Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Thursday, November 26, 2015

 

Book of Malachi

พระธรรมมาลาคี


Can you summarize the Book of Malachi? What is the Book of Malachi all about?

คุณสามารถสรุปพระธรรมมาลาคีได้ไหม พระธรรมมาลาคีทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร


Author: Malachi 1:1 identifies the author of the Book of Malachi as the Prophet Malachi.
ผู้ประพันธ์: มาลาคี 1: 1 ระบุผู้เขียนพระธรรมมาลาคีว่าเป็นศาสดาพยากรณ์มาลาคี

Malachi มาลาคี 1:1 1The oracle of the word of the LORD to Israel by Malachi.

1พระวจนะของพระเจ้าที่มีต่ออิสราเอล  โดยมาลาคี

Date of Writing: The Book of Malachi was written between 440 and 400 B.C.
วันที่เขียน: พระธรรมมาลาคีถูกเขียนขึ้นระหว่างปี ก.ค.ศ. 440 และ 400

Purpose of Writing: The Book of Malachi is an oracle: The word of the Lord to Israel through Malachi (1:1).

จุดประสงค์ของการเขียน: พระธรรมมาลาคีเป็นคำพยากรณ์: พระวจนะของพระเจ้าที่มีต่ออิสราเอลผ่านมาลาคี (1: 1)

This was God’s warning through Malachi to tell the people to turn back to God. As the final book of the Old Testament closes, the pronouncement of God’s just and the promise of His restoration through the coming Messiah is ringing in the ears of the Israelites.

นี่คือคำเตือนของพระเจ้าผ่านทางมาลาคีเพื่อที่จะบอกประชาชนให้หันกลับไปหาพระเจ้า ในฐานะที่เป็นพระธรรมเล่มสุดท้ายของพันธสัญญาเดิม  การประกาศความยุติธรรมของพระเจ้า  และพระสัญญาเรื่องการฟื้นคืนดีกันกับพระองค์   ผ่านทางการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์กำลังก้องในหูของชนอิสราเอล

Four hundred years of silence ensues, ending with a similar message from God’s next prophet, John the Baptist.

สี่ร้อยปีแห่งความเงียบเกิดขึ้นตามมา  ลงท้ายด้วยข้อความที่คล้ายกันจากผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า  ยอห์น บัพติสโต

Matthew มัทธิว 3:2 2“Repent, for the kingdom of heaven is at hand.”

2“จงกลับใจเสียใหม่ เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว”


Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

Malachi มาลาคี 1:6 6“A son honors his father, and a servant his master. If then I am a father, where is my honor? And if I am a master, where is my fear? says the LORD of hosts to you, O priests, who despise my name. But you say, ‘How have we despised your name?’

6“บุตรก็ย่อมให้เกียรติแก่บิดาของเขา คนใช้ก็ย่อมให้เกียรตินายของเขา แล้วถ้าเราเป็นพระบิดา เกียรติของเราอยู่ที่ไหน และถ้าเราเป็นนาย ความยำเกรงเรามีอยู่ที่ไหน นี่แหละพระเจ้าจอมโยธาตรัสแก่ท่านนะ โอ บรรดาปุโรหิตผู้ดูหมิ่นนามของเรา ท่านก็ว่า 'ข้าพระองค์ทั้งหลายดูหมิ่นพระนามของพระองค์สถานใด'

Malachi มาลาคี 3:6-76“For I the LORD do not change; therefore you, O children of Jacob, are not consumed.

6“เพราะว่าเราคือพระเจ้าไม่มีผันแปร โอ บุตรยาโคบเอ๋ย เจ้าทั้งหลายจึงไม่ถูกเผาผลาญหมด

7From the days of your fathers you have turned aside from my statutes and have not kept them. Return to me, and I will return to you, says the LORD of hosts. But you say, ‘How shall we return?’

7เจ้าได้หันเหไปเสียจากกฎเกณฑ์ของเราและมิได้รักษาไว้ ตั้งแต่ครั้งสมัยบรรพบุรุษของเจ้า พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า เจ้าจงกลับมาหาเรา และเราจะกลับ มาหาเจ้าทั้งหลาย แต่เจ้ากล่าวว่า 'เราทั้งหลายจะกลับมาสถานใด'


Brief Summary: Malachi wrote the words of the Lord to God’s chosen people who had gone astray, especially the priests who had turned from the Lord.

บทสรุปโดยย่อ : มาลาคีเขียนพระคำของพระเจ้าแก่ประชากรของพระเจ้าที่ทรงเลือกสรร  ที่ได้หลงผิดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งปุโรหิตที่ได้หันเหไปจากพระเจ้า

Priests were not treating the sacrifices they were to make to God seriously. Animals with blemishes were being sacrificed even though the law demanded animals without defect.

ปุโรหิตไม่ได้ทำการถวายเครื่องบูชาตามที่พวกเขาต้องปฎิบัติต่อพระเจ้าอย่างจริงจัง บรรดาสัตว์ที่มีรอยตำหนิกำลังถูกถวายเป็นเครื่องบูชา  แม้ว่าบทบัญญัติเรียกร้องให้เป็นสัตว์ที่ปราศจากรอยตำหนิ

Deuteronomy พระราชบัญญัติ 15:21 21But if it has any blemish, if it is lame or blind or has any serious blemish whatever, you shall not sacrifice it to the LORD your God.

21แต่ถ้าสัตว์นั้นมีตำหนิใดๆ คือขาเกหรือตาบอดหรือมีตำหนิอย่างใดมาก ท่านอย่าถวายบูชาแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน

The men of Judah were dealing with the wives of their youth treacherously and won dering why God would not accept their sacrifices.

ผู้ชายชาวยูดาห์กำลังจัดการกับภรรยาในวัยหนุ่มอย่างทรยศหักหลัง  และกำลังสงสัยว่าทำไมพระเจ้าไม่ทรงยอมรับเครื่องถวายบูชาของพวกเขา

Also, people were not tithing as they should have been.

นอกจากนี้ ประชาชนก็ไม่ได้ถวายสิบลดอย่างที่พวกเขาควรจะกระทำ

Leviticus เลวีนิติ 27:30, 32 30“Every tithe of the land, whether of the seed of the land or of the fruit of the trees, is the LORD's; it is holy to the LORD.

30“ทศางค์ทั้งสิ้นที่ได้จากแผ่นดินเป็นพืช ที่ได้จากแผ่นดินก็ดี หรือผลจากต้นไม้ก็ดี เป็นของพระเจ้า เป็นสิ่งบริสุทธิ์แด่พระเจ้า

32And every tithe of herds and flocks, every tenth animal of all  that pass under the herdsman's staff, shall be holy to the LORD.

32และทศางค์ที่ได้มาจากฝูงวัวหรือฝูงแพะแกะ คือสัตว์หนึ่งในสิบตัวที่ลอดใต้ไม้เท้าของผู้เลี้ยง เป็นสัตว์บริสุทธิ์แด่พระเจ้า

But in spite of the people’s sin and turning away from God, Malachi reiterates God’s love for His people.

แต่ทั้งๆที่ประชาชนทำบาปและหันไปจากพระเจ้า  มาลาคีกล่าวย้ำความรักของพระเจ้าที่ยังมีต่อคนของพระองค์

Malachi มาลาคี 1:1-5 1The oracle of the word of the LORD to Israel by Malachi.

1พระวจนะของพระเจ้าที่มีต่ออิสราเอลโดยมาลาคี

2“I have loved you,” says the LORD. But you say, “How have you loved us?” “Is not Esau Jacob's brother?” declares the LORD. “Yet I have loved Jacob

2พระเจ้าตรัสว่า “เราได้รักเจ้าทั้งหลาย” แต่ท่านทั้งหลายพูดว่า “พระองค์ได้ทรงรัก ข้าพระองค์สถานใด” พระเจ้าตรัสว่า “เอซาวเป็นพี่ชายของยาโคบมิใช่หรือ เราก็ยังรักยาโคบ

3but Esau I have hated. I have laid waste his hill country and left his heritage to jackals of the desert.”

3แต่เราได้เกลียดเอซาว เราได้กระทำให้เทือกเขาของเขาร้างเปล่า และมอบมรดกของเขาให้แก่หมาป่าแห่งถิ่นทุรกันดาร”

4If Edom says, “We are shattered but we will rebuild the ruins,” the LORD of hosts says, “They may build, but I will tear down, and they will be called ‘the wicked country,’ and ‘the people with whom the LORD is angry forever.’”

4เมื่อเอโดมกล่าวว่า “เราถูกทำลายลงแล้ว แต่เราจะกลับมาสร้างที่ปรักหักพังขึ้นใหม่”

พระเจ้าจอมโยธาก็ตรัสตอบว่า  “เขาทั้งหลายจะสร้างขึ้นก็ได้  แต่เราก็จะรื้อลงเสียจนคนจะเรียกกันว่าเป็นเมืองชั่วร้าย  เป็นชนชาติที่พระเจ้าทรงกริ้วอยู่เป็นนิตย์”

5Your own eyes shall see this, and you shall say, “Great is the LORD beyond the border of Israel!”

5ตาของเจ้าเองจะเห็นสิ่งนี้ และเจ้าจะกล่าวว่า “พระเจ้านี้ใหญ่ยิ่งนักแม้กระทั่งนอกเขต แดนของอิสราเอล”

His promises of a coming Messenger.

พระองค์ทรงให้พระสัญญาว่าผู้ส่งสารกำลังจะมา

Malachi มาลาคี 2:17–3:5 17You have wearied the LORD with your words. But you say, “How have we wearied him?” By saying, “Everyone who does evil is good in the sight of the LORD, and He delights in them.” Or by asking, “Where is the God of justice?”

17เจ้าได้กระทำให้พระเจ้าอ่อนระอาพระทัยด้วยคำพูดของเจ้า เจ้ายังจะกล่าวว่า “เราทั้ง หลายกระทำให้พระองค์อ่อนพระทัยสถานใด” ก็ด้วยกล่าวว่า “ทุกคนที่กระทำ ความชั่วก็เป็นคนดีในสายพระเนตรพระเจ้า และพระองค์ทรงพอพระทัยคนเหล่านั้น” หรือโดยถามว่า “พระเจ้าแห่งความยุติธรรมอยู่ที่ไหน”

1“Behold, I send my messenger and he will prepare the way before me. And the Lord whom you seek will suddenly come to his temple; and the messenger of the covenant in whom you delight, behold, he is coming, says the LORD of hosts.

1พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า “ดูเถิด เราส่งทูตของเราไปเพื่อตระเตรียม หนทางไว้ข้างหน้าเรา และพระเจ้าผู้ซึ่งเจ้าแสวงหานั้น จะเสด็จมายังพระวิหารของพระองค์อย่างกะทันหัน   ทูตแห่งพันธสัญญาผู้ซึ่งเจ้าพอใจนั้น ดูเถิด ท่านกำลังมาแล้ว

2But who can endure the day of his coming, and who can stand when he appears? For he is like a refiner's fire and like fullers' soap.

2แต่ใครจะทนอยู่ได้ในวันที่ท่านมา และใครจะยืนมั่นอยู่ได้เมื่อท่านปรากฏตัว “เพราะว่าท่านเป็นประดุจไฟถลุงแร่ และประดุจสบู่ของช่างซักฟอก

3He will sit as a refiner and purifier of silver, and he will purify the sons of Levi and refine them like gold and silver, and they will bring offerings in righteousness to the LORD.

3ท่านจะนั่งลงอย่างช่างหลอมและช่างถลุงเงิน และท่านจะชำระบุตรหลาน ของเลวีให้บริสุทธิ์ และถลุงเขาอย่างถลุงทองคำและถลุงเงิน จนกว่าเขาจะนำเครื่องบูชาอันถูกต้องถวายแด่พระเจ้า

4Then the offering of Judah and Jerusalem will be pleasing to the LORD as in the days of old and as in former years.

4แล้วเครื่องบูชาของยูดาห์และเยรูซาเล็มจะเป็นที่พอพระทัยพระเจ้าดังสมัยก่อน และดังในปีที่ล่วงแล้วมา  

5“Then I will draw near to you for judgment. I will be a swift witness against the sorcerers, against the adulterers, against those who swear falsely, against those who oppress the hired worker in his wages, the widow and the fatherless, against those who thrust aside the sojourner, and do not fear me, says the LORD of hosts.

5“พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า แล้วเราจะมาใกล้เจ้าเพื่อการพิพากษา เราจะเป็นพยานที่รวด เร็วที่กล่าวโทษนักวิทยาคม พวกผิดประเวณี ผู้ที่สบถเท็จ ผู้ที่บีบบังคับลูกจ้างในเรื่องค่าจ้าง และแม่ม่ายและลูกกำพร้าพ่อ ผู้ที่ผลักไสคนต่างด้าวให้ไปเสีย และผู้ที่ไม่ยำเกรงเรา


Foreshadowings : Malachi 3:1-6 is a prophecy concerning John the Baptist.

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: มาลาคี 3: 1-6 เป็นคำทำนายที่เกี่ยวกับยอห์น บัพติสโต

He was the Messenger of the Lord sent to prepare the way for the Messiah, Jesus Christ.

เขาเป็นคนส่งสารของพระเจ้าที่ถูกส่งมาเพื่อเตรียมมรรคาไว้พร้อมพระเมสสิยาห์ คือพระเยซูคริสต์

Matthew มัทธิว 11:10 10This is he of whom it is written, “‘Behold, I send my messenger before your face, who will prepare your way before you.’

10คือยอห์นนี้แหละที่พระคัมภีร์กล่าวถึงว่า  'เราใช้ทูตของเราไปข้างหน้าท่าน  ผู้นั้นจะเตรียมมรรคาของท่านไว้ข้างหน้าท่าน'  
John preached repentance and baptized in the name of the Lord, thus preparing the way for Jesus’ first advent.

ยอห์นเทศนาเรื่องการกลับใจและรับบัพติศมาในพระนามขององค์พระเจ้า  ดังนั้นคือการเตรียมมรรคาให้พร้อมทางสำหรับการที่พระเยซูจะทรงปรากฎเป็นครั้งแรก

But the Messenger who comes “suddenly to the Temple” is Christ Himself in His second advent when He comes in power and might (Matthew 24).

แต่ผู้สื่อสารที่มา " ยังวิหารในทันใด" คือพระคริสต์เอง  ในการปรากฎพระองค์ครั้งที่สองเมื่อพระองค์เสด็จมาด้วยฤทธานุภาพ (มัทธิว 24)

At that time, He will “purify the sons of Levi” (v. 3), meaning that those who exemplified the Mosaic Law would themselves need purification from sin through the blood of the Savior.

ในเวลานั้นพระองค์จะ "ชำระบุตรของคนเลวี" (ข้อ 3)  หมายความว่าบรรดาผู้เป็นตัวอย่างบทบัญญัติของโมเสส  พวกเขาเองจะต้องรับการชำระให้บริสุทธิ์พ้นจากบาปโดยพระโลหิตของพระผู้ช่วยให้รอด

Only then will they be able to offer “an offering in righteousness” because it will be the righteousness of Christ imputed to them through faith.

เท่านั้นแล้วพวกเขาจะสามารถที่จะนำถวาย  " เครื่องบูชาด้วยความชอบธรรม" เพราะมันจะเป็นความชอบธรรมของพระคริสต์ที่อยู่ในพวกเขาเพราะความเชื่อ

2 Corinthians 2โครินธ์ 5:2121For our sake He made Him to be sin who knew no sin, so that in Him we might become the righteousness of God.

21เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป   เพราะเห็นแก่เรา   เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์

Practical Application: God is not pleased when we do not obey His commands.

การนำมาประยุกต์ใช้ปฏิบัติ : พระเจ้าไม่ทรงพอพระทัยเมื่อเราไม่เชื่อฟังพระบัญชาของพระองค์

He will repay those who disregard Him.

พระองค์จะทรงตอบแทนแก่บรรดาผู้ที่ไม่ต้อนรับพระองค์

Malachi มาลาคี 2:16 16“For the man who hates and divorces, says the LORD, the God of Israel, covers his garment with violence, says the LORD of hosts. So guard yourselves in your spirit, and do not be faithless.”

16พระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอลตรัสว่า “เพราะว่าเราเกลียดชังการหย่าร้าง และการที่ใครกระทำทารุณต่อภรรยาของตน” พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ เพราะฉะนั้นจงระวังตัวให้ดี อย่าเป็นคนทรยศ”

As for God hating divorce, God takes the covenant of marriage seriously and He does not want it broken.

ในฐานะที่เป็นพระเจ้าทรงเกลียดการหย่าร้าง  พระเจ้าทรงใช้พันธสัญญาแห่งการสมรสอย่างจริงจัง  และไม่ทรงต้องการให้มีการหย่าร้าง

We are to stay true to the spouse of our youth for a lifetime.

เราต้องสัตย์ซื่อต่อคู่สมรสในวัยหนุ่มของเราไปตลอดชีวิต

God sees our hearts, so He knows what our intentions are; nothing can be hidden from Him.

พระเจ้าทรงทอดพระเนตรจิตใจของเรา  ดังนั้นพระองค์ทรงรู้ว่าสิ่งใดเป็นความตั้งใจของเรา  ไม่มีสิ่งใดสามารถซ่อนจากพระองค์ได้

He will return and He will be the judge. But if we return to Him, He will return to us

พระองค์จะเสด็จกลับมาและจะทรงพิพากษา  แต่ถ้าเราหันกลับหาพระองค์ พระองค์จะทรงกลับมาหาเรา

Malachi มาลาคี 3:66“For I the LORD do not change; therefore you, O children of Jacob, are not consumed.

6“เพราะว่าเราคือพระเจ้าไม่มีผันแปร โอ บุตรยาโคบเอ๋ย เจ้าทั้งหลายจึงไม่ถูกเผาผลาญหมด 

Malachi

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top