Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, December 23, 2015

 

Book of Philippians

พระธรรมฟิลิปปี

 

Can you summarize the Book of Philippians? What is the Book of Philippians all about?

คุณสามารถสรุปพระธรรมของฟิลิปปีได้หรือไม่  พระธรรมฟิลิปปีทั้งหมดเกี่ยวกับอะไร

 

Author: Philippians 1:1 identifies the author of the book of Philippians as the apostle Paul, likely along with the help of Timothy.
ผู้
ประพันธ์: ฟิลิปปี 1: 1 ระบุว่าผู้เขียนพระธรรมฟิลิปปีเป็นอัครทูตเปาโล  ซึ่งอาจจะเขียนพร้อมด้วยความช่วยเหลือจากทิโมธี

Philippians ฟีลิปปี 1:1 1Paul and Timothy, servants of Christ Jesus, To all the saints

 in Christ Jesus who are at Philippi, with the overseers and deacons:*

1เปาโลและทิโมธี   ผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์   เรียนบรรดาธรรมิกชนในพระเยซูคริสต์   ซึ่งอยู่ในเมืองฟีลิปปี   ทั้งบรรดาผู้ดูแลและมัคนายก  

Date of Writing: The book of Philippians was written in approximately A. D. 61.
วันที่เขียน
: พระธรรมฟิลิปปีอาจเขียนขึ้นประมาณปี ค.ศ. 61

Purpose of Writing: The epistle to the Philippians, one of Paul’s prison epistles, was written in Rome.

จุดประสงค์ของการเขียน: จดหมายฝากถึงชาวฟิลิปปี  ซึ่งเป็นหนึ่งในจดหมายฝากของเปาโล ถูกเขียนขึ้นตอนท่านถูกขังคุกในกรุงโรม

It was at Philippi, which the apostle visited on his second missionary journey (Acts 16:12), that Lydia and the Philippian jailer and his family were converted to Christ.

เปาโลอยู่ที่เมืองฟิลิปปี   ซึ่งอัครสาวกเข้าเยี่ยมท่านในการเดินทางมิชชันนารีครั้งที่สองของท่าน (กิจการ 16:12) ที่นางลิเดียและผู้คุมชาวฟีลิปปีและครอบครัวของเขาได้รับเชื่อในพระคริสต์

Now, some few years later, the church was well established, as may be inferred from its address which includes “bishops (elders) and deacons” (Philippians 1:1).
ตอนนี้
ไม่กี่ปีต่อมาคริสตจักรได้รับการสถาปนาขึ้นเรียบร้อย   ซึ่งมีตำแหน่งต่างๆที่ได้รับการลงความเห็นงรวมทั้ง " ผู้ปกครอง (ผู้สูงอายุ) และมัคนายก" (ฟิลิปปี 1: 1)
The occasion of the epistle was to acknowledge a gift of money from the church at Philippi, brought to the apostle by Epaphroditus, one of its members.

โอกาสของจดหมายฝากฉบับนี้คือ  การยอมรับทานของขวัญเงินบริจาคจากคริสตจักรที่เมืองฟีลิปปี   ที่นำมาให้อัครสาวกโดย เอปาโฟรดิทัส   หนึ่งของสมาชิก

Philippians ฟีลิปปี 4:10-18 10I rejoiced in the Lord greatly that now at length you have revived your concern for me. You were indeed concerned for me, but you had no opportunity.

10ข้าพเจ้ามีใจชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างยิ่ง   เพราะว่าในที่สุดท่านก็ได้ฟื้นการระลึกถึงข้าพเจ้าอีก   ท่านคิดถึงข้าพเจ้าจริงๆ   แต่ยังหาโอกาสไม่ได้

11Not that I am speaking of being in need, for I have learned in whatever situation I am to be content.

11ข้าพเจ้าไม่ได้บ่นถึงเรื่องความขัดสน   เพราะข้าพเจ้าจะมีฐานะอย่างไรก็ตาม   ข้าพเจ้าก็เรียนรู้แล้วที่จะพอใจอยู่อย่างนั้น

12I know how to be brought low, and I know how to abound. In any and every circumstance, I have learned the secret of facing plenty and hunger, abundance and need.

12ข้าพเจ้ารู้จักที่จะเผชิญกับความตกต่ำ   และรู้จักที่จะเผชิญกับความอุดมสมบูรณ์   ไม่ว่าในกรณีใดๆ   ข้าพเจ้ารู้จักเคล็ดลับที่จะเผชิญกับความอิ่มท้องและความอดอยาก   ความสมบูรณ์พูนสุข   และความขัดสน

13I can do all things through him who strengthens me.

13ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้   โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า  

14Yet it was kind of you to share my trouble.

14ถึงกระนั้นก็เป็นความกรุณาของท่าน   ที่ได้ร่วมทุกข์กับข้าพเจ้า

15And you Philippians yourselves know that in the beginning of the gospel, when I left Macedonia, no church entered into partnership with me in giving and receiving, except you only.

15และพวกท่านชาวฟีลิปปีก็ทราบอยู่แล้วว่า   การประกาศข่าวประเสริฐในเวลาเริ่มแรกนั้น   มาตอนเมื่อข้าพเจ้าออกไปจากแคว้นมาซิโดเนีย   ไม่มีคริสตจักรใดมีส่วนร่วมกับข้าพเจ้า ในรายรับรายจ่ายเลย   นอกจากพวกท่านพวกเดียวเท่านั้น

16Even in Thessalonica you sent me help for my needs once and again.

16ถึงแม้เมื่อข้าพเจ้าอยู่ที่เมืองเธสะโลนิกา พวกท่านก็ได้ฝากของมาช่วยหลายครั้งหลายหน

17Not that I seek the gift, but I seek the fruit that increases to your credit. 

17มิใช่ว่าข้าพเจ้าปรารถนาจะได้รับของให้   แต่ว่าข้าพเจ้าอยากให้ท่าน ได้ผลกำไรในบัญชีของท่านมากขึ้น

18I have received full payment, and more. I am well supplied, having received from Epaphroditus the gifts you sent, a fragrant offering, a sacrifice acceptable and pleasing to God.

18ข้าพเจ้าได้รับครบ   และมากกว่านั้นอีก   ข้าพเจ้าก็อิ่มอยู่เพราะได้รับของจาก เอปาโฟรดิทัส   ซึ่งพวกท่านส่งไปให้   เป็นกลิ่นหอม   เป็นเครื่องบูชาที่ทรงโปรดและพอพระทัยของพระเจ้า

This is a tender letter to a group of Christians who were especially close to the heart of Paul.

นี่คือจดหมายที่เป็นห่วง วึ่งเขียนถึงกลุ่มชาวคริสต์   ผู้ที่เปาโลมีใจใกล้ชิดเป็นพิเศษโดยเฉพาะ

2 Corinthians 2 โครินธ์ 8:1-6 1We want you to know, brothers, about the grace of God that has been given among the churches of Macedonia,

1ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   เราใคร่ให้ท่านทราบถึงพระคุณของพระเจ้า   โดยที่พระองค์ได้ทรงโปรดประทานแก่คริสตจักรต่างๆ   ในแคว้นมาซิโดเนีย

2for in a severe test of affliction, their abundance of joy and their extreme poverty have overflowed in a wealth of generosity on their part.

2เพราะว่าเมื่อคราวที่พวกเขาถูกทดลองอย่างหนักได้รับความทุกข์ยาก   ความยินดีล้นพ้นของเขาและความลำบากยากจนอย่างที่สุดของเขานั้น   ก็ล้นออกมาเป็นใจศรัทธาอย่างยิ่ง

3For they gave according to their means, as I can testify, and beyond their means, of their own free will,

3เพราะข้าพเจ้าเป็นพยานได้ว่า   เขาศรัทธาถวายโดยสุดความสามารถของเขา   ที่จริงก็เกินความสามารถของเขาเสียอีก

4begging us earnestly for the favor of taking part in the relief of the saints—

4และเขายังได้วิงวอนเรามากมาย   ขอให้เขามีส่วนในการช่วยธรรมิกชนด้วย

5and this, not as we expected, but they gave themselves first to the Lord and then by the will of God to us.

5ไม่เหมือนที่เราได้คาดหมายไว้   แต่ข้อสำคัญที่สุด   ได้ถวายตัวเขาเองแด่องค์ พระผู้เป็นเจ้าก่อน   แล้วได้มอบตัวให้เราตามพระทัยพระเจ้า

6Accordingly, we urged Titus that as he had started, so he should complete among you this act of grace.

6จนถึงกับเราได้เตือนทิตัสให้ไปช่วยพวกท่านทำการกุศลนั้น   จนสำเร็จตามที่ท่านได้ลงมือไว้แล้ว

Comparatively little is said about doctrinal error.
โดยการเปรียบเทียบ  จะพูดว่าทฤษฎีมีข้อผิดพลาดเล้กน้อย

Key Verses:

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

Philippians ฟีลิปปี 1:21 21For to me to live is Christ, and to die is gain.

21เพราะว่าสำหรับข้าพเจ้านั้น   การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์   และการตายก็ได้กำไร

Philippians ฟีลิปปี 3:7 7But whatever gain I had, I counted as loss for the sake of Christ.

7แต่ว่าสิ่งใดที่เคยเป็นคุณประโยชน์แก่ข้าพเจ้า   ข้าพเจ้าถือว่าสิ่งนั้นไร้ประโยชน์แล้ว   เพื่อเห็นแก่พระคริสต์

Philippians ฟีลิปปี 4:4 4Rejoice in the Lord always; again I will say, Rejoice.

4จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา   ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า   จงชื่นชมยินดีเถิด
Philippians ฟีลิปปี 4:6-7 6do not be anxious about anything, but in everything by prayer and supplication with thanksgiving let your requests be made known to God.

6อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย   แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า   ด้วยการอธิษฐาน   การวิงวอน   กับการขอบพระคุณ

7And the peace of God, which surpasses all understanding, will guard your hearts and your minds in Christ Jesus.

7แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจ  จะคุ้มครองจิตใจและความคิด ของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์
Philippians ฟีลิปปี 4:13 13I can do all things through him who strengthens me.

13ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้   โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า  

 

Brief Summary: Philippians can be called “Resources through Suffering.”

บทสรุปโดยย่อ:  เราเรียกชาวฟิลิปปีว่า "ทรัพยากรผ่านความทุกข์"

The book is about Christ in our life, Christ in our mind, Christ as our goal, Christ as our strength, and joy through suffering.

พระธรรมเล่มนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ในชีวิตของเรา   พระคริสต์ในใจของเรา พระคริสต์เป็นเป้าหมายของเรา  พระคริสต์เป็นความเข้มแข็งของเรา   และความสุขผ่านความทุกข์ทรมาน

It was written during Paul’s imprisonment in Rome, about thirty years after the Christ’s ascension and about ten years after Paul first preached at Philippi.
มันถูกเขียนขึ้นในระหว่าง
ที่เปาโลถูกคุมขังในกรุงโรม   ประมาณสามสิบปีหลังจากที่พระคริสต์เสด็จขึ้นสู่สวรรค์   และประมาณสิบปีหลังจากเปาโลเทศน์ครั้งแรกที่เมืองฟีลิ
Paul was Nero’s prisoner, yet the Epistle fairly shouts with triumph, the words “joy” and “rejoice” appearing frequently.

เปาโลเป็นนักโทษในสมัยจักรพรรดิ์นีโร แต่ค่อนข้างมีเสียงร้องตะโกนอย่างมีชัยชนะว่า "ความสุข" และ "ความยินดี" ปรากฏบ่อยในจดหมายฝาก

Philippians ฟีลิปปี 1:4, 18, 25, 26 4always in every prayer of mine for you all making my prayer with joy,

4และทุกเวลาที่ข้าพเจ้าอธิษฐานเพื่อท่าน   ข้าพเจ้าก็ทูลขอด้วยความยินดี

 18What then? Only that in every way, whether in pretense or in truth, Christ is proclaimed, and in that I rejoice.  Yes, and I will rejoice,

18ถ้าเช่นนั้นจะแปลกอะไร   แม้เขาจะประกาศพระคริสต์ด้วยประการใดก็ตาม   จะเป็นด้วยการแกล้งทำก็ดีหรือด้วยใจจริงก็ดี   แต่เขาก็ได้ประกาศพระคริสต์   ในการนี้ทำให้ข้าพเจ้ามีความยินดี  

25Convinced of this, I know that I will remain and continue with you all, for your progress and joy in the faith,

25เมื่อข้าพเจ้าแน่ใจอย่างนี้แล้ว   ข้าพเจ้าก็ทราบว่าข้าพเจ้าจะยังอยู่   คืออยู่กับท่านเพื่อให้ท่านจำเริญขึ้นและชื่นชมยินดีในความเชื่อ

26so that in me you may have ample cause to glory in Christ Jesus, because of my coming to you again.

26เพื่อว่าเพราะข้าพเจ้า   ความปลาบปลื้มของท่านก็จะมากยิ่งขึ้นในพระเยซูคริสต์   เพราะว่าข้าพเจ้าจะมาหาท่านอีก  

Philippians ฟีลิปปี 2:2, 28 2complete my joy by being of the same mind, having the same love, being in full accord and of one mind.

2ก็ขอให้ท่านทำให้ความยินดีของข้าพเจ้าเต็มเปี่ยม   ด้วยการมีความคิดอย่างเดียวกัน   มีความรักอย่างเดียวกัน   มีใจรู้สึกและคิดพร้อมเพรียงกัน

28I am the more eager to send him, therefore, that you may rejoice at seeing him again, and that I may be less anxious.

28เหตุฉะนั้น   ข้าพเจ้าจึงรีบให้เขาไป   เพื่อท่านจะมีความยินดีที่เห็นเขาอีก   และความร้อนใจของข้าพเจ้าก็จะได้เบาบางลงไปบ้าง

Philippians ฟีลิปปี 3:11Finally, my brothers, rejoice in the Lord. To write the same things to you is no trouble to me and is safe for you.

1สุดท้ายนี้   ขอให้พวกพี่น้องของข้าพเจ้า   ชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้า   การที่ข้าพเจ้าเขียนข้อความเหล่านี้ถึงท่านซ้ำอีก   ก็หาเป็นการลำบากแก่ข้าพเจ้าไม่   และเป็นการปลอดภัยสำหรับท่านด้วย   

Philippians ฟีลิปปี 4:1, 4, 10 1Therefore, my brothers, whom I love and long for, my joy and crown, stand firm thus in the Lord, my beloved.

1เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า   ผู้เป็นที่รัก   เป็นที่ปรารถนา   เป็นที่ยินดี   และเป็นมงกุฎของข้าพเจ้า   พวกที่รักของข้าพเจ้า   จงยึดมั่นในองค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด  

4Rejoice in the Lord always; again I will say, Rejoice.

4จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา   ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า   จงชื่นชมยินดีเถิด

10I rejoiced in the Lord greatly that now at length you have revived your concern for me. You were indeed concerned for me, but you had no opportunity.

10ข้าพเจ้ามีใจชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างยิ่ง   เพราะว่าในที่สุดท่านก็ได้ฟื้นการระลึกถึงข้าพเจ้าอีก   ท่านคิดถึงข้าพเจ้าจริงๆ   แต่ยังหาโอกาสไม่ได้

Right Christian experience is the outworking, whatever our circumstances may be, of the life, nature, and mind of Christ living in us.

ประสบการณ์ของคริสเตียนผู้ชอบธรรมเป็นการปกป้องจากภายนอก      ไม่ว่าสถานการณ์ของเราจะเป็นอย่างไร    ชีวิต  ลักษณะ  และจิตใจของพระคริสต์ทรงประทับอยู่ในเรา

Philippians ฟีลิปปี 1:6, 11 6And I am sure of this, that he who began a good work in you will bring it to completion at the day of Jesus Christ.

6ข้าพเจ้าแน่ใจว่าพระองค์ผู้ทรงตั้งต้นการดีไว้ในพวกท่านแล้ว   จะทรงกระทำให้สำเร็จจนถึงวันแห่งพระเยซูคริสต์

11filled with the fruit of righteousness that comes through Jesus Christ, to the glory and praise of God.

11จะได้เป็นผู้ที่บริบูรณ์ด้วยผลของความชอบธรรม   ซึ่งเกิดขึ้นโดยพระเยซูคริสต์   เพื่อถวายพระเกียรติและความสรรเสริญแด่พระเจ้า

Philippians ฟีลิปปี 2:5, 13 5Have this mind among yourselves, which is yours in Christ Jesus, 

5ท่านจงมีน้ำใจต่อกันเหมือนอย่างที่มีในพระเยซูคริสต์

13for it is God who works in you, both to will and to work for his good pleasure.

13เพราะว่าพระเจ้าเป็นผู้ทรงกระทำกิจอยู่ภายในท่าน   ให้ท่านมีใจปรารถนา   ทั้งให้ประพฤติตามชอบพระทัยของพระองค์  

Philippians reaches its pinnacle at 2:5-11 with the glorious and profound declaration regarding the humiliation and exaltation of our Lord Jesus Christ.

Philippians ฟีลิปปี 2:5-11 5Have this mind among yourselves, which is yours in Christ Jesus,

5ท่านจงมีน้ำใจต่อกันเหมือนอย่างที่มีในพระเยซูคริสต์

6who, though he was in the form of God, did not count equality with God a thing to be grasped,

6ผู้ทรงสภาพของพระเจ้า   แต่มิได้ทรงถือว่าการเท่าเทียมกับพระเจ้า นั้นเป็นสิ่งที่จะต้องยึดถือ

7but made Himself nothing, taking the form of a servant, being born in the likeness of men.

7แต่ได้กลับทรงสละ   และทรงรับสภาพทาส   ทรงถือกำเนิดเป็นมนุษย์

8And being found in human form, He humbled himself by becoming obedient to the point of death, even death on a cross.

8และเมื่อทรงปรากฏพระองค์ในสภาพมนุษย์แล้ว   พระองค์ก็ทรงถ่อมพระองค์ลงยอมเชื่อ ฟังจนถึงความมรณา   กระทั่งความมรณาที่กางเขน

9Therefore God has highly exalted him and bestowed on him the name that is above every name,

9เหตุฉะนั้นพระเจ้าจึงได้ทรงยกพระองค์ขึ้นอย่างสูง   และได้ประทานพระนามเหนือนามทั้งปวงให้แก่พระองค์

10so that at the name of Jesus every knee should bow, in heaven and on earth and under the earth,

10เพื่อเพราะพระนามนั้นทุกเข่า ในสวรรค์   ที่แผ่นดินโลก ใต้พื้นแผ่นดินโลก   จะคุกลงกราบ พระเยซู

11and every tongue confess that Jesus Christ is Lord, to the glory of God the Father.

11และเพื่อทุกลิ้นจะยอมรับ     ว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า   อันเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบิดาเจ้า

Philippians may be divided as follows:
พระธรรมฟิลิปปีอาจจะแบ่งได้ดังนี้

Introduction, 1:1-7
บทนำ 1: 1-7

I.                   Christ the Christian’s Life: Rejoicing in Spite of Suffering, 1:8-30                                  I. พระคริสต์ทรงเป็นชีวิตของคริสเตียน: ชื่นชมยินดีทั้งๆ ที่มีความทุกข์ 1: 8-30

II.                Christ the Christian’s Pattern: Rejoicing in Lowly Service, 2:1-30                         II. พระคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างคริสเตียน: จงชื่นชมยินดีในงานรับใช้ที่ต่ำต้อย 2: 1-30

III.             Christ the Object of the Christian’s Faith, Desire, and Expectation, 3:1-21

III พระคริสต์เป็นเป้าหมายของความเชื่อแบบคริสเตียน, ความปรารถนาและความคาดหวัง 3: 1-21

IV.             Christ the Christian’s Strength: Rejoicing through Anxiety, 4:1-9

IV พระคริสต์ทรงเป็นกำลังของคริสเตียน ความปีติยินดีท่ามกลางความวิตกกังวล

4: 1-9

Conclusion, 4:10-23
บทสรุป 4: 10-23

 

Connections: As with many of his letters, Paul warned the new believers in the church of Philippi to beware of the tendency toward legalism which continually cropped up in the early churches.

การเชื่อมต่อ: เช่นเดียวกับจดหมายฝากหลายฉบับของเปาโล   ท่านได้เตือนผู้เชื่อใหม่ในคริสตจักรของฟีลิปปีให้ระวังการโน้มเอียงไปสู่​​การยึดถือกฎ  ซึ่งถูกตัดออกไปอย่างต่อเนื่องในคริสตจักรยุคแรก

So tied to the Old Testament law were the Jews that there was a constant effort on the part of the Judaizers to return to the teaching of salvation by works.

ชาวยิวผูกติดอยู่กับกฎหมายพันธสัญญาเดิม   คือมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในแบบผู้นับถือลัทธิยูดา ที่จะกลับไปสู่คำสอนเรื่องความรอดโดยการประพฤติ

But Paul reiterated that salvation is by faith alone in Christ alone and branded the Judaizers as “dogs” and “men who do evil.”

แต่เปาโลย้ำเสมอว่าความรอดได้มาโดยความเชื่อในพระคริสต์ผู้เดียวเท่านั้น   และให้ตราพวกนับถือลัทธิยูดาว่าเป็น "สุนัข" และ "คนที่ทำชั่ว"

In particular, the legalists were insisting that the new believers in Christ should continue to be circumcised according to the requirements of the Old Covenant.

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกที่ยึดติดับบทบัญญัติยืนยันว่า   ผู้เชื่อใหม่ในพระคริสต์จะยังคงเข้ารับสุหนัตตามที่พันธสัญญาเดิมกำหนด

Genesis ปฐมกาล 17:10-12 10This is my covenant, which you shall keep, between me and you and your offspring after you: Every male among you shall be circumcised.

10นี่เป็นพันธสัญญาของเราซึ่งเจ้าจะต้องรักษา ระหว่างเรากับเจ้า   และเชื้อสายของเจ้าที่จะสืบมา   คือผู้ชายทุกคนจะต้องเข้าสุหนัต

11You shall be circumcised in the flesh of your foreskins, and it shall be a sign of the covenant between me and you.

11เจ้าจงเข้าสุหนัตตัดหนังหุ้มปลายองคชาตของเจ้า   นี่จะเป็นหมายสำคัญของพันธสัญญาระหว่างเรากับเจ้า

12He who is eight days old among you shall be circumcised. Every male throughout your generations, whether born in your house or bought with your money from any foreigner who is not of your offspring,

12ผู้ชายที่มีอายุแปดวันต้องเข้าสุหนัต   คือชายทุกคนตลอดชั่วชาติพันธุ์ของเจ้า   เป็นคนที่เกิดในบ้านของเจ้าก็ดี หรือที่เอาเงินซื้อมาจากคนต่างด้าวใด   ซึ่งมิใช่พงศ์พันธุ์ของเจ้าก็ดี  

Leviticus 12:3 3And on the eighth day the flesh of his foreskin shall be circumcised.

3ในวันที่แปดให้ตัดหนังปลายองคชาตของเด็กนั้นเสีย   เพื่อเป็นการเข้าสุหนัต

In this way, they attempted to please God by their own efforts and elevate themselves above the Gentile Christians who did not participate in the ritual.

ด้วยวิธีนี้   พวกเขาพยายามที่จะทำให้พระเจ้าโปรดปรานโดยความพยายามของตัวเองและยกระดับตัวเองอยู่เหนือคริสเตียนต่างชาติที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในพิธีกรรมนั้น

Paul explained that those who have been washed by the blood of the Lamb were no longer to perform the ritual that symbolized the need for a clean heart.
เปาโลอธิบายว่าบรรดาผู้ที่ได้รับการชำระแล้วโดยพระโลหิตของพระเมษโปดกไม่ได้อยู่ในพิธีทางศาสนาที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของความจำเป็นต้องชำระจิตใจให้สะอาด

Practical Application: Philippians is one of Paul’s most personal letters, and as such it has several personal applications to believers.

การประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ: พระธรรมฟิลิปปีเป็นหนึ่งในจดหมายส่วนตัวมากที่สุดของเปาโล   และเป็นเช่นนั้นมีการนำไปใช้กับผู้เชื่อส่วนตัวบุคคลหลายคน

Written during his imprisonment in Rome, Paul exhorts the Philippians to follow his example and be “encouraged to speak the word of God more courageously and fearlessly” during times of persecution

เขียนขึ้นในช่วงที่เปาโลถูกกักขังอยู่ในกรุงโรม   ท่านเตือนสอนให้ทำตามตัวอย่างของท่านและจะ "มีใจกล้าที่จะพูดพระวจนะของพระเจ้ามากขึ้นอย่างกล้าหาญและไม่เกรงกลัว" ในช่วงเวลาของการกดขี่ข่มเหง

Philippians ฟีลิปปี 1:1414And most of the brothers, having become confident in the Lord by my imprisonment, are much more bold to speak the word without fear.

14และพี่น้องส่วนมากได้เกิดความไว้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า   เนื่องด้วยการจำจองของข้าพเจ้า และพวกเขามีใจกล้าขึ้น ที่จะกล่าวพระวจนะของพระเจ้าโดยปราศจากความกลัว   

All Christians have experienced, at one time or another, the animosity of unbelievers against the gospel of Christ.

คริสเตียนทุกคนได้รับประสบการณ์  ความเกลียดชังจากบรรดาผู้ปฏิเสธความเชื่อในพระกิตติคุณเรื่องพระเยซูคริสต์ ครั้งเดียวหรืออีกครั้ง  

This is to be expected. Jesus said that the world hated Him and it will hate His followers as well.

นี้เป็นไปตามที่คาดไว้ พระเยซูตรัสว่าโลกเกลียดชังพระองค์และจะเกลียดชังผู้ที่ติดตามพระองค์ด้วยเช่นกัน

John ยอห์น 5:18 18This was why the Jews were seeking all the more to kill him, because not only was he breaking the Sabbath, but he was even calling God his own Father, making himself equal with God.

18เหตุฉะนั้นพวกยิวยิ่งแสวงโอกาสที่จะฆ่าพระองค์   มิใช่เพราะพระองค์ล่วงกฎวันสะบาโตเท่านั้น   แต่ยังได้เรียกพระเจ้าว่าเป็นบิดาของตนด้วย   ซึ่งเป็นการกระทำตนเสมอกับพระเจ้า

Paul exhorts us to persevere in the face of persecution, to “stand firm in one spirit, contending as one man for the faith of the gospel”

เปาโลเคี่ยวเข็นให้เราอดทนต่อการเผชิญกับการกดขี่ข่มเหง   เพื่อ " ยึดมั่นเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  เป็นคนที่ใจมั่นคงในความเชื่อเรื่องพระกิตติคุณ"

Philippians ฟีลิปปี 1:27 27Only let your manner of life be worthy of the gospel of Christ, so that whether I come and see you or am absent, I may hear of you that you are standing firm in one spirit, with one mind striving side by side for the faith of the gospel,                                                                                                                                                                                                                          27ขอแต่เพียงให้ท่านดำเนินชีวิตให้สมกับข่าวประเสริฐของพระคริสต์   เพื่อว่าแม้ข้าพเจ้าจะมาหาท่านหรือไม่ก็ตาม   ข้าพเจ้าก็จะได้รู้ข่าวของท่านว่า   ท่านเชื่อมั่นคง   เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน   ต่อสู้เหมือนอย่างเป็นคนเดียวเพื่อความ เชื่ออันเกิดจากข่าวประเสริฐนั้น  

Another application of Philippians is the need for Christians to be united in humility.

การนำพระธรรมฟิลิปปีไปใช้เป็นความจำเป็นสำหรับคริสเตียนที่จะถ่อมตนมีใจเดียวกัน We are united with Christ and we need to strive to be united to one another in the same way.

เราเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสต์และเราจำเป็นต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับคนอื่นในแบบเดียวกัน

Paul reminds us to be “like-minded, having the same love, being one in spirit and purpose” and to put away conceit and selfishness, “but in humility consider others better than yourselves” looking out for the interest of others and caring for one another

เปาโลเตือนเราให้เป็นคนที่ "มีใจเดียวกัน  มีความรักเหมือนกัน   เป็นใจเป็นหนึ่งเดียวกันและมีวัตถุประสงค์เดียวกัน " และจะขจัดความถือดีและความเห็นแก่ตัว "แต่ในความอ่อนน้อมถ่อมตน  จงพิจารณาว่าคนอื่นดีกว่าตัวเอง"  มุ่งหาเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นและการดู แลห่วงใยซึ่งกันและกัน

Philippians ฟีลิปปี 2:2-4 2complete my joy by being of the same mind, having the same love, being in full accord and of one mind.

2ก็ขอให้ท่านทำให้ความยินดีของข้าพเจ้าเต็มเปี่ยม   ด้วยการมีความคิดอย่างเดียวกัน   มีความรักอย่างเดียวกัน   มีใจรู้สึกและคิดพร้อมเพรียงกัน

3Do nothing from rivalry or conceit, but in humility count others more significant than yourselves.

3อย่าทำสิ่งใดในทางชิงดีกันหรือถือดี   แต่จงมีใจถ่อมถือว่าคนอื่นดีกว่าตัว

4Let each of you look not only to his own interests, but also to the interests of others.

4อย่าให้ต่างคนต่างเห็นแก่ประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว   แต่จงเห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่นๆด้วย

There would be far less conflict in churches today if we all took to heart Paul’s advice.

คริสตจักรทั้งหลายจะมีความขัดแย้งน้อยลงมากทุกวันนี้   ถ้าเราทุกคนมีใจมุ่งทำตามคำ

แนะนำของเปาโล

Another application of Philippians is that of the joy and rejoicing which are found throughout his letter.

ในพระธรรมฟิลิปปีการนำไปใช้อีกอย่างก็คือว่าความสุขและความปลื้มปีติที่พบได้ตลอดในจดหมายฝากของท่าน

He rejoices that Christ is being proclaimed (Philippians 1:8); he rejoices in his persecution (2:18); he exhorts others to rejoice in the Lord (3:1); and he refers to the Philippian brothers as his “joy and crown” (4:1).

ท่านยินดีที่ได้ประกาศพระคริสต์ (ฟิลิปปี 1: 8); ท่านยินดีที่ถูกกดขี่ข่มเหง (02:18); ท่านคะยั้นคะยอให้คนอื่น ๆ ที่จะชื่นชมยินดีในพระเจ้า (3: 1); และท่านอ้างถึงพี่น้องชา

เมืองฟีลิปปีว่าเป็น "ความยินดีและมงกุฎ" (4: 1)

He sums up with this exhortation to believers: “Rejoice in the Lord always; again, I say Rejoice” (4:4-7). 

ท่านสรุปด้วยคำแนะนำแก่ผู้เชื่อ " จงชื่นชมยินดีในพระเจ้าเสมอ อีกครั้ง ข้าพเจ้าบอกว่าจงชิ่นชมยินดีเถิด "(4: 4-7)

As believers, we can rejoice and experience the peace of God by casting all our cares on Him.

ในฐานะผู้เชื่อ   เราสามารถชื่นชมยินดีและสัมผัสสันติสุขของพระเจ้าโดยมอบให้พระองค์ทรงดูแลเรา

Philippians ฟีลิปปี 4:6 6do not be anxious about anything, but in everything by prayer and supplication with thanksgiving let your requests be made known to God.

6อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย   แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่าง ต่อพระเจ้า   ด้วยการอธิษฐาน   การวิงวอน   กับการขอบพระคุณ

Paul’s joy, in spite of persecution and imprisonment, comes shining through this epistle, and we are promised the same joy he experienced when we center our thoughts on the Lord.

ความยินดีของเปาโล  ทั้งๆที่ท่านได้รับการกดขี่ข่มเหงและถูกจำคุก   ท่านส่องสว่างผ่านจดหมายฉบับนี้   และเราได้รับพระสัญญาว่าจะมีความสุขเหมือนกันท่ท่านได้ประสบมา  เมื่อเรามอบความคิดของเราไว้กับพระเจ้า

Philippians ฟีลิปปี 4:8 8Finally, brothers, whatever is true, whatever is honorable, whatever is just, whatever is pure, whatever is lovely, whatever is commendable, if there is any excellence, if there is anything worthy of praise, think about these things.

8ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   ในที่สุดนี้ขอจงใคร่ครวญถึงสิ่งที่จริง   สิ่งที่น่านับถือ   สิ่งที่ยุติธรรม   สิ่งที่บริสุทธิ์   สิ่งที่น่ารัก   สิ่งที่ทรงคุณ   คือถ้ามีสิ่งใดที่ล้ำเลิศ   สิ่งใดที่ควรแก่การสรรเสริญ   ก็ขอจงใคร่ครวญดู

www.gotquestions.org/Thai

 

Philippians

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top