Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, December 6, 2015

 

Sarah:

ซาร่าห์

My name is Sarah. 

ฉันชื่อซาร่าห์

I am 25 years old and I live in Illinois in the United States. 

ฉันอายุ 25 ปีและฉันอาศัยอยู่ในรัฐอิลลินอยส์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา

I am a nurse, and I love to hang out with and disciple the junior high students at my home church. 

ฉันเป็นพยาบาลและฉันชอบที่จะออกไปเที่ยวและสั่งสอนนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่คริสตจักรในบ้านของฉัน

I grew up in a loving home with two wonderful parents and three siblings. 

ฉันเติบโตขึ้นมาในบ้านที่เต็มไปด้วยความรักกับพ่อแม่ทั้งสองที่ยอดเยี่ยมและพี่น้อง3 คน

I have been going to church since before I can remember, so I have been to all of the camps, youth group events, and Sunday Schools. 

ฉันได้ไปโบสถ์ตั้งแต่ก่อนที่ฉันจำความได้  ฉันจึงได้เข้าไปร่วมค่ายต่างๆ  กิจกรรมกลุ่มเยาวชนและโรงเรียนวันอาทิตย์

I knew that Jesus had died for me on the cross, but I didn't know what it meant to commit my life to Him. 

ฉันรู้ว่าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเราบนไม้กางเขน แต่ฉันไม่ทราบว่ามันหมายถึงอะไรที่ฉันต้องมอบถวายชีวิตของฉันรับใช้พระองค์

I didn’t understand that Jesus didn’t just want me to believe in Him, He wanted me to surrender my life to Him and have a personal relationship with Him. 

ฉันไม่เข้าใจว่าพระเยซูไม่ได้เพียงแค่ทรงต้องการให้ฉันที่จะเชื่อในพระองค์   ทรงต้องการให้ฉันยอมถวายชีวิตของฉันแด่พระองค์และมีความสัมพันธ์เป็นส่วนตัวกับพระองค์

When I was about 12 years old I went to camp with other students from my church, and it was there that I experienced what it meant to be a Christian for the first time. 

เมื่อฉันอายุประมาณ 12 ปีฉันได้ไปค่ายกับนักเรียนคนอื่นจากโบสถ์ของฉัน และมันเป็นที่นั่นเองที่ฉันมีประสบการณ์เป็นครั้งแรกว่ามันหมายถึงอะไรในการเป็นคริสเตียน

I finally understood what it meant to follow Jesus, and I said yes to His call. 

ในที่สุดฉันก็เข้าใจว่ามันหมายถึงการติดตามพระเยซูและฉันตอบรับการทรงเรียกของพระองค์

From that point on, going to church and youth group looked different to me. 

จากจุดนั้นเป็นต้นมา  การไปโบสถ์และกลุ่มเยาวชนดูแตกต่างไปสำหรับฉัน

I was hungry to learn more about Jesus and how I should live my life. 

ฉันหิวกระหายอยากที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพระเยซูและวิธีที่ฉันควรจะใช้ชีวิต

Church wasn’t just a place to have fun and see friends anymore; it was also a place to grow closed to the Lord. 

คริสตจักรไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่จะมีความสนุกสนานและพบเพื่อนๆ อีกต่อไป มันยังเป็นสถานที่ที่จะเข้าใกล้ชิดสนิทกับพระเจ้า

I went on my first mission trip when I was 13. 

ฉันได้ร่วมเดินทางปฏิบัติภารกิจครั้งแรกของฉันเมื่อฉันอายุ 13 ปี

My youth group went to Mexico to build homes and do Bible activities with the neighborhood children. 

กลุ่มเยาวชนของฉันได้ไปเม็กซิโก เพื่อช่วยกันสร้างบ้านและทำกิจกรรมพระคัมภีร์กับเด็กๆ เพื่อนบ้านใกล้เคียง

I knew I was supposed to go on the trip, but I didn’t exactly know why at the time. 

ฉันรู้ว่าสมมุติฉันควรเดินทางไปทำพันธกิจ  แต่ฉันไม่ทราบว่าทำไมเป็นในเวลานั้น



The Lord showed me a lot of Himself that week, and I have been hooked on missions ever since. 

พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์เองให้ฉันเห็นมากในสัปดาห์นั้น และฉันก็ติดบ่วงในงานรับใช้พันธกิจนับตั้งแต่นั้น

The Lord has given me a heart to care for His people, and He started growing that desire in me in Mexico. 

พระเจ้าได้ทรงประทานให้ฉันมีหัวใจที่จะดูแลคนของพระองค์  และพระองค์ทรงเริ่มต้นให้ฉันปรารถนาจะทำในประเทศเม็กซิโก

I have been on many mission trips since then, and have grown so much through them. 

ฉันได้เดินทางรับใช้พันธกิจหลายครั้งตั้งแต่นั้นมา  และได้เติบโตมากผ่านงานเหล่านี้

I went to college to be a nurse and I know that this is my calling. 

ฉันได้ไปเรียนที่วิทยาลัยเพื่อที่จะเป็นพยาบาลและฉันรู้ว่านี่คือการทรงเรียกของฉัน

I wasn’t sure what career path I wanted to choose until a year or two before I went to university. 

ฉันไม่แน่ใจว่าในเส้นทางอาชีพที่ฉันอยากจะเลือก   จนกระทั่งปีหรือสองปีก่อนที่ฉันจะไปเรียนมหาวิทยาลัย

My mother was a nurse and saw some of those qualities in me, so she suggested I look into it. 

คุณแม่ของฉันเป็นพยาบาลและได้เห็นคุณสมบัติบางอย่างเหล่านี้ในตัวฉัน  ดังนั้นคุณแม่จึงแนะนำให้ฉันใคร่ครวญดู 

I was working as a nurse in a hospital before I started traveling this year. 

ฉันกำลังทำงานเป็นพยาบาลในโรงพยาบาลก่อนที่ฉันจะเริ่มต้นการเดินทางในปีนี้

I was in a group of nurses that fill in the gaps in the hospital, so every day I didn’t know where I was going to work until I arrived at the hospital and saw the note on the door. 

ฉันอยู่ในกลุ่มของพยาบาลที่ช่วยลดช่องว่างในโรงพยาบาล    ดังนั้นทุกๆ วันฉันไม่ทราบว่าฉันจะไปทำงานที่ไหน  จนกระทั่งฉันมาถึงที่โรงพยาบาลและเห็นกระดาษเขียนโน้ตที่ประตู

I have had to learn how to let go of my control and rely on the Lord a lot in my job. 

ฉันต้องได้เรียนรู้วิธีที่จะปลดปล่อยการควบคุมของฉันเอง และพึ่งพาพระเจ้ามากในงานของฉัน

I couldn’t even control what floor I was going to work on each day, so I had no choice but to give it to the Lord. 

ฉันไม่สามารถที่จะควบคุมพื้นที่ใดฉันกำลังจะไปทำงานในแต่ละวัน ดังนั้นฉันไม่มีทางเลือก แต่ยอมมอบไว้กับพระเจ้า

I struggle a lot with trust and surrender. 

ฉันต่อสู้มากกับความไว้วางใจและการยอมจำนน

There are not many times in my life where I have had no choice but to rely on the Lord. 

มีไม่กี่ครั้งในชีวิตของฉันที่ฉันไม่มีทางเลือกนอกจากจะพึ่งพาพระเจ้า

I grew up in a loving family, school came easy to me, and I had a great job.

ฉันเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่รักใคร่กัน โรงเรียนเป็นเรื่องง่ายสำหรับฉัน  และฉันก็มีงานที่ดี

I could easily step back and say I did all of that, and that I am comfortable in this life and I don’t need God. 

ฉันจะถอยหลังได้อย่างง่ายดาย   และบอกว่าฉันได้ได้ทั้งนั้น และที่ฉันมีความสุขสบายในชีวิตนี้และฉันไม่ต้องการพระเจ้า

But I know now that God orchestrated so many things in my life so perfectly that I could have never done that on my own. 

แต่ฉันรู้ตอนนี้ว่า   ที่พระเจ้าทรงจัดการหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของฉันอย่างสมบูรณ์ในแบบที่ฉันไม่เคยทำแบบนั้นด้วยตัวเอง

He placed me in a church family that loves me and has been invaluable in my development as a Christian. 

พระองค์ทรงวางฉันในคริสตจักรครอบครัวที่รักฉัน  และได้มีคุณค่าในการพัฒนาฉันเป็นคริสเตียน

He placed the passion to be a nurse in me and to care for His people, and He has blessed me with a wonderful job and a great team of people to work with. 

พระองค์ทรงทำให้ฉันรักใคร่ปรารถนาที่จะเป็นพยาบาล และเพื่อจะดูแลประชากรของพระองค์ และพระองค์ทรงให้ฉันมีความสุขฉันกับงานที่ยอดเยี่ยม   และร่วมทำงานอยู่กับทีมงานที่ดี

He gave me two great roommates who have loved me and helped me to grow in my relationship with the Lord. 

พระองค์ทรงให้ฉันมีเพื่อนร่วมห้องที่ดี 2 คนที่รักฉัน และช่วยให้ฉันเติบโตในความสัมพันธ์กับพระเจ้าของฉัน

And now He has me on this grand adventure to grow with Him and minister to His people all over the world. 

และตอนนี้พระองค์ทรงให้ฉันในการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่  เพื่อที่จะเติบโตไปพร้อมกับพระองค์   และสั่งสอนพระวจนะแก่คนของพระองค์ทั่วโลก

I would not be where I am right now if God had not had His hand on my life from the very beginning.

ฉันคงไม่ได้มาตรงที่ฉันอยู่ตอนนี้ถ้าพระเจ้าไม่ได้วางพระหัตถ์ของพระองค์ในชีวิตของฉันจากจุดเริ่มต้นทีเดียว

John and Sarah

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top