Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Friday, December 11, 2015

 


พระธรรมยอห์น

Kortney: คอร์ทนี่ย์ I'm Kortney. I'm 21 years old and I'm from California. ฉันชื่อคอร์ทนีย์ ฉันอายุ 21 ปีและฉันจากรัฐแคลิฟอร์เนีย I was born into a Christian family. ฉันเกิดมาในครอบครัวที่นับถือศาสนาคริสต์ We went to church every Sunday said our prayers and talked about how much Jesus loves us during the week, but I never felt that Jesus was the center of our home. เราไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ กล่าวคำอธิษฐานของเราและพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่ พระเยซูทรงรักเราในระหว่างสัปดาห์ แต่ฉันไม่เคยรู้สึกว่าพระเยซูเป็นศูนย์กลางของบ้านเราเลย My dad worked all the time and my mom stayed home to take care of me and my little brother. คุณพ่อของฉันทำงานตลอดเวลาและคุณแม่ของฉันอยู่ที่บ้าน เพื่อดูแลของฉันและน้องชายคนเล็กของฉัน Whenever my mom got mad, it was really scary. เมื่อใดก็ตามที่คุณแม่ของฉันหงุดหงิดเหมือนบ้า มันก็น่ากลัวจริงๆ She threw things, slammed doors and cupboards, screamed and yelled, and hurt us. เธอโยนสิ่งของต่างๆ กระแทกประตูและตู้ กรีดร้องและตะโกนลั่น และทำร้ายเรา I lived in constant fear, not knowing when she would flip out next. ฉันมีชีวิตอยู่ในความกลัวประจำ ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ที่คุณแม่จะเหวี่ยงออกต่อไป Because of the way my mom treated me, I grew up to be a very depressed girl. เป็นเพราะวิธีที่แม่ของฉันได้กระทำต่อฉัน ฉันเติบโตขึ้นมาที่จะเป็นเด็กสาวที่มีใจหดหู่ขมาก When I was in the 6th grade, my friend group decided that I was annoying and no longer wanted to be my friend. เมื่อฉันอยู่ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มเพื่อนของฉันตัดสินว่าฉันเป็นที่น่ารำคาญและไม่ต้องการที่จะเป็นเพื่อนกับฉันอีกต่อไป That added to my insecurities and sadness. สิ่งนี้เพิ่มเข้ามาในความโศกเศร้าของฉันความไม่ปลอดภัยในชีวิต As I went into middle school I shut down completely. ขณะที่ฉันเดินขึ้นชั้นเรียนระดับมัธยม ฉันปิดตัวลงอย่างสิ้นเชิง I had 1 or 2 friends and stopped talking to the people around me. ฉันมีเพื่อนแค่ 1 หรือ 2 คนและหยุดการพูดคุยกับคนรอบๆ ข้าง I was so scared of being annoying and of being rejected that I preferred to just be alone. ฉันรู้สึกหวาดกลัวว่าจะเป็นที่น่ารำคาญและถูกปฏิเสธอีกจนฉันต้องการอยู่เพียงลำพังคนเดียว As I went into high school I noticed that the boys were starting to notice me and didn’t think I was annoying at all, so l went with them. ขณะที่ฉันขึ้นเรียนระดับมัธยมปลาย ฉันสังเกตเห็นว่าเด็กผู้ชายได้เริ่มต้นที่จะสังเกตเห็นฉัน และไม่คิดว่าฉันเป็นที่น่ารำคาญเลย ดังนั้นฉันจึงออกไปเที่ยวกับพวกเขา I spent hours on dating websites just to hear that I was "pretty." ฉันใช้เวลาในการออกเดทนัดโดยทางเว็บไซต์เพียงแค่ได้ยินว่าฉันเป็นคน "สวย" When I was 15, I met a boy that was addicted to cocaine. เมื่อตอนที่ฉันอายุ 15 ปี ฉันได้พบกับเด็กผู้ชายที่ได้ติดยาเสพติดโคเคน He was not a good guy, but he made me laugh, and I liked the "don’t mess with me" reputation he had for himself, so I pursued him. เขาไม่ได้เป็นคนดี แต่เขาทำให้ฉันหัวเราะได้และฉันชอบความมีชื่อเสียง "ที่ไม่ยุ่งกับฉัน" ที่เขามีกับตัวเอง ดังนั้นฉันจึงไล่ตามหลังเขา We dated for a year and a half before I finally broke up with him. เราออกเดทได้ราวปีครึ่งก่อนที่ในที่สุดฉันก็เลิกกับเขา At the end of the relationship, I was more damaged than when I had gone into it. ในตอนท้ายของความสัมพันธ์กันนั้น ฉันเสียหายมากกว่าตอนที่ฉันได้ไปรู้จักเขา He abused me both emotionally and sexually. and I had allowed it. เขาทำร้ายฉันทั้งด้านอารมณ์จิตใจและทางเพศ และฉันก็ยินยอมตาม Even though I was damaged and not following the Lord, I talked to Him every day, I stayed in church, I worshipped Him. แม้ว่าฉันจะได้รับความเสียหายและไม่ได้ติดตามพระเจ้า ฉันยังคงสนทนากับพระองค์ทุกวัน ฉันอยู่ในโบสถ์และฉันนมัสการพระองค์ And I was even known as "church girl" in my high school because I would invite everyone I met to church. แม้แต่ฉันก็เป็นที่รู้จักกันว่าเป็น "เด็กในโบสถ์" ในโรงเรียนมัธยมของฉัน เพราะฉันจะเชิญทุกคนที่ฉันรู้จักให้ไปคริสตจักร I wasn't living for God, but I knew He had what I wanted, I just wasn't ready to give up my habits. ฉันไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้า แต่ฉันรู้ว่าพระองค์ทรงมีในสิ่งที่ฉันต้องการ ฉันก็ยังไม่พร้อมที่จะเลิกนิสัยของฉัน I just lived without purpose for a while after the breakup. ฉันเพียงแค่มีชีวิตอยู่โดยไม่มีวเป้าหมายชั่วขณะหลังจากความสัมพันธ์ล่มสลาย I would talk to boy after boy. ฉันจะพูดคุยกับเด็กผู้ชายคนแล้วคนเล่า I loved the attention they gave me and the way they made me feel. ฉันรักที่พวกเขาให้ความสนใจฉันและวิธีที่พวกเขาทำให้ฉันรู้สึกดี In the meantime, I went on a mission trip to the Philippines, where God totally restored my relationship with my Mom and showed me how to forgive her. ในขณะเดียวกัน ฉันได้ไปร่วมการรีบเร่งเดินทางทำพันธกิจที่ประเทศฟิลิปปินส์ ที่ซึ่งพระเจ้าทรงเรียกคืนความสัมพันธ์ของฉันกับคุณแม่อย่างสิ้นเชิง และแสดงให้ฉันเห็น ว่าฉันควรจะยกโทษให้คุณแม่อย่างไร Also, I felt God call me to full time missions, but I was scared, so I didn't listen right away. นอกจากนี้ ฉันรู้สึกว่าพระเจ้าทรงเรียกฉันให้รับใช้พันธกิจเต็มเวลา แต่ฉันรู้สึกกลัว ดังนั้นฉันไม่ได้ฟังในทันที It wasn't until I was 18 that I met my next boyfriend he was everything I had ever wanted. มันไม่มีอะไจนกระทั่งฉันอายุ 18 ปี ที่ฉันได้พบกับแฟนคนต่อไปของฉัน เขาเป็นทุกอย่างที่ฉันได้เคยต้องการ It seemed to me that he was perfect. ฉันรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ The down side was he didn’t think of me the same way. ในทางกลับกันเขาไม่ได้คิดกับฉันแบบเดียวกับที่ฉันคิด I fell in love, or fell in lust, with him right away. ฉันตกหลุมรัก หรือตกอยู่ในราคะตัณหาทางเพศกับเขาทันที I wanted to marry him after a month of knowing him, but God started whispering to my heart. ฉันอยากจะแต่งงานกับเขาหลังจากรู้จักเขาได้ 1 เดือน แต่พระเจ้าทรงเริ่มกระซิบในจิตใจของฉัน “Kortney I have better for you, trust Me." "คอร์ทนี่ เรามีดีกว่านี้สำหรับเจ้า จงไว้วางใจเรา" Of course. I ignored Him. because I was so determined to make things work my way. แน่นอน. ฉันไม่สนใจคำตรัสของพระองค์ เพราะฉันมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งต่างๆตามวิธีการทำงานของฉัน After a year and a half, I could not handle it anymore God was practically screaming at me telling me to get out of this relationship, that He would give me so much more than what I was setting my future up for. หลังจาก1ปีครึ่ง ฉันไม่สามารถจัดการกับมันได้อีกต่อไป พระเจ้ายังทรงส่งเสียงร้องที่ฉัน บอกฉันให้เลิกความสัมพันธ์นี้ และว่าพระองค์จะทรงประทานให้ฉันมากขึ้นกว่าสิ่งที่ฉันกำลังมุ่งหาในอนาคตของฉัน So, I listened, I broke up with him and it was the hardest thing I had done. ดังนั้นฉันจึงรับฟัง ฉันเลิกกับเขาและมันก็เป็นสิ่งที่ยากที่สุดที่ฉันได้เคยทำ But 2 months later, God put the World Race on my heart, and I was tired of hurting, I decided to just trust Him and sec where He would lead me. แต่ 2 เดือนต่อมา พระเจ้าทรงนำเรื่องการรีบเร่งเดินทางทำพันธกิจในเวทีโลกเข้ามาในใจฉัน ก็เหนื่อย กับการเจ็บปวดมาก ฉันตัดสินใจที่จะไว้วางใจเพียงพระองค์ และคอยดูว่าพระองค์จะทรงนำฉันไปที่ไหน Stepping into Gods plan was scary for me! การเดินก้าวเข้าสู่แผนการพระเจ้าดูน่ากลัวสำหรับฉัน! I had to let go of everything and let God have control, and here I am, in Thailand, on month six of the World Race. ฉันต้องปลดปล่อยทุกอย่างและยอมให้พระเจ้าทรงควบคุม และที่นี่ ฉันอยู่ในประเทศไทย เป็นเดือนที่ 6 ในการเร่งรีบเดินทางทำพันธกิจในเวทีโลก I have so much joy and peace I've never felt so great in my entire life. ฉันมีความสุขมากและมีสันติสุขที่ฉันไม่เคยรู้สึกดีมากในชั่วชีวิตของฉัน I could never dream that my life would have gone this direction, but I am so glad I decided to trust Him! ฉันไม่เคยนึกฝันว่าชีวิตของฉันจะได้ไปในทิศทางนี้ แต่ฉันดีใจที่ฉันตัดสินใจที่จะวางใจในพระองค์!  

จากนั้นพระองค์ก็ทรงเต็มพระทัยที่จะสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนแทนพวก

Kortney and Romans

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top