Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, December 13, 2015

 

Book of 1 Corinthians

พระธรรม 1 โครินธ์

 

Can you summarize the Book of 1 Corinthians? What is the Book of 1 Corinthians all about?

คุณสามารถสรุปพระธรรม 1โครินธ์ได้หรือไม่  พระธรรม 1โครินธ์ทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร

 

Author: 1 Corinthians 1:1 identifies the author of the book of 1 Corinthians as the apostle Paul.

ผู้ประพันธ์: 1 โครินธ์ 1: 1 ระบุว่าผู้เขียนพระธรรม 1 โครินธ์เป็นอัครทูตเปาโล
1 Corinthians
1โครินธ์ 1:1  1Paul, called by the will of God to be an apostle of Christ Jesus, and our brother Sosthenes,

1เปาโล   ผู้ซึ่งพระเจ้าได้ทรงเรียกให้เป็นอัครทูตของพระเยซูคริสต์   ตามน้ำพระทัยของพระองค์   และโสสเธเนสผู้เป็นพี่น้องของเรา  

 

Date of Writing: The book of 1 Corinthians was written in approximately A. D. 55.
วันที่เขียน:
พระธรรม 1 โครินธ์ถูกเขียนขึ้นประมาณปี ค.ศ. 55

 

Purpose of Writing: The apostle Paul founded the church in Corinth.

จุดประสงค์ของการเขียน: อัครทูตเปาโลได้ก่อตั้งคริสตจักรที่เมืองโครินธ์

A few years after leaving the church, the Apostle Paul heard some disturbing reports about the Corinthian church.

ไม่กี่ปีหลังจากถึงเวลาจากลาคริสตจักรโครินธ์ไปแล้ว    อัครทูตเปาโลได้รับรายงานว่ามีบางอย่างมารบกวนที่คริสตจักร

They were full of pride and were excusing sexual immorality.

พวกเขาเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและกำลังกระทำการผิดศีลธรรมทางเพศ

Spiritual gifts were being used improperly, and there was rampant misunderstanding of key Christian doctrines.

ของประทานฝ่ายจิตวิญญาณถูกนำมาใช้อย่างไม่ถูกต้อง   และมีความเข้าใจผิดใหญ่โตเรื่องหลักคำสอนสำคัญของศาสนาคริสต์

The apostle Paul wrote his first letter to the Corinthians in an attempt to restore the Corinthian church to its foundation—Jesus Christ.
อัครทูตเปาโล
ได้เขียนจดหมายฉบับแรกของท่านไปถึงชาวเมืองโครินธ์   โดยพยายามที่จะรื้อฟื้นคืนสภาพคริสตจักรโครินธ์ตามรากฐานเดิมที่วางไว้- คือพระเยซูคริสต์

Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

1 Corinthians 1โครินธ์ 3:3 3for you are still of the flesh. For while there is jealousy and strife among you, are you not of the flesh and behaving only in a human way?

3ด้วยว่าท่านยังอยู่ฝ่ายเนื้อหนัง   เพราะว่าเมื่อยังอิจฉากัน   และขัดเคืองใจกัน   ท่านไม่ได้อยู่ฝ่ายเนื้อหนังหรือ   และไม่ได้ประพฤติตามมนุษย์สามัญดอกหรือ

1 Corinthians 1โครินธ์ 6:19-20 19Or do you not know that your body is a temple of the Holy Spirit within you, whom you have from God? You are not your own,

19ท่านไม่รู้หรือว่า   ร่างกายของท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งสถิตอยู่ในท่าน   ซึ่งท่านได้รับจากพระเจ้า   ท่านไม่ใช่เจ้าของตัวท่านเอง

20for you were bought with a price. So glorify God in your body.

20พระเจ้าได้ทรงซื้อท่านไว้แล้ว  ด้วยราคาสูง  เหตุฉะนั้น  ท่านจงถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าด้วยร่างกายของท่านเถิด
1 Corinthians  1โครินธ์ 10:31 31So, whether you eat or drink, or whatever you do, do all to the glory of God.

31เหตุฉะนั้นเมื่อท่านจะรับประทานจะดื่ม   หรือจะทำอะไรก็ตาม   จงกระทำเพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า
1 Corinthians  1โครินธ์ 12:7 7To each is given the manifestation of the Spirit for the common good.

7การสำแดงของพระวิญญาณนั้นมีแก่ทุกคนเพื่อประโยชน์ร่วมกัน
1 Corinthians
 1โครินธ์ 13:4-7 4Love is patient and kind; love does not envy or boast; it is not arrogant

4ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้   ความรักไม่อิจฉา   ไม่อวดตัว   ไม่หยิ่งผยอง

5or rude. It does not insist on its own way; it is not irritable or resentful;

5ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด

6it does not rejoice at wrongdoing, but rejoices with the truth.

6ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด   แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ

7Love bears all things, believes all things, hopes all things, endures all things.

7ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น   และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ   และมีความหวังอยู่เสมอ   และทนต่อทุกอย่าง  
1 Corinthians  1โครินธ์ 15:3-43For I delivered to you as of first importance what I also received: that Christ died for our sins in accordance with the Scriptures,

3เรื่องซึ่งข้าพเจ้ารับไว้นั้น   ข้าพเจ้าได้ประกาศแก่ท่านทั้งหลาย   เป็นเรื่องสำคัญที่สุดคือว่าพระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์   เพราะบาปของเราทั้งหลาย   ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์

4that He was buried, that He was raised on the third day in accordance with the Scriptures,

4และทรงถูกฝังไว้   แล้ววันที่สามพระองค์ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาใหม่   ตามที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์นั้น

 

Brief Summary: The Corinthian church was plagued by divisions.

บทสรุปโดยย่อ: คริสตจักรโครินธ์รับอิทธิพลบางอย่างเข้ามาทำให้เกิดการแตกแยก

The believers in Corinth were dividing into groups loyal to certain spiritual leaders.

ผู้เชื่อในเมืองโครินธ์แตกแยกออกเป็นกลุ่มเป็นพวก  ตามที่พวกเขาภักดีต่อผู้นำด้านจิตวิญญาณ

1 Corinthians 1โครินธ์ 1:12 12What I mean is that each one of you says, “I follow Paul,” or “I follow Apollos,” or “I follow Cephas,” or “I follow Christ.”

12ข้าพเจ้าหมายความว่า   พวกท่านต่างก็กล่าวว่า “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์เปาโล” หรือ   “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์อปอลโล”   หรือ   “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์เคฟาส”   หรือ   “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์พระคริสต์”

1 Corinthians 1โครินธ์ 3:1-6 1But I, brothers, could not address you as spiritual people, but as people of the flesh, as infants in Christ.

1พี่น้องทั้งหลาย   ข้าพเจ้าไม่อาจจะพูดกับท่าน   เหมือนพูดกับผู้ที่อยู่ฝ่ายวิญญาณแล้วได้   แต่ต้องพูดกับท่านเหมือนคนที่อยู่ฝ่ายเนื้อหนัง   เหมือนกับท่านเป็นทารกในพระคริสต์

2I fed you with milk, not solid food, for you were not ready for it. And even now you are not yet ready,

2ข้าพเจ้าเลี้ยงท่านด้วยน้ำนม   มิใช่ด้วยอาหารแข็ง   เพราะว่าเมื่อก่อนนั้นท่านยัง ไม่สามารถรับ   และถึงแม้เดี๋ยวนี้ท่านก็ยังไม่สามารถ

3for you are still of the flesh. For while there is jealousy and strife among you, are you not of the flesh and behaving only in a human way?

3ด้วยว่าท่านยังอยู่ฝ่ายเนื้อหนัง   เพราะว่าเมื่อยังอิจฉากัน   และขัดเคืองใจกัน   ท่านไม่ได้อยู่ฝ่ายเนื้อหนังหรือ   และไม่ได้ประพฤติตามมนุษย์สามัญดอกหรือ

4For when one says, “I follow Paul,” and another, “I follow Apollos,” are you not being merely human?

4เพราะเมื่อคนหนึ่งกล่าวว่า “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์ของเปาโล” และอีกคนหนึ่งกล่าวว่า   “ข้าพเจ้าเป็นศิษย์ของอปอลโล”   ท่านทั้งหลายมิได้เป็นเพียงมนุษย์สามัญหรือ  

5What then is Apollos? What is Paul? Servants through whom you believed, as the Lord assigned to each.

5อปอลโลคือผู้ใด   เปาโลคือผู้ใด   คือผู้รับใช้   ซึ่งได้สอนพวกท่านให้เชื่อ   เราแต่ละคนได้รับใช้ตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงกำหนดให้

6I planted, Apollos watered, but God gave the growth.

6ข้าพเจ้าปลูก อปอลโลรดน้ำ แต่พระเจ้าทรงทำให้เติบโต

Paul exhorted the Corinthian believers to be united because of devotion to Christ.

เปาโลตักเตือนสั่งสอนให้ผู้เชื่อชาวโครินธ์หันมาร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพราะการอุทิศตัวต่อพระคริสต์

1 Corinthians 1โครินธ์ 3:21-23 21So let no one boast in men. For all things are yours,

21เหตุฉะนั้น   อย่าให้ผู้ใดยกมนุษย์ขึ้นอวด   ด้วยว่าสิ่งสารพัดเป็นของท่านทั้งหลาย

22whether Paul or Apollos or Cephas or the world or life or death or the present or the future—all are yours,

22ไม่ว่าจะเป็นเปาโล   หรืออปอลโล   หรือเคฟาส   หรือโลก   หรือชีวิต   หรือความตาย   หรือปัจจุบันกาล   หรืออนาคตกาล   สิ่งสารพัดนั้นเป็นของท่านทั้งหลาย

23and you are Christ's, and Christ is God's.  

23และท่านทั้งหลายเป็นของพระคริสต์   และพระคริสต์ทรงเป็นของพระเจ้า

Many in the church were essentially approving of an immoral relationship.

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือคนมากมายในคริสตจักรกำลังยอมรับความสัมพันธ์ที่ผิดศีลธรรม

1 Corinthians 1โครินธ์ 5:1-2 1It is actually reported that there is sexual immorality among you, and of a kind that is not tolerated even among pagans, for a man has his father's wife.

1มีข่าวเล่าลือว่าในพวกท่านมีการผิดประเวณี   และการผิดนั้นถึงแม้ในพวกต่างชาติก็ไม่มีเลย   คือเรื่องมีว่า   คนหนึ่งได้เอาภรรยาของบิดามาเป็นเมียของตน

2And you are arrogant! Ought you not rather to mourn? Let him who has done this be removed from among you.

2และพวกท่านยังผยองแทนที่จะเป็นทุกข์เป็นร้อน   ท่านควรที่จะตัดคนที่กระทำผิดเช่น นี้ออกเสียจากพวกท่าน  

Paul commanded them to expel the wicked man from the church.

เปาโลสั่งให้พวกเขาจัดการขับไล่คนชั่วออกจากคริสตจักร

1 Corinthians 1โครินธ์ 5:13 13God judges those outside. “Purge the evil person from among you.”

13ส่วนคนภายนอกนั้นพระเจ้าจะทรงตัดสินลงโทษ จงกำจัดคนชั่วช้านั้นออกจากพวกท่านเสียเถิด

The Corinthian believers were taking each other to court.

ผู้เชื่อเมืองโครินธ์กำลังมีเรื่องคดีต่อกันในชั้นศาล

1 Corinthians 1โครินธ์ 6:1-2 1When one of you has a grievance against another, does he dare go to law before the unrighteous instead of the saints?

1เมื่อผู้ใดในพวกท่านเป็นความกัน   ท่านกล้าที่จะไปว่าความกันต่อหน้าคนอธรรม   และไม่ไปว่าความกันต่อหน้าธรรมิกชนหรือ

2Or do you not know that the saints will judge the world? And if the world is to be judged by you, are you incompetent to try trivial cases?

2ท่านไม่รู้หรือว่าธรรมิกชนจะพิพากษาโลก   และถ้าพวกท่านจะพิพากษาโลก   ท่านไม่มีสมรรถภาพจะพิพากษาตัดสินเรื่องเล็กๆน้อยๆหรือ

Paul taught the Corinthians that it would be better to be taken advantage of than to damage their Christian testimony.

เปาโลสอนชาวโครินธ์ว่ามันคงจะดีกว่า  ถ้าเราคิดว่าคำพยานของพวกเขาที่เป็นคริสเตียน

เป็นประโยชน์ดีกว่าจะทำลาย

1 Corinthians 1 โครินธ์ 6:3-8 3Do you not know that we are to judge angels? How much more, then, matters pertaining to this life!

3ท่านไม่รู้หรือว่าเราจะพิพากษาพวกทูตสวรรค์   ถ้าเช่นนั้นจะยิ่งเป็นการสมควรสักเท่าใด   ที่เราจะพิพากษาตัดสินความเรื่องของชีวิตนี้

4So if you have such cases, why do you lay them before those who have no standing in the church?

4เมื่อพวกท่านเป็นความกันเรื่องชีวิตนี้   ท่านจะตั้งคนที่คริสตจักรนับ ถือน้อยที่สุดให้ตัดสินหรือ

5I say this to your shame. Can it be that there is no one among you wise enough to settle a dispute between the brothers,

5ข้าพเจ้ากล่าวดังนี้   ก็เพื่อให้ท่านละอายใจ   ในพวกท่านไม่มีสักคนหนึ่งหรือ   ที่มีสติปัญญาสามารถชำระความระหว่างพี่น้อง

6but brother goes to law against brother, and that before unbelievers?

6แต่พี่น้องกับพี่น้องต้องไปว่าความกัน   ต่อหน้าคนที่ไม่มีความเชื่ออย่างนั้นหรือ  

7To have lawsuits at all with one another is already a defeat for you. Why not rather suffer wrong? Why not rather be defrauded?

7อันที่จริง   เมื่อพวกท่านไปเป็นความกัน   ท่านก็ตกจากระดับที่ควร   ทำไมท่านจึงไม่ทนต่อการร้ายซึ่งเขาทำแก่ท่าน   ทำไมท่านจึงไม่ยอมให้เขาโกง

8But you yourselves wrong and defraud—even your own brothers! 

8แต่ท่านเองกลับทำร้ายกัน   และโกงกันในระหว่างพวกพี่น้องของท่านเอง  
Paul gave the Corinthian church instructions on marriage and celibacy (chapter 7), food sacrificed to idols (chapters 8 and 10), Christian freedom (chapter 9), the veiling of women (1 Corinthians 11:1-16), the Lord’s Supper (1 Corinthians 11:17-34), spiritual gifts (chapters 12-14), and the resurrection (chapter 15).

 เปาโลให้คำแนะนำคริสตจักรโครินธ์ เรื่องการแต่งงานและเรื่องพรหมจรรย์ (บทที่ 7) อาหารที่ถวายบูชาแก่รูปเคารพ (บทที่ 8 และ 10) เสรีภาพคริสเตียน (บทที่ 9) การสวมผ้าคลุมหน้าของผู้หญิง (1 โครินธ์ 11: 1-16)  พิธีมหาสนิท (1 โครินธ์ 11: 17-34) ของประทานฝ่ายวิญญาณ (บทที่ 12-14) และการฟื้นคืนพระชนม์ (บทที่ 15)

Paul organized the book of 1 Corinthians by answering questions the Corinthian believers had asked him and by responding to improper conduct and erroneous beliefs they had accepted.
เปาโล
รวบรวมพระธรรม 1 โครินธ์โดยการตอบคำถามผู้เชื่อในเมืองโครินธ์  ที่ได้ถามท่าน   และโดยการตอบสนองต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและความเชื่อที่ผิดพลาดที่พวกเขาได้รับมา

Connections: In chapter 10 of the book of 1 Corinthians,

การเชื่อมต่อ: ในบทที่ 10 ของพระธรรม 1 โครินธ์

Paul uses the story of the Israelites wandering in the wilderness to illustrate to the Corinthian believers the folly of the misuse of freedom and the danger of overconfidence.

เปาโลใช้เรื่องราวของชนชาติอิสราเอลที่เดินวนในถิ่นทุรกันดาร  เพื่อแสดงให้เห็นภาพผู้เชื่อในเมืองโครินธ์ที่โง่เขลาในการใช้เสรีภาพผิดวัตถุประสงค์ และอันตรายของการมั่นใจตนเองสูงเกินไป

Paul has just warned the Corinthians about their lack of self-discipline.

เปาโลได้ตักเตือนชาวเมืองโครินธ์เกี่ยวกับการที่พวกเขาขาดวินัยในตนเอง

1 Corinthians 1โครินธ์ 9:24-27 24Do you not know that in a race all the runners compete, but only one receives the prize? So run that you may obtain it.

24ท่านไม่รู้หรือว่าคนเหล่านั้นที่วิ่งแข่งกันก็วิ่งด้วยกันทุกคน   แต่คนที่ได้รับรางวัลมีคนเดียว   เหตุฉะนั้นจงวิ่งเพื่อชิงรางวัลให้ได้

25Every athlete exercises self-control in all things. They do it to receive a perishable wreath, but we an imperishable.

25ฝ่ายนักกีฬาทุกคนก็เคร่งครัดในระเบียบ   เขากระทำอย่างนั้นเพื่อจะ ได้มงกุฎใบไม้ซึ่งร่วงโรยได้   แต่เรากระทำเพื่อจะได้มงกุฎที่ไม่มีวันร่วงโรยเลย

26So I do not run aimlessly; I do not box as one beating the air.

26ส่วนข้าพเจ้าวิ่งแข่งโดยมีเป้าหมาย   ข้าพเจ้ามิได้ต่อสู้อย่างนักมวยที่ชกลม

27But I discipline my body and keep it under control, lest after preaching to others I myself should be disqualified.

27แต่ข้าพเจ้าก็ทุบตีร่างกายให้มันแข็งจนอยู่มือ   เพราะเกรงว่าเมื่อข้าพเจ้าได้ ประกาศข่าวประเสริฐแก่คนอื่นแล้ว   ตัวข้าพเจ้าเองจะเป็นคนที่ใช้การไม่ได้

 

He goes on to describe the Israelites who, despite seeing God’s miracles and care for them—the parting of the Red Sea, the miraculous provision of manna from heaven and water from a rock—they misused their freedom, rebelled against God, and fell into immorality and idolatry.

เปาโลบรรยายต่อไปเรื่องชนชาติอิสราเอล  ถึงแม้พวกเขามองเห็นการอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงสำแดง และการดูแลของพระเจ้า การได้เห็นทะเลแดงแยกออก  การจัดทรงเตรียมมานาจากสวรรค์และน้ำที่ไหลจากโขดหินให้ดื่มกิน  พวกเขายังคงใช้เสรีภาพของเขาอย่างไม่ถูกต้อง ทำการกบฏต่อพระเจ้า และลุ่มหลงในสิ่งที่ไร้ศีลธรรม และทำการกราบไหว้รูปเคารพ

Paul exhorts the Corinthian church to note the example of the Israelites and avoid lusts and sexual immorality

เปาโลได้ตักเตือนคริสเตียนเมืองโครินธ์ให้สังเกตดูตัวอย่างชนชาติอิสราเอล   และให้หลีกห่างจากการทำผิดจริยธรรมทางเพศ

1 Corinthians 1โครินธ์ 10:8 8We must not indulge in sexual immorality as some of them did, and twenty-three thousand fell in a single day.

8อย่าให้เราคบหญิงชั่วเหมือนอย่างที่บางคนในพวกเขาได้กระทำ   แล้วก็ล้มลงตายในวันเดียวสองหมื่นสามพันคน

Avoid putting Christ to the test and complaining.

จงหลีกห่างจากการทดลองพระเจ้าและการพร่ำบ่น

1 Corinthians 1โครินธ์ 10:9-10 9We must not put Christ to the test, as some of them did and were destroyed by serpents,

9อย่าให้เราลองดีองค์พระผู้เป็นเจ้า   เหมือนอย่างที่บางคนในพวกเขาได้กระทำ   แล้วก็ต้องตายด้วยงูร้าย

10nor grumble, as some of them did and were destroyed by the Destroyer.

10อย่าให้เราบ่นเหมือนอย่างที่บางคนในพวกเขาได้บ่น แล้วก็ต้องพินาศด้วยองค์เพชฌฆาต  

Numbers กันดารวิถี 11:4, 34 4Now the rabble that was among them had a strong craving. And the people of Israel also wept again and said, “Oh that we had meat to eat!

4คนที่ปะปนมากับเขาทั้งหลายเป็นคนละโมบมาก ทั้งคนอิสราเอลก็ร้องไห้ คร่ำครวญอีกว่า “ผู้ใดจะให้เนื้อเรากิน”

34Therefore the name of that place was called Kibroth-hattaavah, because there they buried the people who had the craving.

34เขาจึงเรียกชื่อตำบลนั้นว่าขิบโรทหัทธาอาวาห์ เพราะที่นั่นเขาฝังศ พคนทั้งปวงที่โลภอาหาร

Numbers กันดารวิถี 25:1-9 1While Israel lived in Shittim, the people began to whore with the daughters of Moab.

1เมื่ออิสราเอลพักอยู่ในเมืองชิทธีม   ประชาชนก็ได้เริ่มเล่นชู้กับหญิงชาวโมอับ

2These invited the people to the sacrifices of their gods, and the people ate and bowed down to their gods.

2หญิงเหล่านี้ก็เชิญประชาชนให้ไปกระทำบูชาต่อพระของนาง   ประชาชนก็รับประทานและกราบไหว้พระของนาง

3So Israel yoked himself to Baal of Peor. And the anger of the LORD was kindled against Israel.

3ดังนั้นอิสราเอล ก็เข้าถือพระบาอัลแห่งเปโอร์ และพระเจ้าทรงพระพิโรธ ต่ออิสราเอล

4And the LORD said to Moses, “Take all the chiefs of the people and hang them in the sun before the LORD, that the fierce anger of the LORD may turn away from Israel.”

4และพระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “จงนำหัวหน้าทั้งหลายของประชาชนแขวนตากแดด ไว้ต่อพระเจ้า   เพื่อว่าพระพิโรธอันเกรี้ยวกราดของพระเจ้าจะหันเห ไปจากอิสราเอลเสีย”

5And Moses said to the judges of Israel, “Each of you kill those of his men who have yoked themselves to Baal of Peor.”

5และโมเสสบอกผู้วินิจฉัยของอิสราเอลว่า “ท่านทุกคนจงฆ่าคนของท่านที่เข้าถือ พระบาอัลแห่งเปโอร์เสีย”  

6And behold, one of the people of Israel came and brought a Midianite woman to his family, in the sight of Moses and in the sight of the whole congregation of the people of Israel, while they were weeping in the entrance of the tent of meeting.

6และดูเถิด   มีชายอิสราเอลคนหนึ่งพาหญิง คนมีเดียนคนหนึ่งเข้ามาในครอบ ครัวต่อหน้าโมเสส   และต่อหน้าชุมนุมชนทั้งหมดของอิสราเอล   ขณะเมื่อเขาทั้งหลายกำลังร้องไห้อยู่ที่ประตูเต็นท์นัดพบ

7When Phinehas the son of Eleazar, son of Aaron the priest, saw it, he rose and left the congregation and took a spear in his hand

7ครั้นฟีเนหัสบุตรเอเลอาซาร์   บุตรของอาโรนปุโรหิตเห็นดังนั้นก็ลุกขึ้นไปจากชุมนุมชน   มือถือทวน

8and went after the man of Israel into the chamber and pierced both of them, the man of Israel and the woman through her belly. Thus the plague on the people of Israel was stopped.

8ติดตามชายอิสราเอลคนนั้นเข้าไปในห้องชั้นใน   และแทงทะลุร่างกายเขาทั้งคู่   ทั้งชายอิสราเอลและหญิงคนนั้น   แล้วภัยพิบัติในอิสราเอลก็สงบ

9Nevertheless, those who died by the plague were twenty-four thousand.

9แต่อย่างไรก็ตาม   คนที่ตายด้วยภัยพิบัติมีสองหมื่นสี่พันคน  

Exodus อพยพ 16:2 2And the whole congregation of the people of Israel grumbled against Moses and Aaron in the wilderness,

2ชุมนุมชนชาติอิสราเอลทั้งปวงก็ พากันบ่นต่อโมเสสและอาโรนในถิ่นทุรกันดาร

Exodus อพยพ 17:2, 7 2Therefore the people quarreled with Moses and said, “Give us water to drink.” And Moses said to them, “Why do you quarrel with me? Why do you test the LORD?”

2เหตุฉะนั้นประชาชนจึงกล่าวหาว่าเป็นความผิดของโมเสส   และกล่าวกับโมเสสว่า “ให้น้ำพวกข้าดื่มซิ” โมเสสจึงบอกเขาว่า “พวกเจ้าหาเรื่องเราทำไม   เหตุไฉนพวกเจ้าจึงบังอาจลองดีกับพระเจ้า”

7And he called the name of the place Massah and Meribah, because of the quarreling of the people of Israel, and because they tested the LORD by saying, “Is the LORD among us or not?”

7โมเสสเรียกชื่อตำบลนั้นว่า มัสสาห์    และเมรีบาห์ ด้วยเหตุว่า   คนอิสราเอลกล่าวหาตน ณ ที่นั้น   และลองดีกับพระเจ้าว่า “พระเจ้าทรงสถิตอยู่ท่ามกลาง พวกข้าพเจ้าจริงหรือ”

 

Practical Application: Many of the problems and questions the Corinthian church was dealing with are still present in the church today.

การนำไปประยุกต์ใช้ปฎิบัติ “ ปัญหาและคำถามมากมายที่คริสตจักรโครินธ์เกี่ยวข้อง  ก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ในคริสตจักรเราทุกวันนี้

Churches today still struggle with divisions, with immorality, and with the use of spiritual gifts.                                                                                                           คริสตจักรทุกวันนี้ยังคงแตกแยกกันอยู่  ความไม่มีคุณธรรม  และการใช้ของประทานฝ่ายวิญญาณ

The book of 1 Corinthians very well could have been written to the church today and we would do well to heed Paul’s warnings and apply them to ourselves.

พระธรรม 1 โครินธ์คงจะได้เขียนถึงคริสตจักรในทุกวันนี้ด้วย    และเราจะต้องเอาใจใส่ต่อคำสอนของเปาโล และนำมาประยุกต์ใช้กับเราเอง

Despite all the rebukes and corrections, 1 Corinthians brings our focus back to where it should be—on Christ.

ถึงแม้มีการตำหนิติเตียนว่ากล่าวและการแก้ไขมากมาย  พระธรรม 1 โครินธ์นำเรากลับมาพุ่งความสนใจที่ๆ ควรเป็น คือที่พระคริสต์

Genuine Christian love is the answer to many problems (chapter 13).

รักแท้แบบคริสเตียนเป็นคำตอบต่อปัญหามากมาย (บทที่13 )

A proper understanding of the resurrection of Christ, as revealed in chapter 15, and thereby a proper understand of our own resurrection, is the cure for what divides and defeats us.

ความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องการฟื้นคืนพระชนม์ของพระคริสต์ ดังที่ปรากฎในบทที่15 และ โดยวิธีนั้นความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องการฟื้นกลับสภาพใหม่ของเรา เป็นการรักษาสิ่งที่แตกแยกและเอาชนะเรา

www.gotquestions.org/Thai 

 

1 Corinthians

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top