Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, November 29, 2015

 

Gospel of Luke

พระกิตติคุณลูกา


Can you summarize the Gospel of Luke? What is the Gospel of Luke all about?

คุณสามารถสรุปพระกิตติคุณลูกาได้ไหม  พระกิตติคุณลูกาทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร


Author: The gospel of Luke does not identify its author.

ผู้ประพันธ์: พระกิตติคุณลูกาไม่ได้ระบุชื่อผู้ประพันธ์

From Luke and Acts, it is clear that the same author wrote both Luke and Acts, addressing both to “most excellent Theophilus,” possibly a Roman dignitary.

จากพระกิตติคุณลูกาและกิจการ    ก็เป็นที่ชัดเจนว่าผู้ประพันธ์คนเดียวกันทั้งสองเล่มคือพระธรรมลูกาและกิจการ " ท่านเธโอฟิลัสที่เคารพอย่างสูง" อาจจะเป็นฐานันดรศักดิ์โรมัน

Luke ลูกา 1:1-4 1In as much as many have undertaken to compile a narrative of the things that have been accomplished among us,

1ท่านเธโอฟีลัส   ที่เคารพอย่างสูง   ท่านทราบแล้วว่า   มีหลายคนได้อุตส่าห์เรียบเรียงเรื่องราวเหล่านั้น   ซึ่งสำเร็จแล้วในท่ามกลางเราทั้งหลาย

2just as those who from the beginning were eyewitnesses and ministers of the word have delivered them to us,

2ตามที่เขาผู้ได้เห็นกับตาเองตั้งแต่ต้น   และเป็นผู้ประกาศพระวจนะนั้น   ได้แสดงให้เรารู้

3it seemed good to me also, having followed all things closely for some time past, to write an orderly account for you, most excellent Theophilus,

3เหตุฉะนั้น   เนื่องจากข้าพเจ้าเองได้สืบเสาะถ้วนถี่ตั้งแต่ต้นมา   จึงเห็นดีด้วยที่จะเรียบเรียงเรื่องตามลำดับ   เพื่อประโยชน์แก่ท่าน

4that you may have certainty concerning the things you have been taught.

4เพื่อท่านจะได้รู้ความจริงอันเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านั้น   ซึ่งมีผู้แจ้งให้ท่านทราบ

Acts กิจการ 1:1-3 1In the first book, O Theophilus, I have dealt with all that Jesus began to do and teach.

1ข้าแต่ท่านเธโอฟีลัส   ในหนังสือเรื่องแรกนั้น   ข้าพเจ้าได้กล่าวแล้วถึงบรรดาการ ซึ่งพระเยซูได้ทรงตั้งต้นกระทำและสั่งสอน

2until the day when he was taken up, after he had given commands through the Holy Spirit to the apostles whom he had chosen.

2จนถึงวันที่พระเจ้าทรงรับพระองค์ขึ้นไป ในเมื่อได้ตรัสสั่งโดยเดช พระวิญญาณบริสุทธิ์แก่อัครทูตซึ่งพระองค์ทรงเลือกไว้นั้นแล้ว

3To them He presented Himself alive after His suffering by many proofs, appearing to them during forty days and speaking about the kingdom of God.

3ครั้นพระองค์ทรงทนทุกข์ทรมานแล้ว ได้ทรงแสดงพระองค์แก่คน พวกนั้นด้วยหลักฐานหลายอย่าง   พิสูจน์ว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่   และได้ทรงปรากฏแก่เขาทั้งหลายระหว่างสี่สิบวัน   และได้ทรงสนทนากับเขาถึงเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า


The tradition from the earliest days of the church has been that Luke, a physician and a close companion of the Apostle Paul, wrote both Luke and Acts.

ตามประเพณีจากคริสตจักรสมัยแรกเริ่มนั้นคือว่าท่านลูกา   ผู้เป็นแพทย์และสหายสนิทของอัครทูตเปาโล ได้เขียนทั้งพระธรรมลูกาและกิจการ

Colossians โคโลสี 4:14 14Luke the beloved physician greets you, as does Demas.

14ลูกา   แพทย์ที่รัก   กับเดมาส   ฝากความคิดถึงมายังพวกท่าน


2 Timothy 2 ทิโมธี 4:11 11Luke alone is with me. Get Mark and bring him with you, for he is very useful to me for ministry.

11ลูกาคนเดียวเท่านั้นที่อยู่กับข้าพเจ้า   จงไปตามมาระโกและพาเขามาด้วย   เพราะเขาช่วยปรนนิบัติข้าพเจ้าได้เป็นอย่างดี

This would make Luke the only Gentile to pen any books of Scripture.
นี้จะทำให้ท่านลูกาเป็นคนต่างชาติคนเดียวเท่านั้นที่เขียนพระธรรมบางเล่มในพระคัมภีร์


Date of Writing: The Gospel of Luke was likely written between 58 and 65 A.D.
วันที่เขียน: พระกิตติคุณลูกาอาจจะเขียนขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 58 และ 65

Purpose of Writing: As with the other two synoptic gospels—Matthew and Mark—this book’s purpose is to reveal the Lord Jesus Christ.

จุดประสงค์ของการเขียน: เช่นเดียวกับพระกิตติคุณสัมพันธ์อื่นอีกสองเล่ม มัทธิวและมาระโก --จุดประสงค์ของพระธรรมนี้คือการเปิดเผยเรื่องราวของพระเยซูคริสต์

Acts กิจการ 1:1-2 1In the first book, O Theophilus, I have dealt with all that Jesus began to do and teach,

1ข้าแต่ท่านเธโอฟีลัส   ในหนังสือเรื่องแรกนั้น   ข้าพเจ้าได้กล่าวแล้วถึงบรรดาการซึ่งพระเยซูได้ทรงตั้งต้นกระทำและสั่งสอน

2until the day when He was taken up, after He had given commands through the Holy Spirit to the apostles whom He had chosen.

2จนถึงวันที่พระเจ้าทรงรับพระองค์ขึ้นไป ในเมื่อได้ตรัสสั่งโดยเดช พระวิญญาณบริสุทธิ์แก่อัครทูตซึ่งพระองค์ทรงเลือกไว้นั้นแล้ว

Luke’s gospel is unique in that is a meticulous history—an “orderly account”

พระกิตติคุณลูกามีเอกลักษณ์เฉพาะที่เป็นประวัติศาสตร์ที่ละเอียดอ่อน-- "เรื่องราวอันมีระเบียบแบบแผน"

Luke ลูกา 1:3 3it seemed good to me also, having followed all things closely for some time past, to write an orderly account for you, most excellent Theophilus,

3เหตุฉะนั้น เนื่องจากข้าพเจ้าเองได้สืบเสาะถ้วนถี่ตั้งแต่ต้นมา จึงเห็นดีด้วยที่จะเรียบเรียงเรื่องตามลำดับ เพื่อประโยชน์แก่ท่าน

This is consistent with the Luke’s medical mind—often giving details the other accounts omit.

ซึ่งสอดคล้องกับความคิดด้านการแพทย์ของท่านลูกา   ท่านมักจะให้รายละเอียดในเรื่องราวอื่น ๆที่ถูกละเว้นไว้

Luke’s history of the life of the Great Physician emphasizes His ministry to—and compassion for—Gentiles, Samaritans, women, children, tax collectors, sinners, and others regarded as outcasts in Israel.
ประวัติชีวิตของนายแพทย์ลูกาคนสำคัญ  เน้นการรับใช้พันธกิจของพระองค์   และท่านมีความเห็นอกเห็นใจคนต่างชาติ ชาวสะมาเรีย  พวกผู้หญิง   เด็กๆ  คนเก็บภาษี   คนบาปและคนอื่น ๆ ที่ถูกจัดให้เป็นพวกที่ถูกทอดทิ้งในอิสราเอล


Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

Luke ลูกา 2:4-7 4And Joseph also went up from Galilee, from the town of Nazareth, to Judea, to the city of David, which is called Bethlehem, because he was of the house and lineage of David,

4ฝ่ายโยเซฟก็ขึ้นไปจากเมืองนาซาเร็ธ แคว้นกาลิลีถึงเมืองของดาวิด ชื่อเบธเลเฮมแคว้นยูเดียด้วย   เพราะว่าเขาเป็นวงศ์วานและเชื้อสายของดาวิด

5to be registered with Mary, his betrothed, who was with child.

5เขาได้ไปกับมารีย์ที่เขาได้หมั้นไว้แล้ว เพื่อจะขึ้นทะเบียน และนางมีครรภ์

6And while they were there, the time came for her to give birth.

6เมื่อเขาทั้งสองยังอยู่ที่นั่น ก็ถึงเวลาที่มารีย์จะประสูติบุตร

7And she gave birth to her firstborn son and wrapped Him in swaddling cloths and laid Him in a manger, because there was no place for them in the inn.

7นางจึงประสูติบุตรชายหัวปี   เอาผ้าอ้อมพันและวางไว้ในรางหญ้า   เพราะว่าไม่มีที่ว่างให้เขาในโรงแรม

Luke ลูกา 3:16 16John answered them all, saying, “I baptize you with water, but He who is mightier than I is coming, the strap of whose sandals I am not worthy to untie. He will baptize you with the Holy Spirit and with fire.

16ยอห์นจึงตอบเขาทั้งหลายว่า “เราให้เจ้ารับบัพติศมาด้วยน้ำ   แต่จะมีพระองค์หนึ่งเสด็จมาทรงมีอิทธิฤทธิ์ยิ่งกว่าเราอีก   ซึ่งเราไม่คู่ควรแม้จะแก้สายฉลองพระบาทของพระองค์   พระองค์จะทรงให้เจ้าทั้งหลายรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยไฟ

Luke ลูกา 4:18-19, 21 18“The Spirit of the Lord is upon me, because He has anointed me to proclaim good news to the poor.  He has sent me to proclaim liberty to the captives and recovering of sight to the blind, to set at liberty those who are oppressed,

18พระวิญญาณแห่งพระเป็นเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า  เพราะว่าพระองค์ได้ทรงเจิมตั้ง
ข้าพเจ้าไว้   เพื่อนำข่าวดีมายังคนยากจน  พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้ร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย  ให้ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก  ให้ปล่อยผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ   

19to proclaim the year of the Lord's favor.”

19และให้ประกาศปีแห่งความโปรดปรานของพระเป็นเจ้า  
21And He began to say to them, “Today this Scripture has been fulfilled in your hearing.”

21พระองค์จึงเริ่มตรัสแก่เขาว่า “คัมภีร์ตอนนี้ที่ท่านได้ยินกับหูของ ท่านก็สำเร็จในวันนี้แล้ว”
Luke ลูกา 18:31-32 31And taking the twelve, He said to them, “See, we are going up to Jerusalem, and everything that is written about the Son of Man by the prophets will be accomplished.

31พระองค์จึงทรงพาสาวกสิบสองคนไปแล้วตรัสกับเขาว่า  “ดูเถิด  เราทั้งหลายจะขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มและจะสำเร็จตามสิ่งสารพัด  ซึ่งเหล่าผู้เผยพระวจนะได้เขียนไว้ว่าด้วยบุตรมนุษย์
Luke ลูกา 23:33-34 33And when they came to the place that is called The Skull, there they crucified Him, and the criminals, one on His right and one on His left.

33เมื่อมาถึงตำบลหนึ่งที่เรียกว่ากระโหลกศีรษะ   เขาจึงตรึงพระองค์ไว้ที่กางเขนที่ นั่นพร้อมกับผู้ร้ายสองคนนั้น   ข้างขวาคนหนึ่งข้างซ้ายคนหนึ่ง

34And Jesus said, “Father, forgive them, for they know not what they do.” And they cast lots to divide His garments.

34ฝ่ายพระเยซูจึงทรงอธิษฐานว่า   “โอพระบิดาเจ้าข้า   ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า   เขาไม่รู้ว่าเขาทำอะไร”   เขาก็เอาฉลองพระองค์จับฉลากแบ่งปันกัน

Luke ลูกา 24:1-3 1But on the first day of the week, at early dawn, they went to the tomb, taking the spices they had prepared.

1แต่เช้ามืดในวันต้นสัปดาห์ ผู้หญิงเหล่านั้นจึงนำเครื่องหอมที่เขา ได้จัดเตรียมไว้มาถึงอุโมงค์

2And they found the stone rolled away from the tomb,

2เขาเหล่านั้นเห็นก้อนหินกลิ้งออกพ้นจากปากอุโมงค์แล้ว

3but when they went in they did not find the body of the Lord Jesus.

3และเมื่อเข้าไปมิได้เห็นพระศพของพระเยซูเจ้า 


Brief Summary: Called the most beautiful book ever written, Luke begins by telling us about Jesus' parents; the birth of His cousin, John the Baptist; Mary and Joseph's journey to Bethlehem, where Jesus is born in a manger; and the genealogy of Christ through Mary.

บทสรุปโดยย่อ: เป็นพระธรรมที่ถูกเรียกว่าไพเราะที่สุดที่ท่านลูกาเคยเขียนมา  ท่านลูกาเริ่มต้นด้วยการบอกเราเกี่ยวกับบิดามารดาของพระเยซู;  กำเนิดของยอห์น บัพติสท์ ญาติของพระองค์ ; การเดินทางของนางมารีย์และโยเซฟไปยังเบธเลเฮมที่พระเยซูทรงบังเกิดในรางหญ้า; และลำดับวงศ์ตระกูลของพระคริสต์ผ่านนางมารีย์

Jesus' public ministry reveals His perfect compassion and forgiveness through the stories of the prodigal son, the rich man and Lazarus, and the Good Samaritan.

พระราชกิจของพระเยซูในที่สาธารณชนเผยให้เห็นความรักความเมตตา   และการให้อภัยที่สมบูรณ์แบบของพระองค์     ผ่านเรื่องราวของบุตรน้อยหลงหาย  เศรษฐีหนุ่มและลาซารัส  และชาวสะมาเรียใจดี

While many believe in this unprejudiced love that surpasses all human limits, many others—especially the religious leaders—challenge and oppose the claims of Jesus.

ในขณะที่หลายคนเชื่อในความรักนี้อันไม่มีอคติที่เกินกว่าขีดจำกัดของมนุษย์ทุกคน   คนอื่น ๆ อีกมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำศาสนา  --ได้ท้าทายและต่อต้านการยืนยันสิทธิของพระเยซู

Christ's followers are encouraged to count the cost of discipleship, while His enemies seek His death on the cross.

สาวกที่ติดตามพระเยซูคริสต์ได้รับการยกย่องให้เป็นสาวกที่มีค่า ในขณะที่ศัตรูของพระองค์หาทางจัดการพระองค์ให้ตายบนไม้กางเขน

Finally, Jesus is betrayed, tried, sentenced and crucified. But the grave cannot hold Him!

ในที่สุด พระเยซูทรงถูกทรยศ ถูกไต่สวนคดี  ถูกตัดสินลงโทษและถูกตรึงบนกางเขน แต่หลุมฝังศพไม่สามารถยึดพระองค์ไว้ได้เลย

His Resurrection assures the continuation of His ministry of seeking and saving the lost.
การฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ทำให้เรามั่นใจในพระราชกิจที่ทรงทำต่อเนื่องในการแสวงหาและช่วยคนหลงหายให้รอดได้

Connections: As a Gentile, Luke’s references to the Old Testament are relatively few compared to Matthew’s gospel, and most of the OT references are in the words spoken by Jesus rather than in Luke’s narration.

การเชื่อมต่อ:ในฐานะที่เป็นคนต่างชาติ   ท่านลูกายกข้อพระคำอ้างอิงจากพันธสัญญาเดิมโดยเปรียบเทียบกับพระ กิตติคุณมัทธิว   และการยกข้อพระคัมภีร์อ้างอิงจากพันธสัญญาเดิมส่วนใหญ่เป็นคำตรัสของพระเยซูมากกว่าที่ท่านลูกาเล่าบรรยาย
Jesus used the Old Testament to defend against Satan’s attacks, answering him with “It is written”

พระเยซูทรงใช้พระคำในพันธสัญญาเดิมเพื่อปกป้องจากซาตานโจมตี   ทรงตอบมันว่า " ด้วยมีคำเขียนไว้ว่า"

Luke ลูกา 4:1-13 1And Jesus, full of the Holy Spirit, returned from the Jordan and was led by the Spirit in the wilderness

1พระเยซูทรงประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ได้กลับไปจากแม่น้ำจอร์แดน และพระวิญญาณได้ทรงนำพระองค์ไป

2for forty days, being tempted by the devil. And he ate nothing during those days. And when they were ended, he was hungry.

2ถึงสี่สิบวัน ในถิ่นทุรกันดาร   ทรงถูกมารทดลอง   ในวันเหล่านั้นพระองค์มิได้ เสวยอะไรเลย   และเมื่อสิ้นสี่สิบวันแล้ว   พระองค์ทรงอยากพระกระยาหาร

3The devil said to Him, “If you are the Son of God, command this stone to become bread.”

3มารจึงทูลพระองค์ว่า “ถ้าท่านเป็นบุตรของพระเจ้า จงสั่งก้อนหินนี้ให้กลาย เป็นพระกระยาหาร”

4And Jesus answered him, “It is written, ‘Man shall not live by bread alone.’”

4ฝ่ายพระเยซูตรัสตอบมารว่า “มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวหามิได้”

5And the devil took Him up and showed Him all the kingdoms of the world in a moment of time,

5แล้วมารจึงนำพระองค์ขึ้นไป   สำแดงบรรดาราชอาณาจักรทั่วพิภพในขณะเดียวให้พระองค์เห็น

6and said to Him, “To you I will give all this authority and their glory, for it has been delivered to me, and I give it to whom I will.

6แล้วมารได้ทูลพระองค์ว่า “อำนาจทั้งสิ้นนี้   และศักดิ์ศรีของราชอาณาจักร นั้นเราจะยกให้แก่ท่าน   เพราะว่ามอบเป็นสิทธิ์ไว้แก่เราแล้ว และเราปรารถนาจะให้แก่ผู้ใดก็จะให้แก่

ผู้นั้น

7If you, then, will worship me, it will all be yours.”

7เหตุฉะนั้นถ้าท่านจะกราบนมัสการเรา   สรรพสิ่งนั้นจะเป็นของท่านทั้งหมด”

8And Jesus answered him, “It is written, ‘You shall worship the Lord your God,

and Him only shall you serve.’”

8ฝ่ายพระเยซูตรัสตอบมารว่า “มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า จงกราบนมัสการพระองค์ผู้เป็น พระเจ้าของท่าน และปรนนิบัติพระองค์แต่ผู้เดียว”  

9And he took Him to Jerusalem and set Him on the pinnacle of the temple and said to Him, “If you are the Son of God, throw yourself down from here,

9แล้วมารจึงนำพระองค์ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และให้พระองค์ประทับอยู่ที่ยอดหลังคา

พระวิหาร  แล้วทูลพระองค์ว่า  “ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า  จงโจนลง ไปจากที่นี่เถิด

10for it is written, “‘He will command his angels concerning you, to guard you,’

10เพราะพระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า พระเจ้าจะรับสั่งให้เหล่าทูตของพระองค์ในเรื่องท่านให้

ป้องกันรักษาท่านไว้  

11and ‘On their hands they will bear you up, lest you strike your foot against a stone.’”

11และเหล่าทูตสวรรค์ จะเอามือประคองชูท่านไว้   มิให้เท้าของท่านกระทบหิน”  

12And Jesus answered him, “It is said, ‘You shall not put the Lord your God to the test.’”

12พระเยซูจึงตรัสตอบมารว่า “มีคำกล่าวไว้ว่า อย่าทดลองพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของท่าน”

13And when the devil had ended every temptation, he departed from him until an opportune time.

13เมื่อมารทำการทดลองทุกอย่างสิ้นแล้ว จึงละพระองค์ไปจนถึงโอกาสเหมาะ

Also to identify Himself as the promised Messiah

และได้ทรงประกาศพระองค์เองว่าทรงเป็นพระเมสสิยาห์นั้น

Luke ลูกา 4:17-21 17And the scroll of the prophet Isaiah was given to him. He unrolled the scroll and found the place where it was written,

17เขาจึงส่งพระคัมภีร์อิสยาห์ผู้เผยพระวจนะให้แก่พระองค์ เมื่อพระองค์ทรงคลี่หนังสือนั้นออก   ก็ค้นพบข้อที่เขียนไว้ว่า

18“The Spirit of the Lord is upon Me, because He has anointed Me to proclaim good news to the poor.  He has sent Me to proclaim liberty to the captives and recovering of sight to the blind, to set at liberty those who are oppressed,

18พระวิญญาณแห่งพระเป็นเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า   เพราะว่าพระองค์ได้ทรงเจิมตั้ง
ข้าพเจ้าไว้   เพื่อนำข่าวดีมายังคนยากจน พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้ร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย ให้ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก  ให้ปล่อยผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ   

19to proclaim the year of the Lord's favor.”

19และให้ประกาศปีแห่งความโปรดปรานของพระเป็นเจ้า  

20And He rolled up the scroll and gave it back to the attendant and sat down. And the eyes of all in the synagogue were fixed on Him.

20แล้วพระองค์ทรงม้วนหนังสือส่งคืนให้แก่เจ้าหน้าที่แล้วทรงนั่งลง   และตาของคนทั้งปวงในธรรมศาลาก็เพ่งดูพระองค์

21And He began to say to them, “Today this Scripture has been fulfilled in your hearing.”

21พระองค์จึงเริ่มตรัสแก่เขาว่า “คัมภีร์ตอนนี้ที่ท่านได้ยินกับหูของท่าน ก็สำเร็จในวันนี้แล้ว” 

To remind the Pharisees of their inability to keep the Law and their need of a Savior

เพื่อเตือนพวกฟาริสีที่พวกเขาไร้ความสามารถรักษาพระบัญญัติและที่พวกเขาต้องการได้พระผู้ช่วยให้รอด

Luke ลูกา 10:25-28 25And behold, a lawyer stood up to put Him to the test, saying, “Teacher, what shall I do to inherit eternal life?”

25ดูเถิด   มีบาเรียนคนหนึ่งยืนขึ้นทดลองพระองค์ทูลถามว่า   “อาจารย์เจ้าข้า  ข้าพเจ้าจะต้องทำอะไรเพื่อจะได้ชีวิตนิรันดร์”

26He said to him, “What is written in the Law? How do you read it?”

26พระองค์ตรัสตอบว่า “ในธรรมบัญญัติมีคำเขียนว่าอย่างไร ท่านได้อ่านเข้าใจอย่างไร”

27And he answered, “You shall love the Lord your God with all your heart and with all your soul and with all your strength and with all your mind, and your neighbor as yourself.”

27เขาทูลตอบว่า “จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจของเจ้า ด้วยสุดกำลังและสิ้นสุดความคิดของเจ้า และจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง”

28And He said to him, “You have answered correctly; do this, and you will live.”

28พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า “ท่านตอบถูกแล้ว   จงกระทำอย่างนั้นแล้วจะได้ชีวิต   ”       

Luke ลูกา 18:18-27 18And a ruler asked Him, “Good Teacher, what must I do to inherit eternal life?”

18มีขุนนางผู้หนึ่งทูลถามพระองค์ว่า   “ท่านอาจารย์ผู้ประเสริฐ   ข้าพเจ้าจะทำประการใดจึงจะได้ชีวิตนิรันดร์”

19And Jesus said to him, “Why do you call Me good? No one is good except God alone.

19พระเยซูตรัสถามคนนั้นว่า   “ท่านเรียกเราว่าประเสริฐทำไม   ไม่มีใครประเสริฐ   เว้นแต่พระเจ้าองค์เดียว

20You know the commandments: ‘Do not commit adultery, Do not murder, Do not steal, Do not bear false witness, Honor your father and mother.’”

20ท่านรู้จักพระบัญญัติแล้วซึ่งว่า   'อย่าล่วงประเวณีผัวเมียเขา   อย่าฆ่าคน   อย่าลักทรัพย์   อย่าเป็นพยานเท็จ   จงให้เกียรติแก่บิดามารดาของตน' ”

21And he said, “All these I have kept from my youth.”

21คนนั้นจึงทูลว่า   “ข้อเหล่านั้นข้าพเจ้าได้ถือรักษาไว้ตั้งแต่เป็นเด็กๆมา”

22When Jesus heard this, He said to him, “One thing you still lack. Sell all that you have and distribute to the poor, and you will have treasure in heaven; and come, follow Me.”

22เมื่อพระเยซูทรงได้ยินอย่างนั้น   พระองค์ตรัสแก่เขาว่า   “ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง   จงไปขายบรรดาสิ่งของซึ่งท่านมีอยู่แจกจ่ายให้คนอนาถา   ท่านจึงจะมีทรัพย์สมบัติ ในสวรรค์   แล้วจงตามเรามาและเป็นสาวกของเรา”

To confound the Pharisees learning when they tried to trap and trick Him (Luke 20).
เพื่อทำให้พวกฟาริสีรู้สึกสับสนงงงัน เมื่อพวกเขาพยายามที่จะวางกับดักและล่อลวงพระองค์ (ลูกา 20)

Practical Application: Luke gives us a beautiful portrait of our compassionate Savior.

การนำมาประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: ท่านลูกาทำให้เราเห็นภาพงดงามของพระผู้ช่วยให้รอดของเราที่มีพระทัยรักใคร่เมตตา

Jesus was not “turned off” by the poor and the needy; in fact, they were a primary focus of His ministry.

พระเยซูไม่ได้ทรง "เลิกสนใจ" คนยากจนและคนขัดสน แท้ที่จริงพวกเขาเป็นเป้าหมายหลักในพระราชกิจของพระองค์

Israel at the time of Jesus was a very class-conscious society.

  อิสราเอลในสมัยพระเยซูเป็นคนที่ใส่ใจระดับชนชั้นในสังคมมาก

The weak and downtrodden were literally powerless to improve their lot in life and were especially open to the message that “the kingdom of God is near you”

คนอ่อนแอและคนที่ถูกเอาเปรียบแท้จริงไม่มีกำลังที่จะปรับปรุงชะตาชีวิตให้ดีขึ้น   และเปิดกว้างเป็นพิเศษต่อข้อพระคำที่ว่า "แผ่นดินของพระเจ้ามาใกล้ท่านแล้ว"

Luke ลูกา 10:9 9Heal the sick in it and say to them, ‘The kingdom of God has come near to you.’

9และจงรักษาคนป่วยในเมืองนั้นให้หาย   และแจ้งแก่เขาว่า   'แผ่นดินของพระเจ้ามาใกล้ท่านทั้งหลายแล้ว'

This is a message we must carry to those around us who desperately need to hear it.

นี่คือข้อพระคำที่เราจะต้องจัดการบอกต่อแก่ผู้ที่อยู่รอบตัวเรา  ผู้ที่หมดหวังจำเป็นต้องได้ยิน

Even in comparatively wealthy countries—perhaps especially so—the spiritual need is dire.

แม้ในประเทศที่ร่ำรวยเมื่อเปรียบเทียบกัน---อาจจะเป็นพิเศษด้วย---ความต้องการฝ่ายจิตวิญญาณนั้นแย่มาก

Christians must follow the example of Jesus and bring the good news of salvation to the spiritually poor and needy.

คริสตชนจะต้องปฏิบัติตามแบบอย่างของพระเยซู  และนำข่าวดีแห่งความรอดไปยังคนยากจนและคนขัดสนฝ่ายจิตวิญญาณ

The kingdom of God is near and the time grows shorter every day.

อาณาจักรของพระเจ้ามาใกล้แล้ว  และเวลาก็ผ่านไปเร็วขึ้นทุกวัน

Mark and Luke

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top