Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Friday, November 6, 2015

 

Kings 22 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 22

Josiah Reigns in Judah

โยสิยาห์ทรงขึ้นครองยูดาห์

1Josiah was eight years old when he began to reign, and he reigned thirty-one years in Jerusalem. His mother's name was Jedidah the daughter of Adaiah of Bozkath.

1โยสิยาห์มีพระชนมายุแปดพรรษาเมื่อเริ่มครอบครอง   และพระองค์ทรงครอบครองในกรุงเยรูซาเล็มสามสิบเอ็ดปี   พระมารดาของพระองค์มีพระนามว่า   เยดีดาห์บุตรีของอาดายาห์ชาวโบสคาท

2And he did what was right in the eyes of the LORD and walked in all the way of David his father, and he did not turn aside to the right or to the left.

2และพระองค์ได้ทรงกระทำสิ่งที่ชอบในสายพระเนตรพระเจ้า   และทรงดำเนินในมรรคาของดาวิดบรรพบุรุษของพระองค์   และพระองค์มิได้ทรงหันไปทางขวามือหรือซ้ายมือ   

Josiah Repairs the Temple

โยสิยาห์ทรงบูรณะพระนิเวศ

3In the eighteenth year of King Josiah, the king sent Shaphan the son of Azaliah, son of Meshullam, the secretary, to the house of the LORD, saying,

3และอยู่มาในปีที่สิบแปดแห่งรัชกาลกษัตริย์โยสิยาห์   พระราชาทรงใช้ชาฟานบุตรอาซาลิยาห์   บุตรเมชุลลามราชเลขาไปยังพระนิเวศของพระเจ้า  รับสั่งว่า

4“Go up to Hilkiah the high priest, that he may count the money that has been brought into the house of the LORD, which the keepers of the threshold have collected from the people.

4“จงขึ้นไปหาฮิลคียาห์มหาปุโรหิต   เพื่อให้ท่านรวมเงิน   ซึ่งเขานำเข้ามาในพระนิเวศของพระเจ้าซึ่งผู้รักษาธรณี ประตูได้เก็บจากประชาชน

5And let it be given into the hand of the workmen who have the oversight of the house of the LORD, and let them give it to the workmen who are at the house of the LORD, repairing the house

5และให้มอบไว้ในมือของคนงานผู้ดูแลพระนิเวศของพระเจ้า   และให้เขาจ่ายแก่คนงานผู้ที่อยู่ ณ พระนิเวศของพระเจ้า   ที่ทำการซ่อมแซมพระนิเวศอยู่

6(that is, to the carpenters, and to the builders, and to the masons), and let them use it for buying timber and quarried stone to repair the house.

6คือให้แก่ช่างไม้   และแก่ช่างก่อสร้าง และแก่ช่างปูน   ทั้งสำหรับซื้อตัวไม้   และหินสกัดเพื่อซ่อมแซมพระนิเวศ

The second thing that Josiah did was to repair the temple.

สิ่งที่สองที่โยสิยาห์ทรงทำคือบูรณะพระนิเวศ

Apparently, the temple was not in use when Josiah came to the throne. It had become sort of a warehouse, a storage area.

เห็นได้ชัดว่า   พระนิเวศอยู่ในสภาพใช้งานไม่ได้  เมื่อโยสิยาห์ขึ้นครองราชบัลลังก์ สภาพของมันได้กลายเป็นคลังสินค้า  เป็นพื้นที่จัดเก็บสินค้า

7But no accounting shall be asked from them for the money that is delivered into their hand, for they deal honestly.”

7แต่ไม่ต้องขอบัญชีจากเขาเรื่องเงินที่จ่ายใส่มือของเขา   เพราะเขากระทำด้วยความสัตย์ซื่อ”   

Hilkiah Finds the Book of the Law

ฮิลคิยาห์ทรงพบหนังสือธรรมบัญญัติ

8And Hilkiah the high priest said to Shaphan the secretary, “I have found the Book of the Law in the house of the LORD.” And Hilkiah gave the book to Shaphan, and he read it.

8และฮิลคียาห์มหาปุโรหิตพูดกับชาฟานราชเลขาว่า   “ข้าพเจ้าได้พบหนังสือธรรมบัญญัติในพระนิเวศของพระเจ้า”   และฮิลคียาห์ได้มอบหนังสือนั้นให้ชาฟานและท่านก็อ่าน

9And Shaphan the secretary came to the king, and reported to the king, “Your servants have emptied out the money that was found in the house and have delivered it into the hand of the workmen who have the oversight of the house of the LORD.”

9และชาฟานราชเลขาได้เข้าเฝ้าพระราชาและทูล รายงานต่อพระราชาว่า   “ผู้รับใช้ของพระองค์ได้เทเงินที่พบในพระนิเวศออก   และได้มอบไว้ในมือของคนงานผู้ดูแลพระนิเวศของพระเจ้า”

10Then Shaphan the secretary told the king, “Hilkiah the priest has given me a book.” And Shaphan read it before the king.

10แล้วชาฟานราชเลขาได้ทูลพระราชาว่า   “ฮิลคียาห์ปุโรหิตได้มอบหนังสือแก่ข้าพระบาทม้วนหนึ่ง”   และชาฟานก็อ่านถวายพระราชา  

So Josiah began to reign. He began in reforms, the rebuilding of the temple.

ดังนั้นโยสิยาห์เริ่มทรงครองราชย์  พระองค์ทรงเริ่มต้นในการปฏิรูป  โดยการบูรณะพระนิเวศใหม่

The temple, of course, under Manasseh have been you put all these altars in the courts and in the temple itself, and they tore all these things out. They started cleaning up the temple.

แน่นอน  พระนิเวศภายใต้มนัสเสห์   ได้ใส่เหล่านี้ทั้งหมดแท่นบูชาในลานชั้นนอก  และในพระนิเวศเองและพวกเขาทำลายทุกสิ่งเหล่านี้ออก พวกเขาเริ่มต้นทำความสะอาดพระนิเวศใหม่

They took the money that was brought into the temple and they used it to begin to repair the breaches that were in the house of the Lord.

พวกเขาเอาเงินที่ถูกนำมาถวายในพระนิเวศและพวกเขาใช้เงินนี้เพื่อเริ่มต้นซ่อมแซมรอยแตกที่อยู่ในพระนิเวศของพระเจ้า

And as they were repairing the temple, they came across the copy of the law of the Lord. The law have been lost for a long time.

และในขณะที่พวกเขากำลังซ่อมแซมพระนิเวศ    พวกเขาได้พบหนังสือธรรมบัญญัติขององค์พระผู้เป็นเจ้า ธรรมบัญญัติที่ได้สูญหายไปเป็นเวลานาน

They didn't even know the law of the Lord. And some guy came across a copy of the law of the Lord.

พวกเขาไม่ได้รู้จักธรรมบัญญํติของพระเจ้า และบางคนก้ได้มาพบหนังสือธรรมบัญญัติของพระเจ้า

And so the priest began to read the law of the Lord, and as they began to read, they realized, "Oh, how we have disobeyed the law of God!"

และดังนั้นพวกปุโรหิตเริ่มอ่านบัญญัติของพระเจ้า   และเมื่อพวกเขาเริ่มที่จะอ่าน   พวกเขาตระหนักว่า "โอ ที่แท้พวกเราได้ฝ่าฝืนธรรมบัญญัติของพระเจ้า!"

11When the king heard the words of the Book of the Law, he tore his clothes.

11และอยู่มาเมื่อพระราชาได้ฟังถ้อยคำของธรรมบัญญัติ   พระองค์ทรงฉีกฉลองพระองค์

Oh, that our hearts would be so touched and moved by the reading of the Word of God.  

โอ จิตใจของเราจะได้รับการสัมผัส และขับเคลื่อนโดยการอ่านพระวจนะของพระเจ้า

Josiah had such a sensitive heart and was aware of the many ways the people of Judah had disobeyed toe Word of God.

ไซได้เช่นหัวใจสำคัญและตระหนักถึงหลาย ๆ คนของยูดาห์ได้เชื่อฟังพระวจนะของนิ้วเท้าของพระเจ้า

12And the king commanded Hilkiah the priest, and Ahikam the son of Shaphan, and Achbor the son of Micaiah, and Shaphan the secretary, and Asaiah the king's servant, saying,

12และพระราชาทรงบัญชาฮิลคียาห์ปุโรหิต และอาหิคัมบุตรชาฟาน   และอัคโบร์บุตรมีคายาห์และชาฟานราชเลขา   และอาสายาห์ผู้รับใช้ของพระราชา รับสั่งว่า

13“Go, inquire of the LORD for me, and for the people, and for all Judah, concerning the words of this book that has been found. For great is the wrath of the LORD that is kindled against us, because our fathers have not obeyed the words of this book, to do according to all that is written concerning us.”

13“จงไปทูลถามพระเจ้าให้เรา   ให้ประชาชนและให้ยูดาห์ทั้งหมดเกี่ยวกับถ้อยคำใน หนังสือนี้ที่ได้พบ   เพราะว่าพระพิโรธของพระเจ้าซึ่งพลุ่งขึ้นต่อเราทั้งหลาย นั้นใหญ่หลวงนัก   เพราะว่าบรรพบุรุษของเรามิได้เชื่อฟังถ้อยคำของหนังสือนี้   กระทำทุกสิ่งซึ่งเขียนไว้เกี่ยวกับเราทั้งหลาย”   

14So Hilkiah the priest, and Ahikam, and Achbor, and Shaphan, and Asaiah went to Huldah the prophetess, the wife of Shallum the son of Tikvah, son of Harhas, keeper of the wardrobe (now she lived in Jerusalem in the Second Quarter), and they talked with her.

14ฮิลคียาห์ปุโรหิต   และอาหิคัมและอัคโบร์   และชาฟาน  และอาสายาห์   ได้ไปหาฮุลดาห์หญิงผู้เผยพระวจนะภรรยาของชัลลูม   บุตรของทิกวาห์บุตรฮารฮัสชาวภูษามาลา   (เวลานั้นนางอยู่ในเยรูซาเล็มแขวงสอง)   และเขาทั้งหลายได้สนทนากับนาง

15And she said to them, “Thus says the LORD, the God of Israel: ‘Tell the man who sent you to me,

15และนางตอบเขาว่า   “พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า   'จงบอกชายคนที่ใช้พวกเจ้ามาหาเรานั้นว่า

16Thus says the LORD, behold, I will bring disaster upon this place and upon its inhabitants, all the words of the book that the king of Judah has read.

16พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า   ดูเถิด เราจะนำเหตุร้ายมาเหนือที่นี้   และเหนือชาวเมืองนี้   ตามถ้อยคำในหนังสือซึ่งพระราชาแห่งยูดาห์ได้อ่านนั้น

17Because they have forsaken me and have made offerings to other gods, that they might provoke me to anger with all the work of their hands, therefore my wrath will be kindled against this place, and it will not be quenched.

17เพราะเขาทั้งหลายได้ทอดทิ้งเรา   และได้เผาเครื่องหอมถวายพระอื่น   เพื่อเขาจะได้กระทำให้เราโกรธ   ด้วยผลงานทั้งสิ้นแห่งมือของเขา   เพราะฉะนั้นความพิโรธของเราจึงจะพลุ่งขึ้นต่อที่นี้   และจะดับเสียไม่ได้

18But to the king of Judah, who sent you to inquire of the LORD, thus shall you say to him, Thus says the LORD, the God of Israel: Regarding the words that you have heard,

18แต่ฝ่ายราชาแห่งยูดาห์ผู้ได้ส่งเจ้ามาถามพระเจ้านั้น   เจ้าจงไปบอกเขาว่า   พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า   เกี่ยวกับเรื่องถ้อยคำที่เจ้าได้ยิน

19because your heart was penitent, and you humbled yourself before the LORD, when you heard how I spoke against this place and against its inhabitants, that they should become a desolation and a curse, and you have torn your clothes and wept before me, I also have heard you, declares the LORD.

19เพราะจิตใจของเจ้ากลับใหม่แล้ว   เจ้าได้ถ่อมตัวลงต่อพระเจ้าเมื่อเจ้าได้ยินว่า   เรากล่าวโทษที่นี้และชาวเมืองนี้อย่างไร   คือที่เขาจะต้องกลายเป็นที่ร้างเปล่าและที่ถูกสาป   และเจ้าได้ฉีกเสื้อและร้องไห้ต่อเรา   เราก็ได้ยินเจ้าแล้วด้วย พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ


Because the king humbled himself before God, God said that the judgment against Judah would come after his death.  During his days, there would be peace.

เพราะกษัตริย์ทรงถ่อมพระองค์เฉพาะพระพักตร์พระเจ้า    พระเจ้าทรงตรัสว่า  การพิพากษาต่อชนชาติยูดาห์จะมาหลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ ในระหว่างสมัยของพระองค์นั้น จะมีความสงบสุข

The third thing that brought revival to the nation was a return to the Word of God.

สิ่งที่สามที่นำการฟื้นฟูคือการนำพาประเทศมาสนใจพระวจนะของพระเจ้า

They had lost the Bible, and they had lost it in the temple.

พวกเขาได้สูญเสียพระคัมภีร์   และพวกเขาได้สูญเสียมันไปในพระนิเวศ

But they found the Word of God and put it back into their lives.

แต่พวกเขาได้พบพระวจนะของพระเจ้าแล้ว  และนำกลับเข้ามาในชีวิตของพวกเขา

The Word of God is the only thing we have to teach us about God and about right and wrong.

พระวจนะของพระเจ้าเป็นสิ่งเดียวที่พวกเราต้องสอนให้เรารู้เกี่ยวกับพระเจ้าและเกี่ยวกับการสิ่งที่ถูกและสิ่งที่ผิด

20Therefore, behold, I will gather you to your fathers, and you shall be gathered to your grave in peace, and your eyes shall not see all the disaster that I will bring upon this place.’” And they brought back word to the king.

20เพราะฉะนั้น ดูเถิด   เราจะรวบเจ้าไปไว้กับบรรพบุรุษของเจ้า   และเจ้าจะถูกรวบไปยังอุโมงค์ของเจ้าอย่างสันติ   และตาของเจ้าจะไม่เห็นเหตุร้ายทั้งสิ้นซึ่งเราจะนำมา เหนือที่นี้' ”   และเขาทั้งหลายก็ได้นำถ้อยคำเหล่านั้นมาทูลพระราชาอีก

So Josiah, he heard the law and he tore his clothes; he wept before God.

ดังนั้น   เมื่อโยสิยาห์ทรงได้ยินพระธรรมบัญญัติแล้วทรงฉีกฉลองพระองค์ออก    ทรงกรรแสงต่อพระพักตร์พระเจ้า

Real repentance. "Oh God, you know, what have we done. What our fathers done.

การกลับใจที่แท้จริง "โอ ข้าแต่พระเจ้า   พระองค์ทรงทราบสิ่งที่เราทำ. สิ่งที่บรรพบุรุษของเราได้กระทำ

And so inquiring of the Lord through Huldah the prophetess, he received this message that the nation was going to fall.

และดังนั้นพวกเขาจึงทูลถามพระเจ้าผ่านทางผู้พยากรณ์หญิงฮุลดาห์   พระองค์ทรงได้รับทราบคำพยากรณ์ว่าประเทศกำลังจะตกต่ำลง

However, not in the time of his reign.

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยที่พระองค์ทรงครองราชย์

So he ordered that the people be gathered together and that they read the law of the Lord to all of the people.

ดังนั้นพระองค์จึงมีรับสั่งให้ประชาชนมาพร้อมกัน    และให้หลายคนอ่านธรรมบัญญัติของพระเจ้าแก่ประชาชนทุกคน

 

2 Kings Chapter 22

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top