Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Thursday, November 5, 2015

 

2 Kings 21 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 21

Manasseh Reigns in Judah

มนัสเสห์ทรงปกครองแผ่นดินยูดาห์

Hezekiah was the best king since David -- there was none to compare with him.

เฮเซคียาห์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ดีที่สุดนับตั้งแต่กษัตริย์เดวิด - ไม่มีใครที่จะเปรียบเทียบกับพระองค์ได้

He was like David in another way: neither of these men were good fathers.

พระองค์ทรงเป็นเหมือนดาวิดในอีกแบบหนึ่ง: กษัตริย์เหล่านี้ไม่มีใครเป็นพระบิดาที่ดี

It would seem because of the way his son turned out, but each person makes their own choices no matter their parents.

ดูเหมือนเพราะพระราชโอรสทรงเปลี่ยนไป: แต่พระราชโอรสแต่ละองค์ทรงเลือกทางเดินเองไม่ใช่จะตามรอยพระราชบิดามารดาเลย

Hezekiah fathered a son who was the worst king that ever reigned in the southern kingdom.

เฮเซคียาห์ทรงมีพระราชโอรสผู้ทรงเป็นกษัตริย์เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยครองราชย์ในราชอาณาจักรตอนใต้

It is a heartbreak when you read about Manasseh, Hezekiah's son, turning out the way he did.1

นับเป็นความเสียใจอย่างที่สุดเมื่อคุณอ่านเกี่ยวกับมนัสเสห์  พระราชโอรสของเฮเซคียาห์ ทรงหันไปทำอย่างที่พระองค์ทรงเคยทำ

1Manasseh was twelve years old when he began to reign, and he reigned fifty-five years in Jerusalem. His mother's name was Hephzibah.

1มนัสเสห์มีพระชนมายุสิบสองพรรษาเมื่อพระองค์ทรงขึ้นครองราชย์   และพระองค์ทรงปกครองกรุงเยรูซาเล็มห้าสิบห้าปี   พระมารดาของพระองค์มีพระนามว่าเฮฟซีบาห์

Manasseh began his reign as a twelve-year-old boy.

มนัสเสห์เริ่มทรงครองราชย์เมื่อพระองค์ทรงพระชนม์แค่สิบสองพรรษา

He was a rascal, but someone says, "He is young. He will outgrow it."

ทรงเป็นคนพาลเกเรแต่บางคนกล่าวว่า "ยังทรงพระเยาว์ จะทรงเจริญพ้นได้"

Well, he did not outgrow it. He got worse and worse and worse.

เออดี   พระองค์ไม่ได้ทรงเจริญพ้นได้   ทรงเลวร้ายลงและแย่ลงเรื่อยมา

He reigned for fifty-five years. God gave him ample opportunity to change his ways.

พระองค์ทรงครองราชย์ได้ห้าสิบห้าปี พระเจ้าทรงให้โอกาสเหลือเฟือแก่พระองค์ที่จะเปลี่ยนการดำเนินชีวิตใหม่

In 2 Chronicles we find that he did finally repent. God is always patient and long-suffering. He is not willing that any should perish.

ใน 2 พงศาวดาร เราพบว่าในที่สุดพระองค์ก็ทรงสำนึกผิด พระเจ้าทรงอดกลั้นและทนทุกข์นานเสมอ  ไม่ทรงปรารถนาที่จะให้คนใดพินาศเลย

Maybe he was left on his own at age of 12 when he became king, not being corrected during his teenage years when he needed it.

บางทีพระองค์อาจทรงถูกละทิ้งให้อยู่ตามลำพังตนเองในวัย 12 ชันษา เมื่อทรงขึ้นครองเป็นกษัตริย์   จึงไม่ได้ทรงรับการแก้ไขในช่วงวัยรุ่นเมื่อจำเป็นต้องทำ

I don't know how Hephzibah raised this boy, but Manasseh was as wicked as he could be, and the damage he did to his country was irreparable.2

ผมไม่ทราบว่าเฮฟซีบาห์ทรงเลี้ยงดูพระโอรสนี้อย่างไร แต่มนัสเสห์ทรงเป็นกษัตริย์ชั่วร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา    ทรงสร้างความเสียหายกแก่ประเทศของพระองค์อย่างที่ไม่สามารถแก้ไขได้

2And he did what was evil in the sight of the LORD, according to the despicable practices of the nations whom the LORD drove out before the people of Israel.

2และพระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ชั่วร้ายใน สายพระเนตรพระเจ้า   ตามการกระทำอันน่าเกลียดน่าชังแห่งประชาชาติ   ซึ่งพระเจ้าทรงขับไล่ให้ออกไปให้พ้นหน้าประชาชน อิสราเอล

3For he rebuilt the high places that Hezekiah his father had destroyed, and he erected altars for Baal and made an Asherah, as Ahab king of Israel had done, and worshiped all the host of heaven and served them.

3เพราะพระองค์ทรงสร้างปูชนียสถานสูง   ซึ่งเฮเซคียาห์พระราชบิดาของพระองค์ทรง ทำลายเสียนั้นขึ้นใหม่   และพระองค์ทรงสร้างแท่นบูชาสำหรับพระบาอัล   และทรงสร้างอาเชราห์   ดังที่อาหับพระราชาแห่งอิสราเอลทรงกระทำ   และทรงนมัสการบริวารทั้งสิ้นของฟ้าสวรรค์   และปรนนิบัติพระเหล่านั้น

Hezekiah, you remember, had destroyed the pagan places of worship, and a partial revival took place under his influence.

คุณคงจำได้นะ  เฮเซคียาห์ทรงทำลายสถานที่สักการบูชาของพวกนอกรีต  และมีการฟื้นฟูบางส่วนเกิดขึ้นภายใต้อำนาจของพระองค์

All of his work came to naught because Manasseh raised up altars for Baal, and worshiped the sun, moon, and stars3.

พระราชกิจทุกอย่างของพระองค์พังทลายสูญสิ้น     เพราะมนัสเสห์ได้ทรงยกสร้างแท่นบูชาสำหรับพระบาอัล   และทรงนมัสการดวงอาทิตย์  ดวงจันทร์และดวงดาว

4And he built altars in the house of the LORD, of which the LORD had said, “In Jerusalem will I put my name.”

4และพระองค์ทรงสร้างแท่นบูชาในพระนิเวศของพระเจ้า   ซึ่งพระเจ้าได้ตรัสว่า   “เราจะบรรจุชื่อของเราไว้ในเยรูซาเล็ม”

5And he built altars for all the host of heaven in the two courts of the house of the LORD.

5และพระองค์ได้สร้างแท่นบูชาสำหรับบริวารแห่งฟ้าสวรรค์ใน ลานทั้งสองของพระนิเวศแห่งพระเจ้า

Manasseh defied Almighty God. He put up pagan altars in the house of the Lord where God had said, "Here is where I will set My name."4

มนัสเสห์ทรงลบหลู่ท้าทายพระเจ้า ทรงยกแท่นบูชาพวกนอกศาสนาในพระวิหารของพระเจ้า  ที่ซึ่งพระเจ้าได้ทรงตรัสว่า "นี่เป็นที่ที่เราจะตั้งพระนามของเรา."

6And he burned his son as an offering and used fortune-telling and omens and dealt with mediums and with wizards. He did much evil in the sight of the LORD, provoking him to anger.

6และพระองค์ได้ทรงเผาโอรสของพระองค์เป็นเครื่องบูชา   ถือฤกษ์ยามเวทมนตร์   คนทรงและแม่มด   พระองค์ทรงกระทำความชั่วร้ายเป็นอันมากในสายพระเนตรพระเจ้า   กระทำให้พระองค์ทรงพระพิโรธ

He even made his own son pass through the fire or into the fire.

พระองค์ยังทรงบัญชาให้เผาพระโอรสของพระองค์ด้วยไฟหรือเข้าไปในกองไฟ

This was actually a human sacrifice.

แท้จริงนี่เป็นการบูชายัญมนุษย์

An image was heated until it was red-hot and then a baby was placed in it as an offering!

รูปเคารพนั้นถูกเผาไหม้ร้อนจนเป็นสีแดงจัด   แล้วทารกถูกวางไว้ตรงนั้นเป็นเครื่องบูชา

It was a horrible, sadistic, satanic form of idolatrous worship5.

มันน่ากลัวมาก  ซาดิสต์   รูปแบบซาตานในการบูชารูปเคารพ

7And the carved image of Asherah that he had made he set in the house of which the LORD said to David and to Solomon his son, “In this house, and in Jerusalem, which I have chosen out of all the tribes of Israel, I will put my name forever.

7ส่วนอาเชราห์อันเป็นรูปเคารพสลักนั้น   พระองค์ทรงตั้งไว้ในพระนิเวศของพระเจ้า   ผู้ซึ่งตรัสกับดาวิดและซาโลมอนโอรสของพระองค์ว่า   “ในนิเวศนี้และในเยรูซาเล็ม   ซึ่งเราได้เลือกออกจากเผ่าทั้งสิ้นของอิสราเอล   เราจะบรรจุนามของเราไว้เป็นนิตย์

8And I will not cause the feet of Israel to wander anymore out of the land that I gave to their fathers, if only they will be careful to do according to all that I have commanded them, and according to all the Law that my servant Moses commanded them.”

8เราจะไม่เป็นเหตุให้เท้าของ อิสราเอลพเนจรออกไปจากแผ่นดิน   ซึ่งเราได้ให้กับบรรพบุรุษของเขาอีก   ถ้าเขาเพียงแต่ระมัดระวังที่จะกระทำตามทุกอย่าง   ซึ่งเราได้บัญชาเขาและตามธรรมบัญญัติทั้งสิ้น   ซึ่งโมเสสผู้รับใช้ของเราบัญชาเขา”

These people did not know it at the time, but they were getting ready to travel.

ประชาชนเหล่านี้ไม่รู้อะไรเลยในสมัยนั้น  แต่พวกเขากำลังพร้อมจะออกเดินทาง

They were headed for Babylonian captivity, because the land was theirs on one condition: obedience.6

พวกเขาถูกจับมุ่งหน้าไปเป็นเชลยบาบิโลน   เพราะว่าแผ่นดินจะเป็นของพวกเขาโดยมีเงื่อนไขเดียวคือการเชื่อฟัง

9But they did not listen, and Manasseh led them astray to do more evil than the nations had done whom the LORD destroyed before the people of Israel.

9แต่เขามิได้ฟัง   และมนัสเสห์ได้ชักจูงเขาให้กระทำชั่วมากยิ่งไปกว่า บรรดาประชาชาติ   ซึ่งพระเจ้าทรงทำลายเสียต่อหน้าประชาชนอิสราเอลได้ เคยกระทำแล้วเสียอีก  


Not only was Manasseh as bad as the heathen, he was worse.

ไม่เพียงแต่มนัสเสห์ทรงชั่วร้ายเหมือนพวกคนนอกรีต  แต่ทรงเลวร้ายยิ่งกว่าอีก

God will not tolerate the Israelites' wickedness.

พระเจ้าจะไม่ทรงทนต่อต่อความชั่วร้ายของชาวอิสราเอล

He will put them out of the land.

พระองค์จะทรงนำพวกเขาออกมาจากแผ่นดิน

Just as God had judged Samaria and all Israel, God is now going to judge Jerusalem and all Judah.

เช่นเดียวกับที่พระเจ้าทรงพิพากษาสะมาเรียและอิสราเอลทั้งหมด     ในขณะนี้พระเจ้ากำลังจะทรงพิพากษาเยรูซาเล็มและยูดาห์

God said he will "wipe Jerusalem as a man wipes a dish" -- God is going to do some dishwashing. Jerusalem is His land -- His dish -- the Israelites have made it filthy; so He is going to wipe them out of it. 7

พระเจ้าทรงตรัสว่า จะทรง "ล้างเยรูซาเล็มเหมิอนคนที่เช็ดจาน" – พระเจ้าจะทรงทำการล้างบาง  เยรูซาเล็มเป็นดินแดนของพระองค์ - จานของพระองค์- ชาวอิสราเอลได้ทำให้มันสกปรก; ดังนั้นพระองค์จะทรงไปกวาดพาพวกเขาออกมาจากมัน

Manasseh's Idolatry Denounced

การบูชารูปปั้นของมนัสเสห์ถูกล้มเลิก

10And the LORD said by his servants the prophets,

10และพระเจ้าตรัสโดยผู้เผยพระวจนะผู้รับใช้ของพระองค์ว่า

11“Because Manasseh king of Judah has committed these abominations and has done things more evil than all that the Amorites did, who were before him, and has made Judah also to sin with his idols,

11“เพราะมนัสเสห์พระราชาแห่งยูดาห์ได้กระทำการ น่าเกลียดน่าชังเหล่านี้   และได้กระทำสิ่งชั่วร้ายมากยิ่งกว่าคนอาโมไรต์ได้ กระทำทั้งสิ้น   ผู้ซึ่งอยู่ก่อนพระองค์และได้ทรงกระทำให้ยูดาห์ทำ บาปมากด้วยรูปเคารพของพระองค์

12therefore thus says the LORD, the God of Israel: Behold, I am bringing upon Jerusalem and Judah such disaster that the ears of everyone who hears of it will tingle.

12เพราะฉะนั้นพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล ตรัสดังนี้ว่า   ดูเถิด   เรากำลังนำเหตุร้ายมาถึงเยรูซาเล็มและยูดาห์ อย่างที่ทุกคนซึ่งได้ยินแล้วหูทั้งสองของเขาจะอื้อไป

13And I will stretch over Jerusalem the measuring line of Samaria, and the plumb line of the house of Ahab, and I will wipe Jerusalem as one wipes a dish, wiping it and turning it upside down.

13และเราจะเอาเชือกอย่างที่วัดกรุงสะมาเรียขึงเหนือ กรุงเยรูซาเล็ม   และใช้ลูกดิ่งอย่างที่วัดราชวงศ์อาหับและเราจะล้าง เยรูซาเล็มอย่างเขาล้างชามล้างและพลิกคว่ำ

14And I will forsake the remnant of my heritage and give them into the hand of their enemies, and they shall become a prey and a spoil to all their enemies,

14และเราจะเหวี่ยงมรดกส่วนที่เหลือของเราออกไปเสีย   และมอบเขาไว้ในมือศัตรูของเขา   และเขาทั้งหลายจะเป็นเหยื่อและเป็นของริบของศัตรู ทั้งสิ้นของเขา

15because they have done what is evil in my sight and have provoked me to anger, since the day their fathers came out of Egypt, even to this day.”

15เพราะเขาได้กระทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายตาของเรา   และได้กระทำให้เราโกรธ   ตั้งแต่วันที่บรรพบุรุษของเขาออกจากอียิปต์กระทั่งถึงทุกวันนี้”  

16Moreover, Manasseh shed very much innocent blood, till he had filled Jerusalem from one end to another, besides the sin that he made Judah to sin so that they did what was evil in the sight of the LORD.

16ยิ่งกว่านั้นอีกมนัสเสห์ได้ทรงกระทำให้ โลหิตไร้ความผิดตกมาก   จนเต็มเยรูซาเล็มจากข้างหนึ่งถึงอีกข้างหนึ่ง   นอกเหนือจากบาปที่พระองค์ทรงกระทำให้ยูดาห์ทำด้วย   โดยประพฤติสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรพระเจ้า  

17Now the rest of the acts of Manasseh and all that he did, and the sin that he committed, are they not written in the Book of the Chronicles of the Kings of Judah?

17ส่วนพระราชกิจนอกนั้นของมนัสเสห์ และบรรดาสิ่งซึ่งพระองค์ทรงกระทำ   และบาปซึ่งพระองค์ทรงกระทำ   มิได้บันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารแห่งพระราชา ประเทศยูดาห์หรือ

18And Manasseh slept with his fathers and was buried in the garden of his house, in the garden of Uzza, and Amon his son reigned in his place.

18และมนัสเสห์ทรงล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของพระองค์   และเขาฝังไว้ในพระอุทยานริมราชวังของพระองค์ใน สวนของอุสซา   และอาโมนโอรสของพระองค์ได้ขึ้นครอบครองแทนพระองค์

This is the story of Manasseh. There is not much to say except that he was evil and corrupt, and he died.8

นี่คือเรื่องราวของมนัสเสห์    ไม่มีอะไรจะพูดมากยกเว้นว่า   พระองค์ทรงชั่วช้าและสร้างความเสื่อมเสียและได้ทรงสิ้นพระชนม์

Amon Reigns in Judah

อาโมนทรงครองยูดาห์

19Amon was twenty-two years old when he began to reign, and he reigned two years in Jerusalem. His mother's name was Meshullemeth the daughter of Haruz of Jotbah.

19อาโมนมีพระชนมายุยี่สิบสองพรรษาเมื่อพระองค์ เริ่มครอบครอง   และพระองค์ทรงครอบครองในกรุงเยรูซาเล็มสองปี   พระมารดาของพระองค์มีพระนามว่าเมชุลเลเมท   บุตรีของฮารูสชาวโยทบาห์

20And he did what was evil in the sight of the LORD, as Manasseh his father had done.

20และพระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ชั่วร้าย ในสายพระเนตรพระเจ้า   อย่างมนัสเสห์บิดาของพระองค์ได้ทรงกระทำ

21He walked in all the way in which his father walked and served the idols that his father served and worshiped them.

21พระองค์ทรงดำเนินในทางทั้งสิ้นซึ่งบิดาของพระองค์ทรงดำเนิน   และปรนนิบัติรูปเคารพซึ่ง บิดาของพระองค์ทรงปรนนิบัติและนมัสการรูปเหล่านั้น

22He abandoned the LORD, the God of his fathers, and did not walk in the way of the LORD.

22พระองค์ทรงทอดทิ้งพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่ง บรรพบุรุษของพระองค์   และมิได้ทรงดำเนินในมรรคาของพระเจ้า

Amon is a bad one, too -- he walked in his father's footsteps. He forsook the Lord. Therefore, the Lord forsook him9.

อาโมนเป็นกษัตริย์อีกองค์หนึ่งที่ชั่วด้วย – พระองค์ได้ทรงเดินตามรอยพระบาทของพระบิดา  แต่ต่อมาทรงทอดทิ้งพระเจ้า  ดังนั้นพระเจ้าจึงทรงทอดทิ้งพระองค์

23And the servants of Amon conspired against him and put the king to death in his house.

23และข้าราชการของอาโมนได้ร่วมกันคิดกบฏต่อพระองค์   และประหารพระราชาในพระราชวังของพระองค์เสีย

24But the people of the land struck down all those who had conspired against King Amon, and the people of the land made Josiah his son king in his place.

24แต่ราษฎรได้ประหารทุกคนที่ร่วมกันคิดกบฏต่อ กษัตริย์อาโมน   และราษฎรได้ตั้งโยสิยาห์โอรสของพระองค์ให้เป็น พระราชาแทนพระองค์

25Now the rest of the acts of Amon that he did, are they not written in the Book of the Chronicles of the Kings of Judah?

25ส่วนพระราชกิจนอกนั้นของอาโมนซึ่งพระองค์ทรงกระทำ   มิได้บันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารแห่งพระราชา ประเทศยูดาห์หรือ

26And he was buried in his tomb in the garden of Uzza, and Josiah his son reigned in his place.

26และเขาฝังไว้ในอุโมงค์ของพระองค์ในสวนของอุสซา   และโยสิยาห์โอรสของพระองค์ได้ครอบครองแทนพระองค์

This section brings us to the last of the great kings. Josiah was not only a great king, but the greatest revival took place during the time of his reign.10

ในพระคำตอนนี้จะนำเราไปถึงกษัตริย์องค์สุดท้ายในบรรดากษัตริย์ที่สำคัญ โยสิยาห์ไม่เพียงแต่ทรงเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ แต่ทรงจัดให้มีการฟื้นฟูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นในรัชสมัยที่พระองค์ทรงครองราชย์

2 Kings Chapter 21

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top