Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, November 8, 2015

 

2 Kings 24-25 2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 24-25

The Kingdom of Judah goes into Captivity

อาณาจักรของยูดาห์ตกไปเป็นเชลย

1In his days, Nebuchadnezzar king of Babylon came up, and Jehoiakim became his servant three years. Then he turned and rebelled against him.

1ในรัชกาลของพระองค์เนบูคัดเนสซาร์ พระราชาแห่งบาบิโลนยกขึ้นมา   และเยโฮยาคิมเป็นคนใช้ของพระองค์สามปี   แล้วท่านก็กลับกบฏต่อพระองค์

Egypt's Pharaoh Neco had put Jehoiakim on the throne, but he lost many of Egypt's possessions to Babylon's King Nebuchadnezzar.

ฟาโรห์แห่งอียิปต์เนโคได้ทรงตั้งให้เยโฮยาคิมครองบัลลังก์ แต่พระองค์ทรงสูญเสียทรัพย์สินของอียิปต์จำนวนมากมายแก่กษัตริย์ เนบูคัดเนวาร์แห่งบาบิโลน

When King Nebuchadnezzar came against Judah, King Jehoiakim gave under for three years, then rebelled against him.1

เมื่อกษัตริย์เนบูคัดทรงต่อสู้กับยูดาห์   กษัตริย์เยโฮยาคิมตกอยู่ภายใต้การปกครองเป็นเวลาสามปี  แล้วจึงก่อการกบฏต่อพระองค์

2And the LORD sent against him bands of the Chaldeans and bands of the Syrians and bands of the Moabites and bands of the Ammonites, and sent them against Judah to destroy it, according to the word of the LORD that he spoke by his servants the prophets.

2และพระเจ้าทรงใช้พวกคนเคลเดีย   และพวกคนซีเรียและพวกคนโมอับและพวกคนอัมโมนมา ต่อสู้กับท่าน   และทรงใช้เขาทั้งหลายไปต่อสู้ยูดาห์เพื่อจะทำลายเสีย   ตามพระวจนะของพระเจ้าซึ่งพระองค์ตรัสโดยบรรดาผู้ เผยพระวจนะผู้รับใช้ของพระองค์

3Surely this came upon Judah at the command of the LORD, to remove them out of his sight, for the sins of Manasseh, according to all that he had done,

3แท้จริงเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับยูดาห์ตามพระบัญชา ของพระเจ้า   เพื่อจะให้เขาออกไปเสียจากสายพระเนตรของพระองค์   เพราะบรรดาบาปของมนัสเสห์ตามทุกอย่างซึ่งพระองค์ ได้ทรงกระทำ

Remember Manasseh was a very evil king who ruled for 55 years. 

โปรดจำไว้ว่ามนัสเสห์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ชั่วร้ายมากผู้ปกครองประเทศเป็นเวลา 55 ปี

Because these people did not depart from the sins of Manasseh, they will be going into captivity.

เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้หันจากความผิดบาปของมนัสเสห์   พวกเขาจึงตกไปเป็นเชลย

4and also for the innocent blood that he had shed. For he filled Jerusalem with innocent blood, and the LORD would not pardon.

4และเพราะโลหิตที่ไร้ความผิดซึ่งท่านได้ทำให้หลั่งนั้นด้วย   เพราะท่านได้กระทำให้โลหิตไร้ความผิดตกเต็มเยรูซาเล็ม   และพระเจ้าไม่ทรงอภัย

Although Christ died for all sins, some are not pardonable because men will not come to Christ in repentance and faith.

แม้ว่าพระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อบาปของทุกคน  บางคนไม่ได้รับการอภัยเพราะคนพวกนั้นไม่กลับใจและเชื่อในพระคริสต์

Jesus is the only One in the world who can forgive your sin. He died for you and paid the penalty for your sins. 2

พระเยซูทรงเป็นองค์เดียวในโลกที่สามารถยกโทษบาปของคุณ ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อบคุณและยอมรับโทษแทนความผิดของคุณ

Jehoiakim Dies, And Jehoiachin Reigns

เยโฮยาคิมสิ้นพระชนม์และเยโฮยาคิมขึ้นครองราชย์

5Now the rest of the deeds of Jehoiakim and all that he did, are they not written in the Book of the Chronicles of the Kings of Judah?

5ส่วนพระราชกิจนอกนั้นของเยโฮยาคิม   และบรรดาสิ่งซึ่งพระองค์ทรงกระทำ   มิได้บันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารแห่งพระราชา ประเทศยูดาห์หรือ

6So Jehoiakim slept with his fathers, and Jehoiachin his son reigned in his place.

6เยโฮยาคิมจึงทรงล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของ พระองค์   และเยโฮยาคีนโอรสของพระองค์ขึ้นครอบครองแทนพระองค์

The names of father and son are so similar, it is easy to confuse them.

พระนามของพระบิดาและโอรสคล้ายคลึงกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะเราสับสนเรื่องพวกเขา

7And the king of Egypt did not come again out of his land, for the king of Babylon had taken all that belonged to the king of Egypt from the Brook of Egypt to the river Euphrates.

7และพระราชาแห่งอียิปต์มิได้ทรงยกออกมาจาก แผ่นดินของพระองค์อีก   เพราะพระราชาแห่งบาบิโลนได้ยึดแดนทั้งสิ้น   ซึ่งเป็นของพระราชาอียิปต์ตั้งแต่ลำธารอียิปต์ถึงแม่น้ำยูเฟรติส

8Jehoiachin was eighteen years old when he became king, and he reigned three months in Jerusalem. His mother's name was Nehushta the daughter of Elnathan of Jerusalem.

8เยโฮยาคีนมีพระชนมายุสิบแปดพรรษา   เมื่อพระองค์ทรงเริ่มครอบครอง   และพระองค์ทรงครอบครองในกรุงเยรูซาเล็มสามเดือน   พระมารดาของพระองค์มีพระนามว่าเนหุชทา   บุตรีของเอลนาธันชาวเยรูซาเล็ม

9And he did what was evil in the sight of the LORD, according to all that his father had done.

9และพระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ชั่วร้ายใน สายพระเนตรพระเจ้า   ตามทุกอย่างซึ่งพระบิดาของพระองค์ทรงกระทำ  

They have continued in sin and in their rebellion against God.

พวกเขาได้ทำบาปอย่างต่อเนื่องและยังกบฏต่อพระเจ้าของพวกเขา

Remember that God had given them the occupancy of the land on one condition: their obedience.

โปรดจำไว้ว่าพระเจ้าได้ให้แก่พวกเขาครอบครองแผ่นดินโยมีเงื่อนไข:คือการเชื่อฟัง

Jerusalem captured and Jehoiachin is Taken Captive (first Deportation)

เยรูซาเล็มถูกยึดครองและเยโฮยาคิมถูกจับเป็นเชลย (เนรเทศคนแรก)

10At that time the servants of Nebuchadnezzar king of Babylon came up to Jerusalem, and the city was besieged.

10คราวนั้นข้าราชการของเนบูคัดเนสซาร์ พระราชาแห่งบาบิโลน   ยกขึ้นมายังกรุงเยรูซาเล็มล้อมกรุงไว้

11And Nebuchadnezzar king of Babylon came to the city while his servants were besieging it,

11และเนบูคัดเนสซาร์พระราชาแห่งบาบิโลน เสด็จมาที่เมืองนั้น   ขณะเมื่อข้าราชการของพระองค์ยังล้อมเมืองอยู่

12and Jehoiachin the king of Judah gave himself up to the king of Babylon, himself and his mother and his servants and his officials and his palace officials. The king of Babylon took him prisoner in the eighth year of his reign

12และเยโฮยาคีนพระราชาแห่งยูดาห์   ทรงมอบพระองค์แก่พระราชาแห่งบาบิโลนพระองค์เอง   และพระมารดาของพระองค์และข้าราชการของพระองค์   และเจ้านายของพระองค์   และข้าราชสำนักของพระองค์   พระราชาแห่งบาบิโลนจับพระองค์เป็นนักโทษใน ปีที่แปดแห่งรัชกาลของพระองค์

The king and all the nobility were carried away in the first group that went into captivity. This took place about 605 B.C.3

กษัตริย์และขุนนางเป็นกลุ่มแรกที่ถูกนำไปเป็นเชลย เรื่องนี้เกิดขึ้นประมาณ 605 ปี ก่อนคริสตกาล

13and carried off all the treasures of the house of the LORD and the treasures of the king's house, and cut in pieces all the vessels of gold in the temple of the LORD, which Solomon king of Israel had made, as the LORD had foretold.

13ได้ขนเอาทรัพย์สินในพระนิเวศของพระเจ้าและ ทรัพย์สินในสำนักพระราชวัง   และทอนเครื่องใช้ทองคำ   ซึ่งซาโลมอนพระราชาแห่ง อิสราเอลทรงสร้างไว้ในพระวิหารของพระเจ้า   ดังที่พระเจ้าตรัสไว้ก่อนแล้ว

14He carried away all Jerusalem and all the officials and all the mighty men of valor, 10,000 captives, and all the craftsmen and the smiths. None remained, except the poorest people of the land.

14พระองค์ทรงกวาด ชาวเยรูซาเล็มไปหมดทั้งเจ้านายทั้งปวง   และทแกล้วทหารทั้งหมด   เป็นเชลยหนึ่งหมื่นคน   มีช่างฝีมือและช่างเหล็กทั้งหมด   ไม่มีผู้ใดเหลือนอกจากราษฎรที่จนที่สุด

15And he carried away Jehoiachin to Babylon. The king's mother, the king's wives, his officials, and the chief men of the land he took into captivity from Jerusalem to Babylon.

15และพระองค์นำเยโฮยาคีนไปยังบาบิโลน   ทั้งพระชนนี   พระมเหสี   ข้าราชสำนักของพระองค์และบุคคลชั้นหัวหน้าของแผ่นดิน   พระองค์จับเป็นเชลยจากกรุงเยรูซาเล็มถึงบาบิโลน

16And the king of Babylon brought captive to Babylon all the men of valor, 7,000, and the craftsmen and the metal workers, 1,000, all of them strong and fit for war.

16และพระราชาแห่งบาบิโลนทรงนำเชลยมายัง บาบิโลนคือ   ทแกล้วทหารทั้งหมดเจ็ดพันคน   และช่างฝีมือและช่างเหล็กหนึ่งพัน   ทุกคนแข็งแรง และเหมาะสำหรับการรบ

Zedekiah is Made King by Nebuchadnezzar

เศเดคียาห์ได้เป็นกษัตริย์โดยเนบูคัดเนซาร์

17And the king of Babylon made Mattaniah, Jehoiachin's uncle, king in his place, and changed his name to Zedekiah.

17และพระราชาบาบิโลนตั้งมัทธานิยาห์ปิตุลา ของเยโฮยาคีนเป็นพระราชาแทนพระองค์   และเปลี่ยนพระนามว่าเศเดคียาห์

18Zedekiah was twenty-one years old when he became king, and he reigned eleven years in Jerusalem. His mother's name was Hamutal the daughter of Jeremiah of Libnah.

18เศเดคียาห์มีพระชนมายุยี่สิบเอ็ดพรรษา   เมื่อพระองค์ทรงเริ่มครอบครอง   และพระองค์ทรงครอบครองในกรุงเยรูซาเล็มสิบเอ็ดปี   พระมารดาของพระองค์มีพระนามว่า   ฮามุทาลบุตรีของเยเรมีย์ชาวลิบนาห์

19And he did what was evil in the sight of the LORD, according to all that Jehoiakim had done.

19และพระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ชั่วร้าย ในสายพระเนตรพระเจ้า   ตามทุกอย่างซึ่งเยโฮยาคิมทรงกระทำ

Zedekiah was Jehoiachin's uncle. He did not improve the line of kings.

เศเดคียาห์ทรงเป็นลุงของเยโฮยาคีน   เขาไม่ได้อยู่ในราชวงศ์กษัตริย์

You would think that the captivity would sober him. It did not at all.

คุณจะคิดว่าการถูกจับเป็นเชลยจะทำให้เขาเยือกเย็น  ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย

Trouble will do one of two things for an individual. It will either soften or harden you.

แต่ละบุคคล จะเจอปัญหาหนึ่งและอีกสองปัญหา มันอาจจะทำให้คุณเบาใจหรือหนักใจ

It will either draw you to God or drive you away from God.

มันอาจจะดึงคุณให้ใกล้ชิดกับพระเจ้าหรือผลักดันคุณออกจากพระเจ้า

You can never be the same after you experience trouble and suffering.

คุณไม่อาจเป็นเหมือนเดิมหลังจากที่คุณพบปัญหาและทนทุกข์

The sun will soften wax, but the sun will harden clay.

ดวงอาทิตย์จะละลายขี้ผึ้งได้ฉันใด แต่มันก็จะทำให้ดินเหนียวแข็งตัวได้เช่นกัน

It is the same sun that softens one and hardens the other.4

มันเป็นดวงอาทิตย์เดียวกันที่ทำให้อย่างหนึ่งนุ่มลงอีกอย่างหนึ่งแข็งตัวได้

20For because of the anger of the LORD it came to the point in Jerusalem and Judah that He cast them out from his presence.  And Zedekiah rebelled against the king of Babylon.

20เพราะว่าโดยพระพิโรธของพระเจ้านั้น   เหตุการณ์มาถึงขีดที่พระองค์ทรงเหวี่ยง เยรูซาเล็มและยูดาห์ไปให้พ้นพระพักตร์พระองค์    และเศเดคียาห์ได้กบฏต่อพระราชาแห่ง บาบิโลน   เมื่อวันที่สิบเดือนที่สิบปีที่เก้าแห่งรัชกาลของพระองค์

Once again the false prophets said, "Look, God is on our side." But God was not on Israel's side because Israel was not on God's side.

อีกครั้งหนึ่งที่ผู้พยากรณ์เท็จกล่าวว่า "ดูสิ พระเจ้าทรงอยู่ข้างเรา." แต่พระเจ้าไม่ได้ทรงอยู่ข้างอิสราเอล    เพราะอิสราเอลไม่ได้อยู่ข้างพระเจ้า

This was Judah's problem. They were far from God, yet they felt that they were God's people and He would protect them.

นี่คือปัญหาของยูดาห์   พวกเขาออกห่างไกลจากพระเจ้า อย่างไรก็ตามพวกเขารู้สึกว่าพวกเขาเป็นคนของพระเจ้า   และพระองค์จะทรงปกป้องพวกเขา

In chapter 25 we see the final deportation of Judah. Nebuchadnezzar, king of Babylon, came three times against Jerusalem.

ในบทที่ 25 เราเห็นคนยูดาหืที่ถูกเนรเทศครั้งสุดท้าย กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ กษัตริย์แห่งบาบิโลนยกทัพมารบกับเยรูซาเล็มสามครั้ง


He deported the royalty and the military and the skilled workmen, but he did not destroy the city until he came the third time.

ทรงเนรเทศพวกราชวงศ์และกองทหารและคนงานที่มีฝีมือ แต่ไม่ได้ทรงทำลายเมืองจนกระทั่งเสด็จกลับมาเป็นครั้งที่สาม

We have seen that Nebuchadnezzar had made Zedekiah king of Judah, but after a few years Zedekiah rebelled, and now we see that Nebuchadnezzar comes the final time and makes an end of Judah.5

เราได้เห็นว่าเนบูคัดเนสซาร์ได้ทรงตั้ง เศเดคียาห์เป็นกษัตริย์แห่งยูดาห์  แต่หลังจากไม่กี่ปีเศเดคียาห์ได้ก่อกบฎ  และตอนนี้เราจะเห็นว่าเนบูคัดเนสซาร์เสด็จมาครั้งสุดท้ายและทำลายยูดาห์จบสิ้น

Chapter 25 The Fall and Captivity of Judah

บทที่ 25 การล่มสลายของยูดาห์และการถูกจับเป็นเชลย

1And in the ninth year of his reign, in the tenth month, on the tenth day of the month, Nebuchadnezzar king of Babylon came with all his army against Jerusalem and laid siege to it. And they built siege works all around it.

1และอยู่มาเนบูคัดเนสซาร์พระราชาแห่งบาบิโลน   ได้ยกมาพร้อมกับกองทัพทั้งสิ้นของพระองค์เข้าสู้รบ กรุงเยรูซาเล็ม   และล้อมกรุงนั้นไว้   และเขาทั้งหลายได้สร้างเครื่องล้อมไว้รอบ

2So the city was besieged till the eleventh year of King Zedekiah.

2กรุงนั้นจึงถูกล้อมอยู่ถึงปีที่สิบเอ็ด แห่งรัชกาลกษัตริย์เศเดคียาห์

3On the ninth day of the fourth month the famine was so severe in the city that there was no food for the people of the land.

3เมื่อวันที่เก้าของเดือนที่สี่   การกันดารอาหารในกรุงนั้นก็ร้ายกาจนัก   ไม่มีอาหารให้แก่ราษฎร

4Then a breach was made in the city, and all the men of war fled by night by the way of the gate between the two walls, by the king's garden, though the Chaldeans were around the city. And they went in the direction of the Arabah.

4แล้วกรุงนั้นก็แตก   ทหารทั้งสิ้นหนีออกไปในกลางคืนตามทางประตูเมือง   ระหว่างกำแพงทั้งสองซึ่งอยู่ริมราชอุทยาน   (ทั้งๆที่คนเคลเดียอยู่รอบเมือง)   และพระราชาก็เสด็จตามทางไปลุ่มแม่น้ำจอร์แดน

5But the army of the Chaldeans pursued the king and overtook him in the plains of Jericho, and all his army was scattered from him.

5แต่กองทัพของคนเคลเดียได้ไล่ตามพระราชา   และมาทันพระองค์ในที่ราบเมืองเยรีโค   และกองทัพทั้งสิ้นของพระองค์ก็กระจัดกระจาย ไปจากพระองค์

6Then they captured the king and brought him up to the king of Babylon at Riblah, and they passed sentence on him.

6แล้วเขาจึงจับพระราชา นำขึ้นมายังพระราชาแห่งบาบิโลน   ที่ริบลาห์ ผู้ทรงให้คำพิพากษา

The enemy broke into the city, and the king with his troops tried to escape. But they were captured.

พวกศัตรูบุกเข้าไปในเมืองและกษัตริย์พร้อมกับกองทหารของพระองค์พยายามที่จะหลบหนี แต่พวกเขาก็ถูกจับกุม

The prophet Jeremiah had predicted the fall of Jerusalem, and he was considered a traitor because he told the people the truth.6

.เยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะได้ทำนายว่ากรุงเยรูซาเล็มจะล่มสลาย   และเขาถูกนับว่าเป็นคนทรยศเพราะเขาบอกความจริงแก่ประชาชน

7They slaughtered the sons of Zedekiah before his eyes, and put out the eyes of Zedekiah and bound him in chains and took him to Babylon.

7เขาได้ประหารชีวิตบรรดาโอรสของ เศเดคียาห์ต่อพระพักตร์ของพระองค์   แล้วทำพระเนตรเศเดคียาห์ให้บอดไป   ตีตรวนพระองค์ไว้   และพาพระองค์ไปยังบาบิโลน

This man was deceived by false prophets but would not listen to God's prophet.

ชายคนนี้ถูกหลอกโดยผู้พยากรณ์เท็จ แต่จะไม่ฟังผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า

Then he was carried away into captivity, blinded.7

จากนั้นเขาถูกพาตัวไปเป็นเชลย  ตาบอด

8In the fifth month, on the seventh day of the month—that was the nineteenth year of King Nebuchadnezzar, king of Babylon—Nebuzaradan, the captain of the bodyguard, a servant of the king of Babylon, came to Jerusalem.

8เมื่อวันที่เจ็ดเดือนที่ห้า   ซึ่งเป็นปีที่สิบเก้าของรัชกาลกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์   พระราชาแห่งบาบิโลน   เนบูซาระดานผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์   ข้าราชการคนหนึ่งของพระราชาแห่งบาบิโลนได้มายังเยรูซาเล็ม

Jerusalem is Burned

เยรูซาเล็มถูกเผา

9And he burned the house of the LORD and the king's house and all the houses of Jerusalem; every great house he burned down.

9ท่านได้เผาพระนิเวศของพระเจ้าเสีย   และเผาพระราชวัง   และเผาบ้านเรือนทั้งหมดของเยรูซาเล็ม   ท่านเผาบ้านใหญ่ทุกหลังลงหมด

Because of the rebellion of Jerusalem, Nebuchadnezzar burned and leveled it to such an extent that when Nehemiah came to the city seventy years after the Captivity and looked upon that place, it almost seemed hopeless.

เพราะเกิดการจลาจลในกรุงเยรูซาเล็ม  กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ทรงเผาและมาถึงตอนที่ว่าเมื่อเนหะมีย์กลับมายังเมือง หลังจากที่ถูกจับเป็นเชลยเจ็ดสิบปี และท่านมองดูสถานที่นั้น มันเกือบจะดูเหมือนสิ้นหวัง

But he rallied the people, and rebuilt the wall.

แต่ท่านก็รวบรวมผู้คนและสร้างกำแพงเมืองอีกครั้ง

The armies of Nebuchadnezzar had devastated the city.

กองทัพของกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ได้ทำลายเมือง

The false prophets had insisted that God would not let the city be destroyed.

ผู้พยากรณ์เท็จได้ยืนกรานว่าพระเจ้าจะไม่ปล่อยให้เมืองถูกทำลาย

They were indeed false prophets.8

แน่นอนพวกเขาเป็นผู้พยากรณ์เท็จ

10And all the army of the Chaldeans, who were with the captain of the guard, broke down the walls around Jerusalem.

10และทหารคนเคลเดียทั้งหมดผู้ อยู่กับผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์   ได้ทลายกำแพงรอบเยรูซาเล็มลง

11And the rest of the people who were left in the city and the deserters who had deserted to the king of Babylon, together with the rest of the multitude, Nebuzaradan the captain of the guard carried into exile.

11และประชาชนที่เหลืออยู่ซึ่งอยู่ในเมือง   และคนหลบหนีซึ่งหลบหนีไปยังพระราชาแห่งบาบิโลน   พร้อมกับมวลชนที่เหลืออยู่นั้น   เนบูซาระดานผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ได้ กวาดไปเป็นเชลย

12But the captain of the guard left some of the poorest of the land to be vinedressers and plowmen.

12แต่ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ได้ละ คนจนที่สุดแห่งแผ่นดินไว้ให้   เป็นคนทำสวนองุ่นและเป็นคนทำไร่ไถนา  

13And the pillars of bronze that were in the house of the LORD, and the stands and the bronze sea that were in the house of the LORD, the Chaldeans broke in pieces and carried the bronze to Babylon.

13และเสาทองสัมฤทธิ์   ซึ่งอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้า   และเชิงกับขันสาครทองสัมฤทธิ์   ซึ่งอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้านั้นคนเคลเดียได้ทุบเป็นชิ้นๆ   และขนเอาทองสัมฤทธิ์ไปยังบาบิโลน

14And they took away the pots and the shovels and the snuffers and the dishes for incense and all the vessels of bronze used in the temple service,

14เขาขนหม้อ พลั่ว และตะไกรตัดไส้ตะเกียง   และชามเครื่องหอม   และเครื่องใช้ทองสัมฤทธิ์ซึ่งใช้ในงานของพระวิหารเอา ไปเสีย

15the fire pans also and the bowls. What was of gold the captain of the guard took away as gold, and what was of silver, as silver.

15ทั้งกระถางไฟด้วย กับชามอ่าง สิ่งใดที่ทำด้วยทองคำ   ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ก็ขนเอาไปเป็นทองคำ   และสิ่งใดที่ทำด้วยเงินก็ขนเอาไปเป็นเงิน

The temple was cleaned out, everything was taken, before it was destroyed with fir. มีการทำความสะอาดพระวิหาร  ทุกอย่างถูกนำมา   ก่อนที่จะถูกทำลายด้วยไฟe.

All that wealth was carried away into Babylon.

ทรัพย์สมบัติทั้งหมดถูกนำพาไปยังกรุงบาบิโลน

16As for the two pillars, the one sea, and the stands that Solomon had made for the house of the LORD, the bronze of all these vessels was beyond weight.

16ส่วนเสาหานสองต้น   ขันสาครหนึ่งลูกและเชิง   ซึ่งซาโลมอนทรงสร้างสำหรับพระนิเวศของพระเจ้านั้น   ทองสัมฤทธิ์ของภาชนะเหล่านี้ก็เหลือที่จะชั่งได้

17The height of the one pillar was eighteen cubits, and on it was a capital of bronze. The height of the capital was three cubits. A latticework and pomegranates, all of bronze, were all around the capital. And the second pillar had the same, with the latticework.

17เสาหานต้นหนึ่งสูงสิบแปดศอก   และบัวคว่ำทองสัมฤทธิ์มีบนเสาบัวคว่ำนั้นสูงสามศอก   มีตาข่ายกับลูกทับทิมล้วนทองสัมฤทธิ์อยู่บนบัวคว่ำโดยรอบ   และเสาหานต้นที่สองก็เหมือนกัน   พร้อมตาข่าย  

18And the captain of the guard took Seraiah the chief priest and Zephaniah the second priest and the three keepers of the threshold,

18และผู้บัญชาการทหาร รักษาพระองค์ก็จับเสไรอาห์ปุโรหิตผู้ใหญ่   และเศฟันยาห์ปุโรหิตที่สอง   กับผู้รักษาธรณีประตูสามคนไปด้วย

19and from the city he took an officer who had been in command of the men of war, and five men of the king's council who were found in the city, and the secretary of the commander of the army who mustered the people of the land, and sixty men of the people of the land who were found in the city.

19และจากเมืองนั้นท่านได้จับข้าราชสำนัก   ซึ่งเป็นผู้บัญชาการกองทัพกับที่ปรึกษาของพระราชา อีกห้าคนที่พบในเมืองนั้น   และเลขาธิการและผู้บัญชาการกองทัพผู้เกณฑ์ราษฎร   และอีกหกสิบคนจากราษฎรซึ่งพบในเมือง

20And Nebuzaradan the captain of the guard took them and brought them to the king of Babylon at Riblah.

20และเนบูซาระดานผู้บัญชาการทหารรักษา พระองค์ได้จับคนเหล่านี้ไป   พามาถึงพระราชาแห่งบาบิโลนที่ริบลาห์

21And the king of Babylon struck them down and put them to death at Riblah in the land of Hamath. So Judah was taken into exile out of its land.

21และพระราชาแห่งบาบิโลนได้ทรงฟันเขา   และประหารชีวิตเขาทั้งหลายเสียที่ริบลาห์ในแผ่นดินฮามัท   ยูดาห์จึงถูกกวาดเป็นเชลยไปจากแผ่นดินของตน

Gedaliah Made Governor of Judah

เกดาลิยาห์ถูกแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการแห่งยูดาห์

22And over the people who remained in the land of Judah, whom Nebuchadnezzar king of Babylon had left, he appointed Gedaliah the son of Ahikam, son of Shaphan, governor.

22พระองค์ทรงตั้งเกดาลิยาห์บุตรอาหิคัม   บุตรชาฟานให้เป็นเจ้าเมือง   เหนือประชาชนผู้เหลืออยู่ในแผ่นดิน ยูดาห์ผู้ซึ่งเนบูคัดเนสซาร์   พระราชาบาบิโลนได้ทรงเหลือไว้

23Now when all the captains and their men heard that the king of Babylon had appointed Gedaliah governor, they came with their men to Gedaliah at Mizpah, namely, Ishmael the son of Nethaniah, and Johanan the son of Kareah, and Seraiah the son of Tanhumeth the Netophathite, and Jaazaniah the son of the Maacathite.

23เมื่อบรรดาผู้บังคับบัญชาพลรบทั้งตัวเขาทั้งหลาย   และคนของเขาได้ยินว่า   พระราชาแห่งบาบิโลนได้แต่งตั้งเกดาลิยาห์ให้เป็น เจ้าเมือง   เขาก็มาพร้อมกับคนของเขาหาเกดาลิยาห์ที่มิสปาห์   คืออิชมาเอลบุตรเนธานิยาห์  และโยฮานันบุตรคาเรอาห์   และเสไรอาห์บุตรทันหุเมทชาวเนโทฟาห์   และยาอาซันยาห์บุตรคนตระกูลมาอาคาห์   ทั้งเขาทั้งหลายและคนของเขา

24And Gedaliah swore to them and their men, saying, “Do not be afraid because of the Chaldean officials. Live in the land and serve the king of Babylon, and it shall be well with you.”

24และเกดาลิยาห์ก็กระทำสัตย์สาบาน แก่เขาและคนของเขาว่า   “อย่ากลัวเพราะเจ้าหน้าที่คนเคลเดียเลย   จงอาศัยในแผ่นดินและปรนนิบัติพระราชาแห่งบาบิโลน   แล้วท่านก็จะอยู่เย็นเป็นสุข”

Nebuchadnezzar appointed Gedaliah to govern the people who were left in the land.

เกดาลิยาห์ได้รับการแต่งตั้งจากเนบูคัดเนสซาร์ให้ควบคุมคนที่เหลืออยู่ในแผ่นดิน

They should have listened to him -- and to the prophet Jeremiah -- who urged them to settle down and accept this form of government.

พวกเขาควรจะได้ฟังท่าน - และฟังผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์ - ผู้ที่กระตุ้นให้พวกเขาที่จะปักหลักถิ่นฐานและยอมรับการปกครองรูปแบบนี้

Instead of that, they assassinated the governor Gedaliah.9

แต่แทนที่เป็นเช่นนั้น พวกเขาลอบสังหารผู้ว่าราชการเกดาลิยาห์

25But in the seventh month, Ishmael the son of Nethaniah, son of Elishama, of the royal family, came with ten men and struck down Gedaliah and put him to death along with the Jews and the Chaldeans who were with him at Mizpah.

25แต่ในเดือนที่เจ็ดอิชมาเอลบุตรเนธานิยาห์ บุตรเอลีชามาผู้เป็นเชื้อพระวงศ์   ได้เข้ามาพร้อมกับชายสิบคน   ได้โจมตีและฆ่าเกดาลิยาห์และพวกยิวกับคน เคลเดียผู้อยู่กับท่านที่มิสปาห์เสีย

26Then all the people, both small and great, and the captains of the forces arose and went to Egypt, for they were afraid of the Chaldeans.

26แล้วประชาชนทั้งปวง   ทั้งเล็ก และใหญ่   และผู้บังคับบัญชาพลรบได้ลุกขึ้น   และไปยังอียิปต์เพราะเขากลัวคนเคลเดีย

Jehoiachin Released from Prison

เยโฮยาคีนถูกปลดปล่อยตัวจากคุก

27And in the thirty-seventh year of the exile of Jehoiachin king of Judah, in the twelfth month, on the twenty-seventh day of the month, Evil-merodach king of Babylon, in the year that he began to reign, graciously freed Jehoiachin king of Judah from prison.

27และอยู่มาในปีที่สามสิบเจ็ดแห่งการเนรเทศ เยโฮยาคีนพระราชาแห่งยูดาห์   ในเดือนที่สิบสองเมื่อวันที่ยี่สิบเจ็ดของเดือนนั้น   เอวิลเมโรดักพระราชาแห่งบาบิโลน   ในปีที่พระองค์ทรงเริ่มครอบครอง   ทรงพระกรุณาโปรดให้เยโฮยาคีนพ้นจากเรือนจำ

28And he spoke kindly to him and gave him a seat above the seats of the kings who were with him in Babylon.

28พระองค์ตรัสด้วยคำอ่อนหวานแก่ท่าน   และให้นั่งสูงกว่าบรรดาที่นั่งของ กษัตริย์ที่อยู่ในบาบิโลนกับพระองค์

29So Jehoiachin put off his prison garments. And every day of his life he dined regularly at the king's table,

29เยโฮยาคีนจึงได้ถอดเครื่องแต่งกายของนักโทษออก   และได้รับประทานที่โต๊ะเสวยของพระราชาเป็นปกติ ทุกวันตลอดชีวิต

30and for his allowance, a regular allowance was given him by the king, according to his daily needs, as long as he lived.

30ส่วนงบประมาณที่ให้นั้นก็ได้รับพระราชทานจากกษัตริย์   ตามความต้องการรายวันอยู่เสมอตลอดเมื่อท่านมีชีวิตอยู่

Evil-merodach extended amnesty as he came to the throne of Babylon, releasing Jehoaichin from prison.

เมโรดัคที่ชั่วร้ายขยายเวลานิรโทษกรรมในขณะที่ทรงครองราชย์บัลลังก์แห่งบาบิโลน  ทรงปลดปล่อยเยโฮยาคีนจากคุก

Although other captured kings were in his court, Jehoiachin was given a position of honor among them.

แม้ว่ากษัตริย์อื่น ๆที่ถูกจับขังอยู่ในวังของเขา   เยโฮยาคีนได้รับตำแหน่งที่มีเกียรติในท่ามพวกกษัตริย์นั้น

It is interesting that the period of the kings should conclude with kindness being shown to this last descendant of David who had grown old in a Babylonian prison.10

เป็นที่น่าสนใจว่าระยะเวลาของกษัตริย์ควรจะประกอบด้วยความเมตตา   โดยสำแดงความเมตตานี้ต่อลูกหลานรุ่นสุดท้ายของดาวิด  ที่ได้เติบโตจนแก่เฒ่าในคุกแห่งบาบิโลน

 

2 Kings Chapter 24

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top