเขาจะไว้ทุกข์เพื่อท่าน   เหมือนคนไว้ทุกข์เพื่อบุตรคนเดียวของตน   และร้องไห้อย่างขมขื่นเพื่อท่าน   เหมือนอย่างคนร้องไห้เพื่อบุตรหัวปีของตน

John ยอห์น 19:33-37 33But when they came to Jesus and saw that he was already dead, they did not break his legs.

33แต่เมื่อเขามาถึงพระเยซูและเห็นว่า   พระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว   เขาจึงมิได้ทุบขาของพระองค์

34But one of the soldiers pierced his side with a spear, and at once there came out blood and water.

34แต่ทหารคนหนึ่งเอาทวนแทงที่สีข้างของพระองค์   และโลหิตกับน้ำก็ไหลออกมาทันที

35He who saw it has borne witness—his testimony is true, and he knows that he is telling the truth—that you also may believe.

35คนนั้นที่เห็นก็เป็นพยาน และคำพยานของเขาก็เป็นความจริง และเขาก็รู้ว่าเขาพูดความจริง เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อ

36For these things took place that the Scripture might be fulfilled: “Not one of his bones will be broken.”

36เพราะสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อให้เป็นจริงตามข้อพระธรรม ซึ่งว่า “พระอัฐิของพระองค์จะไม่หักสักชิ้นเดียว”

37And again another Scripture says, “They will look on him whom they have pierced.”

37และมีข้อพระธรรมอีกข้อหนึ่งว่า   “พวกเขาจะมองดูพระองค์ผู้ที่เขาได้แทง”

Christ is the theme of the Book of Zechariah.

พระธรรมเศคาริยาห์เน้นเนื้อหาพระคริสต์เป็นสาระสำคัญ

Jesus is the Savior of Israel, a fountain whose blood covers the sins of all who come to Him for salvation.

พระเยซูทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของอิสราเอล   น้ำพุที่มีพระโลหิตชำระความบาปของทุกคนที่มาหาพระองค์เพื่อพบความรอด

Zechariah เศคาริยาห์13:1 1“On that day there shall be a fountain opened for the house of David and the inhabitants of Jerusalem, to cleanse them from sin and uncleanness.

1“ในวันนั้น จะมีน้ำพุพลุ่งขึ้นสำหรับราชวงศ์ของดาวิดและชาวเยรูซาเล็ม เพื่อจะชำระเขาให้พ้นจากบาปและความไม่สะอาด  

1 John 1 ยอห์น 1:7 7But if we walk in the light, as he is in the light, we have fellowship with one another, and the blood of Jesus his Son cleanses us from all sin.

7แต่ถ้าเราดำเนินอยู่ในความสว่าง เหมือนอย่างพระองค์ทรงสถิตในความ สว่าง  เราก็ร่วมสามัคคีธรรมซึ่งกันและกัน และพระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตร ของพระองค์  ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น
Practical Application: God expects sincere worship and moral living of us today.

การประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ : พระเจ้าทรงคาดหวังว่าจะมีการนมัสการด้วยความจริงและการใช้ชีวิตอย่างมีศีลธรรมของเราทุกวันนี้

Zechariah's example of breaking through national prejudice reminds us to reach out into all areas of our society.

ตัวอย่างในพระธรรมเศคาริยาห์ลบล้างอคติเรื่องเชื้อชาติ  เตือนใจพวกเราให้ออกไปทั่วทุกพื้นที่ในสังคมของเรา

We must extend God's invitation of salvation to people of all national origins, languages, races and cultures.

เราต้องขยายคำเชื้อเชิญให้มารับความรอดของพระเจ้าไปถึงคนทุกชาติกำเนิด  ภาษา  เชื้อชาติและวัฒนธรรม

That salvation is only available through the shed blood of Jesus Christ on the cross, who died in our place to atone for sin.

ความรอดได้มาโดยทางพระโลหิตของพระเยซูคริสต์บนไม้กางเขนเท่านั้น   ผู้ที่ทรงพลีพระชนม์แทนพวกเราที่สมควรจะชดใช้บาปนั้น

But if we reject that sacrifice, there is no other sacrifice through which we can be reconciled to God.

แต่ถ้าเราปฏิเสธการสละพระชนม์นั้น    ก็จะไม่มีการเสียสละอื่นใดที่เราสามารถจะคืนดีกับพระเจ้าได้

There is no other name under heaven by which men are saved.

ไม่มีนามอื่นใดภายใต้สวรรค์ที่ช่วยให้คนเรารอดได้

Acts กิจการ 4:12 12And there is salvation in no one else, for there is no other name under heaven given among men by which we must be saved.”

12ในผู้อื่นความรอดไม่มีเลย ด้วยว่านามอื่นซึ่งให้เราทั้งหลายรอดได้ ไม่ทรงโปรดให้มีในท่ามกลางมนุษย์ทั่วใต้ฟ้า”

There is no time to lose; today is the day of salvation.

อย่ามัวเสียเวลาอีกเลย; วันนี้เป็นวันแห่งความรอด

2 Corinthians 2โครินธ์ 6:2 2For He says, “In a favorable time I listened to you, and in a day of salvation I have helped you.”  Behold, now is the favorable time; behold, now is the day of salvation.

2เพราะพระองค์ตรัสว่า   ในเวลาอันชอบเราได้ฟังเจ้า    ในวันแห่งความรอดเราได้ช่วยเจ้า นี่แน่ะ   บัดนี้เป็นเวลาอันชอบ   นี่แน่ะบัดนี้เป็นวันแห่งความรอด

Zechariah

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top