Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear

Thursday, February 12, 2015


Question: "What is theistic evolution?"

Answer: Theistic evolution is one of three major origin-of-life worldviews, the other two being atheistic evolution (also commonly known as Darwinian evolution and naturalistic evolution) and special creation. Versions of theistic evolution come somewhere between one of two extremes. One view is close to deism, which says God allows only natural processes to influence the development of life. The other assumes that God constantly used miraculous intervention to guide evolution.

The first boundary of theistic evolution states that there is a God, but He was not directly involved in the origin of life. According to this view, God created the building blocks and natural laws with the eventual emergence of life in mind. However, early on He stepped back and let His creation take over. He let it do what it was designed to do, and life eventually emerged from non-living material. This view is similar to atheistic evolution in that it presumes a naturalistic—albiet God-designed and ordained—origin of life. Atheistic evolution also assumes that life emerged naturally from preexisting, non-living building blocks under the influence of natural laws. However, according to atheistic evolution, there is no God, and the origin of those natural laws is not explained.

The opposite pole of theistic evolution is that God performed constant miracles to bring about the origin of life as we know it. According to this view, He led life step by step down a path from primeval simplicity to contemporary complexity. This view is similar to Darwin’s evolutionary tree of life, but with God’s intervention taking the place of mutation and natural selection. In this view, where life was not able to evolve naturally, God stepped in. This view is similar to special creation in that it presumes that God acted supernaturally in some way to bring about life as we know it. Special creation says that God created life directly, either from nothing or from preexisting materials.

There are numerous differences between the perspectives of special creation and theistic evolution. One significant difference concerns their respective views on death. Theistic evolutionists typically believe that the geologic column containing the fossil record represents long epochs of time. Since man does not appear until late in the fossil record, theistic evolutionists believe many creatures lived, died, and became extinct long before man’s belated arrival. This means that physical death, at least for animals, existed before Adam and his sin.

Special creationists believe that the earth is relatively young and that the fossil record was laid down during and after Noah’s flood. The stratification of the layers is thought to have occurred due to hydrologic sorting and liquefaction, both of which are observed phenomena. This puts the fossil record and the death and carnage it describes hundreds of years after Adam’s sin.

Another significant difference between theistic evolution and special creation is how the two systems interpret the age of the earth. Theistic evolutionists tend to subscribe to either the day-age theory or the framework theory, both of which are allegorical interpretations of the length of the “days” in Genesis 1. Young earth creationists subscribe to a literal, 24-hour day as they read Genesis 1. Theistic evolution is generally incompatible with a literal reading of the first two chapters of Genesis.

Theistic evolutionists imagine a Darwinian scenario in which stars evolved, then our solar system, then earth, then plants and animals, and eventually man. The two viewpoints within theistic evolution disagree as to the role God played in the unfolding of events, but they generally agree on the Darwinian timeline. That timeline is in conflict with a literal interpretation of the Genesis creation account. For example, Genesis 1 says that the earth was created on day one, and the sun, moon, and stars were not created until day four. A common counter from theistic evolutionists is to note that the wording of Genesis suggests the sun, moon, and stars were actually created on day one but they could not be seen through earth’s atmosphere until day four, leading to their placement on day four.

A literal reading of Genesis shows that birds were created with sea creatures on day five while land animals were not created until day six. This is in direct opposition to the Darwinian view that birds evolved from land animals. The literalist account says birds preceded land animals. The theistic evolutionist view says exactly the opposite.

Regardless of how a person chooses to interpret scientific evidence or the Bible, experience has shown the Bible to be reliable. Centuries of challenges have affirmed that not only is the Bible compatible with science, but also that not a single word in the Bible has ever been disproved by confirmed facts. Interpretations of Scripture may be found lacking, but the Word of God itself is never wrong. The Bible is God’s living Word, given to us by the Creator of the universe, and His description of how He created that universe is not threatened by atheistic versions of science.

คำถาม: วิวัฒนาการแห่งความเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียวคืออะไร?

วิวัฒนาการแห่งความเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียว เป็นหนึ่งในมุมมองกำเนิดชีวิตสามมุมมองที่สำคัญ อีกสองมุมมองเป็นวิวัฒนาการแห่งความไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า (หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นวิวัฒนาการของดาร์วินและวิวัฒนาการทางธรรมชาติ) และการทรงสร้างพิเศษ

วิวัฒนาการแห่งความเชื่อว่าไม่มีพระเจ้าบอกว่า ไม่มีพระเจ้าและชีวิตนั้นสามารถเกิดขึ้นตามธรรมชาติก่อนแล้ว การสร้างตัวต่อที่ไม่มีชีวิตภายใต้อิทธิพลของกฎธรรมชาติ (เช่นแรงโน้มถ่วง ฯลฯ ) แม้ว่ากำเนิดของกฎธรรมชาติเหล่านั้นไม่มีคำอธิบาย การทรงสร้างพิเศษกล่าวว่าพระเจ้าทรงสร้างชีวิตโดยตรง จากความว่างเปล่าหรือจากวัตถุที่มีอยู่ก่อน วิวัฒนาการแห่งความเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียวกล่าวหนึ่งในสองอย่างว่า

ประการแรกคือว่ามีพระเจ้า แต่พระองค์ก็ไม่ได้ทรงมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในกำเนิดของชีวิต พระองค์อาจได้ทรงสร้างตัวต่อไม้ของเล่น พระองค์อาจได้ทรงสร้างกฎธรรมชาติ ทรงอาจได้สร้างสิ่งเหล่านี้พร้อมกับการปรากฏชีวิตตอนสุดท้ายในใจ แต่ในบางช่วงก่อนนั้นพระองค์ทรงถอยกลับและทรงบันดาลให้เกิดการทรงสร้างสรรพสิ่งขึ้น ทรงบันดาลให้มันทำสิ่งควรทำ ไม่ว่าเป็นสิ่งใด และชีวิตในที่สุดก็ปรากฏออกมาจากวัตถุที่ไม่มีชีวิต มุมมองนี้จะคล้ายกับวิวัฒนาการแห่งความเชื่อว่าไม่มีพระเจ้า ที่สันนิษฐานว่ากำเนิดชีวิตมาตามธรรมชาติเอง ประการที่สองของวิวัฒนาการแห่งความเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียว คือว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงสำแดงการอัศจรรย์หนึ่งหรือสองครั้งเกี่ยวกับกำเนิดชีวิตอย่างที่เรารู้ พระองค์ทรงสำแดงให้เกิดการอัศจรรย์ขึ้นตลอดเรื่อยมา

ทรงนำชีวิตทีละขั้นตอนไปตามทาง ที่นำออกมาจากความเรียบง่ายที่มาจากยุคแรกๆ ไปถึงความสลับซับซ้อนร่วมสมัย คล้ายกับต้นไม้แห่งชีวิตตามแบบวิวัฒนาการของดาร์วิน (ปลาก่อให้เกิดสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ แล้วมันก่อให้เกิดสัตว์เลื้อยคลาน แล้วมันก่อให้เกิดนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ)

ในที่ซึ่งชีวิตไม่สามารถวิวัฒนาการได้ตามธรรมชาติ (แขนขาของสัตว์เลื้อยคลานวิวัฒนาการกลายเป็นปีกนกตามธรรมชาติได้อย่างไร) ที่นั่นพระเจ้าทรงเสด็จเข้าแทรก มุมมองนี้จะคล้ายกับการทรงสร้างพิเศษ ในการที่จะคาดเดาว่าพระเจ้าทรงกระทำอัศจรรย์เหนือธรรมชาติบางอย่างเพื่อจะให้กำเนิดชีวิตอย่างที่เรารู้ มีความแตกต่างมากมายระหว่างมุมมองของการสร้างพิเศษตามแบบพระคัมภีร์ และมุมมองวิวัฒนาการแห่งความเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียว พวกเขามีมุมมองแตกต่างกันเรื่องหนึ่งที่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องความตาย นักยึดหลักแห่งการวิวัฒน์ที่เชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียวมีแนวโน้มที่จะเชื่อว่าโลกมีอายุเก่าแก่หลายพันล้านปี และมีเสาหินทางธรณีวิทยาที่เต็มไปด้วยซากฟอสซิลบอกอายุเวลายาวนาน เพราะไม่ปรากฏมีมนุษย์จนกระทั่งต่อมาพบซากฟอสซิล ที่นักยึดหลักแห่งการวิวัฒน์แห่งความเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียวเชื่อว่ามีสิ่งมีชีวิตหลากหลายอาศัยอยู่ แล้วได้ตายไป และกลายสูญพันธุ์นานก่อนที่จะถึงยุคมนุษย์ทีหลัง นี่หมายความว่าความตายดำรงอยู่ก่อนมีอาดัมและความบาปของเขา นักจินตนาการด้านพระคัมภีร์เชื่อว่าโลกค่อนข้างมีอายุน้อย และว่าพบซากฟอสซิลในช่วงระหว่างและหลังน้ำท่วมในสมัยโนอาห์ เชื่อกันว่าการแบ่งระดับของชั้นดินได้เกิดขึ้นเนื่องจากลำดับของอุทกวิทยา การทำให้เป็นของเหลว อันเป็นปรากฏการณ์ที่สังเกตเห็นได้ทั้งสองอย่าง นี่จะทำให้เกิดซากฟอสซิลและความตายและการสังหารหมู่ ซึ่งมันอธิบายหลายร้อยปีหลังจากยุคความบาปของอาดัม ความแตกต่างที่สำคัญอีกอย่างระหว่างสองฝ่าย คือพวกเขาอ่านพระธรรมปฐมกาลอย่างไร นักยึดหลักแห่งการวิวัฒน์แห่งความเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียวมีแนวโน้มที่จะบอกรับไม่ว่าทฤษฎียุคสมัย หรือทฤษฎีตามแนวกรอบ ซึ่งทั้งสองมีการตีความเชิงเปรียบเทียบของสัปดาห์แห่งการทรงสร้างในปฐมกาลบทที่ 1 นักจินตนาการโลกวัยหนุ่มยังบอกรับตามตัวอักษรหนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง ขณะที่พวกเขาอ่านปฐมกาลบทที่ 1

มุมมองทั้งสองแบบของนักยึดหลักแห่งการวิวัฒน์ที่เชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียว มีข้อบกพร่องจากมุมมองของคริสเตียนในเรื่องที่มุมมองทั้งสองไม่สอดคล้องกับเรื่องราวการทรงสร้างในพระธรรมปฐมกาล นักยึดหลักแห่งการวิวัฒน์ที่เชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียวนึกถึงทัศนียภาพเหตุการณ์ของดาร์วิน ที่ดวงดาววิวัฒนาการแล้วก็ระบบสุริยะจักรวาล แล้วก็โลก แล้วก็พืชและสัตว์และมนุษย์ในที่สุด มุมมองวิวัฒนาการแห่งความเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียวทั้งสองด้านไม่เห็นด้วยกับท่าทีของพระเจ้าในการทรงเปิดเผยเหตุการณ์ แต่โดยทั่วไปเห็นด้วยกับเส้นเวลาของลัทธิดาร์วิน เส้นเวลานี้เกิดขัดแย้งกับเรื่องราวการทรงสร้างในพระธรรมปฐมกาล ตัวอย่างเช่น ปฐมกาลบทที่ 1 กล่าวว่าโลกได้ถูกสร้างขึ้นในวันที่หนึ่ง และดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาวไม่ได้สร้างขึ้นจนกระทั่งถึงวันที่สี่ บางคนโต้แย้งว่าพระคำในพระธรรมปฐมกาลกล่าวว่า ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาวแท้จริงถูกสร้างขึ้นในวันที่หนึ่ง แต่เราไม่สามารถมองเห็นมันได้ผ่านชั้นบรรยากาศของโลกจนถึงวันที่สี่ เราพบตำแหน่งของสิ่งเหล่านี้ได้ในวันที่สี่ นี้เป็นการบิดเบือนนิดหน่อย เพราะเรื่องราวในปฐมกาลค่อนข้างกล่าวชัดเจนว่า โลกไม่ได้มีบรรยากาศจนกระทั่งถึงวันที่สอง ถ้าดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาวถูกสร้างขึ้นในวันที่หนึ่ง เราควรมองเห็นมันได้ในวันที่หนึ่ง นอกจากนี้ เรื่องราวในปฐมกาลกล่าวอย่างชัดเจนว่า นกถูกสร้างขึ้นพร้อมด้วยสัตว์ทะเลในวันที่ห้าในขณะที่สัตว์บกไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจนกระทั่งถึงวันที่หก นี้เป็นความขัดแย้งโดยตรงกับมุมมองของทฤษฏีดาร์วินที่ว่า นกได้วิวัฒนาการมาจากสัตว์บก

เรื่องราวในพระคัมภีร์กล่าวว่า นกมีกำเนิดมาก่อนสัตว์บก มุมมองของนักยึดหลักแห่งการวิวัฒน์ที่เชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียวถือว่ามันตรงกันข้ามกับความจริงทั้งสิ้น แนวทางที่น่าเสียดายที่สุดในศาสนาคริสต์ปัจจุบัน คือเรื่องการตีความปฐมกาลใหม่เพื่อปรับให้เหมาะกับทฤษฎีวิวัฒนาการ

ครูสอนพระคัมภีร์ที่มีชื่อเสียงหลายคนและนักแก้ต่างได้เข้าด้วยกับนักยึดหลักแห่งการวิวัฒน์และได้มาเชื่อว่าการยึดติดกับการตีความหมายตามตัวอักษรของปฐมกาลบางทีอาจเป็นอันตรายต่อความน่าเชื่อถือของคริสเตียน นักยึดหลักแห่งการวิวัฒน์สูญเสียความน่าเชื่อถือแก่ผู้ที่มีความเชื่อในพระคัมภีร์ ถ้าสิ่งใดๆไม่มีความหมายจนพวกเขายินดีที่จะประนีประนอมโดยเร็ว แม้ว่านักจินตนาการจำนวนหนึ่งอาจจะลดน้อยลงในสถาบันการศึกษา องค์กรสัตย์ซื่อหลายแห่งเช่น คำตอบในปฐมกาล, สมาคมวิจัยการทรงสร้าง และสถาบันเพื่อการวิจัยการทรงสร้าง ได้ยืนยันว่าพระคัมภีร์เป็นไม่เพียงแต่เข้ากันได้กับวิทยาศาสตร์จริง แต่ยืนยันว่าในพระคัมภีร์ไม่มีแม้แต่คำเดียวเลยที่พิสูจน์ได้ว่าผิดพลาดในทางวิทยาศาสตร์จริง

พระคัมภีร์เป็นพระคำของพระเจ้าที่มีชีวิต พระผู้ทรงสร้างจักรวาลทรงประทานแก่เรา และทรงมีคำอธิบายว่าพระองค์ได้ทรงสร้างจักรวาลที่เข้ากันไม่ได้กับทฤษฎีวิวัฒนาการอย่างไร แม้ความเข้าใจเรื่องวิวัฒนาการใน "ความเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียว"

For answers to more Bible questions see  


Theistic Evolution

Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana